- หน้าแรก
- ฟุตบอล ช่วงชิงทักษะครึ่งหนึ่งของบอสเมสซีตั้งแต่เริ่มเกม
- บทที่ 101 รางวัลโกลเด้นบอย
บทที่ 101 รางวัลโกลเด้นบอย
บทที่ 101 รางวัลโกลเด้นบอย
บทที่ 101 รางวัลโกลเด้นบอย
หลังจากเอาชนะคิเอโว่ได้ ปาร์มาก็ทำได้เพียงบุกไปเสมอกับ ซามพ์โดเรีย 1–1
ในเกมนี้ ปาร์มาที่ใช้ระบบหมุนเวียนนักเตะโชว์ฟอร์มได้แค่ระดับปานกลาง แม้จะครองบอลได้มากกว่าเล็กน้อย แต่จังหวะการสร้างสรรค์โอกาสและการจบสกอร์ยังขาดความเฉียบคม
ผลเสมอถือเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล
แน่นอนว่าผลเสมอไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้ อย่างน้อยสถานการณ์ตอนนี้ โอกาสรอดตกชั้นของพวกเขาก็สดใสมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายที่ตามมาคือ โอเดการ์ดได้รับบาดเจ็บและคาดว่าต้องพักยาวถึงหนึ่งเดือน
ฤดูกาลนี้ของวันเดอร์คิดชาวนอร์เวย์ถือว่าธรรมดา แม้เขาจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มดาวรุ่งยอดเยี่ยม แต่ก็ยังห่างไกลจากความคาดหวังที่โลกเคยมีต่อเขา
อาการบาดเจ็บครั้งนี้ยิ่งสร้างเงามืดปกคลุมอนาคตของเขาในทีมปาร์มา
มัตเตโอรู้ดีว่าปาร์มาไม่ใช่ ‘สโมสรแห่งโชคชะตา’ ของหมอนั่น... จนกว่าจะได้เจอกับสโมสรและโค้ชที่ใช่ โอเดการ์ดถึงจะติดปีกบินได้อย่างแท้จริง
หลังจบเกมนี้ ความสนใจของมัตเตโอและรอสซี่ก็พุ่งเป้าไปที่งานประกาศรางวัล ‘ยูโรเปียน โกลเด้น บอย’ ที่กำลังจะมาถึง
รางวัลนี้ก่อตั้งโดย ‘ตูริน สปอร์ตส์ เดลี’ ในปี 2003 เพื่อยกย่องนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี โดยผลโหวตมาจากสื่อยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ผู้เข้าชิงต้องมีอายุต่ำกว่า 21 ปีและค้าแข้งอยู่ในลีกยุโรป
รายชื่อ 5 คนสุดท้ายในปีนี้ ได้แก่ มัทไธส์ เดอ ลิกต์ (อาแจ็กซ์), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล), วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด), จัสติน ไคลเวิร์ต (โรม่า) และ... อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ปาร์มา)
แม้มัตเตโอและรอสซี่จะมีชื่อในโผรอบแรก แต่สุดท้ายก็หลุดโผ ไม่ติด 1 ใน 5 คนสุดท้าย
โตนาลีเองก็มีชะตากรรมเดียวกัน คือมีชื่อแค่รอบแรกแล้วก็ปลิว
เมื่อรายชื่อ 5 คนสุดท้ายถูกประกาศออกมา รอสซี่ก็แสดงอาการไม่พอใจทันที
“มัตเตโอ! ด้วยสถิติและฟอร์มการเล่นของนาย ต่อให้ไม่ได้ที่หนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องติดท็อป 5 สิ!”
มัตเตโอยิ้มบาง ๆ อย่างใจเย็น
“ช่างมันเถอะ เรายังอายุน้อย ยังมีโอกาสอีกเยอะ”
“แล้วนายคิดว่าปีนี้ใครจะได้รางวัล?” รอสซี่ถามต่อ
มัตเตโอคิดครู่หนึ่ง
“น่าจะเป็นเดอ ลิกต์ แหละมั้ง?”
รอสซี่ขมวดคิ้ว
“ทำไมล่ะ? ก็แค่กองหลังในลีกดัตช์เองนะ”
“เพราะ ‘ชื่อเสียง’ ของเขาไงล่ะ!”
ต้องยอมรับว่าช่วงนี้กระแสของกองหลังดาวรุ่งชาวดัตช์แห่งอาแจ็กซ์รายนี้กำลังมาแรงสุด ๆ
รอสซี่ยังคงไม่เชื่อ
“ฉันว่าอเล็กซิสของเราเจ๋งกว่าเยอะ ฉันเชียร์เขา”
มัตเตโอหัวเราะ
“งั้นมาพนันกันไหมล่ะ?”
รอสซี่นิ่งคิด แล้วรีบส่ายหน้าดิก
“ไม่เอาดีกว่า ใช่ว่าฉันไม่ได้อ่านข่าวนะ ช่วงนี้สื่อปั้นกระแสเดอ ลิกต์ กันหนักมาก”
มัตเตโอพยักหน้า
“ใช่ รางวัลพวกนี้มันอิงกับการประชาสัมพันธ์ด้วย ถ้ากระแสมาแรง โอกาสได้รางวัลก็สูงตามธรรมชาติ”
รอสซี่เสริม
“ดูอย่างบัลลงดอร์ปีนี้สิ พอคริสเตียโน โรนัลโด ย้ายออกจากมาดริด ข่าวลบก็ประดังเข้ามาทันที เดาได้เลยว่าปีนี้พี่โด้ชวดรางวัลแน่”
“ความจริงปีนี้โมดริชก็เก่งนะ แต่ถ้าเทียบฟอร์มกับสไนเดอร์ปี 2010 ฉันว่าสไนเดอร์ยังดูข่มกว่านิด ๆ ด้วยซ้ำ การที่โมดริชได้รางวัลปีนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะบารมีของสโมสรด้วยแหละ”
“เสียดายชะมัด เดิมทีฉันคิดว่าพี่โด้จะคว้าบัลลงดอร์ 3 ปีติดซะอีก” รอสซี่บ่นอุบ
“ฟอร์มส่วนตัวปีนี้ของเขาก็สุดยอดนะ เป็นดาวซัลโวแชมเปียนส์ลีก แถมฟอร์มในบอลโลกก็แจ่ม แต่ก็นั่นแหละ... พอมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ออกมา มันก็ช่วยไม่ได้”
ทันใดนั้น รอสซี่ก็ปิ๊งไอเดีย
“นายรีบไปบอกให้พ่อกว้านซื้อสื่อสักสองสามเจ้าสิ ปีหน้าจะได้ปั้นกระแสนายให้คว้าโกลเด้นบอยไปเลย!”
มัตเตโอเหลมองเพื่อนตาขวาง
“นายคิดว่าพ่อฉันรวยขนาดนั้นเลยหรือไง?”
รอสซี่ตาโต
“แน่นอนสิ! ตอนนั้นฉันยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าพ่อของนายเอาความกล้ามาจากไหนถึงเข้าเทคโอเวอร์ปาร์มา แถมยังเพิ่มทุนซื้อหุ้นรัว ๆ... ฉันนึกว่าเขาถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งซะอีก”
มัตเตโอยักไหล่
อเลสซานโดรไม่ได้ถูกหวย... แต่ดันมีลูกชายอัจฉริยะต่างหาก...
3 วันต่อมา ผลรางวัลโกลเด้นบอยก็ประกาศออกมา
เป็นไปตามคาด... มัทไธส์ เดอ ลิกต์ จากอาแจ็กซ์ คว้ารางวัลไปครอง
ส่วนแม็ค อัลลิสเตอร์ เข้าป้ายเป็นอันดับ 4 เฉือนชนะจัสติน ไคลเวิร์ต จากโรม่าไปนิดเดียว
เนื่องจากพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นที่อิตาลี แม็ค อัลลิสเตอร์จึงถือโอกาสไปร่วมงานเพื่อสัมผัสบรรยากาศ แต่น่าเสียดายที่ผู้ชนะไม่ใช่เขา
เรื่องนี้สร้างความเสียดายให้เจ้าตัวไม่น้อย
เพราะผลงานในสนามปีนี้ของเขาเป็นที่ประจักษ์ และเขามั่นใจว่าตัวเองเก่งกว่าผู้เข้าชิงอีกหลายคน
แน่นอนว่าการที่เดอ ลิกต์ ได้รางวัลก็ไม่ใช่เรื่องค้านสายตา เพราะเขาพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับสูงมาแล้ว
แต่มัตเตโอจำได้ดีว่า... ฟอร์มสะท้านโลกของเดอ ลิกต์ ของจริงกำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ เขาและพลพรรคอาแจ็กซ์กำลังจะสร้างปรากฏการณ์ล้มยักษ์ในแชมเปียนส์ลีกรอบน็อกเอาต์
แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคต
สิ่งที่พวกเขาต้องทำตอนนี้คือโฟกัสกับเกมตรงหน้า
3 วันให้หลัง ปาร์มาเปิดบ้านรับมือ โบโลญญา
ด้วยความที่เมืองปาร์มาและเมืองโบโลญญาอยู่ใกล้กัน การเจอกันของคู่นี้จึงถือเป็น ‘ดาร์บี้แมตช์ขนาดย่อม’
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างทางศักยภาพของทั้งสองทีมในตอนนี้ห่างกันพอสมควร ผลการแข่งขันจึงเดาได้ไม่ยาก
หลังบดขยี้กันครบ 90 นาที ปาร์มาเปิดบ้านถล่มคู่แข่งนิ่ม ๆ 3–0 สานต่อฟอร์มอันร้อนแรง
ตอนนี้ปาร์มารู้ศักยภาพของตัวเองดี หากเล่นได้ตามมาตรฐาน พวกเขาก็คือทีมระดับลุ้นพื้นที่ยุโรป ดังนั้นการเจอกับทีมกลางค่อนล่างอย่างโบโลญญา ชัยชนะจึงเป็นเรื่องที่จับต้องได้
ทว่าในเกมนี้ มัตเตโอและรอสซี่มีเป้าหมายอื่นแอบแฝง
พวกเขากำลังมองหาคนคนหนึ่ง...
‘เปาโล กวาดี้’
อดีตเด็กปั้นของปาร์มาที่เคยค้าแข้งด้วยกัน ตอนที่ปาร์มาล้มละลาย หมอนี่ไม่เพียงทิ้งทีมไป แต่ยังมีเรื่องขัดแย้งกับมัตเตโอและรอสซี่
ในตอนนั้น พรสวรรค์ของกวาดี้เหนือกว่าทั้งคู่มาก และก่อนจากไป มันยังมาเยาะเย้ยถากถางพวกเขาไว้เจ็บแสบ
กวาดี้ย้ายไปอยู่โบโลญญา... แต่ตอนนี้สถานการณ์พลิกผัน ในขณะที่มัตเตโอและรอสซี่เป็นตัวหลักของปาร์มา กวาดี้กลับไม่สามารถเบียดขึ้นชุดใหญ่ของโบโลญญาได้
เรื่องนี้ทำเอาสองเพื่อนซี้เซ็งไปตาม ๆ กัน
ชนะโบโลญญามันก็งั้น ๆ แหละ... ถ้าได้ชนะโบโลญญาที่มีกวาดี้อยู่ในสนาม มันคงสะใจกว่านี้เยอะ!
เสียดายที่กวาดี้ดัน ‘ดีไม่พอ’ ที่จะลงมาให้เชือด!
หารู้ไม่ว่า... เปาโล กวาดี้ ที่พวกเขาบ่นถึง กำลังนั่งจ้องหน้าจอทีวีตาเขม็ง
เมื่อเห็นมัตเตโอและรอสซี่ คู่ปรับเก่าที่เขาเคยดูถูก กำลังโชว์ฟอร์มเทพพาทีมถล่มต้นสังกัดของเขา ใบหน้าของกวาดี้ก็ซีดเผือดสลับแดงก่ำด้วยความริษยา
“ทำไมไอ้พวกนี้มันถึงดวงดีนักวะ!”
เขาปิดทีวีด้วยความเกรี้ยวกราด
“คอยดูเถอะ ถ้าได้เจอกันในสนามเมื่อไหร่ ฉันจะบดขยี้พวกแกให้จมดิน!”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═