- หน้าแรก
- เกิดใหม่ปี 1980 : ออกทะเลหาปลา สร้างตัวจนเป็นเศรษฐี
- บทที่ 29 – เงินค่าสินสอดครบ แต่หลี่ฉางหมิงกลับสร้างเรื่องป่วน
บทที่ 29 – เงินค่าสินสอดครบ แต่หลี่ฉางหมิงกลับสร้างเรื่องป่วน
บทที่ 29 – เงินค่าสินสอดครบ แต่หลี่ฉางหมิงกลับสร้างเรื่องป่วน
“พี่สวี่โม่ ครั้งหน้าต้องช่วยบอกตำแหน่งสัตว์ตัวยักษ์ให้ผมอีกนะครับ ผมจะไปเปลี่ยนเป็นสายสลิง!”
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่จื้อที่ตามมาข้างหลังด้วยความขอบคุณและปลาบปลื้มใจ สวี่โม่ก็ได้แต่ด่าในใจว่า “ไอ้โง่เอ๊ย”
คนอะไรขายตัวทิ้งแล้วยังต้องช่วยนับเงินให้เขาอีก!
“หึหึ ถ้าหลี่จื้อรู้ว่าฉันตั้งใจหลอกล่อเขาไป แล้วฉกเอาปลากะพงเหลืองไปตั้งหนึ่งพันจิน เขาจะยังดีใจแบบนี้อยู่อีกไหมนะ?”
สวี่โม่ไม่คิดจะไปต่อความยาวสาวความยืดกับคนประเภทหลี่จื้อ ดังนั้นเขาจึงไม่มีวันโอ้อวดเรื่องที่จับปลาได้ต่อหน้าอีกฝ่าย!
หลักการของเขาคือทำตัวให้ต่ำติดดิน แล้วกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าอย่างเงียบๆ!
ชาติก่อนก็เพราะเขาทำตัวต่ำติดดิน อดทน ก้มหน้าก้มตาหาเงินด้วยความรอบคอบ ใจเย็น และมีสมาธิมั่นคงนี่เอง เขาถึงได้กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหลินไห่!
สวี่โม่รู้สึกได้ลางๆ ว่า หลังจากคราวนี้ที่เขาชี้จุดสัตว์ตัวยักษ์ให้ หลี่จื้อก็กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของเขาไปเสียแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดแบบนี้ต่อไปเถอะ เพราะยังไงเขาก็ยังมีประโยชน์ต่อการใช้งานในอนาคต
ที่สำคัญที่สุดคือ เขาสามารถอาศัยสถานการณ์พิเศษที่หลี่จื้อบังเอิญไปเจอของทะเลมา แล้วฉกฉวยเอาโชคลาภของอีกฝ่ายมาได้!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ในหัวของสวี่โม่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่หลี่จื้อเคยจับได้ในชาติก่อน!
แม้ตอนนั้นจะเป็นเพียงปลาตัวเล็กๆ แต่ขนาดของมันก็ใหญ่กว่าตัวที่สวี่โม่จับได้เมื่อไม่กี่วันก่อนถึงสามเท่า เฉพาะปลาทูน่าครีบน้ำเงินตัวนั้นตัวเดียวในยุคนี้ก็มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งพันหยวนแล้ว!
“หลี่จื้อ ปลาของฉันก็คือปลาของฉัน ส่วนปลาของนายก็คือปลาของฉันเหมือนกันนั่นแหละ!”
มุมปากของสวี่โม่ยกขึ้นเล็กน้อย พึมพำกับตัวเอง
สิบนาทีต่อมา สวี่โม่มาถึงหน้าบ้าน
เขาตั้งใจจะนำเรือลงจากรถก่อน แล้วค่อยไปขายปลากะพงเหลืองที่ตลาดค้าของทะเล โดยตั้งใจว่าจะยังไม่เข้าบ้านในตอนนี้
ไม่อย่างนั้น หากสวี่ลี่กั๋วและฉู่ซิ่วหลานดึงเขาไปถามโน่นถามนี่ แถมยังอาจต้องโดนอบรมเรื่องการออกเรือเองโดยพละการอีก เรื่องพวกนี้เขาไม่มีคำอธิบายให้พ่อกับแม่หรอก
อีกอย่าง ตอนนี้เขายังไม่มีเงินสดอยู่ในมือสักบาท การเข้าบ้านไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
สวี่โม่วางเรือไม้ไว้ที่ข้างกำแพงหน้าบ้าน พิงไว้กับกำแพงดินสีน้ำตาล แล้วเตรียมจะรีบไปที่ตลาดค้าของทะเล
แต่ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ก็ได้ยินเสียงของหลี่ฉางหมิงดังขึ้น: “สวี่ลี่กั๋ว แบบนี้ไม่ได้นะ ตกลงกันไว้ว่าจะให้ค่าสินสอดหนึ่งพันหยวน ที่บ้านแกเอามาให้แค่เก้าร้อยยี่สิบแปดหยวนนี่หมายความว่ายังไง?”
“บอกให้รู้นะ ค่าสินสอดหนึ่งพันหยวน ขาดไปแม้แต่เฟินเดียวก็ไม่ได้! ไม่อย่างนั้น ฉันจะไปแจ้งความกับตำรวจ!”
สวี่เจี้ยนกั๋วที่เป็นลุงก็อยู่ด้วย จึงรีบเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม: “หลี่ฉางหมิง ใจเย็นๆ ก่อน เงินเก้าร้อยยี่สิบแปดหยวนนี่ใกล้จะครบพันแล้วนะ ขาดไปอีกแค่เจ็ดสิบกว่าหยวนเอง ลี่กั๋วเขาไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้ เรื่องนี้ผ่อนผันกันไม่ได้เหรอ”
หลี่อี้ซานก็มาตามสัญญาเมื่อวาน: “ใช่แล้ว หลี่ฉางหมิง เงินเก้าร้อยยี่สิบแปดหยวนก็นับว่าเป็นเงินก้อนโตมากแล้ว เงินที่เหลือเล็กน้อย ผ่อนผันกันไปก็ดีต่อทุกคนนะ นายวางใจเถอะ วันหลังยังไงก็หามาคืนนายครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน!”
“หึ เงินเจ็ดสิบกว่าหยวนนี่น่ะเหรอเงินเล็กน้อย? คนทั่วไปเก็บเงินเป็นปีถึงจะเก็บได้เยอะขนาดนั้น! พวกแกทุกคนเอาเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ อย่ามาดึงเช็ง!”
ในขณะนั้น หลี่ฉางหมิงนึกอะไรขึ้นมาได้: “จริงสิ สวี่โม่ล่ะ ทำไมไม่เห็นออกมา? เงินที่เหลือให้มันออกมาจ่ายให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
“เอ่อ... หลี่ฉางหมิง สวี่โม่เขาออกทะเลไปตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย!”
สวี่ลี่กั๋วชะเง้อมองออกไปข้างนอกด้วยความเป็นห่วง: “หลี่ฉางหมิง งั้นนายผ่อนผันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกเราจะไปตามสวี่โม่ให้เอง ให้เขาหาเงินมาจัดการให้เร็วที่สุด”
หลี่ฉางหมิงหัวเราะเยาะ: “สวี่ลี่กั๋ว เจ้าลูกตัวดีของแกน่ะ หนีคดีไปแล้วหรือเปล่า? กลัวจะโดนยิงเป้าเลยหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้วใช่ไหมล่ะ?”
สวี่ลี่กั๋วเริ่มโกรธ: “หลี่ฉางหมิง อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ สวี่โม่ไม่หนีหรอก เขาแค่ออกไปหาปลา วันนี้ต้องกลับมาแน่นอน”
ฉู่ซิ่วหลานเริ่มกังวลอย่างเห็นได้ชัด: “ลี่กั๋ว ลูกขับเรือยังไม่เป็นเลยนะ หรือว่าเขาจะเป็นอะไรไป? พวกเราไปตามหาเขากันเดี๋ยวนี้เลยเถอะ!”
สวี่ลี่กั๋วร้อนใจจนหน้าแดงก่ำ กุมเอวตัวเองไว้: “กำลังจะออกไปตามเสี่ยวโม่พอดี ก็ดันมาโดนหลี่ฉางหมิงขวางไว้นี่ไง! หลี่ฉางหมิง เรากำลังจะไปตามคน เงินที่เหลือขอผ่อนผันก่อนไม่ได้หรือไง?”
“หึ...” หลี่ฉางหมิงไม่สนหรอกว่าสวี่โม่จะหนีหรือจมน้ำตาย “สวี่ลี่กั๋ว จะให้ฉันผ่อนผันก็ได้นะ แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง บ้านแกต้องตกลง...”
เมื่อเห็นพ่อแม่กำลังจะออกมาตามหาตน สวี่โม่รีบคว้าถังและหยิบถุงปุ๋ยใบหนึ่งออกมาจากเรือ แล้วรีบก้าวเท้าเดินอย่างรวดเร็วไปยังตลาดค้าของทะเลทันที
ส่วนข้อแม้ของหลี่ฉางหมิงนั้น เขาไม่ได้คิดจะฟังต่อ
เขาเดินอย่างเร่งรีบ พยายามเลี่ยงผู้คนคุ้นเคยในหมู่บ้านให้มากที่สุด
ช่วงสองสามวันนี้ มีหลายคนที่รู้เรื่องราวของเขา สวี่โม่จึงพยายามเลี่ยงที่จะไม่เจอกับพวกชอบนินทา
โชคดีที่เขาเดินเร็วแถมยังมีถุงปุ๋ยบังหน้าไว้ ไม่กี่นาทีก็มาถึงตลาดค้าของทะเล
เขาหามุมมืดที่ไม่มีคนพลุกพล่าน แล้วส่งกระแสจิตย้ายปลากะพงเหลืองออกมาใส่ในถุงปุ๋ยและถังไม้
ในถุงปุ๋ยใส่ปลากะพงเหลืองได้สี่ตัวก็เต็มแล้ว ส่วนในถังไม้ ใส่ปลากะพงหนักสามสิบจินได้อีกหนึ่งตัว
พอเดินเข้ามาในตลาด จ้าวเป่ากังที่ตั้งแผงอยู่ริมสุดก็เห็นสวี่โม่เข้าพอดี: “เอ้า น้องชายเดี๋ยวสิ นี่นาย... จับปลากะพงตัวใหญ่ได้งั้นเหรอ!”
จ้าวเป่ากังหน้าหนาใช่ย่อย: “น้องชาย ปลากะพงตัวใหญ่ของนาย ขายให้พี่เถอะ!”
ชั่วขณะหนึ่ง สวี่โม่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดี
“เสี่ยวพ่าง ตามพี่มา จ้าวเป่ากังจะมาแย่งลูกค้าเราอีกแล้ว!”
จางเหว่ยเทาเรียกน้องชาย คว้ามีดเล่มหนึ่งรีบวิ่งมาที่แผงของจ้าวเป่ากัง
“พี่ครับ แย่งลูกค้าก็คือแย่งลูกค้า พี่จะตื่นเต้นอะไร พี่จะเอามีดไปทำไม!”
เสี่ยวพ่างนึกว่าจางเหว่ยเทาจะไปฟันจ้าวเป่ากัง หน้าซีดตัวสั่นด้วยความกลัว
“อ้อ... เออ จริงด้วยสิ ฉันจะเอามีดมาทำไม?” จางเหว่ยเทายัดมีดใส่มือเสี่ยวพ่าง “แกถือไว้ก่อน”
เสี่ยวพ่าง: “...”
“อาจ้าวเป่ากัง น้องสวี่โม่เป็นลูกค้าของผม อาทำแบบนี้มันโจ่งแจ้งไปหน่อยไหมครับ?”
จ้าวเป่ากังไม่ยอมลดละ: “หึ ใครมาขายของทะเลก็ขายให้ใครก็ได้ เขายังไม่ได้เซ็นสัญญาอะไรกับแกเลย นับว่าเป็นลูกค้าของแกได้ยังไง? จางเหว่ยเทา นี่แกวิ่งมาแย่งลูกค้าถึงแผงอาต่างหาก”
“ชิ คราวที่แล้วอาเองก็มาแย่งลูกค้าที่แผงผมเหมือนกัน!”
สวี่โม่โบกมือ: “ทั้งสองท่าน อย่าทะเลาะกันเลยครับ ผมบอกไปแล้วว่า ใครให้ราคาสูงกว่า ผมก็ขายให้คนนั้น เอางี้ไหม แข่งประมูลกันเลยดีกว่า?”
“นี่ปลากะพงเหลืองนะ!” จางเหว่ยเทากัดฟัน “พี่ให้สองหยวนแปดเหมาต่อจิน!”
“หึ แกให้สองหยวนแปดเหมา งั้นฉันให้สองหยวนเก้าเหมา!”
จ้าวเป่ากังไม่เพิ่มเยอะ แค่เพิ่มทีละหนึ่งเหมา
“งั้นฉันให้สามหยวน!”
“หึ ฉันสามหยวนหนึ่งเหมา”
“ฉันสามหยวนสองเหมา!” จางเหว่ยเทาสีหน้าเคร่งเครียด “ปลากะพงนี้เป็นปลาคุณภาพดี ตัวใหญ่มาก แต่สามหยวนสองเหมานี่คือราคาตลาดสูงสุดแล้วนะ”
“ฉันให้สามหยวนหกเหมา!” ไม่นึกเลยว่ารอบนี้จ้าวเป่ากังจะเพิ่มขึ้นถึงสี่เหมา!
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของจ้าวเป่ากัง จางเหว่ยเทาก็หน้ากระตุก: “เอาเถอะ ในเมื่ออาเอาจริง งั้นดีลนี้อาเอาไปเลย!”
จางเหว่ยเทาหันมามองสวี่โม่: “น้องชาย วันหลังมีของดีอีก ต้องเอามาขายพี่นะ! รับรองว่าพี่ให้ราคาสูงกว่า ถ้าคราวหน้ามันเสนอราคาไม่ได้เท่านี้อีกนะ”
สวี่โม่ไม่ได้พูดอะไรมาก เลือกขายให้จ้าวเป่ากังที่ให้ราคาสูงกว่า
การร่วมงานกันไม่มีใครกำหนดได้ว่าจะต้องร่วมงานกันไปตลอดชีวิต กฎก็คือใครให้ราคาสูงกว่าก็ขายให้คนนั้น!
“ฮ่าๆ ปลากะพงเหลืองห้าตัว หนักร้อยห้าสิบจินพอดี! น้องชาย นายเก่งจริงๆ!”
“สามหยวนหกเหมาต่อจิน รวมแล้วเป็นเงินสี่ร้อยแปดสิบหยวนครับ!”
จ้าวเป่ากังนับธนบัตรใบละสิบหยวนส่งให้สวี่โม่ สวี่โม่รับเงินมาแล้วรีบวิ่งกลับบ้าน
ด้วยนิสัยของหลี่ฉางหมิง ต้องหาเรื่องสร้างปัญหาขึ้นมาแน่ๆ ต้องรีบกลับไปดูให้เห็นกับตา!
[จบบท]