เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 หยินเจี้ยนซาน (ยอดเขากระบี่เงิน)

บทที่ 2 หยินเจี้ยนซาน (ยอดเขากระบี่เงิน)

บทที่ 2 หยินเจี้ยนซาน (ยอดเขากระบี่เงิน)


ณ ยอดเขาหยินเจี้ยนแห่งฉูซาน...

ชูเหลียงเบิกตากว้างเป็นประกาย

เขาเหลือบมองด้านนอกและพบว่ามันเป็นเวลาเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์สีแดงเพลิงเพิ่งเริ่มขึ้นจากโพ้นภูเขาและค่อยๆ ย้อมท้องฟ้าเป็นสีชาด

เขาอยู่ในโลกนี้มากว่าครึ่งปีจนชินกับการตื่นเช้าเช่นนี้แล้ว

จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนของโลกนี้ หากแต่เป็นเด็กจบมัธยมปลายที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ มีข่าวของเขาออกมาว่าเขาได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของจังหวัด อย่างไรก็ตาม ในวันรุ่งขึ้น เมื่อเขาเดินออกจากบ้าน มีคนขับรถที่เมาสุราได้ส่งร่างของเขาขึ้นไปในอากาศและลอยออกไปไกลแสนไกล

เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองอยู่ในโลกที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์แห่งนี้ไปเสียแล้ว

โลกนี้สามารถอธิบายได้ว่าแปลกประหลาดเนื่องจากการปรากฏตัวของปีศาจ มังกรบิน อสรพิษที่ออกอาละวาดไปทั่ว และอำนาจสูงสุดของเทพเจ้าและจิตวิญญาณที่อยู่เหนือสวรรค์

ชีวิตมนุษย์นั้นเปราะบางเหมือนเศษหญ้า ความสงบสุขในโลกมนุษย์เกิดขึ้นจากนิกายอมตะที่นำโดย นิกายเซียนทั้งเก้าและนิกายแห่งโลกทั้งสิบที่ร่วมมือกันเพื่อปราบกองกำลังชั่วร้ายเหล่านั้น

ในโลกนี้ผู้ฝึกตนนั้นกล่าวได้ว่าทรงพลัง เพียงทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าก็สามารถทลายภูเขาได้เลยทีเดียว นักปราชญ์นั้นเปรียบได้กับกองทัพและม้านับพัน ปรมาจารย์เต๋าสามารถควบคุมลมและฝนได้ ในขณะที่พระภิกษุของศาสนาพุทธกล่าวกันว่าสามารถปราบมังกรได้ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว...

อดีตเจ้าของร่างนี้เป็นเด็กกำพร้า ครอบครัวของเขาถูกฆ่าตายด้วยปีศาจ ทิ้งเขาไว้เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว เขาได้รับการช่วยเหลือจากคนคนหนึ่งซึ่งต่อมากลายเป็นอาจารย์ของเขา อาจารย์ของเขาตระหนักถึงพรสวรรค์ในการฝึกฝนโดยธรรมชาติของเขาและพาเขากลับไปที่ภูเขา

ด้วยเหตุสะเทือนใจครั้งนั้นทำให้เจ้าของร่างนี้จึงมีแต่ความจงเกลียดจงชังอย่างรุนแรงต่อสิ่งชั่วร้ายและกระตือรือร้นที่จะควบคุมวิทยายุทธและสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์โดยมีเป้าหมายเพื่อออกจากภูเขานี้และกำจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป อย่างไรก็ตาม ความกระตือรือร้นและดันทุรังดื้อดึงที่มากเกินไปของเขาทําให้จิตแห่งเต๋าของเขาไม่เสถียรและขาดสมาธิไปในบางช่วง และระหว่างที่เขาพยายามจะฝ่าวงล้อม เขาเสียการควบคุม ทําให้วิญญาณกระจัดกระจาย

ผู้คนได้แต่ถอนหายใจและกล่าวได้เพียงว่าชีวิตนั้นไม่จีรัง

เมื่อวิญญาณของชูเหลียงมาถึงโลกนี้เป็นครั้งแรก เขารู้สึกตื่นตระหนก เขาเป็นชายหนุ่มที่เติบโตมาในโลกแห่งความสงบ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งที่พบว่าตัวเองอยู่ในโลกที่ถูกปีศาจและสัตว์ประหลาดเข้ายึดครอง

โดยเฉพาะในความทรงจำที่สืบทอดต่อมาในร่างนี้ เขาได้เห็นฉากสะเทือนใจที่พ่อแม่และคนรักถูกสัตว์ประหลาดฆ่าตาย มันทำร้ายจิตใจเขามากเกินรับไหว

แต่ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักว่าความกลัวนั้นเกิดจากการขาดซึ่งกําลัง

คนที่อ่อนแอย่อมต้องอยู่ในความกลัว วิธีเดียวที่จะหลุดพ้นจากความกลัวนี้คือต้องแข็งแกร่งขึ้น เมื่อพิจารณาถึงพรสวรรค์ในการฝึกฝนบ่มเพาะของบุคคลนี้และความสัมพันธ์กับนิกายฉูซานซึ่งเป็นนิกายอมตะชั้นนําของโลก จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ของเขาจึงถือว่ามีประโยชน์ในการเริ่มต้นใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก

สิ่งที่โดดเด่นกว่าคือหลังจากการกลับชาติมาเกิดของเขา เขาพบการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในจิตใจของตัวเขาเอง

นั่นคือการดำรงอยู่ของเจดีย์ภายในจิตใจของเขา

เมื่อใดก็ตามที่เขาทำสมาธิ เจดีย์ขนาดใหญ่สีขาวโพลนจะปรากฏขึ้นในใจ เมื่อใดก็ตามที่เขาฆ่าสัตว์ประหลาดได้สำเร็จ เจดีย์จะตอบแทนเขา ปรากฏการณ์นี้ไม่มีอยู่ในความทรงจำของเจ้าของร่างคนก่อน หรือเจดีย์นี้จะเป็นนิ้วทองคำ[1] ที่มีเพื่อเขา

แต่เดิมชูเหลียงไม่กล้าล่าปีศาจตัวใหญ่ ตรงกันข้าม เขามองหาหลุมฝังศพและสุสานที่ไม่มีใครสนใจในหมู่บ้านเล็กและเมืองเล็กๆ โดยรอบเขาฉูซาน จากนั้นก็ฆ่าสัตว์ประหลาดตะเกียงที่นั่น

สัตว์ประหลาดตะเกียงเป็นสิ่งชั่วร้ายที่เกิดจากความแค้นที่ผู้ตายไม่อาจลบล้างได้ มันควบแน่นจนคล้ายเปลวไฟที่ติดอยู่บนตะเกียง ในเวลากลางคืนพวกมันจะลอยไปรอบ ๆ และชนเข้ามนุษย์ที่มีชีวิตในบริเวณนั้น ในบางครั้งสัตว์ประหลาดโคมไฟจะแค่กระจายและสลายไปในอากาศ แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือคนที่ถูกชนเข้าอาจเจ็บป่วยได้ ปีศาจตะเกียงทำอะไรไม่ได้เลยต่อหน้าผู้ฝึกตนเช่นเขา

รางวัลสำหรับการชำระล้างปีศาจตะเกียงคือยาแห่งพลังชี่ที่ช่วยเพิ่มพลังในการฝึกฝนบ่มเพาะ แม้ว่ายานี้จะไม่ได้ดูสลักสำคัญมากนัก แต่การสะสมยานี้เป็นจำนวนมากนั้นช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนของเขาได้อย่างดีทีเดียว

ครั้งหนึ่ง เขาบังเอิญเจอเข้ากับปีศาจหินยักษ์ซึ่งมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง และกำลังฆ่าคน หลังจากต่อสู้กันอย่างยากลำบากและยาวนาน ในที่สุดชูเหลียงก็สามารถบดขยี้และฆ่ามันได้สำเร็จ

นั่นเป็นครั้งแรกที่เจดีย์ขาวได้ให้รางวัลเขาเป็นสิ่งประดิษฐ์วิเศษ - อิฐทองก้อนนั้นบังคับให้ปีศาจแมงมุมเปิดเผยรูปร่างที่แท้จริงของมัน

[อิฐเผยตัวตน: เมื่ออิฐก้อนนี้กระทบศีรษะมนุษย์ มันจะบังคับให้ปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่เปิดเผยรูปร่างที่แท้จริงของมันทันที หากบุคคลนั้นไม่ใช่ปีศาจที่ปลอมตัว พวกเขาจะรู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกวิงเวียนศีรษะในระดับหนึ่ง]

สิ่งประดิษฐ์นี้ชูเหลียงเห็นว่ามีประโยชน์มาก

ในโลกแห่งการฝึกตนนี้ ยา สิ่งประดิษฐ์วิเศษและทักษะสวรรค์ถือว่ามีค่าอย่างยิ่ง... แม้แต่ศิษย์ของนิกายฉูซานเองก็ต้องปฏิบัติภารกิจในนามของนิกายฉูซานให้สำเร็จเพื่อแลกกับทรัพยากรและของมีค่าต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ชูเหลียงสามารถได้รับของมีค่าเหล่านี้ได้โดยการฆ่าปิศาจ และเมื่อเขาสังหารปีศาจที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ระดับของของมีค่าที่เขาจะได้รับก็เพิ่มขึ้นและช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ของเขาได้ดีเป็นแน่

ทว่าในขณะนี้ ชูเหลียงพบว่าตัวเองตกอยู่ในตรรกะที่ขัดแย้งกัน นั่นคือการฆ่าสัตว์ประหลาดด้วยความกลัวอย่างมากต่อสัตว์ประหลาด แต่จากมุมมองหนึ่ง เขาได้บรรลุความปรารถนาบางอย่างของเจ้าของร่างคนเก่าไปด้วย

...

ชูเหลียงสระผมอย่างไม่รีบร้อนและค่อยๆ ล้างตัว

หลังจากทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวเรียบร้อยเขาก็ผลักประตูของเขาและออกมาจากกระท่อม เขาจ้องมองท้องฟ้ากว้างและเมฆที่เงียบสงบ มันเป็นปลายฤดูใบไม้ผลิของเดือนเมษายน สายลมอ่อน ๆ มีกลิ่นหอมของหญ้าและต้นไม้ เขาเดินตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่มีนกและดอกไม้เรียงรายตามทาง อ้อมเนินเขาครึ่งเนินเขา จนถึงศาลาบนยอดเขา

เขามาเยี่ยมอาจารย์ของเขา

ประตูของศาลาเปิดอยู่และเมื่อเขาเดินเข้าประตู มันปรากฏร่างที่มีเสน่ห์นอนอยู่หน้าแท่นบูชาในท่าที่ผ่อนคลาย

นั่นคือร่างของผู้หญิงที่มีผมยาวสง่างาม เส้นผมสองสามเส้นห้อยลงมาตามใบหน้าของเธอและปกปิดใบหน้าบางส่วน แต่อีกครึ่งหนึ่งเปล่งประกายอย่างประณีต ใบหน้าของเธอคล้ายกับภาพวาดหมึกที่วาดอย่างบรรจงด้วยสีกุหลาบที่ละเอียดอ่อนในขณะที่คอของเธอมีรูปร่างงดงามราวเครื่องลายครามแกะสลัก

เธอสวมเสื้อคลุมสีดำซ้อนกันแม้ในท่านอนก็รู้สึกได้ว่าหน้าอกของเธออวบอิ่มราวกับพระจันทร์เต็มดวง หน้าอกของเคลื่อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ จี้หยกที่โดดเด่นซุกอยู่ในอ้อมอกของเธอด้วยแสงสีแดงเข้ม เอวของเธอถูกผูกไว้อย่างสง่างามด้วยผ้าแพรผืนหนา ในขณะที่ด้านล่างสะโพกของเธอเผยให้เห็นต้นขาเรียวยาวนุ่มนวลทั้งสองที่สยายออกไปด้านข้าง

ข้างมือของเธอมีขวดน้ำเต้าใส่สุราขนาดใหญ่คล้องอยู่ ทันทีที่ชูเหลียงเข้าประตูมาเขาก็สามารถได้ยินเสียงกรนเบาๆ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนอย่างไร

และแม้เธอจะหลับสนิทแล้ว แต่เมื่อเสียงฝีเท้าของชูเหลียงดังขึ้น เธอก็ตื่นขึ้นและค่อยๆ ลืมตา

"ท่านอาจารย์" ชูเหลียงตะโกนที่ประตู

แท้จริงแล้ว ผู้หญิงคนนี้คือ ตี้หนิวเฟิ่ง [2] อาจารย์ของชูเหลียง ผู้ที่เป็นเจ้าแห่งหยินเจี้ยนซานซึ่งเป็นหนึ่งในสามสิบหกยอดเขาแห่งเขาฉูซานแห่งนี้

"หือ มาแล้วหรือ" ตี้หนิวเฟิ่งพลิกตัวลุกขึ้นนั่งและอุทาน เสื้อผ้าของเธอยุ่งเหยิงและเผยให้เห็นไหล่ข้างหนึ่งของเธอ

เธอไม่ได้จัดเก็บเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงแต่เกาหัวและจ้องมองที่ชูเหลียงอย่างงุนงง "ทําไมเจ้าถึงมาที่นี่ล่ะ"

เธอยังคงสะลึมสะลืออยู่อย่างเห็นได้ชัด

"อืม..." ชูเหลียงเงยหน้าขึ้นและตอบว่า "ท่านอาจารย์ ท่านส่งข้อความผ่านนกกระเรียนมาหาข้ามิใช่หรือ ท่านเรียกพบข้าหากข้ากลับมาถึงแล้ว"

"อืม.. จริงหรือ" เห็นได้ชัดว่าหลังจากดื่มไปอย่างหนักสติของเธอนั้นเรือนรางเป็นอย่างมาก เธอเกาหัวแล้วทันใดนั้นก็ตะโกน "โอ้ ข้าจําได้แล้ว"

เธอกระตุกเสื้อและจัดเสื้อผ้าของเธอก่อนที่จะลุกขึ้นและเผยให้เห็นรูปร่างที่สูงสง่าและส่วนโค้งเว้าที่น่าเหลือเชื่อ

"ท่านเจ้านิกายได้จัดการประชุมเมื่อวานนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมการสําหรับประชุมสุดยอดของเขาฉูซานที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ สิบปี เจ้าเคยได้ยินหรือเปล่า นี่จะเป็นเหตุที่เหล่าศิษย์แย่งกันเป็นศิษย์เอกเลยทีเดียว"

"ข้าทราบขอรับ" ชูเหลียงเอ่ยตอบ

"ในที่ประชุมข้าทะเลาะกับเฒ่าหวังซวนหลิงคนนั้น เขาบอกว่าผู้ที่จะได้รับตำแหน่งศิษย์เอกนั้นจะต้องมาจากยู่เจียนซาน (ยอดเขากระบี่หยก) ของเขา ข้าทนความเย่อหยิ่งของเขาไม่ได้จริงๆ“ตี้หนิวเฟิ่งพูดถึงเรื่องนี้ก็โกรธจัด”ข้าโต้เถียงกับเขาด้วยคำพูดที่รุนแรงและจบลงด้วยการวางเดิมพัน”

"หากศิษย์คนหนึ่งของยู่เจียนซาน (ยอดเขากระบี่หยก) ได้รับตําแหน่งศิษย์เอก ข้าจะต้องมอบหยกเลือดวิญญาณฟีนิกซ์ให้กับเขา ในทางกลับกัน ถ้าศิษย์คนหนึ่งของหยินเจี้ยนซานของข้าได้รับตําแหน่งศิษย์เอกได้สำเร็จ หวังซวนหลิงจะออกจากตําแหน่งเจ้าแห่งยอดเขายู่เจียน และส่งมอบตําแหน่งนั้นให้กับข้า"

เธอพูดพลางทอดสายตาไปที่ชูเหลียง "ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่เพื่อถามว่าเจ้าจะแนะนำใครในยอดเขาหยินเจี้ยนของเราเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของเขาฉูซาน"

"..." ชูเหลียงนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวเบา ๆ ว่า "ท่านอาจารย์ของข้า ข้ามิใช่ศิษย์เพียงคนเดียวบนยอดเขาหยินเจี้ยนแห่งนี้หรือ.."

"เยี่ยมไปเลย" ตี้หนิวเฟิ่งปรบมือ "เจ้าแนะนําตัวเองเลยงั้นหรือ ข้าดีใจมากเหลือเกิน"

1. นิ้วทองคำ : เป็นคำในวัฒนธรรมสมัยนิยมของจีนซึ่งหมายถึงข้อได้เปรียบที่ไม่คาดคิดหรือความสามารถในการโกงเพื่อช่วยให้ใครบางคนก้าวหน้าหรือประสบความสำเร็จเหนือผู้อื่น
2. ตี้หนิวเฟิ่ง : ชื่อภาษาจีนของเธอคือ 帝女凤 (Dì nǚ fèng) ซึ่งหมายถึงราชินีฟีนิกซ์

จบบทที่ บทที่ 2 หยินเจี้ยนซาน (ยอดเขากระบี่เงิน)

คัดลอกลิงก์แล้ว