- หน้าแรก
- เทพฮีลสายป่วน
- บทที่ 880 ลืมฉันซะเถอะ ไม่มีทางเป็นไปได้
บทที่ 880 ลืมฉันซะเถอะ ไม่มีทางเป็นไปได้
บทที่ 880 ลืมฉันซะเถอะ ไม่มีทางเป็นไปได้
"ดีๆๆ! ทำได้สวย! ทำได้สวยมาก!" ภายในห้องแต่งตัวนักกีฬา หัวหน้าทีมกงจวี่เหรินตบไหล่เจียงเสี่ยวฉาดใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม เดาะลิ้นถอนหายใจด้วยความทึ่ง "ตั้งแต่วินาทีที่นายหยิบทวนฟางเทียนฮว่าขึ้นมา พวกเราก็กังวลมาตลอด ไม่คิดเลยนะว่า นายยังจะซ่อนไม้เด็ดแบบนี้เอาไว้อีก"
หัวหน้าทีมพาผู้ช่วยสอนมาคอยติดตามเจียงเสี่ยวลงแข่งขันโดยเฉพาะ เพื่อคอยคุ้มกันและเป็นเกราะกำบังให้เขา
ถ้าชนะ ก็ถือเป็นเรื่องสมควร แต่ทว่าหากเจียงเสี่ยวแพ้ขึ้นมา ผลที่ตามมาล่ะก็... อย่าว่าแต่เจียงเสี่ยวเลย กระทั่งหัวหน้าทีมคนนี้ก็คงอยู่ไม่เป็นสุข ดังนั้น กงจวี่เหรินจึงลุ้นจนเหงื่อตกมาโดยตลอด เฝ้ามองเจียงเสี่ยวประลองทักษะกับคู่ต่อสู้บนสนามหญ้าด้วยความกังวลใจยิ่งนัก
ถ้าหากเป็นการต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตาย เจียงเสี่ยวย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ประเด็นสำคัญคือ เจียงเสี่ยวกลับตอบรับคำเชิญของอีกฝ่ายจริงๆ ยอมละทิ้งอุปกรณ์และปัจจัยเสริมทุกอย่าง แล้วเลือกที่จะประลองทักษะกับอีกฝ่าย หากเป็นเช่นนี้ เจียงเสี่ยวก็มีโอกาสแพ้ได้จริงๆ
จวบจนท้ายที่สุด ม้าศึกได้กลายเป็นบรรทัดฐานเดียวในการชี้วัดผลแพ้ชนะ กงจวี่เหรินถึงขั้นมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า เจียงเสี่ยวจะไม่มีทางใช้ทักษะดารารอยแยกแห่งกาลอวกาศ ทว่ากลับคาดไม่ถึงเลยว่า ลูกเตะที่งดงามราวกับเทพเซียนโบยบินจากฟากฟ้านั่น จะปิดฉากการแข่งขันนัดนี้ลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าห้องแต่งตัว เจียงเสี่ยวและโค้ชทั้งสามคนต่างก็ชะงักไปเล็กน้อย
ผู้ช่วยสอนคนหนึ่งเดินไปเปิดประตู ทว่ากลับพบกับใบหน้าที่คุ้นเคย เทพธิดาเวทแห่งอาณาจักรพระอาทิตย์ไม่ตกดินงั้นหรือ?
"ไฮ้~ เสี่ยวผี~" สายตาของจูเลียตมองข้ามผู้ช่วยสอน โบกไม้โบกมือให้เจียงเสี่ยวที่อยู่ด้านใน
สำเนียงภาษาจีนของจูเลียตนับวันก็ยิ่งเป๊ะขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยคำว่า "เสี่ยวผี" สองคำนี้ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์แล้ว ไม่ใช่ "เซวียผี (ปอกตด)" อีกต่อไป
เจียงเสี่ยวกะพริบตาปริบๆ พลางเอ่ย "เธอผ่านการคุ้มกันแน่นหนาแอบปะปนเข้ามาได้ยังไงเนี่ย?"
จูเลียตเบ้ปาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "จะไม่เชิญฉันเข้าไปหน่อยเหรอ?"
เทพธิดาเวทแห่งอาณาจักรพระอาทิตย์ไม่ตกดินผู้สูงศักดิ์และสง่างามถึงเพียงนี้ กลับเผยให้เห็นท่าทางน่าทะนุถนอมน่าสงสารเช่นนี้ เจียงเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยวหน้าเบ้
เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ตอนที่เจียงเสี่ยวเข้าร่วมการแข่งขันเชิญนักฝึกสัตว์เลี้ยงดารายอดฝีมือ สำหรับตัวจูเลียตคนนี้ เจียงเสี่ยวเคยประเมินเธอจากก้นบึ้งของหัวใจเอาไว้ว่า คนเราเนี่ยนะ กลัวที่สุดก็ตอนเริ่มสนิทกันนี่แหละ!
เจียงเสี่ยวในตอนนั้นแอบคิดในใจว่า เขาชอบตอนที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สนิทกันมากกว่า จูเลียตที่คอยวางมาด เป็นสาวงามผู้สูงศักดิ์และเย็นชาคนนั้นน่ะ
เอาเชอร์รี่ให้เธอกิน ดันหยิกแขนฉันซะจนเกือบเขียวช้ำไปหมด
พวกนายลองฟังดูสิ นี่มันเรื่องที่คนเขาทำกันเหรอ?
เจียงเสี่ยวมองไปทางหัวหน้าทีมด้วยความจนใจยิ่งนัก เอ่ยว่า "โค้ชกง ผมขอคุยกับเธอหน่อยได้ไหมครับ?"
"อืม ระวังเรื่องเวลาด้วยนะ พวกเราจัดการจองเที่ยวบินในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าไว้ให้นายแล้ว" กงจวี่เหรินเอ่ยปาก
"ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาขึ้นเครื่องหรอก พวกเรามีเครื่องบินส่วนตัว สามารถไปส่งเขาที่เมืองมู่เฮยได้" นอกประตูดังแว่วเสียงของโซเฟีย
เจียงเสี่ยว "..."
นี่แหละที่เรียกว่าบารมี!
เมื่อเจียงเสี่ยวมองเห็นองค์หญิงรองที่อยู่เบื้องหลังจูเลียต เขาก็เพิ่งจะได้รู้ว่าบารมีของตัวเองนั้นอยู่ในระดับไหน
เจียงเสี่ยวเอ่ยปาก "ในช่วงการแข่งขัน ผมขอเชื่อฟังการจัดการของทีมดีกว่าครับ"
ประโยคเดียว ทำเอากงจวี่เหรินเบิกบานใจจนเนื้อเต้น!
ไอ้หนุ่ม พูดได้ไม่เลวเลย ฟังแล้วรื่นหูชะมัด!
ดูเหมือนว่า นายจะไม่ได้ถูกสตรีงามล่อลวงจนหลงระเริงไปสินะ!
โค้ชทั้งสามคนเดินออกไป โซเฟียถอดแว่นกันแดดออกพลางพยักหน้าให้เจียงเสี่ยว "เซวียผี"
เจียงเสี่ยวเอ่ยยิ้มๆ "สำเนียงของเธอไม่ผ่านนะ กลับไปต้องฝึกมาใหม่"
จูเลียตเอื้อมมือไปปิดประตู หันกลับมา กางแขนเดินตรงรี่เข้ามาหาเจียงเสี่ยว
"เหวอ! เหวอ! เหวอ!" เจียงเสี่ยวทำอะไรไม่ถูก เพิ่งจะยันตัวลุกขึ้นยืน กลับถูกระเบิดมนุษย์พุ่งชนเข้าเต็มอ้อมกอด จนต้องถอยหลังไปหลายก้าวติด
"ยอดเยี่ยมมาก! การแข่งขันเมื่อกี้นี้มันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน! ในชีวิตการเป็นนักรบดาราของฉัน ไม่เคยเห็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อนเลย!" จูเลียตเอ่ยด้วยความตื่นเต้น ราวกับดอกกุหลาบยักษ์ที่เธอเพิ่งอัญเชิญออกมาบนอัฒจันทร์ เร่าร้อนและรุนแรงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"เอ่อ" มือของเจียงเสี่ยวไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ทำได้เพียงเกาหัวด้วยความเคยชิน "ขอบคุณนะ"
จูเลียตถอยหลังไปหนึ่งก้าว นัยน์ตางามสีฟ้าครามจ้องมองเจียงเสี่ยว อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มหวาน เอื้อมมือไปเช็ดรอยเพนต์บนแก้มของเจียงเสี่ยวเบาๆ
รอยเพนต์รูปธงสีแดงบนใบหน้าของเธอ เมื่อครู่นี้ไปถูกับใบหน้าของเจียงเสี่ยวเข้าแล้ว "นายไม่รู้หรอกว่าการต่อสู้แบบนี้สร้างแรงกระแทกใจให้ฉันมากแค่ไหน มันทะลุขีดจำกัดจินตนาการของฉันไปเลย ฉันไม่เคยเห็น... หรือแม้แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีภาพการต่อสู้แบบนี้"
เจียงเสี่ยวเอียงคอมอง สอดส่ายสายตาหาน้ำแร่ไปทั่ว พลางเอ่ย "พวกชาวตะวันตกอย่างพวกเธอนี่นะ พูดจาชอบทำเป็นโอเวอร์ ไม่ใช่แค่โอเวอร์นะ แต่ยังใจกล้าเปิดเผยอีกต่างหาก..."
เจียงเสี่ยวเบ้ปาก หยิบน้ำแร่ขึ้นมาขวดหนึ่ง บิดฝาออก ใช้ฝ่ามือรองน้ำมาลูบหน้าตัวเอง พลางถาม "พวกเธอสองคนมีเวลาแอบหนีมาดูการแข่งขันติดขอบสนามได้ยังไงเนี่ย?"
ด้านข้าง โซเฟียมีรอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้า ในที่สุดก็เปิดปากเอ่ย "ยินดีด้วยนะที่ได้รับชัยชนะ"
เจียงเสี่ยวโบกมือปฏิเสธรัวๆ "ไม่พูดเรื่องนี้ล่ะ รีบบอกฉันมา ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกมีอะไรสนุกๆ อีกแล้วใช่ไหม?"
โซเฟียเลิกคิ้วเล็กน้อย เอ่ยว่า "นายได้รับข่าวแล้วเหรอ?"
"เอ๊ะ?" เจียงเสี่ยวชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นดีใจ "ฉันเดามั่วๆ น่ะ มีเรื่องสนุกๆ จริงเหรอ?"
โซเฟียพยักหน้า เอ่ยว่า "นายยังจำหนังสือเล่มที่เราเจอในเมืองที่สาบสูญได้ไหม?"
"หนังสือ?" เจียงเสี่ยวผายมือเชิญให้ทั้งสองคนนั่งลง ตัวเขาเองก็ทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งยาว เอ่ยว่า "หนังสือเล่มยักษ์ที่เราเจอใต้เตียงน่ะนะ? พวกเธอหาวิธีเปิดมันได้แล้วเหรอ?"
"อืม" โซเฟียไม่ได้นั่งลง เพียงแต่พยักหน้ารับ "นั่นน่าจะเป็นหนังสือนิทานเด็ก คล้ายๆ กับหนังสือนิทานเด็กของเผ่ายักษ์ใต้ทะเล เป็นหนังสืออ่านก่อนนอนเพื่อกล่อมเด็กให้หลับ"
เจียงเสี่ยวรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที "โอ้?"
โซเฟียเอ่ย "ทว่าหนังสือนิทานที่นำเสนอในรูปแบบหนังสือเด็กเล่มนั้น เรื่องราวที่เล่าอยู่ข้างใน น่าจะเป็นความจริง"
เจียงเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมองโซเฟีย เอ่ยถาม "ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?"
โซเฟียยกแขนกอดอก ท่อนแขนขวายกขึ้น ปลายนิ้วแตะที่ปลายคางเบาๆ "เราได้พิสูจน์แล้วว่าสถานที่เกิดเหตุของหนึ่งในนิทานเหล่านั้นมีอยู่จริง ในก้นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เราเจอมิติต่างมิติอีกแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีสภาพแวดล้อมของเมืองใกล้เคียงกับที่บรรยายไว้ในหนังสือนิทานมาก"
เจียงเสี่ยวสะดุ้งโหยง รีบซักไซ้ "ในนั้นมีปลาวาฬด้วยไหม? แบบเดียวกับที่เราเจอคราวก่อนน่ะ"
โซเฟียส่ายหน้า เอ่ยว่า "ไม่มี"
ด้านข้าง จูเลียตนั่งอยู่บนม้านั่ง นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม เธอมองเจียงเสี่ยวด้วยรอยยิ้ม พลางเอ่ย "แต่มีปูน้อยเจ็ดสีเยอะแยะเลยล่ะ"
เจียงเสี่ยว ???
ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเนี่ยนะ? ปูน้อยเจ็ดสี? ล้อเล่นหรือเปล่า?
สิ่งมีชีวิตในทะเลลึกพวกนั้นมีตัวไหนบ้างที่ไม่ดุร้ายน่ากลัว ถ้าไม่มีฝีมือ ใครจะกล้าไปป้วนเปี้ยนอยู่ในทะเลลึกกัน?
ปูน้อยเจ็ดสี? ชื่อน่ารักซะขนาดนี้ จะไปแข็งแกร่งได้สักแค่ไหนเชียว?
"จะหลอกนายไปทำไมล่ะ" จูเลียตวางสองมือไว้บนตัก ราวกับกำลังหวนรำลึกถึงอะไรบางอย่าง นิ้วมือม้วนเล่นกันไปมาโดยไม่รู้ตัว
มองดูท่าทางของจูเลียตแล้ว เจียงเสี่ยวก็ตื่นตะลึงในใจ รีบเอ่ยถาม "พวกเธอไปสำรวจที่นั่นมาแล้วเหรอ?"
"เปล่า" โซเฟียตอบกลับ "ทีมสำรวจใต้ทะเลเป็นคนจับขึ้นมาน่ะ สิ่งมีชีวิตพวกนั้นน่าสนใจมาก"
เจียงเสี่ยวพยักหน้าเงียบๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ "แล้ว...?"
"โซเฟียอยากจะไปผจญภัยอีกแล้วน่ะสิ นายก็รู้ว่าสภาพแวดล้อมในทะเลลึกมันเลวร้ายแค่ไหน เธอเป็นถึงองค์หญิงสูงศักดิ์ ก็ต้องหาบอดี้การ์ดเก่งๆ สักคนสิ จริงไหมล่ะ?" จูเลียตเอ่ยยิ้มๆ
โซเฟียปรายตามองเพื่อนสนิทของตัวเอง รู้สึกอยู่ตงิดๆ ว่าเธอกำลังประชดประชัน
"หึๆ" จูเลียตยกมือป้องปากหัวเราะเบาๆ ไม่พูดอะไรอีก
โซเฟียหันกลับมามองเจียงเสี่ยว เอ่ยว่า "ในหนังสือนิทานเล่มนั้นมีเมืองอยู่มากมาย มีสถานที่หลายแห่ง กระทั่งยังมีอารยธรรมอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน หากไม่มีอะไรผิดพลาด เมืองใต้ทะเลแห่งนั้นที่เราพบ เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของอารยธรรมที่สาบสูญนั้น อารยธรรมใต้ทะเลนั่นอาจจะเคยพิชิตพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปมาแล้วด้วยซ้ำ พวกมันทิ้งสิ่งต่างๆ เอาไว้มากมายมหาศาล หากทำตามคำชี้แนะของหนังสือนิทาน เราก็จะมีทิศทางในการสำรวจ ไม่ใช่การงมเข็มควานหาไปทั่วอย่างไร้เบาะแส"
"ว่ายังไงล่ะ? นายสนใจไหม?" โซเฟียมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เอ่ยถามเสียงนุ่มนวล
สนใจไหมน่ะเหรอ? แน่นอนสิ! ขอแค่เงินถึงล่ะก็ กระจกบานไหนก็ทุบให้แหลกได้หมด!
ต่อให้ไม่ให้ลูกแก้วดาราเป็นค่าตอบแทน เจียงเสี่ยวก็ต้องไปอยู่ดี เผื่อฟลุคหาสหายให้วาฬเวิงเวิงได้ล่ะ?
เอ่อ... ความเป็นไปได้แบบนี้น้อยมาก ก็วาฬเวิงเวิงอาศัยอยู่ที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือมาเป็นเวลานาน ด้วยความสามารถในการค้นหาระดับมันแล้ว หากว่ามีพวกพ้องอยู่ล่ะก็ มันคงหาเจอไปตั้งนานแล้ว
แต่ทว่า คำพูดนับพันนับหมื่นประโยคหลอมรวมกลายเป็นประโยคเดียว... เผื่อฟลุคล่ะ?
"แชะ!" เสียงชัตเตอร์กล้องมือถือดังขึ้น
"เอ๊ะ?" เจียงเสี่ยวชะงักไปครู่หนึ่ง พอหันขวับกลับมา กลับเห็นจูเลียตกำลังโพสท่าเซลฟี่ ถ่ายรูปคู่กับเขาที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิด
เมื่อจูเลียตเห็นเจียงเสี่ยวหันขวับมาด้วยใบหน้างุนงง เธอก็กดถ่ายไปอีกรูป
"แชะ"
เจียงเสี่ยว "..."
โซเฟียก้มหน้าลง มองดูสองคนที่นั่งอยู่บนม้านั่งยาว เอ่ยปากว่า "รอให้การแข่งขันเวิลด์คัพจบลงก่อน แล้วเราค่อยติดต่อกันใหม่ รักษาการติดต่อไว้ให้ดีล่ะ"
เจียงเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ย "ส่วนตัวผมยินดีไปมากครับ แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อน ผมไม่สามารถรับปากคุณในตอนนี้ได้"
โซเฟียพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "อืม ได้สิ"
เจียงเสี่ยวถาม "แล้วเจ้าชายบีโน่ล่ะ? ทำไมเขาไม่มา?"
รอยยิ้มอันสง่างามบนใบหน้าของโซเฟีย กลับแฝงไว้ด้วยแววเย้ยหยันเล็กน้อย "กำลังทะลวงระดับดาวสมุทรดาราอยู่น่ะ"
เจียงเสี่ยวกะพริบตาปริบๆ ถามว่า "เธอทำสีหน้าแบบนี้หมายความว่าไง?"
โซเฟียแค่นเสียงฮึดฮัด เอ่ยว่า "ฉันไม่ได้คาดหวังในตัวเขาหรอก ให้เวลาเขาอีกสักสองปีเถอะ"
นักกีฬาที่สามารถเป็นตัวแทนของประเทศต่างๆ เพื่อลงแข่งขันเวิลด์คัพ ล้วนเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ คนที่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับดาวสมุทรดาราในช่วงอายุราวๆ 25 ปี ก็คงมีแต่กลุ่มนักรบดาราระดับแนวหน้าพวกนี้เท่านั้นแหละ
เจียงเสี่ยวเอ่ย "ปีนี้เขาอายุ 25 แล้วใช่ไหม? ให้เวลาเขาอีกสองปี? จะคู่ควรกับพรสวรรค์นักรบดาราระดับแนวหน้าของเขาเหรอ?"
จูเลียตพูดแทรกขึ้นมา "เรื่องพรสวรรค์นี่น่ากลัวจริงๆ นะ พี่สาวนายปีนี้เพิ่งจะ 21 ปีเอง ก็อยู่ระดับดาวสมุทรดาราแล้ว"
เจียงเสี่ยวกลับยิ้มเริงร่า หันไปมองจูเลียต "แล้วเธอล่ะ?"
"อืม..." จูเลียตเอนตัวไปด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งค้ำยันม้านั่งไว้ "บางทีฉันอาจจะต้องการการต่อสู้แบบดุเดือดเลือดพล่านสักตั้งก็ได้? ใครจะรู้ล่ะ ติดแหง็กอยู่ระดับนี้นานแล้ว ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ"
เจียงเสี่ยวสงสัย "การต่อสู้แบบดุเดือดเลือดพล่าน? เพื่อนสนิทเธอมีไว้ตั้งโชว์หรือไง? เธอไปสู้กับโซเฟียสิ?"
จูเลียตหันขวับมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "คนที่สามารถใช้ระดับดาวดาราไปต่อกรกับเธอได้ บนโลกนี้เกรงว่าจะมีแค่นายคนเดียวเท่านั้นแหละ โซเฟียสู้กับนักรบดาราระดับดาวดาราน่ะ สบายๆ อยู่แล้ว"
พูดพลาง จูเลียตก็ทำหน้าตาทุกข์ใจ ขมวดคิ้วมุ่น "แถมฉันกับเธอก็เป็นสายเวทเหมือนกัน เธอขยี้ฉันได้ทุกกระบวนท่า แบบไร้ช่องโหว่เลยล่ะ ไม่มีอะไรให้สู้ด้วยหรอก"
เจียงเสี่ยวหันไปมองโซเฟีย พลางเอ่ย "เธอก็ออมมือหน่อยสิ เพื่อนสนิทกันแท้ๆ นะ! เวลาลงมือไม่ไว้หน้ากันเลย จับเธอกดลงไปถูกับพื้นจริงๆ เลยเหรอ?"
โซเฟีย ???
จูเลียตหน้าแดงระเรื่อ ยืดขาเรียวยาวออกไปเตะหน้าแข้งเจียงเสี่ยวไปหนึ่งที "อย่าแปลภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษมาคุยกับพวกเราตรงๆ สิ พวกเราเข้าใจความหมายของประโยคนั้นได้แค่จากตัวอักษรเท่านั้นนะ ยังไงเธอก็เป็นถึงองค์หญิง ให้ความเคารพเธอหน่อยสิ"
เจียงเสี่ยวก้มตัวลงปัดขากางเกง เอ่ยว่า "เธอเองก็เป็นชนชั้นสูงไม่ใช่เหรอ? มารยาทที่เรียนมาลืมไปหมดแล้วหรือไง?"
"เหอะ" จูเลียตถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลุกพรวดขึ้นยืนทันที เอ่ยว่า "ความปีติยินดีที่ได้กลับมาพบกันใหม่ หายวับไปหมดเพราะคำพูดสองสามประโยค น่าโมโหจริงๆ ไปล่ะ"
โซเฟียมองดูยิ้มๆ พลางส่ายหน้า หันไปมองเจียงเสี่ยว แล้วเอ่ย "งั้นพวกเราค่อยติดต่อกันหลังจบเวิลด์คัพนะ ตอนรอบชิงชนะเลิศ พวกเราจะมาดูนายอีก"
เจียงเสี่ยว "อืม"
โซเฟีย "ไม่ต้องให้พวกเราไปส่งนายสักหน่อยจริงๆ เหรอ?"
"ไม่ต้องแล้วครับๆ" เจียงเสี่ยวรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน เอ่ยว่า "ผมขอทำตามการจัดการของทีมดีกว่าครับ"
"ไปกันเถอะ" จูเลียตยืนอยู่หน้าประตูห้องแต่งตัว เอ่ยเร่งเร้า
ทว่าเจียงเสี่ยวกลับยิ้มร่า เอ่ยกับจูเลียตว่า "วันนี้ฉันจะให้เธอได้เห็นเป็นขวัญตาว่าผู้ชายเฮงซวยมันเป็นยังไง"
พูดจบ เจียงเสี่ยวก็ลุกขึ้นยืน เดินไปตรงหน้าโซเฟีย แล้วยื่นฝ่ามือออกไป
โซเฟียเลิกคิ้วเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมยื่นมือขวาไปให้
เจียงเสี่ยวประคองฝ่ามือของเธอขึ้นมา ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ประทับริมฝีปากลงบนหลังมือของเธออย่างแผ่วเบา เอ่ยว่า "เดินทางปลอดภัยนะครับ องค์หญิง หลังแข่งจบพวกเราค่อยติดต่อกันใหม่นะ"
"อืม" โซเฟียอดไม่ได้ที่จะหันขวับไปมองจูเลียตด้วยรอยยิ้ม ดึงมือกลับมา หมุนตัวแล้วเดินจากไป
มองตามทิศทางที่โซเฟียเดินไป เจียงเสี่ยวก็เห็นจูเลียตที่ยืนอยู่หน้าประตู
"ฉันมันก็แค่เครื่องจักรสังหารที่ไร้ความรู้สึก" พูดพลาง เจียงเสี่ยวก็ส่งจูบให้จูเลียต ขยิบตาซ้ายให้หนึ่งที "ลืมฉันซะเถอะ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าเธอจะกวนประสาทได้มากกว่าฉันนะ"
จูเลียต ???