- หน้าแรก
- เมื่อผมเลิกชอบคุณ ไฉนคุณถึงเพิ่งมาเสียดาย
- บทที่ 120 เวลานัดพบ (ฟรี)
บทที่ 120 เวลานัดพบ (ฟรี)
บทที่ 120 เวลานัดพบ (ฟรี)
เซี่ยซูคิดว่าพอเขาปฏิเสธไปแล้ว ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดี
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า เจี่ยนชิงจะส่งข้อความมาถามเขาอีกว่า : [หลานทำงานพาร์ตไทม์ที่ไหนจ๊ะ แล้วเลิกงานกี่โมง เดี๋ยวหลานเลิกงานแล้วเราค่อยเจอกันก็ได้]
เซี่ยซู : [ที่นั่นค่อนข้างอยู่ไกลน่ะครับ ห่างจากตัวเมืองพอสมควร อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ครับ]
คุณป้าเจี่ยน : [ไม่เป็นไรจ้ะ ขอแค่หลานตกลง ป้ามีเวลาถมเถไป]
เซี่ยซู : "......"
คราวนี้เขาไม่รู้จะตอบกลับยังไงดีเลยจริงๆ
คุณป้าเจี่ยนอุตส่าห์ทุ่มเทตื๊อมาขนาดนี้แล้ว ขืนเขาปฏิเสธไปอีก มันจะดูเสียมารยาทเกินไปไหมนะ?
นิ้วของเซี่ยซูชะงักค้างอยู่บนแป้นพิมพ์ พิมพ์อะไรไม่ออกอยู่นานสองนาน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หันไปถามหร่วนเนี่ยนซี "ให้ฉันไปเจอคุณป้าดีไหม"
ไม่ว่าคุณป้าเจี่ยนอยากจะเจอเขาด้วยเรื่องอะไร เขาก็รู้สึกว่าการไปพบผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ต่อให้ท่านจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาแล้ว เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี ยังไงซะความลับมันก็ปิดบังไปตลอดไม่ได้หรอก จริงไหม?
เซี่ยซูคิดแบบนี้ แต่หร่วนเนี่ยนซีกลับส่ายหน้ารัวๆ
เธอไม่ยอมตกลง
"ยังไงไม่ช้าก็เร็วก็ต้องไปเจอพ่อแม่ของเธออยู่ดีไม่ใช่เหรอ จะให้หลบซ่อนไปตลอดได้ยังไง อนาคตของเรายังอีกยาวไกลนะ"
หร่วนเนี่ยนซีเองก็เข้าใจเหตุผลข้อนี้ดี แต่...
เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายดายแบบนั้นเลยสักนิด!
เซี่ยซูมักจะคิดอยู่เสมอว่า ที่พ่อแม่ของเธออาจจะไม่เห็นด้วยที่พวกเขาคบกัน เป็นเพราะความแตกต่างเรื่องฐานะทางครอบครัว
แต่อันที่จริงแล้ว... เหตุผลทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวเธอเองต่างหาก...
คนแบบเธอน่ะ ใครๆ ก็หวาดกลัวและอยากอยู่ให้ห่าง แล้วใครจะอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอไปตลอดชีวิตล่ะ...
แต่เธอชอบเซี่ยซูมากเหลือเกิน เธอไม่กล้าบอกความจริงกับเขา เธอกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไป กลัวว่าเขาจะรังเกียจและเกลียดชังเธอ
เมื่อก่อน ตอนที่ยังมีฤทธิ์ยาช่วยกดอาการไว้ เธอยังพอทนได้ ทนที่จะไม่เจอหน้าเซี่ยซูเป็นเวลานานๆ ได้ และบางครั้งตอนที่เห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้น เธอก็ยังพอแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นได้ แต่ตอนนี้... เธอทำไม่ได้แล้ว...
ของบางอย่าง พอได้ครอบครองมาแล้ว เราก็จะยิ่งหวาดกลัวที่จะสูญเสียมันไป
ถ้าตอนนี้เซี่ยซูทิ้งเธอไปจริงๆ เธอต้องรับไม่ไหวแน่ๆ!
เพราะงั้น ไม่ได้เด็ดขาด!
ไม่มีทางเด็ดขาด!
เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น! คราวนี้เซี่ยซูเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเธอเองนะ!
ในเมื่อพวกเขาตกลงคบกันแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะแยกจากกันได้หรอก!
แต่ในสถานการณ์แบบนี้... นอกจากการหลบซ่อนแล้ว เธอก็ไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกัน
หร่วนเนี่ยนซีนิ่งเงียบ ลึกๆ ในใจเริ่มโทษตัวเองที่ไม่มีความสามารถพอ
ถ้าเธอเก่งกาจกว่านี้ ตอนนี้เธอคงไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องพวกนี้หรอก
เมื่อเห็นเธอเงียบไปพักใหญ่ เซี่ยซูก็รู้ตัวและเลิกพูดจาเซ้าซี้ต่อ
เขาลูบหลังศีรษะของหร่วนเนี่ยนซีเบาๆ แล้วเอ่ยปลอบโยนอย่างอ่อนโยน "โอเคๆ เมื่อกี้ฉันก็แค่พูดไปงั้นแหละ ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันไปเจอ ฉันก็จะไม่ไป ฉันจะเชื่อฟังเธอนะ เอาไว้รอให้เธอพร้อมเมื่อไหร่ เราค่อยว่ากันอีกทีละกัน"
ระหว่างที่พูด เขาก็ก้มหน้าพิมพ์ข้อความตอบกลับไป งัดสารพัดข้ออ้างมาปฏิเสธอย่างสุภาพ ทั้งบอกว่างานพาร์ตไทม์เลิกดึก สถานที่ก็อยู่ไกล แถมยังเรียกรถยากอีก
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาว่า : [ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวป้าขับรถไปหาหลานเอง แล้วเดี๋ยวตอนกลับป้าก็ขับรถไปส่งหลานด้วยเลย]
เซี่ยซู : "......"
นี่สรุปว่ายังไงก็ต้องเจอหน้ากันให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย?
เซี่ยซูลองหยั่งเชิงส่งข้อความไปอีกรอบ : [คุณป้าเจี่ยนครับ มีเรื่องอะไรที่เราคุยกันทางโทรศัพท์ไม่ได้หรือเปล่าครับ ทั้งส่งข้อความ โทรคุย หรือวิดีโอคอล มันก็สะดวกดีออกนะครับ]
คุณป้าเจี่ยน : [เรื่องบางเรื่อง ป้าคิดว่าคุยกันต่อหน้ามันน่าจะดีกว่าน่ะจ้ะ]
เซี่ยซูขมวดคิ้ว มองหน้าต่างแชทด้วยความสงสัย ตั้งใจจะพิมพ์ถามต่อว่าตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ แต่อีกฝ่ายดันเปลี่ยนเรื่องมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบในชีวิตประจำวันของเขาซะงั้น เซี่ยซูเลยต้องไหลตามน้ำและคุยสัพเพเหระตอบกลับไปสองสามประโยค
คุยกันได้สักพัก จู่ๆ เจี่ยนชิงก็วกกลับเข้าประเด็น : [ช่วงนี้หลานกับเนี่ยนซีได้ติดต่อกันบ้างไหมจ๊ะ]
เซี่ยซู : "......"
ที่แท้ คุณป้าเจี่ยนดึงดันจะมาเจอเขาให้ได้ ก็เพราะท่านรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาแล้วสินะ?
กะจะมาปรับทัศนคติและทำสงครามประสาทกับเขาสิท่า?
อ้อ ก็มีเหตุผลอยู่นะ การปรับทัศนคติผ่านหน้าจอมันคงจะไม่ได้อรรถรสเท่าไหร่
แต่ในเมื่อรู้อยู่เต็มอก แล้วจะมาแกล้งถามทำไมว่าติดต่อกันบ้างไหม?
นี่มันถามในสิ่งที่รู้คำตอบอยู่แล้วชัดๆ!
ท้ายที่สุด เซี่ยซูก็ตอบคำถามไปตามความจริงว่าช่วงนี้พวกเขาติดต่อกันอยู่ แต่ก็ตอบไปแค่นั้น ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขาจับมือ กอดกัน หรือออกไปเดตกัน เขาปิดปากเงียบสนิทไม่ปริปากบอกเลยสักคำ
เขาคิดว่าเจี่ยนชิงคงจะขุดคุ้ยเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องราวในแต่ละวันของเขากับหร่วนเนี่ยนซีต่อ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า จู่ๆ หล่อนก็เปลี่ยนไปถามไถ่เรื่องสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจของหร่วนเนี่ยนซี เหมือนที่เคยทำก่อนหน้านี้แทน
ถามว่าเธอมีอาการผิดปกติอะไรไหม สุขภาพแข็งแรงดีหรือเปล่า เขาเคยเห็นเธอกินยาบ้างไหม...
คำถามพวกนี้ทำเอาเซี่ยซูถึงกับอึ้งไปเลย ถึงจะงุนงง แต่เขาก็ตอบไปตามความจริงว่าไม่เคยเห็น และยืนยันว่าการใช้ชีวิตของหร่วนเนี่ยนซีตอนอยู่กับเขานั้นปกติดีทุกอย่าง
หลังจากตอบเสร็จ เขาก็หันไปมองหร่วนเนี่ยนซี ที่กำลังชะโงกหน้าเข้ามาดูเขาพิมพ์แชทอยู่
เขารู้อยู่แล้วว่าเธอกำลังแอบดู แต่ก็ไม่ได้มีความลับอะไรต้องปิดบัง เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไร
เขาแค่มองเธอด้วยความสับสน และเอ่ยถามด้วยความสงสัย "เมื่อก่อนเธอเคยป่วยเหรอ ทำไมคุณป้าเจี่ยนดูเป็นห่วงเธอจังเลยล่ะ"
ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับหร่วนเนี่ยนซี ทุกอย่างในตัวเธอดูเป็นปกติมาก เขาไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าเธอมีอาการป่วย แต่เมื่อกี้คุณป้าเจี่ยนก็เพิ่งจะถามเขาว่า เคยเห็นหร่วนเนี่ยนซีกินยาบ้างไหม...
นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอมีโรคประจำตัวอะไรหรอกเหรอ?
แต่ช่วงนี้เขาก็เห็นว่าหร่วนเนี่ยนซีปกติดีทุกอย่าง เขาเลยคิดว่าเธอน่าจะเคยป่วยหนักมาก่อนหน้านี้ หรือไม่ก็ช่วงก่อนที่พวกเขาจะกลับมาเจอกัน พ่อแม่ของเธอถึงได้เป็นห่วงขนาดนั้น
หร่วนเนี่ยนซีนั่งดูเซี่ยซูคุยแชทมาตั้งแต่ต้น
แน่นอนว่าเธอเห็นเนื้อหาการสนทนาก่อนหน้านี้ทั้งหมด และพอเห็นคุณแม่ทักมาถามเซี่ยซูเรื่องของเธอ สีหน้าของเธอก็บูดบึ้งขึ้นมาทันที
แต่เธอก็ดูออกว่าคุณแม่ใช้วิธีหลอกถามอย่างแนบเนียน เซี่ยซูเลยไม่ได้เอะใจอะไร และคนปกติทั่วไปก็คงไม่คิดไปไกลถึงเรื่องอาการป่วยของเธอหรอก
พอเซี่ยซูหันมาถาม เธอจะปฏิเสธไปเลยก็คงไม่ได้ เธอเลยยอมรับไปแบบอ้อมๆ
อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถบอกความจริงทั้งหมดกับเขาได้ เธอเลยพยักหน้าเบาๆ ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วตอบว่า "ก็น่าจะใช่นะ ฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอะไรหรอก แต่พวกท่านแค่ชอบเป็นห่วงเกินเหตุไปเองนั่นแหละ"
"เฮ้อ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็แบบนี้แหละ เมื่อก่อนตอนที่ฉันป่วยก็เป็นเหมือนกัน ขนาดหายดีแล้ว พวกท่านก็ยังชอบมาคอยถามว่าเจ็บตรงนู้นไหม ปวดตรงนี้หรือเปล่าอยู่บ่อยๆ เลย"
เซี่ยซูตอบกลับยิ้มๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไปพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ต่อ
เมื่อเจี่ยนชิงที่อยู่ปลายสายรู้จากปากเซี่ยซูว่าหร่วนเนี่ยนซีปกติดีทุกอย่าง หล่อนก็วกกลับเข้าประเด็นเดิมทันที : [หลานทำงานพาร์ตไทม์ที่ไหนจ๊ะ พรุ่งนี้เดี๋ยวป้าขับรถไปหา]
เซี่ยซู : "......"
หัวข้อนี้ยังไม่จบอีกเหรอเนี่ย?
เขานึกว่าหล่อนจะถอดใจเลิกถามไปแล้วซะอีก
เซี่ยซูถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พยายามเค้นสมองหาคำปฏิเสธ
เขางัดข้ออ้างมาใช้จนหมดแม็กแล้ว ตอนนี้เขาเริ่มจะหมดมุกแล้วสิ...
ขณะที่นิ้วของเขากำลังชะงักค้างอยู่บนแป้นพิมพ์ หร่วนเนี่ยนซีก็เอื้อมมือมาดึงโทรศัพท์ของเขาไป แล้วจัดการพิมพ์ข้อความส่งไปแทนเขาว่า : [งั้นเราไปเจอกันที่มหา'ลัยก็แล้วกันครับ]