- หน้าแรก
- ผมมีระบบคืนเงินในโลกเกมออนไลน์
- บทที่ 11 - ข้อสันนิษฐานอันน่าตื่นเต้น!
บทที่ 11 - ข้อสันนิษฐานอันน่าตื่นเต้น!
บทที่ 11 - ข้อสันนิษฐานอันน่าตื่นเต้น!
บทที่ 11 - ข้อสันนิษฐานอันน่าตื่นเต้น!
ผลสุดท้ายกลายเป็นว่า การซื้อขายที่เป็นไปไม่ได้เลยตั้งแต่แรกกลับตกลงกันได้สำเร็จเพราะความรวยแต่โง่ของจอมยุทธ์กระบี่เดียวดายอาซ่วย ส่วนฝั่งคนขายป่านนี้ก็คงกำลังลุ้นตัวโก่งรอให้ไอ้หมูตู้ตัวนี้รีบหาเงินมาประเคนให้เพื่อปิดดีลรับลาภก้อนโตที่หล่นทับอยู่อย่างแน่นอน
เมื่อพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว ฟางอวิ๋นก็ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากส่ายหัว
การซื้อขายแต่ไหนแต่ไรมามันก็ขึ้นอยู่กับความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย เขาไม่คิดว่าการไปเตือนอีกฝ่ายว่ากำลังโดนฟันหัวแบะอยู่มันจะมีประโยชน์อะไร เพราะดูจากการพิมพ์ตอบอย่างตื่นเต้นของหมอนี่เมื่อกี้ ก็ชัดเจนแล้วว่าเขาชอบเจ้าเพ่าเพ่าตัวนั้นมากๆ จริงๆ
คิดไปคิดมา ฟางอวิ๋นก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ถามไปประโยคเดียวว่า "เจ้าเพ่าเพ่าตัวนั้นนายได้ดูหรือยัง สเตตัสกับสกิลเป็นไงบ้าง"
พอเห็นฟางอวิ๋นดูจะสนใจสัตว์เลี้ยงที่เขาอยากได้ จอมยุทธ์กระบี่เดียวดายอาซ่วยก็ไม่ได้ปิดบัง รีบอวดสรรพคุณราวกับนำเสนอของล้ำค่าทันที "ดูแล้ว! เรื่องสเตตัสฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่เห็นว่าสกิลเยอะอยู่นะ มีตั้งสี่ห้าสกิลแน่ะ ฉันไม่เคยเห็นสัตว์เลี้ยงที่มีสกิลเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย เท่ชะมัด!"
"อ้อเหรอ"
พอได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าเพ่าเพ่าตัวนั้นมีสี่ถึงห้าสกิล ฟางอวิ๋นค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ถึงแม้เพ่าเพ่าที่มีสกิลเต็มในตอนนี้จะไม่มีทางคุ้มค่ากับเงิน 1 ล้านตำลึงเลยก็เถอะ แต่เมื่อพิจารณาจากการที่มันโผล่มาในช่วงต้นเกมแบบนี้แถมคนซื้อก็ถูกใจ ต่อให้ซื้อไปก็คงไม่ถือว่าขาดทุนย่อยยับจนเกินไปนัก
"ถ้างั้นก็ขอให้นายรวบรวมเงินได้ครบไวๆ แล้วได้สัตว์เลี้ยงที่ถูกใจมาครองก็แล้วกันนะ"
หลังจากพิมพ์อวยพรทิ้งท้ายไป ฟางอวิ๋นก็ปิดหน้าต่างแชต แล้วบังคับไอดีต้าถังเดินออกจากหลังจวนตระกูลฉินไป
ส่วนอีกฝ่ายพอได้รับคำอวยพรก็ส่งอิโมติคอนหน้ายิ้มตอบกลับมาเป็นแถว จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก หันไปสแปมข้อความขายบัตรเติมเงินในช่องแชตโลกต่อไป
อาจจะเป็นเพราะเพิ่งขายออกไปได้สองใบ จอมยุทธ์กระบี่เดียวดายอาซ่วยจึงมีกำลังใจมากขึ้นเป็นกอง คนที่ไม่รู้คงนึกว่าหมอนี่ไม่ได้กำลังขายขาดทุน แต่กำลังทำกำไรเป็นกอบเป็นกำอยู่แน่ๆ
ตอนนี้ไอดีรองวังมังกรภายใต้การควบคุมของฟางอวิ๋นได้เดินทางมาสมทบกับไอดีต้าถังแล้ว เขาโยนเงิน 1 ล้านตำลึงให้ไอดีวังมังกรอย่างรวดเร็ว จากนั้นฟางอวิ๋นก็ปล่อยไอดีต้าถังทิ้งไว้ให้ยืนเฉยๆ แล้วบังคับไอดีวังมังกรวิ่งจู๊ดกลับไปที่หลังจวนตระกูลฉินอีกรอบ
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ฟางอวิ๋นบังคับไอดีวังมังกรคลิกที่ตัวละครเอ็นพีซีซื้อขายแล้วเหมาบัตรเติมเงิน 500 พอยต์สองใบที่เหลือมาจนเกลี้ยง จากนั้นก็รีบเผ่นแนบออกจากที่นั่นอย่างไวโดยไม่สนใจจอมยุทธ์กระบี่เดียวดายอาซ่วยที่ยืนตะลึงจนลืมตะโกนขายของไปเลย
ใช้เงินไปแค่ 1 ล้านตำลึงก็ได้บัตรเติมเงินมูลค่า 200 หยวนมาครอง ถึงแม้มันจะดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับเงิน 900 หยวนที่ได้จากทักษะถอนเงินสดก่อนหน้านี้ แต่มันก็ยังทำให้ฟางอวิ๋นรู้สึกสะใจไม่เบาอยู่ดี
ปัญหาเรื่องบัตรเติมเงินของสองไอดีหมดห่วงไปได้ชั่วคราว และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นี่น่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะใช้เงินในเกมซื้อบัตรเติมเงิน
เพราะเมื่อเลเวลของผู้เล่นส่วนใหญ่สูงขึ้น ราคาของบัตรเติมเงินก็จะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นไปอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลเอง
และบัตรเติมเงินในราคาปกตินั้นก็ไม่อาจเทียบได้กับความคุ้มค่าของทักษะถอนเงินสดเลยแม้แต่น้อย นอกเสียจากว่าฟางอวิ๋นจะสมองกลับ เขาไม่มีทางเอาเงินในเกมเป็นล้านๆ ไปซื้อบัตรเติมเงินที่มีมูลค่าแค่ไม่กี่สิบหยวนในชีวิตจริงอย่างแน่นอน
จัดการเรื่องบัตรเติมเงินเสร็จ ฟางอวิ๋นก็ยังไม่รีบไปทำภารกิจสำนัก แล้วก็ไม่ได้ปล่อยให้ไอดีรองวังมังกรไปเก็บเลเวลต่อด้วย
นั่นเป็นเพราะเขาเพิ่งได้ไอเดียบางอย่างมาจากการซื้อบัตรเติมเงินเมื่อครู่นี้ ตอนนี้คือต้นปี 2005 เงื่อนไขและกลไกของภารกิจต่างๆ ในเกมเมิ่งฮ่วนซีโหยวตอนนี้นั้นแตกต่างจากในยุคหลังอย่างสิ้นเชิง
ในเมื่อผู้เล่นเกมเมิ่งฮ่วนในยุคนี้สามารถซื้อขายบัตรเติมเงินได้ตั้งแต่เลเวลสิบหรือยี่สิบ แล้วจะเป็นไปได้ไหมว่า ภารกิจอื่นๆ ที่ปกติต้องใช้เลเวลสูงๆ ถึงจะทำได้ในยุคหลัง ตอนนี้อาจจะสามารถทำได้แล้วเหมือนกัน?
เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้ เขาจึงบังคับไอดีต้าถังไปหาหลัวเต้าเหรินเพื่อซื้อยันต์นักเดินทางมาหนึ่งชุด จากนั้นก็กดใช้ยันต์นักเดินทางบินตรงไปที่หมู่บ้านฉางโซ่วทันที
ถูกต้องแล้ว หากต้องการพิสูจน์ว่าข้อสันนิษฐานของตัวเองถูกต้องหรือไม่ เขาต้องไปหาตัวละครเอ็นพีซีเพียงตัวเดียวเท่านั้น และตัวละครนั้นก็คือลู่เซียวหราน!
ลู่เซียวหรานคือตัวละครเอ็นพีซีที่ผู้เล่นที่เคยเล่นเมิ่งฮ่วนมาสักพักย่อมคุ้นเคยกันดี หน้าที่หลักของเขาคือการแจกภารกิจต่อเนื่องให้กับผู้เล่น หรือที่เรียกกันติดปากว่า วิ่งเควสวงแหวน
ฟางอวิ๋นในชาติก่อนแม้จะเป็นผู้เล่นเก่าที่เริ่มเล่นเมิ่งฮ่วนมาตั้งแต่ปี 2004 แต่ตอนนั้นเขายังเป็นแค่มือใหม่ที่ไม่ประสีประสาอะไรเลย อย่าว่าแต่วิ่งเควสวงแหวนเลย แค่ทำภารกิจสำนักยังตะกุกตะกักมีปัญหาเต็มไปหมด
ต่อมาเมื่อเลเวลค่อยๆ สูงขึ้นและใช้เวลาเล่นเกมมากขึ้น เขาถึงเริ่มได้สัมผัสกับระบบการเล่นระดับสูงขึ้นมาบ้าง และการวิ่งเควสวงแหวนก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่นั่นก็ปาเข้าไปปีหนึ่งให้หลัง หรือก็คือช่วงปลายปี 2005 นู่นเลย
ตอนที่เขาสัมผัสกับการวิ่งเควสวงแหวนเป็นครั้งแรก เงื่อนไขเลเวลในการรับภารกิจนี้ได้ถูกปรับเป็นเลเวล 60 ไปแล้ว ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดไปเองว่าภารกิจนี้มันกำหนดให้ต้องเลเวล 60 ถึงจะเริ่มทำได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
จนกระทั่งในเวลาต่อมา เมื่อเขาได้นั่งคุยสัพเพเหระกับพี่ใหญ่ในกิลด์ที่เป็นผู้เล่นรุ่นบุกเบิกตั้งแต่เปิดโอเพ่นเบต้าปลายปี 2003 เขาถึงเพิ่งได้รู้ว่า ในช่วงแรกเริ่มของเกมเมิ่งฮ่วนนั้น การวิ่งเควสวงแหวนขอแค่เลเวล 10 ก็ทำได้แล้ว!
ตามที่พี่ใหญ่คนนั้นเล่าให้ฟัง ในช่วงแรกสุดของการวิ่งเควสวงแหวนในเกมเมิ่งฮ่วน ผู้เล่นอัปเลเวลถึง 10 ก็มารับเควสได้เลย แถมไม่มีคูลดาวน์อีกต่างหาก ต่อมาค่ายหวังอี้อาจจะรู้สึกว่าการตั้งค่าแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผล ก็เลยอัปเดตแก้ให้ต้องเป็นเลเวล 20 และคูลดาวน์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นห้าวันอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ข้อมูลพวกนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาในตอนนั้นแล้ว แต่ในเมื่อมันถือเป็นเกร็ดความรู้โบราณของเกม เขาก็เลยจำไว้ขำๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองได้มาพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง!
บังคับจอมยุทธ์กระบี่ของตัวเองไปหาลู่เซียวหรานอย่างคุ้นเคย ฟางอวิ๋นมองดูตัวละครเอ็นพีซีที่แสนจะคุ้นตานี้ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เลื่อนเมาส์ไปคลิกเบาๆ เพื่อเปิดหน้าต่างสนทนาขึ้นมา
"คุณต้องการ..."
ทันทีที่หน้าต่างสนทนาของลู่เซียวหรานเปิดขึ้นมา นอกจากประโยคไร้สาระสั้นๆ บรรทัดบนสุดแล้ว ตัวเลือกสองสามบรรทัดด้านล่างก็เป็นสิ่งที่ฟางอวิ๋นคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ฉันต้องการรับภารกิจต่อเนื่อง!
เมื่อเห็นตัวเลือกที่คุ้นเคยนี้ ฟางอวิ๋นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง เมื่อเขาคลิกที่คำว่า ฉันต้องการรับภารกิจต่อเนื่อง หน้าต่างสนทนาก็เด้งขึ้นมาถามว่า การรับภารกิจต่อเนื่องต้องใช้เงิน 100,000 ตำลึง คุณแน่ใจหรือไม่ว่าจะรับ?
หลังจากเลือกปฏิเสธไปก่อน ฟางอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น ถึงแม้ว่าในยุคนี้การรับภารกิจต่อเนื่องจะยังต้องใช้เงินเมิ่งฮ่วนตายตัว ไม่ได้แปรผันตามเลเวลเหมือนในยุคหลัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความตื่นเต้นในใจเขาลดน้อยลงเลย!
ต้องรู้ไว้เลยนะว่า ถ้าตอนนี้เขาสามารถเริ่มวิ่งเควสวงแหวนได้ล่ะก็ ตราบใดที่เขาวิ่งได้ไม่สะดุด การอัปเลเวลมันจะง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปากเลยทีเดียว!
ถึงแม้การวิ่งเควสวงแหวนในเซิร์ฟเวอร์เปิดใหม่จะต้องเจอกับอุปสรรคสารพัดอย่าง เช่น หาซื้อของหายากอย่างพวกอาวุธลับ ดอกไม้ เครื่องดนตรีที่ต้องใช้ส่งเควสไม่ได้ หรือต้องเจอกับมอนสเตอร์เควสสุดโหด รวมถึงความยากลำบากในการเดินทางไปหาตัวละครเอ็นพีซีในแผนที่ระดับสูงที่จุดธูปไล่มอนสเตอร์ไม่ได้
แต่ในขณะเดียวกัน การวิ่งเควสวงแหวนในตอนนี้ก็มีข้อดีที่เห็นได้ชัดมากๆ อยู่ข้อหนึ่ง นั่นก็คือ พวกยุทธภัณฑ์ที่ต้องใช้ส่งเควสวงแหวนในยุคนี้มันหาโครตง่าย ก็แค่เดินไปซื้อที่ร้านขายอุปกรณ์ได้โดยตรงเลยยังไงล่ะ!
[จบแล้ว]