- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 25: จักรพรรดินีโปรดอดทนหน่อย!
บทที่ 25: จักรพรรดินีโปรดอดทนหน่อย!
บทที่ 25: จักรพรรดินีโปรดอดทนหน่อย!
บทที่ 25: จักรพรรดินีโปรดอดทนหน่อย!
อีก​ด้าน​
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งยุง ค่อยๆลัดเลาะฝ่าเข้าไปในป่าทมิฬอันรกทึบด้วยความระมัดระวัง
ยิ่งเดินลึกเข้าไป แสงสว่างรอบกายก็ยิ่งเลือนรางลง ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงตะวันจนแทบมิด
อากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเสื่อมโทรมและภยันตราย เสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เป็นระยะๆ ชวนให้รู้สึกขนหัวลุก
ฉู่เซิงเองก็ไม่ได้อยู่เฉย ระหว่างทางเขาเร่งระดมพลขยายกองทัพของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อครู่นี้ เพื่อจัดการกับเจ้าโง่เฉินฮ่าวและพรรคพวก กองกำลัง "แมลงระเบิดพลีชีพ" ของเขาต้องสังเวยชีวิตไปไม่น้อย
ในเมื่อตอนนี้ความจุของ [มิติเผ่าแมลง] อัปเกรดเป็นหนึ่งพันตัวแล้ว เขาย่อมต้องรีบเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไป แถมยังตั้งเป้าว่าจะกวาดต้อนมาให้เกินโควตาด้วยซ้ำ!
ในป่าทมิฬแห่งนี้ สิ่งที่หาได้ง่ายที่สุดก็คือแมลงนานาชนิด เขาจึงเปิดรับไม่อั้น
ไม่ว่าจะเป็นด้วงหรือมดที่ไต่ตามพื้น หรือจะเป็นผีเสื้อกลางคืนและจั๊กจั่นที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ขอแค่เป็นแมลง เขาเพียงแค่ส่งกระแสจิตแวบเดียว ก็กวาดพวกมันเข้ามาไว้ในครอบครองได้ทั้งหมด
เพียงไม่นาน มิติที่เคยว่างเปล่าโหวงเหวง ก็กลับมาคึกคักไปด้วยเสียง "หึ่งๆ" ของกองทัพแมลงอีกครั้ง จำนวนดูเหมือนจะมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเสียด้วยซ้ำ!
“เริ่มมีมูลของสัตว์อสูรระดับสามปรากฏให้เห็นแล้ว...”
กู่เยว่ซีก้มมองกอง 'อุนจิ' ก้อนมหึมาบนพื้นหญ้า แววตาของเจ้าฉายแววเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
“ขืนดุ่มๆ เข้าไปแบบนี้ คงไม่รอดแน่...”
ทันใดนั้น นางก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้น ประสานนิ้วเป็นมุทราลึกลับอย่างรวดเร็ว ปากก็พึมพำบทสวดบางอย่าง
วิ้ง—
ระลอกคลื่นโปร่งแสงราวกับผิวน้ำที่มองแทบไม่เห็นด้วยตาเปล่า แผ่ขยายออกจากตัวเจ้าเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมทั้งร่างของนางและฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่เอาไว้จนมิด
“เคล็ดวิชาซ่อนปราณ...”
นี่คือหนึ่งในวิชาลับสายสนับสนุนขั้นสูงที่เจ้าเคยได้รับมาโดยบังเอิญในชาติปางก่อน
แม้จะไม่มีพลังโจมตีใดๆ แต่มันมีความสามารถในการปกปิดกลิ่นอายและคลื่นพลังชีวิตของผู้ใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมถึงขีดสุด
เมื่อใช้วิชานี้แล้ว ตราบใดที่ไม่ใช่ตัวตนระดับ 'ราชัน' ขึ้นไปที่จงใจเข้ามาตรวจสอบในระยะร้อยเมตร ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตรวจจับร่องรอยของเจ้าเจอ
และนี่คือ 'ไพ่ตาย' ใบสำคัญที่ทำให้จอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นกลางตัวเล็กๆ อย่างเจ้า กล้าบุกฝ่าเข้ามาในส่วนลึกของป่าทมิฬที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านเช่นนี้!
“หืม?”
ฉู่เซิงเองก็สัมผัสได้ถึงพลังมหัศจรรย์นี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
เขาพบว่าตอนนี้ทั้งตัวเขาและกู่เยว่ซี ราวกับกลายสภาพเป็นก้อนหินไร้ชีวิตสองก้อน ที่กลมกลืนไปกับป่าแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ความรู้สึกชื่นชมในตัวจักรพรรดินีผู้นี้เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนในใจเขา
“สมกับที่เป็นอดีตจักรพรรดินี มีของดีซ่อนไว้จริงๆ! นึกว่าจะเดินดุ่มๆ เข้าไปให้เขาเชือดซะแล้ว!”
เขาได้แต่ทึ่งในใจ ทว่าก็ไม่ประมาท
เขารีบปลุกสติสัมปชัญญะให้ตื่นตัวถึงขีดสุด พร้อมกับเร่งการทำงานของสกิล [เเกะรอยโลหิต Lv.2] ให้เดินเครื่องเต็มกำลังทันที!
ชั่วพริบตานั้น สรรพสิ่งภายในรัศมีสามร้อยเมตรก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา ราวกับถูกวาดเป็น 'แผนที่สัญญาณชีพ' แบบสามมิติที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง!
ไม่ว่าจะเป็นโพรงเม่นที่กำลังนอนหลับใหล งูพิษที่ขดตัวซุ่มรอเหยื่ออยู่บนกิ่งไม้เพื่อเตรียมลอบโจมตี หรือแม้แต่ฝูงนกที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว...ทุกสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อไหลเวียน ล้วนไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้!
“ลำพังแค่ข้าดูเองคนเดียวมันยังช้าไปหน่อย แถมขอบเขตการค้นหาก็ยังแคบเกินไป...”
ไวเท่าความคิด ฉู่เซิงส่งกระแสจิตสั่งการทันที เขาแบ่งกองทัพแมลงนานาพันธุ์ที่เพิ่งกวาดต้อนเข้ามาจนเต็ม [มิติเผ่าแมลง] ออกเป็นหน่วยย่อยนับสิบหน่วย แล้วส่งพวกมันกระจายกำลังออกไปลาดตระเวนรอบทิศทาง
“หน่วยที่หนึ่งไปทางตะวันออก หน่วยที่สองไปทางตะวันตก หน่วยที่สามบินขึ้นไปสังเกตการณ์บนฟ้า...ทั้งหมดตั้งใจสอดแนมให้ดี ถ้าเจอ 'ถุงเลือดขนาดยักษ์' เมื่อไหร่ ให้รีบรายงานข้าทันที!”
แต่ทว่า...ฉู่เซิงก็ค้นพบความจริงอันน่าเศร้าในไม่ช้า
ทันทีที่เหล่าลูกสมุนบินห่างออกไปเกินระยะห้าร้อยเมตร การเชื่อมต่อทางจิตระหว่างเขากับพวกมันก็เริ่มขาดๆ หายๆ ราวกับสัญญาณ Wifi คุณภาพต่ำที่ติดๆ ดับๆ เสียอย่างนั้น
เขาทำได้เพียงรับรู้สัญญาณเลือนรางที่ไม่ปะติดปะต่อ จนไม่สามารถสั่งการที่ซับซ้อนใดๆ ได้เลย
เขาได้แต่เหลือบมองหน้าต่างสถานะของตัวเองด้วยความหดหู่ใจ
[ค่าพลังจิต: 10.2]
“พลังจิตยังอ่อนด้อยเกินไปจริงๆ...”
ฉู่เซิงถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก
จากไอ้ไก่อ่อนที่มีพลังเลือดแค่ 0.01 วิวัฒนาการมาถึงสองครั้งจนเกือบจะกลายเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่พลังจิตดันเพิ่มจาก 0.01 มาเป็นแค่ 10.2 เนี่ยนะ?
อัตราการเติบโตมันจะเหลื่อมล้ำกันเกินไปหน่อยไหม?! ระบบบ้านี่ลำเอียงเข้าข้างสายกายภาพชัดๆ!
แต่เอาเถอะ...อย่างน้อยการขยายขอบเขตการสำรวจออกไปได้ห้าร้อยเมตร ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
เขาเริ่มส่งต่อภาพเหตุการณ์ที่เขา "มองเห็น" ผ่านการรับรู้ ส่งไปยังกู่เยว่ซีด้วยกระแสจิตที่เรียบง่ายที่สุด
“ซ้ายมือ...บนต้นไม้...มีงู...”
“ข้างหน้า...ใต้ดิน...กระต่าย...”
แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่สามารถสื่อสารกับกู่เยว่ซีเป็นประโยคยาวๆ ได้อย่างลื่นไหล แต่การส่งคำศัพท์สั้นๆ เพื่อบอกตำแหน่งและทิศทาง ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
ตามกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ มีเพียงสัตว์อสูรพันธสัญญาที่มีระดับ 'ราชัน' ขึ้นไปเท่านั้น ที่จะสามารถสร้างการสื่อสารทางจิตวิญญาณที่แท้จริงกับผู้ใช้สัตว์อสูรได้
ในตอนแรกกู่เยว่ซียังไม่ค่อยใส่ใจนัก แต่หลังจากที่เจ้าลองทำตาม "คำใบ้" ของฉู่เซิงอยู่หลายครั้ง แล้วพบว่าสามารถหลบหลีกอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่ได้อย่างแม่นยำ หรือแม้กระทั่งค้นพบสัตว์อสูรที่อำพรางตัวอยู่ได้ก่อน...
สีหน้าเรียบเฉยของเจ้าก็เริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่
เจ้าหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน หันขวับกลับมาจ้องมองฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่เขม็ง ด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว
“เจ้า...ยังมีความสามารถในการตรวจสอบพื้นที่ด้วยงั้นหรือ?!”
เจ้าสัมผัสได้ว่าข้อมูลที่ฉู่เซิงส่งมาให้นั้น ทั้งระยะขอบเขตและความแม่นยำ มันเหนือชั้นยิ่งกว่าประสาทสัมผัสของเจ้าเองหลายเท่าตัวนัก!
เจ้านี่...สรุปแล้วยังซ่อนความลับเอาไว้อีกมากมายแค่ไหนกันแน่?!
ทั้งการวิวัฒนาการ, การควบคุมฝูงแมลง, แล้วตอนนี้ยังมีทักษะการตรวจสอบที่แม่นยำราวกับเรดาร์เพิ่มมาอีก...
นี่มันใช่ความสามารถที่ 'ยุง' ตัวหนึ่งพึงมีจริงๆ หรือ?!
กู่เยว่ซีรู้สึกว่าสมองของเจ้าเริ่มจะประมวลผลตามไม่ทันเสียแล้ว
เมื่อฉู่เซิงเห็นท่าทางตกตะลึงของเจ้า เขาก็อดยิ้มกระหยิ่มในใจไม่ได้
“หึ่ง หึ่ง! (เรื่องจิ๊บจ๊อยน่า ทำใจร่มๆ ไว้ นี่แค่น้ำจิ้ม อย่าเพิ่งตกใจ!)”
ประจวบเหมาะกับเวลานั้น เลือดหมาป่าในท้องของเขาก็ย่อยสลายเสร็จสิ้นพอดี
[ติ๊ง! การย่อยสลายเลือดเสร็จสมบูรณ์! แต้มวิวัฒนาการ +2.8! แต้มวิวัฒนาการรวมปัจจุบัน 14.6!]
ความรู้สึกหิวโหยอย่างรุนแรงถาโถมเข้ามาในทันที
ฉู่เซิงเหลือบตามองหน้าต่างสถานะของตัวเอง ค่าพลังเลือดรวมอยู่ที่ 96.1 อีกเพียงนิดเดียว...นิดเดียวเท่านั้นก็จะแตะเส้นชัยที่ 100 แต้มแล้ว!
ขอแค่ได้ดูดอีกสักอึกเดียว ไม่เพียงแต่จะได้พลังเลือดเพียงพอสำหรับการวิวัฒนาการ...
แต่เขาจะก้าวข้ามขีดจำกัด เข้าสู่ทำเนียบ 'สัตว์อสูรระดับหนึ่ง' อย่างเป็นทางการอีกด้วย!
โอกาสมาจ่อตรงหน้าขนาดนี้ ใครมันจะไปทนไหว?!
สายตาของฉู่เซิงเลื่อนไปจับจ้องที่ลำคอของ "ถุงเลือดเคลื่อนที่" ข้างกายโดยไม่รู้ตัว
ลำคอระหงขาวผ่องดุจหงส์งาม ภายใต้แสงสลัวของป่าทึบ มันช่างดูเย้ายวนใจเหลือเกิน...
ขอโทษนะองค์จักรพรรดินี!
เพื่ออนาคตอันรุ่งโรจน์ของพวกเรา ยอมเจ็บตัวหน่อยนะ!
ฉู่เซิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เล็งเป้าไปที่ผิวขาวดุจหิมะบริเวณนั้น แล้วปัก [เข็มเจาะเกราะ] ที่ยาวกว่าห้าเซนติเมตร ซึ่งมีความคมและความแข็งไม่ต่างจากเข็มฉีดยาขนาดเล็ก ลงไปอย่างแรงและรวดเร็ว!
ฉึก!
“อึก...!”
ร่างของกู่เยว่ซีสะดุ้งเฮือก ส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอด้วยความเจ็บปวด ร่างกายแข็งทื่อไปทั้งตัว
ความเจ็บปวดรวดร้าวชนิดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนแล่นพล่านออกมาจากลำคอ!
ความรู้สึกนี้มันไม่ใช่แค่โดนยุงกัดแล้ว แต่มันเหมือนโดนใครเอาเข็มเหล็กที่เผาไฟจนร้อนแดง แทงทะลุเนื้อลงไปลึกๆ ต่างหาก!
เจ้าหันขวับไปมอง ก็เห็นเจ้าสัตว์ประหลาดสีดำตัวยาวกว่าสิบเซนติเมตร กำลังเกาะแน่นอยู่บนไหปลาร้าของนาง
ปากแหลมที่ทั้งหนาและยาวของมัน ฝังลึกลงไปในเนื้อหนังของนางไปกว่าสองในสามส่วน!
“เจ้า...!”
ขอบตาของกู่เยว่ซีแดงก่ำขึ้นมาทันที นางแทบจะสติแตกอยู่รอมร่อ
มันจะเกินไปแล้วนะ!
เจ้าหมอนี่นับวันยิ่งได้คืบจะเอาศอก! เมื่อก่อนเวลาจะดูดเลือด อย่างน้อยก็ยังรู้จักไปดูดตรงต้นขาที่มีเนื้อเยอะๆ แต่นี่อะไร...เล่นเจาะที่คอเลยงั้นเหรอ?!
นี่เห็นข้าเป็นอะไร? บุฟเฟต์เปิดใหม่หรือไง?!
เมื่อสัมผัสได้ถึงโทสะอันเดือดดาลและความน้อยเนื้อต่ำใจของจักรพรรดินี ฉู่เซิงที่กำลังดูดเลือดอย่างเมามัน ก็รีบส่งกระแสจิตไปปลอบประโลมทันที
“ทน...ทนหน่อยน่า...เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว...”
กู่เยว่ซี: “......”
ทนกับผีน่ะสิ!
โอ๊ยยยย! เจ็บจะตายอยู่แล้วโว้ย!!
…………….