เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 140 ต่างฝ่ายต่างก็ทำเพื่อกันและกัน (ฟรี)

บทที่ 140 ต่างฝ่ายต่างก็ทำเพื่อกันและกัน (ฟรี)

บทที่ 140 ต่างฝ่ายต่างก็ทำเพื่อกันและกัน (ฟรี)


เซี่ยซูยังคงดื้อดึงยืนกรานคำเดิม ทำเอาหัวหน้าห้องร้อนรนจนนั่งไม่ติด

เซี่ยซูไม่ได้มีความสนใจที่จะเข้าร่วมเลยสักนิด พอเห็นว่าหัวหน้าห้องไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย เขาเลยใช้วิธีนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

ถ้าหัวหน้าห้องไม่พูดอะไร เขาก็จะก้มหน้าก้มตาวาดแบบแปลนต่อไป

ดูเหมือนหัวหน้าห้องจะเข้าตาจน หาคนมาลงแทนไม่ได้จริงๆ

เบื้องบนสั่งมาว่าให้พยายามหาคนที่รูปร่างหน้าตาดี หุ่นดี สูงยาวเข่าดี และบุคลิกภาพโดดเด่น...

ในคลาสของพวกเขาก็มีผู้หญิงหลายคนที่ตรงสเปก แต่โควตาผู้หญิงของสาขาโดนคลาสอื่นแย่งชิงไปจนเต็มหมดแล้ว

ส่วนผู้ชาย... ลำพังแค่จำนวนผู้ชายในคลาสนั้นก็มีน้อยอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าหน้าตาแย่กันหรอกนะ แต่ถ้าเอาไปเทียบกับเซี่ยซูแล้ว มันก็เทียบกันไม่ติดจริงๆ ทว่าเซี่ยซูกลับดึงดันไม่อยากเข้าร่วมซะงั้น

หัวหน้าห้องกำลังกลุ้มใจหนัก เขาหันไปมองเซี่ยซูที่จู่ๆ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นตอนไหนก็ไม่รู้ และเตรียมใจจะเอ่ยปากขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย

ถ้ามันยังดึงดันปฏิเสธอีก เขาก็คงต้องยอมแพ้ จะไปบังคับขืนใจให้ใครมาทำก็คงไม่ได้

แต่ทว่า เรื่องที่ทำเอาหัวหน้าห้องช็อกจนตาค้างก็คือ คราวนี้เซี่ยซูกลับนิ่งเงียบไปไม่กี่วินาที แล้วก็พยักหน้าตกลงเฉยเลย!

ไม่ใช่แค่หัวหน้าห้องที่อึ้งแดก แม้แต่ซูเชี่ยนอีที่นั่งอยู่ในแถวเดียวกันโดยมีทางเดินคั่นกลาง ก็ยังถึงกับอึ้งไปด้วย

ซูเชี่ยนอีแอบเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างหัวหน้าห้องกับเซี่ยซูมาตั้งแต่ต้น เธอเลยได้ยินที่เซี่ยซูยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อกี้ด้วย

เธอถูกเลือกให้เป็นคนถือป้ายนำขบวนของคณะ ถ้าเซี่ยซูยอมเข้าร่วมการแสดง งั้นพวกเขาก็จะได้ขึ้นไปยืนบนเวทีเดียวกันใช่ไหมล่ะ?

นั่นคือสิ่งที่เธอคิด แต่พอเห็นเซี่ยซูเอาแต่ปฏิเสธลูกเดียว ลึกๆ ในใจเธอก็แอบผิดหวังไปแล้ว ใครจะไปคิดล่ะว่าจู่ๆ เขาจะยอมเปลี่ยนใจตกลง!

นอกจากจะประหลาดใจแล้ว ในใจเธอก็แอบลิงโลดด้วยความดีใจ

งั้นพวกเรา... ก็จะได้ไปปรากฏตัวพร้อมกันในงานพิธีเปิดกีฬาสีปีนี้อีกครั้งสินะ

หัวหน้าห้องเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน พอได้สติปุ๊บ ด้วยความกลัวว่าเซี่ยซูจะเปลี่ยนใจ เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ส่งชื่อเซี่ยซูลงไปในกลุ่มทันที จากนั้นก็ดึงเซี่ยซูเข้ากลุ่มแชทย่อย ที่มีเฉพาะตัวแทนนักศึกษาที่ต้องแสดงพิธีเปิดและพวกอาจารย์ที่เกี่ยวข้องอยู่ข้างใน

หลังจากลากเข้ากลุ่มเสร็จสรรพ หัวหน้าห้องก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนไปก็ไม่ลืมตบไหล่เซี่ยซูป้าบๆ "ขอบใจมากเว้ยน้องรัก มีอะไรคืบหน้าเดี๋ยวแจ้งในกลุ่ม มึงก็คอยตามอ่านเอาละกัน มึงยุ่งอยู่ งั้นกูไปก่อนนะ"

เซี่ยซูยังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบ หัวหน้าห้องก็วิ่งแจ้นหนีหายไปซะแล้ว

เซี่ยซู: "..."

ในเมื่อหัวหน้าห้องไปแล้ว เซี่ยซูก็เลยกดเข้าไปดูข้อความในกลุ่มแชทนั้นก่อน

ในกลุ่มยังไม่มีใครคุยอะไรกัน และยังไม่มีประกาศอะไรแจ้งเตือน ตอนนี้เขาก็เลยยังไม่ต้องทำอะไร

เซี่ยซูจึงกดสลับกลับไปที่หน้าต่างแชทของหร่วนเนี่ยนซี แล้วพิมพ์ข้อความถามเธอไปว่า: [ทำไมคราวนี้เธอถึงยอมเป็นคนถือป้ายนำขบวนล่ะ]

อันที่จริง พวกเขาเพิ่งจะเริ่มคุยกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง

ตอนนั้น หัวหน้าห้องเอาแต่ตื๊อไม่เลิก เซี่ยซูก็เลยไม่มีสมาธิจะวาดแบบแปลนต่อ เขาเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแชทคุยกับหร่วนเนี่ยนซี และจังหวะนั้นเอง หร่วนเนี่ยนซีก็บอกเขาพอดีว่า เธอได้รับเลือกให้เป็นคนถือป้ายนำขบวนของคณะเธอ

ในเวลาเดียวกัน ทางฝั่งเขาก็โดนหัวหน้าห้องตื๊อถามว่าจะเข้าร่วมการแสดงไหม เขาเลยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถึงแม้เขากับหร่วนเนี่ยนซีจะอยู่คนละคณะ แต่พวกเขาก็สามารถไปปรากฏตัวในงานพิธีเปิดพร้อมกันได้นี่นา เขาเลยลังเลไปชั่วครู่ แล้วก็ยอมตอบตกลงไป

ตอนนี้หัวหน้าห้องไปแล้ว เขาก็เลยกลับมาคุยกับหร่วนเนี่ยนซีต่อ

ปกติแล้ว ตำแหน่งคนถือป้ายนำขบวนของแต่ละคณะ มักจะคัดเลือกจากผู้หญิงที่หน้าตาดี หุ่นดี และบุคลิกภาพโดดเด่น ซึ่งหร่วนเนี่ยนซีก็เพียบพร้อมและตรงสเปกทุกอย่าง การที่เธอจะถูกเลือกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่ในความทรงจำของเซี่ยซู เขาเหมือนจะไม่เคยเห็นหร่วนเนี่ยนซีรับหน้าที่นี้มาก่อนเลยนะ

เมื่อก่อนตอนที่ซูเชี่ยนอีถูกเรียกตัวไปซ้อมถือป้าย เขาก็เคยแวะไปดูหล่อนซ้อม ซึ่งในห้องซ้อมนั้น ก็มีตัวแทนถือป้ายจากทุกคณะในมหา'ลัยมารวมตัวซ้อมด้วยกัน แต่เขาไม่เคยเห็นหร่วนเนี่ยนซีอยู่ในนั้นเลยสักครั้ง...

ดังนั้น เขาจึงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า หร่วนเนี่ยนซีไม่เคยรับหน้าที่นี้มาก่อนแน่นอน

คราวนี้ พอได้ยินเธอบอกว่าจะเป็นคนถือป้าย เขาเลยสงสัยหนักมากว่าทำไมจู่ๆ เธอถึงอยากจะทำ

หร่วนเนี่ยนซี: [คราวนี้ฉันแค่อยากลองทำดูน่ะ นายไม่ชอบเหรอ? ถ้านายไม่ชอบ งั้นฉันไม่ทำก็ได้นะ ตอนนี้เปลี่ยนใจยังทันนะ พวกอาจารย์น่าจะยังพอหาคนอื่นมาแทนได้อยู่]

หร่วนเนี่ยนซีแอบประหม่าเล็กน้อย

ถึงแม้ก่อนหน้านี้ ทางคณะจะเสนอชื่อให้เธอเป็นคนถือป้ายมาตลอด แต่เธอก็ไม่เคยสนใจและปฏิเสธไปทุกครั้ง ทางคณะเลยต้องไปหาคนอื่นมาแทน

แต่คราวนี้ เธออยากจะลองทำดู

เหตุผลก็ง่ายๆ: ก็เพราะตอนนี้เธอไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปแล้ว เธออยากจะแสดงด้านที่ดีที่สุด ออร่าจับที่สุดของเธอให้เซี่ยซูได้เห็น

ถึงแม้เธอจะไม่แน่ใจว่าเซี่ยซูจะมองเห็นเธอในงานพิธีเปิดหรือเปล่าก็เถอะ...

เดี๋ยวทางเว็บไซต์หลักของมหา'ลัยก็น่าจะอัปลงคลิปวิดีโอแหละมั้ง ถ้าเขาไม่ได้เห็นเธอแบบตัวเป็นๆ หลังจากนั้นเธอค่อยไปหาคลิปมาเปิดให้เขาดูก็ได้นี่นา

เซี่ยซู: [เปล่าๆ! ไม่ใช่นะ! ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ หร่วนหร่วนของฉันออกจะสวยนางฟ้าขนาดนี้ จะต้องเหมาะกับการเป็นคนถือป้ายนำขบวนอยู่แล้วสิ เธอคือหน้าตาของคณะเลยนะ!]

เซี่ยซูกลัวว่าคำพูดพล่อยๆ ของเขาจะทำให้หร่วนเนี่ยนซีหมดอารมณ์และถอนตัวไม่ยอมทำ เขาเลยรีบรัวข้อความอวยยศและชมเธอชุดใหญ่

อีกอย่าง ที่เขายอมตกปากรับคำหัวหน้าห้องยอมเป็นตัวแทนคลาสไปแสดงโชว์ในงานพิธีเปิด ก็เพราะอยากจะไปอยู่ใกล้ๆ หร่วนเนี่ยนซีไม่ใช่หรือไง?

ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้อยู่คณะเดียวกัน หรือคลาสเดียวกัน แต่...

พวกเขาก็ได้ขึ้นไปยืนเฉิดฉายอยู่บนเวทีใหญ่เวทีเดียวกันนี่นา!

พวกเขาแชทคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนที่อาจารย์จะเริ่มสอนต่อ

เซี่ยซูเหลือบดูความเคลื่อนไหวในกลุ่มแชทแสดงโชว์ ก็พบว่ายังคงเงียบกริบ เขาเลยวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมาปั่นแบบแปลน CAD ในคอมพิวเตอร์ต่อ

ประสบการณ์การทำงานจากชาติก่อน ทำให้เขาวาดแบบแปลนพวกนี้ได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว งานที่สั่งนักศึกษาพวกนี้มันง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากสำหรับเขาชัดๆ

เขากำลังตั้งใจทำงาน ในขณะที่พวกลูกชายทรพีทั้งสามตัวของเขายังคงจมดิ่งอยู่ในความสุขของการได้แชทกับ 'แฟนสาวจำลอง' พอวาดแบบแปลนไปได้แค่ไม่กี่เส้น พวกมันก็หันกลับไปจิ้มโทรศัพท์คุยกับสาวต่อ

พอพวกมันหันมาเห็นความเร็วในการปั่นงานระดับเทพของเซี่ยซู พวกมันก็แทบอยากจะเอาถุงกระสอบมาคลุมหัวเขาแล้วรุมกระทืบให้รู้แล้วรู้รอด!

ไอ้หมาเอ๊ย! มึงกลายเป็น 'เทพเจ้าแห่งการปั่นงาน' ไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย!

ถึงสมาคมคนโสดจะล่มสลายไปแล้ว แต่สมาคมต่อต้านคนบ้างานเพิ่งจะถูกก่อตั้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เลยโว้ย!

ซูเชี่ยนอีลืมไปแล้วว่าตัวเองแอบลอบมองเซี่ยซูไปกี่รอบแล้ว ทุกครั้งเธอมักจะรีบชักสายตากลับอย่างรวดเร็ว แต่ลึกๆ ในใจ เธอก็หักห้ามใจไม่ให้หันไปมองเขาอีกไม่ได้อยู่ดี

เธออยากจะเอ่ยปากเรียกเขา อยากจะชวนเขาคุย แต่เธอก็รู้ดีว่าเขาคงจะเมินและไม่สนใจเธอแน่ๆ

ความรู้สึกนี้มันแย่ชะมัด

จู่ๆ ซูเชี่ยนอีก็หวนนึกถึงข้อความบนกระดาษโพสต์อิตเมื่อวานขึ้นมา อารมณ์ของเธอก็ดิ่งลงเหวทันที หัวใจว้าวุ่นและหงุดหงิดงุ่นง่านจนทนไม่ไหว สองมือที่วางอยู่บนคีย์บอร์ดก็เผลอรัวแป้นพิมพ์สะเปะสะปะระบายอารมณ์อย่างบ้าคลั่ง

แต่พอเธอสงบสติอารมณ์ลงได้ และเตรียมจะกลับมาวาดแบบแปลน CAD ต่อ เธอกลับพบว่าโปรแกรมมันรวนและค้างไปซะแล้ว

ขณะที่เธอกำลังร้อนรนลนลานทำอะไรไม่ถูก จู่ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

จริงสิ เซี่ยซูเคยบอกไว้นี่นา ว่าถ้ามีปัญหาเรื่องเรียน เธอสามารถไปถามเขาได้!

จบบทที่ บทที่ 140 ต่างฝ่ายต่างก็ทำเพื่อกันและกัน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว