เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33: ผู้หญิงสามคนรวมกันเป็นโรงงิ้ว

บทที่ 33: ผู้หญิงสามคนรวมกันเป็นโรงงิ้ว

บทที่ 33: ผู้หญิงสามคนรวมกันเป็นโรงงิ้ว


บทที่ 33: ผู้หญิงสามคนรวมกันเป็นโรงงิ้ว

​เวลาที่คนเรายุ่งๆ มักจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเสมอ

​อย่างเช่นตอนนี้

​เจียงเฉินตรวจสอบข้อมูลสุดท้ายเสร็จ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก็ปาเข้าไป 16:44 น. แล้ว

​"กัปตันเจียง นี่รายการซ่อมบำรุง คุณเซ็นชื่อตรงนี้ก็เสร็จแล้วครับ" เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินยื่นตารางมาให้

​เจียงเฉินรับมากวาดสายตาดู แล้วเซ็นชื่อยืนยัน

​จึงหันไปพูดกับอีกฝ่ายว่า "ลำบากหน่อยนะ"

​"ไม่เป็นไรครับ..."

​เครื่องบินยักษ์ C919 ลำนี้พรุ่งนี้ยังต้องให้เขาบินกลับเมืองเซี่ยงไฮ้ ดังนั้นคืนนี้จึงจำเป็นต้องทำการบำรุงรักษาและตรวจเช็คที่สนามบินนานาชาติต้าซิง

​แน่นอน

​งานพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเจียงเฉิน

​เขาก็ทำไม่เป็นด้วย

​ดังนั้นหลังจากสั่งงานเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินไม่กี่คำ ก็หยิบของแล้วเดินลงจากเครื่องบิน

​พอเดินออกมาถึงลานจอด ก็เจอกับจางหย่งที่เพิ่งส่งสมุดบันทึกการบินเสร็จเดินออกมาพอดี

​ทั้งสองคนเดินออกจากสนามบินไปด้วยกัน ตรงดิ่งมายังโรงแรมที่พัก

​โรงแรมระดับดาวรอบๆ สนามบินแทบทุกแห่ง มักจะมีสัญญาร่วมมือกับสายการบินต่างๆ สามารถจัดหาห้องพักให้แอร์โฮสเตสและนักบินในราคาถูกหรือฟรีได้

​สายการบินไชน่าอีสเทิร์นก็ย่อมมีโรงแรมคู่สัญญาแถวสนามบินนานาชาติต้าซิงเช่นกัน

​หลังจากทั้งสองถึงโรงแรม ต่างก็แยกย้ายกันกลับห้องไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดลำลอง

​แล้วค่อยลงมารอพวกปี้หนานและแอร์โฮสเตสคนอื่นๆ ที่ล็อบบี้โรงแรม

​.....

​วันนี้อากาศที่เมืองหลวงถือว่าไม่เลว

​แดดจ้า ท้องฟ้าแจ่มใส อุณหภูมิก็กำลังสบาย แม้จะเป็นช่วงเที่ยงวัน ก็แค่อุณหภูมิยี่สิบกว่าองศาเซลเซียสเท่านั้น

​แต่อากาศดีๆ แบบนี้คงอยู่ได้อีกแค่เดือนกว่าๆ

​พอผ่านไปอีกไม่กี่วันเข้าสู่ฤดูร้อน เมืองหลวงที่อยู่ทางเหนือ อุณหภูมิกลับจะสูงกว่าทางใต้หลายแห่งเสียอีก

​เจียงเฉินและจางหย่งนั่งรอที่ล็อบบี้โรงแรมไม่นานนัก

​ผ่านไปไม่กี่นาที พวกปี้หนานก็นั่งลิฟต์ลงมา

​วินาทีที่พวกเธอเดินเข้ามาในล็อบบี้ ดูเหมือนอุณหภูมิในล็อบบี้จะพุ่งสูงขึ้นไปอีกหลายองศา

​ไม่มีอะไร!

​สวยเกินต้าน

​ทำให้สิ่งมีชีวิตเพศผู้ทั้งหมดในล็อบบี้โรงแรมเลือดสูบฉีด หัวใจเต้นรัวโดยไม่รู้ตัว

​หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสะสวยหลายคนแต่งตัวสวยงามปรากฏตัวตรงหน้าคุณ จะไม่ให้คุณรู้สึกร้อนวูบวาบได้เหรอ?

​เขาว่ากันว่าผู้ชายขอแค่ยังมีลมหายใจ ก็จะรักษา 'ความหื่น' เอาไว้เสมอ

​ดังนั้นแม้แต่เจียงเฉินและจางหย่งที่เห็นสาวสวยมาจนชิน แต่พอเห็นพวกปี้หนานเดินออกจากลิฟต์ ก็ยังรู้สึกตาสว่างวาบ

​แต่สภาพแวดล้อมการทำงานของพวกเขาเปรียบเสมือนถ้ำใยแมงมุม (ดงสาวงาม)

​ดังนั้นภูมิต้านทานในเรื่องนี้จึงแข็งแกร่งกว่าผู้ชายทั่วไป

​ทั้งสองคนแค่ 'ร้อนรุ่ม' ไปวินาทีสองวินาที ก็กลับมาเป็นปกติทันที

​"จุ๊ๆ... แต่งตัวกันซะสวยเช้งวับ ไม่รู้นึกว่าพวกคุณกำลังจะไปดูตัวนะเนี่ย" จางหย่งแซว

​เพราะต้องเข้าเมืองไปกินข้าว แน่นอนว่าใส่ชุดยูนิฟอร์มแอร์โฮสเตสไม่ได้

​พวกเธอเลยเปลี่ยนเป็นชุดลำลองกันหมด

​เมื่อเทียบกับชุดยูนิฟอร์มแอร์โฮสเตส พอเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง แม้จะลด 'เสน่ห์ในเครื่องแบบ' ลงไปบ้าง แต่กลับเพิ่มความสวยงามที่แตกต่างออกไปอีกหลายส่วน

​อย่างเช่นหวงเจียวันนี้ใส่ชุดเกาะอกสีขาว ชายกระโปรงลูกไม้ประณีตขับเน้นเรียวขาขาวผ่อง รูปร่างสูงโปร่ง ส่วนเว้าส่วนโค้งถูกขับเน้นออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ

​ส่วนเพื่อนร่วมงานที่มัดผมหางม้าข้างๆ เธอ สวมกระโปรงสั้นแค่เข่า สีดำตัดกับสีแดงเป็นหลัก เผยกลิ่นอายความลึกลับและน่ารัก

​คนอื่นๆ ก็สวยกินกันไม่ลง แต่ละคนมีความงามในแบบของตัวเอง

​แอร์โฮสเตสคนหนึ่งที่สวมชุดเดรสยาวลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ได้ยินจางหย่งแซว ก็รีบทำท่าถอนสายบัวแบบชาววังตะวันตก จับชายกระโปรงแล้วโค้งตัวลง "ท่านอัศวินผู้ทรงเกียรติทั้งสอง พวกคุณมารับพวกเราไปงานเต้นรำเหรอคะ?!"

​"เอ่อ... องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ พวกเรามารับพวกคุณไปกินสุกี้เนื้อแพะครับ ดังนั้นคุณจะลองพิจารณาเปลี่ยนชุดใหม่ไหม ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวตอนกินพุงกางจนชุดลูกไม้ปริแตกเอานะ" จางหย่งสวนกลับ

​"ไปตายซะ..." แอร์โฮสเตสสาวหมดอารมณ์ทันที

​"เอาล่ะๆ อย่ามัวแต่เล่นกัน รีบเรียกรถเข้าเมืองกันเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวเจอรถติดช่วงเย็น แค่อยู่บนถนนก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมงแล้ว" ปี้หนานรีบห้ามทัพ

​สนามบินนานาชาติต้าซิงอยู่ห่างจากตัวเมืองตั้งหลายสิบกิโลเมตร

​นั่งแท็กซี่ถ้ารถไม่ติด ก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง

​ตอนนี้ก็สี่โมงกว่าแล้ว

​ถ้ามัวชักช้าอีกหน่อย ไม่เจอกับช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเย็นพอดีเหรอ?

​แล้วจะได้กินอะไรล่ะทีนี้

​ปักกิ่งในฐานะเมืองหลวงของประเทศเซี่ย เป็นเมืองต้นแบบ

​ด้านอาหารการกินย่อมผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลาย

​อาหารอร่อยจากแทบทุกพื้นที่ทั่วประเทศล้วนหาทานได้ในปักกิ่ง

​แต่ปักกิ่งก็มีอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของตัวเอง

​สุกี้เนื้อแพะ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

​แม้ว่าฤดูกาลนี้จะไม่ใช่ฤดูที่เหมาะกับการกินสุกี้เนื้อแพะนัก

​แต่คนหนุ่มสาวน่ะนะ

​ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรเยอะแยะ

​อร่อย กินอิ่ม ก็พอแล้ว

​ปี้หนานใช้แอปเรียกรถเรียกมา 3 คัน

​ระหว่างที่ทุกคนยืนรอรถหน้าโรงแรม จู่ๆ หวงเจียก็มองหน้าเจียงเฉินแล้วถามว่า "พวกเราก็ถือว่าเป็นคู่หูที่ร่วมงานกันมาหลายครั้ง วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มากินข้าวด้วยกัน ว่าแต่ คุณรู้ไหมว่าพวกเราชื่ออะไรกันบ้าง?!"

​เจียงเฉินชะงัก "คุณไม่ได้ชื่อหวงเจียเหรอ?!"

​คราวก่อนโดนผมขู่จนร้องไห้

​ความทรงจำยังชัดเจน

​"แล้วฉันล่ะคะฉันล่ะ" แอร์โฮสเตสสาวผมหางม้ากระพริบตาปริบๆ มองเจียงเฉินอย่างคาดหวัง

​"เอ่อ..." เจียงเฉินเริ่มติดอ่าง

​"ยังมีฉัน แล้วก็ฉันด้วย" แอร์โฮสเตสชุดเดรสยาวก็มองมาที่เขาเช่นกัน

​ไม่

​ไม่ใช่แค่พวกเธอสองคน

​แอร์โฮสเตสคนอื่นๆ ก็หันมามองเจียงเฉินเป็นตาเดียว

​แถมสายตายังแฝงความ 'ไม่เป็นมิตร' นิดๆ

​มีเพียงหวงเจียที่เชิดคางขึ้นเล็กน้อย สีหน้าดูได้ใจนิดๆ

​"ฮึ พวกเราอุตส่าห์ร่วมงานกันมาตั้งหลายครั้ง เป็นเพื่อนร่วมงานกันมาเกือบ 3 ปี ดันรู้จักแต่ชื่อเจ๊หนานกับเจียเจีย เจียงยมทูต คุณเกินไปแล้วนะ"

​"ใช่ๆๆ ทำไมจำได้แต่เจียเจียกับเจ๊หนาน จำพวกเราไม่ได้ล่ะ?!"

​"เดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนความเจ็บแค้นให้เป็นความอยากอาหาร ถ้าไม่กินจนคุณถังแตก ฉันคงหายแค้นไม่ได้แน่"

​"ทำร้ายจิตใจมาก ถึงเจียเจียจะสวยมากจริงๆ แต่พวกเราก็ไม่ได้แย่นะ"

​เจียงเฉินโดนพวกเธอรุมบ่นจนหัวแทบระเบิด

​นั่นไง

​ผู้หญิงสามคนรวมกันเป็นโรงงิ้ว (วุ่นวายเหมือนตลาดแตก)

​ต่อให้เป็นผู้หญิงสวยและเด็กแค่ไหนก็หนีไม่พ้นคำนี้

​เขารีบแก้ตัว "ก่อนหน้านี้ผมก็ร่วมงานกับพวกคุณแค่สองครั้ง ในฐานะกัปตัน ผมรู้ชื่อหัวหน้าลูกเรือ ก็ไม่แปลกนี่ครับ?!"

​"แล้วเจียเจียล่ะ?!" พวกเธอยังไม่ยอมปล่อย

​เจียงเฉินอึกอัก พูดตะกุกตะกักว่า "คะ.. คราวก่อนไม่ใช่ว่าทำเธอร้องไห้ไปเหรอ ก็เลยจำแม่นเป็นพิเศษ"

​สิ้นเสียง บรรยากาศก็แข็งค้างทันที

​ผ่านไปครู่ใหญ่

​ทุกคนถึงได้สติ แล้วระเบิดหัวเราะออกมา

​"ฮ่าๆๆ... ขำจะตายแล้ว"

​"ทำให้นึกถึงความทรงจำอันแสนสุขอีกแล้ว คราวก่อนเจียเจียโดนขู่จนกลัวสุดขีดจริงๆ"

​"เป็นถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เจียเจียดันโดนขู่จนร้องไห้"

​"เจียเจีย ฉันอิจฉาเธอจัง จริงๆ นะ"

​ส่วนหวงเจียโกรธจนฟันออกหู แทบอยากจะเอาเข็มมาเย็บปากเจียงเฉินให้รู้แล้วรู้รอด

​พูดเป็นไหมเนี่ย?!

​พูดไม่เป็นก็หุบปากไปเลย

​เรื่องน่าอายพรรค์นี้ยังจะเอามาป่าวประกาศ ฉันไม่ต้องรักษาหน้าตาเหรอ?!

จบบทที่ บทที่ 33: ผู้หญิงสามคนรวมกันเป็นโรงงิ้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว