- หน้าแรก
- เมื่อผมเลิกชอบคุณ ไฉนคุณถึงเพิ่งมาเสียดาย
- บทที่ 110 เรียนจบแล้วก็แต่งงาน (ฟรี)
บทที่ 110 เรียนจบแล้วก็แต่งงาน (ฟรี)
บทที่ 110 เรียนจบแล้วก็แต่งงาน (ฟรี)
รอบๆ ตัวพวกเขาไม่มีคนอื่นอยู่เลย
หร่วนเนี่ยนซีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขยับเปลี่ยนท่านั่งเล็กน้อย แล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไว้บนตักของเซี่ยซู
เซี่ยซูก้มหน้าลง สองมือค่อยๆ บีบนวดคลึงไปตามเรียวขาของเธออย่างเบามือ
นับว่าโชคดีที่ก่อนหน้านี้ตอนเลือกซื้อเสื้อคู่ เขาปัดตกพวกชุดคู่ที่เป็นกระโปรงทิ้งไปจนหมด ไม่อย่างนั้น ตอนนี้เขาคงไม่กล้าทำแบบนี้แน่ๆ
ตอนนี้ หร่วนเนี่ยนซีสวมกางเกงขาสั้น
ความยาวของกางเกงอยู่ที่ระดับกลางต้นขา ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป
ถึงแม้ต้นขาขาวเนียนของเธอจะโผล่พ้นกางเกงออกมาให้เห็นกว่าครึ่ง แต่มือของเซี่ยซูก็วนเวียนอยู่แค่บริเวณน่องของเธอเท่านั้น
เขาไม่ได้ฉวยโอกาสทำอะไรล่วงเกิน และก้มหน้าก้มตาตั้งใจบีบนวดคลึงน่องให้เธออย่างซื่อสัตย์ตลอดเวลา
พอนวดข้างหนึ่งเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นย้ายไปนั่งอีกฝั่ง แล้วใช้วิธีและน้ำหนักมือแบบเดียวกันเป๊ะในการนวดขาอีกข้างให้เธอ
ระหว่างนี้ ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา
จนกระทั่งใกล้จะนวดเสร็จ เซี่ยซูก็เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา "เมื่อก่อน... เธอกินข้าวตรงเวลาบ้างหรือเปล่าเนี่ย"
"หืม?"
"ผอมเกินไปแล้วนะ"
"......"
หร่วนเนี่ยนซีดูเป็นคนรูปร่างผอมบางอยู่แล้ว ซึ่งเขาก็สัมผัสได้ถึงความบอบบางนั้นชัดเจนเวลาที่เขาจับมือหรือโอบเอวเธอ
แต่วันนี้ ตอนที่เขาบีบนวดขาให้เธอ...
น่องของเธอเล็กจนเขาสามารถกำรอบได้ด้วยมือเดียวซะด้วยซ้ำ...
ถึงแม้เขาจะเคยคิดเรื่องรูปร่างที่ผอมบางของเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่พอวันนี้ได้มาสัมผัสเรียวขาของเธอจริงๆ เขาก็ยังแอบตกใจอยู่ดี
เขารู้ว่าบนโลกนี้มีผู้หญิงที่ผอมบางร่างเล็กแบบนี้อยู่เยอะแยะ แต่ในเมื่อตอนนี้คนคนนั้นคือหร่วนเนี่ยนซี เขาย่อมต้องใส่ใจและเป็นห่วงเธอมากเป็นพิเศษ
ทีแรกหร่วนเนี่ยนซีกำลังมองหน้าเขาอยู่ แต่พอเจอคำถามนี้ เธอก็เสมองไปทางอื่น แล้วตอบอ้อมแอ้มว่า "ช่วงหลายวันมานี้ ฉันก็กินข้าวเยอะขึ้นแล้วนะ"
"แล้วเมื่อก่อนล่ะ"
เซี่ยซูเลิกคิ้วถามพลางจ้องหน้าเธอเขม็ง
"เมื่อก่อนก็กินแบบนี้แหละ"
ปากก็ตอบไปแบบนั้น แต่เธอกลับไม่ยอมหันมาสบตาเขาเลยสักนิด
เธอมองเห็นจากหางตาว่าเซี่ยซูกำลังจ้องเธออยู่ แต่เธอก็ยังดื้อดึงไม่ยอมหันหน้าไปมองเขาอยู่ดี
เซี่ยซูจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงไปตั้งใจนวดขาให้เธอต่อ
เมื่อหร่วนเนี่ยนซีแอบชำเลืองมองจากหางตาและเห็นดังนั้น เธอก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เมื่อก่อนน่ะเหรอ...
เธอไม่รู้จะตอบคำถามเขายังไงดีเหมือนกัน
ตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกว่ามีความผิดปกติอะไร แต่คุณพ่อคุณแม่มักจะถามเธอเสมอว่าเบื่ออาหารหรือเปล่า ส่วนเพื่อนร่วมห้องก็ชอบถามว่าเธอกำลังไดเอตลดน้ำหนักอยู่หรือเปล่า
ซึ่งเธอไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลย
เธอแค่กินตอนที่รู้สึกหิว และบางครั้งถ้ามีเรื่องยุ่งๆ เธอก็แค่ลืมกินข้าวไปบ้าง
คนส่วนใหญ่เขาก็เป็นแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?
เธอไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
อย่างไรก็ตาม เธอก็พอจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความแตกต่างจากคนทั่วไป
สิ่งที่เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ในสายตาคนอื่นมันอาจจะไม่ปกติก็ได้
เธอแอบกังวลว่าจะเผลอพูดอะไรผิดหูตอนอยู่ต่อหน้าเซี่ยซู และไม่อยากทำให้เขาต้องเป็นห่วง เธอเลยเลือกที่จะปิดปากเงียบ
เซี่ยซูเองก็ไม่ได้เซ้าซี้ซักถามอะไรต่อ
บนโลกนี้ก็มีบางคนที่มีระบบเผาผลาญดี กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนอยู่แล้วนี่นา
เขาไม่สามารถเอามาตรฐานของตัวเองไปวัดกับหร่วนเนี่ยนซีได้ ดังนั้นเขาจึงไม่สิทธิ์ไปก้าวก่ายหรือพูดอะไร
เขาไม่รู้หรอกว่าเมื่อก่อนพฤติกรรมการกินของเธอเป็นยังไง แต่จากนี้ไป เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องอดมื้อกินมื้อหรือผอมโซแบบนี้อีกเด็ดขาด
จากนี้ไป เขาจะงัดสกิลทำอาหารทั้งสิบแปดกระบวนท่ามาขุนแฟนสาวให้จ้ำม่ำไปเลยดีไหมนะ?
รู้ไหมว่า เด็กผู้ชายในเมืองซูมักจะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ ว่า 'ถ้าทำอาหารไม่เป็น โตไปจะหาเมียไม่ได้นะลูก'
เขาน่ะทำอาหารเก่งระดับมาสเตอร์เชฟ แถมตอนนี้ก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย เหลือก็แค่รอให้เรียนจบแล้วก็แต่งงานกันเท่านั้นแหละ
เมื่อนึกถึงอนาคตอันแสนหวาน มุมปากของเซี่ยซูก็ยกยื่นขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
ใครจะไปห้ามใจไม่ให้วาดฝันถึงอนาคตที่มีเธออยู่ด้วยได้ล่ะ
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองคนอีกครั้ง
หร่วนเนี่ยนซีพาดขาข้างหนึ่งไว้บนตักของเซี่ยซู แขนข้างหนึ่งค้ำยันไปด้านหลังเพื่อพยุงตัว นั่งหลับตาพริ้มรับบริการนวดขาสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างสบายอารมณ์
เซี่ยซูเอาแต่ก้มหน้าก้มตานวด เธอเลยมองเห็นเสี้ยวหน้าของเขาไม่ถนัดนัก เธอจึงเลื่อนสายตาไปมองจุกแอปเปิลมินิที่เธอมัดไว้บนหัวเขาเมื่อกี้แทน
บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขามัวแต่เล่นสนุกกันมาตลอดทาง ประกอบกับผมของเขาก็ไม่ได้ยาวมากนัก จุกผมบนหัวของเขาเลยเริ่มหลุดลุ่ยและคลายตัวออก
หร่วนเนี่ยนซียกมือขึ้นคลำๆ มวยผมของตัวเอง ซึ่งมันก็ยังคงอยู่ทรงแน่นเป๊ะ ไม่หลุดลุ่ยเลยสักนิด
จากนั้น เธอก็เอื้อมมือไปช่วยจัดทรงผมให้เขาใหม่
เธอปลดหนังยางออก รวบปอยผมที่หลุดรุ่ยเข้ามารวมกันเป็นกำเล็กๆ ค่อยๆ ม้วนผมสั้นๆ ของเขาอย่างเบามือ แล้วก็รัดด้วยหนังยางจนแน่นสนิท
เมื่อเซี่ยซูสัมผัสได้ว่าหร่วนเนี่ยนซีกำลังง่วนอยู่กับการจัดทรงผมให้เขา เขาก็รีบก้มหัวลงและเอียงคอไปทางเธอเล็กน้อย เพื่อให้เธอทำได้ถนัดขึ้น
ต่อมา เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าเธอจัดการเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะผละมือออก เขาก็รีบหันขวับกลับมาหาเธอ และตั้งใจจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มใสของเธอก่อนที่เธอจะถอยห่าง
แต่ทว่า ด้วยความที่หร่วนเนี่ยนซีต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อมัดผมให้เขา ปลายคางของเธอเลยยังไม่ได้ลดระดับลงมาอยู่ในตำแหน่งปกติ ดังนั้น เซี่ยซูที่เล็งเป้าหมายไว้ที่พวงแก้ม ดันกะพลาดไปจุ๊บเข้าที่มุมปากของเธออย่างจัง
หร่วนเนี่ยนซีชะงักงันไปในทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ก่อนหน้านี้ เซี่ยซูเคยจุ๊บแค่ปลายนิ้ว หลังมือ หรืออย่างมากก็แค่หน้าผากของเธอเท่านั้น
แต่เมื่อกี้เขา... เขา!!
(*ノ▽ノ)
หลังจากหายช็อก หร่วนเนี่ยนซีก็หันขวับหนีไปทางอื่น ใบหน้าแดงเถือกลามไปจนถึงใบหู ไม่กล้าหันมามองหน้าเขาอีกเลย
อันที่จริง เซี่ยซูเองก็อึ้งไปเหมือนกัน
เขาไม่ได้ตั้งใจจะฉวยโอกาสเลยจริงๆ นะ
เขาแค่ตั้งใจจะหอมแก้มเธอฟอดใหญ่เฉยๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าเธอยังคงเงยหน้าค้างอยู่แบบนั้น
ตอนนี้ หร่วนเนี่ยนซีเอาแต่หันหน้าหนีและไม่ยอมปริปากพูดอะไรกับเขาเลย เธอคงไม่ได้โกรธเขาหรอกใช่ไหม?
หัวใจที่เต้นรัวด้วยความประหม่าของเขาค่อยๆ สงบลงเล็กน้อย
หลังจากกระแอมไอเบาๆ เขาก็ก้มหน้าก้มตานวดขาให้เธอต่อไป
ไม่กี่นาทีต่อมา หร่วนเนี่ยนซีกระถดตัวดึงขาออกจากตักของเซี่ยซู แต่เธอก็ยังไม่กล้าหันมาสบตาเขาอยู่ดี
เหตุการณ์เมื่อกี้ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเธอราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
อีกแค่นิดเดียว... มันก็เกือบจะ...
จากมุมมองของเซี่ยซู เขามองเห็นหลังใบหูของเธอที่ยังคงแดงระเรื่ออยู่อย่างชัดเจน
เขาไม่ได้พยายามจะแหย่หรือแกล้งให้เธอเขินไปมากกว่านี้
แต่เขาเลือกที่จะหันไปมองรอบๆ เพื่อหาดูว่ามีอะไรน่าสนใจให้เล่นอีกไหม จะได้ดึงดูดความสนใจของเธอ และทำให้เธอเลิกประหม่าสักที
เขาไม่เห็นเครื่องเล่นอะไรน่าสนใจเลย แต่สายตากลับไปสะดุดเข้ากับซุ้มขายแตงโม
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอากาศเริ่มร้อน การได้กินแตงโมเย็นๆ หวานชื่นใจสักชิ้นน่าจะช่วยดับร้อนได้ดี เขาเลยจูงมือหร่วนเนี่ยนซีเดินตรงดิ่งไปที่ซุ้มนั้นทันที
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ย้ายมานั่งพักตากแอร์ในโซนพักผ่อนร่มรื่น แต่ละคนถือช้อนคันเล็กๆ แล้วเริ่มลงมือกินแตงโมผ่าครึ่งซีก
เขาว่ากันว่า ส่วนที่หวานและอร่อยที่สุดของแตงโม ก็คือตรงกลางสุด เซี่ยซูเลยจัดการตักเนื้อแตงโมชิ้นโตตรงกลางสุด ยื่นไปป้อนให้หร่วนเนี่ยนซี
ทีแรกหร่วนเนี่ยนซียังไม่ได้คิดอะไรมาก
เธอคิดแค่ว่าเซี่ยซูอยากจะให้เธอกินก่อน แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็อยากจะแบ่งปันความอร่อยนี้กับเขาด้วย
เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ยอมอ้าปากงับ เซี่ยซูก็เลยจัดการใช้ช้อนตักเนื้อแตงโม แล้วป้อนเข้าปากเธอด้วยตัวเองซะเลย
ในเมื่อเซี่ยซูเล่นเป็นฝ่ายรุกหนักขนาดนี้ หร่วนเนี่ยนซีจะกล้าปฏิเสธได้ยังไง ท้ายที่สุด เธอก็ต้องยอมอ้าปากรับแตงโมชิ้นนั้นเข้าปากไปตามความต้องการของเขา
หลังจากนั้น ความคันไม้คันมืออยากจะขิงชาวบ้านของเซี่ยซูก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แล้วโพสต์อัปเดตลงโมเมนต์ทันที: [คำที่หวานที่สุดในชีวิต ผมยกให้เธอคนนี้หมดแล้ว]
หลิวผิง: [มึงยังไม่หยุดอีกเหรอวะเนี่ย!]
จ้าวหลิน: [ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้วนะเว้ย
ก่อนนอนคืนนี้ มึงอย่าลืมปิดฝาโลงให้มิดชิดล่ะ]
หลี่ต๋า: [บางทีกูอาจจะคิดถึงมึงมากเกินไป จนมองเห็นหมาข้างถนนเป็นหน้ามึงไปหมดแล้ว
กูล่ะอยากจะเดินเข้าไปเตะเสยคางมันสักสองสามป้าบจริงๆ]
เพื่อนร่วมคลาส A: [ก็แค่มีแฟนปะวะ
มึงจะขิงอะไรนักหนา?
ชีวิตกูประสบความสำเร็จกว่ามึงตั้งเยอะ โอเคปะ?
กูเกิดปี 2000 ยังเรียนไม่จบ มีบ้าน 2 หลัง มีรถเบนซ์ขับ มีเงินเก็บในบัญชี 3 ล้านกว่า มีแฟนอายุ 68 แถมยังมีลูกทูนหัวที่อายุมากกว่ากูตั้ง 20 ปีอีก
กูยังไม่เห็นจะเอามาโพสต์ขิงใครเลย
แล้วมึงมีอะไรมาขิงกูฮะ?]