- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 28: แผนการของฉู่เซิง...ปลุกคลื่นสัตว์อสูรถล่มป่า?
บทที่ 28: แผนการของฉู่เซิง...ปลุกคลื่นสัตว์อสูรถล่มป่า?
บทที่ 28: แผนการของฉู่เซิง...ปลุกคลื่นสัตว์อสูรถล่มป่า?
บทที่ 28: แผนการของฉู่เซิง...ปลุกคลื่นสัตว์อสูรถล่มป่า?
อีกฝ่ายคือทีมหัวกะทิที่มีผู้ใช้สัตว์อสูรระดับเจ็ดเป็นผู้นำเชียวนะ!
เมื่อต้องเผชิญกับความห่างชั้นของพลังที่แท้จริง แผนการตื้นเขินใดๆ ก็ล้วนไร้ค่า!
เจ้ายุงบ้านี่...คงไม่ได้สติแตกเพราะความโลภจนเสียสติไปแล้วใช่ไหม?
แต่ทว่า...
ไม่รู้ทำไม เมื่อได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาประกอบคู่นั้นของฉู่เซิง นางกลับเห็นประกายแสงบางอย่างวูบวาบอยู่ภายใน...มันคือแสงแห่ง 'ปัญญา' และ 'ความมั่นใจ'
หัวใจที่ดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวเมื่อครู่ จู่ๆ ก็มีประกายความหวังเล็กๆ จุดติดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เจ้านี่...ตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอกัน ก็สร้างปาฏิหาริย์มาตลอดไม่ใช่หรือ?
บางที...ครั้งนี้เขาอาจจะทำได้จริงๆ ก็ได้...
เอาเถอะ! ลองเสี่ยงดูสักตั้ง ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่!
กู่เยว่ซีกัดฟันกรอด ตัดสินใจเดิมพันข้างเขาอีกครั้ง!
เมื่อเห็นว่าจักรพรรดินีสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว ฉู่เซิงก็รีบดึงสมาธิกลับมาที่หน้าต่างระบบของตัวเองทันที
[โฮสต์: ฉู่เซิง]
[เผ่าพันธุ์: ยุงโลหิตปีกดาบ]
[อายุขัย: 93 วัน]
[พลังเลือด: 101.3]
[พลังจิต: 10.2]
[แต้มวิวัฒนาการ: 16.1]
[ระดับขั้น: สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต้น]
[สกิล: เข็มเจาะเกราะ Lv.3, เเกะรอยโลหิต Lv.2, มิติเผ่าแมลง Lv.3, ปีกดาบวายุ Lv.2]
[คำแนะนำ: สามารถเริ่มการวิวัฒนาการครั้งที่สามได้! ต้องใช้แต้มวิวัฒนาการ 10 แต้ม ระยะเวลาวิวัฒนาการโดยประมาณ 10 ชั่วโมง!]
“แต้มวิวัฒนาการ 16.1 แต้ม...เหลือเฟือ!”
ดวงตาของฉู่เซิงเป็นประกายวาวโรจน์ เขาออกคำสั่งกับระบบในใจโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ระบบ! อัปเกรดสกิล [เเกะรอยโลหิต] ให้ข้าที!”
[ติ๊ง! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 5 แต้ม อัปเกรด ‘เเกะรอยโลหิต Lv.2’ เป็น ‘เเกะรอยโลหิต Lv.3’!]
[เเกะรอยโลหิต Lv.3: ในรัศมีแปดร้อยเมตร โฮสต์สามารถรับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดทุกชนิด! ความแม่นยำในการรับรู้เพิ่มขึ้นอย่างมาก!]
“แปดร้อยเมตร...ก็ถือว่าใช้ได้!”
ฉู่เซิงพยักหน้าเบาๆ ระยะทางขนาดนี้ เพียงพอแล้วสำหรับแผนการอันยิ่งใหญ่ของเขา!
เขาเร่งพลังสกิลที่เพิ่งอัปเกรดจนถึงขีดสุด ทันใดนั้น แผนที่สัญญาณชีพในรัศมีแปดร้อยเมตรก็ปรากฏขึ้นในหัวอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าเดิม
จากนั้น เขาใช้กระแสจิตสั่งการ ปลดปล่อยยุงตัวจิ๋วขนาดเท่าเมล็ดงาจำนวนสามสิบตัวออกมาจาก [มิติเผ่าแมลง] อย่างเงียบเชียบ
อืม...ใช่แล้ว มันคือยุงธรรมดาๆ ตัวจิ๋วที่กัดเจ็บคันคะเยอนั่นแหละ!
“ไป!”
ภายใต้การควบคุมอย่างละเอียดลออ ยุงจิ๋วทั้งสามสิบตัวอาศัยพงหญ้าและก้อนหินเป็นที่กำบัง บินอ้อมผ่านแนวป้องกันของหน่วยเขี้ยวเงา แล้วลอบเข้าไปในหุบเขาได้อย่างไร้ร่องรอย
สมาชิกหน่วยเขี้ยวเงาแม้จะเป็นยอดฝีมือที่เปี่ยมประสบการณ์ แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าจะมีคนใช้วิธีแทรกซึมที่พิสดารพันลึกขนาดนี้?
สมาธิของพวกเขาจดจ่ออยู่กับการระวังสัตว์อสูรขนาดใหญ่หรือจอมยุทธ์ที่เป็นมนุษย์ สำหรับยุงตัวเล็กๆ ที่ใหญ่กว่าฝุ่นผงนิดเดียว พวกเขาไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ
ไม่นานนัก ยุงจิ๋วทั้งสามสิบตัวก็บินลึกเข้าไปถึงใจกลางหุบเขา และพบกับแม่สิงโตปีกเพลิงอัสนีที่กำลังนอนหายใจรวยริน
พวกมันไม่ได้เข้าไปดูดเลือด แต่ค่อยๆ ร่อนลงไปแตะที่เลือดสดๆ ซึ่งไหลนองออกมาจากบาดแผลของแม่สิงโตอย่างระมัดระวัง ให้เลือดเหล่านั้นชุบย้อมลำตัวจนชุ่มโชก จากนั้น...
ฉู่เซิงส่งกระแสจิตวูบหนึ่ง!
ยุงจิ๋วสามสิบตัวที่อาบไปด้วยเลือดของสัตว์อสูรระดับแปด ถูกเรียกเก็บกลับเข้าสู่มิติในพริบตา!
กู่เยว่ซีที่แอบอยู่หลังก้อนหิน มองเห็นกระบวนการทั้งหมดผ่านการเชื่อมต่อทางจิต เจ้าถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
“เจ้า...ทำแบบนี้เพื่ออะไร?” นางถามในใจด้วยความมึนงง
“จะใช้วิธีนี้ขโมยเลือดงั้นเหรอ? ประสิทธิภาพมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไปไหม? ต่อให้ขโมยสักปี ก็คงได้เลือดมาไม่เท่าไหร่หรอก!”
ได้ยินความคิดอันแสนไร้เดียงสาของจักรพรรดินี ฉู่เซิงแทบจะหลุดขำ
“หึ่ง หึ่ง หึ่ง! (มองโลกแคบไปหน่อยนะ? ใครบอกว่าข้าจะขโมยเลือด?)”
เขาส่งกระแสจิตตอบกลับไปด้วยความลำพองใจ
“หึ่ง! (เจ้ารออยู่นี่ ห้ามไปไหน ข้าจะรีบไปรีบกลับ!)”
พูดจบ ไม่รอให้กู่เยว่ซีทักท้วง ฉู่เซิงก็กระพือปีก ร่างกายกลายเป็นเงาสีดำจางๆ บินเลัดเลาะไปตามพื้นดิน มุ่งหน้าออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับหุบเขา แล้วหายลับไปในเงามืดอย่างเงียบเชียบ
“เดี๋ยว! เจ้า...”
กู่เยว่ซีตกใจแทบสิ้นสติ กำลังจะเอ่ยปากห้าม แต่ก็รีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ทัน
นางทำได้แค่มองส่งร่างของฉู่เซิงที่กลืนหายไปกับป่าทึบ หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดวิตก
อันตรายจะตายไป!
เจ้าเป็นแค่สัตว์อสูรระดับหนึ่ง จะไปบินร่อนไปร่อนมาในป่าทมิฬส่วนลึกที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายแบบนี้...นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
ถ้าเจ้าตายไป แล้วข้าจะทำยังไง?!
กู่เยว่ซีทั้งโกรธทั้งร้อนใจ แต่ก็ไม่กล้าผลีผลามขยับตัว ทำได้เพียงหมอบนิ่งอยู่หลังก้อนหิน รอคอยอย่างกระวนกระวาย โดยไม่รู้เลยว่าฉู่เซิงกำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่!
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความทรมานของการรอคอย
หนึ่งชั่วโมง...
สองชั่วโมง...
ผ่านไปห้าชั่วโมงแล้ว
ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท บรรยากาศในป่ายิ่งดูวังเวงน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก
ภายในหุบเขา ลมหายใจของแม่สิงโตปีกเพลิงอัสนีเริ่มแผ่วเบาจนแทบจับสัมผัสไม่ได้ เหมือนเปลวไฟที่พร้อมจะดับมอดลงทุกวินาที
“เตรียมตัว!”
เหลิ่งเหยียนที่นั่งหลับตาทำสมาธิมาตลอด จู่ๆ ก็ลืมตาโพลง แล้วลุกขึ้นยืน
“มันกำลังจะตายแล้ว! ทุกคน เตรียมบุกเข้าหุบเขา!”
“รับทราบ!”
สมาชิกหน่วยเขี้ยวเงาต่างลุกขึ้นยืนด้วยความกระตือรือร้น แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นและความโลภ ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว!
เห็นภาพนั้น หัวใจของกู่เยว่ซีเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
ห้าชั่วโมงแล้ว...เจ้ายุงบ้าตัวนั้นยังไม่กลับมา!
แถมยังบินไปไกลจนนางสัมผัสถึงตัวตนของเขาไม่ได้อีกแล้ว!
มันไปทำบ้าอะไรอยู่กันแน่?
ความคิดแง่ลบที่น่าหวาดหวั่นผุดขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่...
ยุงบ้านั่น...หรือว่าเห็นท่าไม่ดี เลยทิ้งนางไว้แล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวแล้ว?
ความภักดีของมันต่ำเตี้ยขนาดนี้เลยเหรอ?
ไม่สิ...จะว่าไปความสัมพันธ์ของพวกเรา มันก็แค่การผูกมัดด้วยสัญญาเลือด ไม่ได้มีความภักดีอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่นา...
กู่เยว่ซีเริ่มตื่นตระหนก
นางคือจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้เกิดใหม่เชียวนะ จะมาถูกสัตว์อสูรพันธสัญญาตัวแรกทิ้งขว้างแบบนี้ได้ยังไงกัน?!
ในขณะที่จิตใจของนางกำลังสับสนว้าวุ่นจนเกือบจะสิ้นหวัง
เงาสีดำที่คุ้นเคย ก็ร่อนลงมาเกาะที่ไหล่ของเจ้าอย่างเงียบเชียบ
“หึ่ง (ข้ากลับมาแล้ว)”
เป็นมัน!
กู่เยว่ซีโล่งอกไปเปราะหนึ่ง แต่แล้วความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
“เจ้าหายหัวไปทำอะไรมา? พวกมันกำลังจะบุกเข้าไปแล้วนะ!”
“หึ่ง หึ่ง (ใจเย็นน่า...ละครฉากใหญ่...กำลังจะเริ่มแล้ว)”
ฉู่เซิงส่งกระแสจิตตอบกลับมาอย่างมีเลศนัย
และในวินาทีนั้นเอง...
ครืนนนนน—!
ผืนดินเริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง!
ตามมาด้วยกลิ่นอายอันบ้าคลั่ง กระหายเลือด ของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วน พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทั่วทุกสารทิศในป่าลึก!
“โฮกกกก—!”
“บรุ๊วววว—!”
“ฟ่ออออ—!”
ภายนอกหุบเขา ราวกับประตูนรกได้ถูกเปิดออก
เสียงคำรามกึกก้องของสัตว์อสูรนานาชนิด ผสานกันเป็นคลื่นเสียงมรณะที่สั่นสะเทือนไปทั้งป่าเขา เศษหินและใบไม้ร่วงกราวราวกับฝนตก
คลื่นสัตว์อสูร!
คลื่นสัตว์อสูรขนาดมหึมาที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ได้ระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก!
สัตว์อสูรขนาดยักษ์ ดวงตาแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง พุ่งทะยานออกมาจากป่าทึบรอบทิศทาง
เป้าหมายของพวกมันชัดเจน นั่นคือหุบเขาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันหอมหวาน และ...หน่วยเขี้ยวเงาที่ขวางทางอยู่หน้าปากทางเข้า!
'แรดปีศาจแยกปฐพี' ระดับสี่ ใช้หัวที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็กพุ่งชนก้อนหินจนแตกกระจาย!
'หมาป่าสามตา' ระดับห้า มากันเป็นฝูงใหญ่ พัดพาเอากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ!
แม้กระทั่ง 'แมงมุมหน้ามาร' ระดับหก ที่มีขนาดมหึมาและขาแปดข้างคมกริบดุจเคียวมัจจุราช ก็ห้อยหัวลงมาจากยอดไม้สูง!
สัตว์อสูรระดับสี่ขึ้นไปนับร้อยตัว รวมตัวกันกลายเป็นกระแสน้ำสีดำทมึนที่ไม่อาจหยุดยั้ง!
“ฮ่าๆๆๆ เข้ามาเลย! มาล้อมวงกินโต๊ะจีนกันได้แล้ว!”
ฉู่เซิงเกาะอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซี มองดูผลงานชิ้นโบแดงของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจสุดขีด
………….