เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 349 คุกดาบหยินหยาง!

บทที่ 349 คุกดาบหยินหยาง!

บทที่ 349 คุกดาบหยินหยาง!


"กระบี่ตงหวง!!"

ผู้คนของสำนักเฮยหมิงถูกกระบี่เล่มนี้ดึงดูดความสนใจไปในชั่วพริบตา

"อวี่เหวินไท่จี๋?"

สายตาอันร้อนแรงหลายคู่ล้วนจับจ้องไปที่ร่างของชายผู้มีนัยน์ตาสีดำและขาวผู้นั้น

พวกเขาล้วนทราบดีว่าอวี่เหวินไท่จี๋คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งสำนักตงหวง!

ทว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดกลับไม่ได้อยู่ภายในเขตอาคมหมื่นบรรพตแต่กลับถือกระบี่ตงหวงปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังกองทัพใหญ่เฮยหมิงนี่มันเป็นเพราะเหตุใดกัน?

ไม่ปล่อยให้จักรพรรดิยมโลกราชินีทมิฬและพวกได้มีเวลาคิดทบทวนเพราะในเวลานี้อวี่เหวินไท่จี๋ได้กุมกระบี่ตงหวงด้วยสองมือแววตาอันเย็นชาดุจยมทูตได้ทิ่มแทงทะลุเข้าไปในหัวใจของผู้คนสำนักเฮยหมิงทุกคน!

"ฆ่า!"

เสียงอันเยียบเย็นถึงกระดูกดังออกมาจากปากของอวี่เหวินไท่จี๋

ภายใต้คำบัญชาของเขาผู้อาวุโสสภาอีกเจ็ดคนแห่งสำนักตงหวงก็ลงมือโดยตรงทันทีโดยปราศจากคำพูดใดๆ!

เปิดศึก!

ซูอวิ๋นจื่ออวี่เหวินเฟิ่งเทียนซูจิ่วเต้าซูเจิ้นฉินอู๋เลี่ยกงซุนเซิ่งจี่เฉินหนานเทียน!

ข้างกายของพวกเขาทั้งเจ็ดมีสัตว์ประจำตัวระดับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เติบโตเต็มวัยเจ็ดตัวปรากฏขึ้นพร้อมกันแต่ละตัวล้วนมีร่างกายใหญ่โตอานุภาพสัตว์อสูรดุร้ายเหี้ยมโหดยามแผดเสียงคำรามสรรพสัตว์นับหมื่นล้วนต้องยอมสยบ!

สัตว์อสูรร่างยักษ์สีดำที่อยู่ใต้ร่างของอวี่เหวินเฟิ่งเทียนนั้นมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวร่างกายกำยำล่ำสันมีนามว่าเทาเที่ยสะเทือนฟ้า!

ส่วนข้างกายซูอวิ๋นจื่อก็มีอสรพิษเพลิงยักษ์ตัวหนึ่ง!

บนร่างของอสรพิษเพลิงตัวนี้มีดวงตาสีเลือดจำนวนนับหมื่นดวงอัดแน่นอยู่เต็มไปหมดดูแปลกประหลาดและน่าสยดสยองเพียงแค่มองแวบเดียวก็สามารถทำให้ผู้คนหน้ามืดตาลายได้!

นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นห้าอสรพิษเถิงเซี่ยหมื่นตา!

คนของตระกูลซูล้วนมีสัตว์ประจำตัวเป็นอสรพิษเถิงเซี่ยทั้งสิ้นเพียงแต่มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปส่วนผู้อาวุโสสภาอีกสามคนที่เหลือมีทั้งตั๊กแตนเพลิงผลาญที่บินว่อนเต็มฟ้ามีอาชาศึกที่ส่องประกายธารดาราบนเรือนร่างและยังมีวานรหน้าภูตผีที่มีวายุและอัสนีบาตพันเกี่ยวอยู่โดยรอบ!

แต่ทว่าสัตว์ประจำตัวระดับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ล้วนไม่มีตัวใดน่าสะพรึงกลัวเท่ากับเทาเที่ยมารหยินและเทาเที่ยมารหยางของอวี่เหวินไท่จี๋!

ยามที่อวี่เหวินไท่จี๋ถือกำกระบี่ตงหวงจับเป้าหมายและพุ่งทะยานเข้าสังหารโดยมีเทาเที่ยคู่ขาวดำคอยติดตามอยู่เคียงข้างนั้นในยามที่เคลื่อนที่แผ่นดินล้วนต้องสั่นสะเทือน!

ทางฝั่งสำนักเฮยหมิงเมื่อเห็นอีกฝ่ายลงมือโดยตรงพวกเขาก็ไม่ลังเลใจแต่อย่างใดต่างก็นำสัตว์ประจำตัวของตนออกมาสู้ศึก!

ครืน ครืน ครืน!

กองกำลังของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงในแนวหลังแห่งนี้อภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณสารพัดรูปแบบปะทุขึ้นมาทำให้คนและม้าล้มลุกคลุกคลานกันไปหมด!

"จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทำความเข้าใจกระบี่ตงหวงมาทั้งชีวิตว่ากันว่ายังสามารถรีดเร้นอานุภาพออกมาได้เพียงแค่สามส่วนเท่านั้น"

"อวี่เหวินไท่จี๋เพิ่งจะได้กระบี่ตงหวงมาในเวลาอันสั้นย่อมไม่น่าจะทำอันใดได้มากนัก"

"ทุกคนต้านทานเอาไว้ก่อนรอให้ผู้อาวุโสสภาภายในเขตอาคมหมื่นบรรพตกลับมาสักสิบกว่าคนพวกเราจะร่วมมือกันจับเป็นอวี่เหวินไท่จี๋!"

ภายใต้การจัดเตรียมของจักรพรรดิยมโลกมีผู้อาวุโสสภาแห่งสำนักเฮยหมิงผู้หนึ่งสามารถหลบหนีออกไปได้และพุ่งตรงเข้าไปในเขตอาคมหมื่นบรรพตเพื่อขอกำลังเสริม

พวกเขามีกำลังคนมากกว่าเมื่ออยู่ภายนอกเขตอาคมหมื่นบรรพตขอเพียงมีคนมากกว่าเป็นสองเท่าก็สามารถทำให้พวกของอวี่เหวินไท่จี๋ต้องพ่ายแพ้ได้อย่างแน่นอน!

เมื่อใดที่จับพวกมันมาเป็นเชลยได้ก็เท่ากับได้กำไรก้อนโตแล้ว!

ท่ามกลางการต่อสู้ตะลุมบอนนี้ผู้อาวุโสสภาแห่งสำนักเฮยหมิงทั้งหลายล้วนถูกพุ่งเป้าโจมตีเป็นการเฉพาะ!

อวี่เหวินเฟิ่งเทียนและซูอวิ๋นจื่อทั้งสองคนยิ่งประสานกำลังกับเทาเที่ยสะเทือนฟ้าและอสรพิษเถิงเซี่ยหมื่นตาเข้ารุมล้อมสังหารจักรพรรดิยมโลก!

พวกเขาทั้งสองไม่ได้แก่ชราเฉกเช่นหวงฝู่เฟิงอวิ๋นแต่เป็นคนรุ่นเดียวกับจักรพรรดิยมโลกและกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ทรงพลังถึงขีดสุดมิตรภาพหลายปีที่ร่วมมือกันล้อมสังหารทำให้จักรพรรดิยมโลกต้องถอยร่นไปหลายร้อยเมตรโดยตรงไม่อาจไปสนใจผู้ใดได้อีก!

และในเวลาเดียวกันนี้เองอวี่เหวินไท่จี๋ก็ได้พุ่งทะยานมาถึงเบื้องหน้าของราชินีทมิฬแล้ว!

จากทิศทางของเขตอาคมหมื่นบรรพตขอเพียงอยู่ในที่สูงอันที่จริงก็สามารถมองเห็นการต่อสู้ทางฝั่งนี้ได้!

โดยเฉพาะเก้าสิบเก้าคนในแก่นเขตอาคมล้วนมองเห็นอวี่เหวินไท่จี๋และกระบี่ตงหวงแล้ว

ยามที่หวงฝู่เฟิงอวิ๋นเห็นอวี่เหวินไท่จี๋กำลังห้ำหั่นอยู่กับราชินีทมิฬผู้นำสำนักเฮยหมิงเขาก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก!

"แม้อวี่เหวินไท่จี๋จะเป็นคนรุ่นหลังแต่ทว่าด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาบวกกับกระบี่ตงหวงไม่แน่ว่าอาจจะสามารถเอาชนะราชินีทมิฬได้!"

ต้องทราบว่าอวี่เหวินไท่จี๋และราชินีทมิฬล้วนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักตงหวงและสำนักเฮยหมิงแล้ว!

วิธีการของราชินีทมิฬนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าจักรพรรดิยมโลกเลยแม้แต่น้อย

สัตว์ประจำตัวของนางช่างน่าเกรงขามและดุร้ายยิ่งนักนั่นคือ'ตะขาบจักรพรรดิเบญจพิษ'ตัวหนึ่งลำตัวยาวเหยียดมีขานับหมื่นสวมเกราะอันหนาหนักและบนเกราะนั้นก็เต็มไปด้วยหนามแหลมนับหมื่นเล่ม!

หนามแหลมเหล่านี้ทอประกายแสงห้าสีซึ่งปกคลุมไปด้วยพิษร้าย!

นี่คือพิษร้ายแรงระดับสูงสุดถึงห้าชนิดต่อให้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หรือสัตว์มารศักดิ์สิทธิ์หากปนเปื้อนพิษทั้งห้าชนิดนี้เข้าไปจุดจบก็คงจะไม่สวยงามนัก!

พิษของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นห้าอย่างน้อยที่สุดในแต่ละชนิดก็ล้วนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพิษมารโลหิตของกรงเล็บโลหิตมารพิษเสียอีก!

ตะขาบจักรพรรดิเบญจพิษเช่นนี้พันเกี่ยวอยู่ข้างกายอันอรชรของราชินีทมิฬดวงตาขนาดใหญ่ที่อัดแน่นของมันเต็มไปด้วยความไร้ปรานีและดุร้าย!

"แค่คนรุ่นหลังตัวเล็กๆอ้างตนว่าเป็นอันดับหนึ่งแห่งสำนักตงหวงก็กล้ามาจัดการกับข้าเพียงลำพังงั้นหรือ!"

"ได้กระบี่ตงหวงมาแล้วเจ้าจะทำอันใดได้กันละ?"

ราชินีทมิฬแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชาแววตาหนาวเยือกแฝงไว้ด้วยความอึมครึม!

เพียงแต่ในยามที่นางเอื้อนเอ่ยอวี่เหวินไท่จี๋ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านางแล้ว!

ในพริบตานั้นกระบี่ตงหวงในมือของเขาก็ปะทุแสงเทพหมื่นวาออกมา!

ตั้งแต่ต้นจนจบอวี่เหวินไท่จี๋ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเลย!

ทว่าในเสี้ยวเวลาที่การโจมตีของเขาและสัตว์ประจำตัวปะทุขึ้นมาพร้อมกันมันช่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นสะท้านฟ้าดินอย่างแท้จริง!!

หนึ่งในนั้นคือเทาเที่ยมารหยางได้ใช้อภินิหารวังวนสุริยันเปลี่ยนร่างเป็นแสงสีขาวอันร้อนแรงก่อตัวเป็นวังวนของเหลวกวาดล้างออกไประหว่างฟ้าดิน!

ส่วนเทาเที่ยมารหยินนั้นอภินิหารที่ใช้คือวังวนไท่อินร่างกายอันใหญ่โตได้แปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำทมิฬในชั่วพริบตากระแสน้ำหลอมรวมกันก่อตัวเป็นวังวนสีดำที่ไอเย็นพุ่งทะยานเสียดฟ้า!

วังวนขนาดใหญ่ทั้งสองสีดำและขาวนี้กลับพุ่งเข้าปะทะกันอย่างกึกก้องในเวลานี้!

ไม่มีการระเบิดอย่างที่จินตนาการไว้แต่กลับหลอมรวมเข้าด้วยกันเชื่อมต่อหัวและหางกลายเป็นปลาหยินหยางสองตัวที่เชื่อมต่อกันในชั่วพริบตา!

วังวนสีดำและขาวเช่นนี้ร่วงหล่นลงมาเหนือศีรษะของคู่ต่อสู้ในพริบตา!

ยามที่วังวนสีดำและขาวนี้หมุนวนด้วยความเร็วสูงพลังกดทับอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็จุติลงมาจากสรวงสวรรค์!

ครืน ครืน ครืน!!

ตอนที่ตะขาบจักรพรรดิเบญจพิษเพิ่งจะเลื้อยออกมาวังวนสีดำและขาวก็กดทับลงมาแล้วรวมถึงตัวผู้ควบคุมสัตว์ก็ราวกับถูกค่ายกลปกคลุมเอาไว้เช่นกัน!

แต่ทว่าภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากลับมาจากอวี่เหวินไท่จี๋!

กระบี่ตงหวงในเวลานี้ช่างงดงามตระการตาอย่างหาที่เปรียบมิได้เมื่อหนึ่งกระบี่ฟาดฟันออกไปแสงสว่างก็สาดส่องไปทั่วสมรภูมิเฉินยวนทำให้ฟ้าดินอันมืดมิดนี้แปรเปลี่ยนเป็นกลางวันโดยตรง!

ตะขาบจักรพรรดิเบญจพิษตัวนั้นล้วนกำลังถูกแผดเผาอยู่ท่ามกลางแสงสีขาวนี้!

กระบี่ตงหวงหนักอึ้งและกว้างใหญ่พอดีที่จะสามารถนำมาใช้เป็นดาบรบได้!

ดาบนี้มีนามว่าคุกดาบหยินหยาง!

"ตายซะ!"

อวี่เหวินไท่จี๋มีแววตาดุร้ายปรากฏขึ้นภายใต้การควบคุมของเขากระบี่ตงหวงได้ปะทุอานุภาพเทพอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเมื่อหนึ่งกระบี่สังหารออกไปพลังดาบอันไร้ที่สิ้นสุดก็พุ่งทะยานออกมามีจำนวนนับหมื่นพันก่อตัวเป็นขุมนรกพลังดาบโดยตรง!

ตู้ม!

เพียงชั่วพริบตานี้ราชินีทมิฬที่กำลังตื่นตะลึงก็ถูกอานุภาพของกระบี่ตงหวงและวังวนหยินหยางของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เทาเที่ยทั้งสองตัวกลืนกินเข้าไปแล้ว!

แน่นอนว่าราชินีทมิฬย่อมต้องลงมือเพียงแต่การต่อต้านของนางเมื่ออยู่ต่อหน้าอวี่เหวินไท่จี๋และกระบี่ตงหวงกลับดูอ่อนแอลงอย่างไม่น่าเชื่อ!

อาจจะเป็นเพราะประเมินความแข็งแกร่งของอวี่เหวินไท่จี๋ต่ำเกินไปจึงส่งผลให้การปะทะกันในครั้งนี้นางถูกกดข่มโดยตรง!

ไม่ใช่แค่นางเท่านั้นรวมถึงตะขาบจักรพรรดิเบญจพิษนั่นด้วยต่อให้เป็นกระดูกเหล็กเส้นเอ็นทองแดงก็ยังถูกพายุพลังดาบฉีกกระชากจนเกิดเป็นบาดแผลอันไร้ที่สิ้นสุด!

เคร้ง!!

คมกระบี่ของกระบี่ตงหวงได้ทะลวงผ่านกระแสพิษร้ายแรงทั้งห้าสายของตะขาบจักรพรรดิเบญจพิษและฉีกทลายอภินิหารของมันออกเป็นสองซีก!

วังวนสีดำและขาวกำลังบดขยี้อยู่เหนือศีรษะของตะขาบยักษ์ตัวนี้ยามนี้เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตาสัตว์อสูรร่างยักษ์ทั้งสองก็กระโจนเข้าใส่และพลิกตัวตะขาบตัวนี้ให้หงายท้องไปโดยตรง!

ปัง ปัง ปัง!

แผ่นดินสั่นสะเทือนภูผาพังทลาย!

"เจ้า!"

ราชินีทมิฬถูกกดทับจนต้องเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง!

นางแทบจะไม่มีโอกาสให้ได้หายใจก็ถูกความคมกริบของกระบี่ตงหวงกลืนกินเข้าไปอีกครั้ง!

"อ๊า!"

ท่ามกลางการปะทะกันอันรวดเร็วถึงขีดสุดนั้นต่อให้อภินิหาร'เมฆาสวรรค์เบญจพิษ'ของสัตว์ประจำตัวจะปกคลุมออกไปแล้วก็ยังคงไม่อาจต้านทานอวี่เหวินไท่จี๋ในยามนี้ได้!

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือต่อให้ไม่มีกระบี่ตงหวงอวี่เหวินไท่จี๋ก็ยังคงมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับนาง!

ยามนี้เมื่อกระบี่ตงหวงปะทุขึ้นมาและกดข่มอย่างต่อเนื่องราชินีทมิฬก็ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้หายใจนางถูกอวี่เหวินไท่จี๋โจมตีจนพังทลายลงในชั่วพริบตา!

"เขาต้องรีดเร้นอานุภาพของกระบี่ตงหวงออกมาได้อย่างน้อยสองส่วนแน่!"

ราชินีทมิฬเคยได้ยินมาว่านอกจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่แล้วก็ไม่เคยมีผู้ใดสามารถขุดค้นอานุภาพของกระบี่ตงหวงออกมาได้เกินสามส่วนเลย!

ทว่าความเชื่อมโยงอันพิเศษระหว่างหลี่เทียนมิ่งและกระบี่ตงหวงจนถึงขั้นสามารถให้กำเนิดวังวนพลังสีดำทองขึ้นภายในร่างกายได้นั้นในยามนี้ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้

ว่ากันว่ากระบี่ตงหวงถูกหล่อหลอมขึ้นโดยเทพเบื้องบนในหมู่ปุถุชนทั่วไปการที่บอกว่าสามารถรีดเร้นความสามารถออกมาได้กี่ส่วนนั้นโดยพื้นฐานแล้วยังไม่นับว่าเป็นการควบคุมอย่างแท้จริงเลยอย่างมากก็แค่นับว่าได้ใช้ประโยชน์เพียงผิวเผินเท่านั้น

เล่าลือกันว่าภายในกระบี่ตงหวงและเจดีย์ไท่อีซุกซ่อนความลับของเส้นทางที่เชื่อมตรงไปสู่การเป็นเทพเบื้องบนเอาไว้

หลี่เทียนมิ่งกลายเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับของวิเศษแห่งเทพทั้งสองสิ่งนี้มากที่สุดแล้วแต่ทว่าแม้แต่เขาเองการสำรวจของวิเศษแห่งเทพทั้งสองสิ่งนี้ก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

ในอดีตบรรพชนรุ่นที่หนึ่งผู้บรรลุขั้นอริยะบรรพกาลถือกำเนิดกระบี่ตงหวงและเจดีย์ไท่อีสร้างชื่อเสียงอันเกรียงไกรในอาณาจักรเทพโบราณย่อมเห็นได้ชัดเจน!

การที่หลี่เทียนมิ่งสามารถเชื่อมโยงสายเลือดเข้ากับกระบี่ตงหวงได้คาดว่าหลังจากบรรพชนรุ่นที่หนึ่งแล้วก็ไม่มีผู้ใดสามารถทำได้อีกเลย

ในเวลานี้—

ขณะที่ราชินีทมิฬยังคงตกตะลึงอยู่ในฉับพลันถัดมากระบี่ตงหวงก็ทิ่มแทงเข้ามา!

อานุภาพเทพแห่งหนึ่งกระบี่ในยามที่ราชินีทมิฬต้านทานเอาไว้พลังอันดุดันก็ฉีกทลายอาวุธตาข่ายสีดำในมือของนางจนขาดสะบั้นในชั่วพริบตา!

ฉัวะ!!

คมกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้นทะลวงผ่านร่างกายของราชินีทมิฬไปในพริบตา!

ชั่วขณะนั้นโลหิตก็สาดกระเซ็น!

"อึ่ก!"

ราชินีทมิฬเบิกตาโพลงกระบี่นี้ไม่ได้แทงทะลุจุดตายแต่ก็ทำให้นางได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันทีอีกเพียงนิดเดียวก็จะเป็นบาดแผลถึงชีวิตแล้ว!

"อวี่เหวินไท่จี๋!!"

ดวงตาทั้งสองของนางหลั่งโลหิตขณะที่ถอยร่นไปด้านหลังยังไม่ทันได้ก้าวไปอีกก้าวอวี่เหวินไท่จี๋ก็ฟาดฟันกระบี่ลงมาที่ศีรษะแล้ว!

เคร้ง!!

เมื่อเห็นว่ากระบี่ตงหวงกำลังจะผ่าร่างของนางออกเป็นสองซีกอวี่เหวินไท่จี๋ก็พลิกกระบวนท่าเปลี่ยนคมกระบี่ให้ขวางราบแล้วตบลงบนศีรษะของราชินีทมิฬ!

ฉับ!

โลหิตไหลนองศีรษะของราชินีทมิฬดวงตาพร่ามัวไปหมดแต่อย่างน้อยนางก็ยังไม่ตาย!

"ข้าจะฆ่าเจ้า!!"

บาดเจ็บถึงเพียงนี้นางยังคงด่าทออย่างดุร้ายน่าเสียดายที่อวี่เหวินไท่จี๋ไม่ใช่คนจิตใจดีมีเมตตานางเพิ่งจะยกสองมือขึ้นมากระบี่ตงหวงของอีกฝ่ายก็ฟาดฟันลงมาอีกครั้ง!

ฉัวะ!

สองมือของราชินีทมิฬร่วงหล่นลงสู่พื้นดินทั้งหมด!

"อ๊าาาา!!"

ที่หน้าท้องถูกกระบี่แทงหนึ่งแผลศีรษะถูกตบไปหนึ่งทียังบวกกับแขนทั้งสองข้างที่หายไปอีก!

อาการบาดเจ็บเช่นนี้ก็แทบจะไม่ต่างอันใดกับความตายแล้ว!

"ยังจะร้องอยู่อีกหรือ?"

ในบัดนั้นอวี่เหวินไท่จี๋ก็เหยียบศีรษะของนางด้วยเท้าข้างเดียวกดนางลงไปในโคลนตมจากนั้นก็ใช้คมกระบี่ตงหวงจ่อไปที่กลางหลังของราชินีทมิฬ!

เขากดทับหนึ่งในผู้นำสำนักเฮยหมิงลงบนพื้นอย่างแน่นหนา!

ราชินีทมิฬร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและกลิ้งไปมาบนพื้นทว่าเมื่อศีรษะถูกเหยียบอยู่และแผ่นหลังมีกระบี่ตงหวงจ่อเอาไว้นางจะขยับเขยื้อนได้อย่างไร?

ผู้ใดจะคาดคิดว่าราชินีทมิฬจะถูกอวี่เหวินไท่จี๋จัดการจนพ่ายแพ้ซ้ำยังมีจุดจบที่น่าอนาถถึงเพียงนี้!

อาการบาดเจ็บที่หน้าท้องและศีรษะยังไม่นับว่าเป็นอันใดแต่การสูญเสียมือทั้งสองข้างหากไม่สามารถต่อกลับเข้าไปได้ทันเวลาพลังต่อสู้ของนางก็จะลดลงอย่างน้อยห้าส่วน!

ยิ่งไปกว่านั้นยามนี้ความเป็นความตายยังตกอยู่ในการควบคุมของอวี่เหวินไท่จี๋นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องพลังต่อสู้ลดลงอีกต่อไปแล้ว!

บนสมรภูมิรบอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้อวี่เหวินไท่จี๋เหยียบย่ำร่างราชินีทมิฬดวงตาสีดำและขาวอันเย็นชากวาดมองไปทั่วทั้งบริเวณ!

"หยุดมือเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นข้าจะสับร่างคนผู้นี้ให้แหลกเป็นหมื่นชิ้น!!"

เสียงอันดังกังวานนี้กวาดพัดไปทั่วทั้งสมรภูมิรบ!

ทางฝั่งเขตอาคมหมื่นบรรพตอาจจะยังได้ยินไม่ชัดเจนนักแต่ยอดฝีมือที่ยังคงสู้รบกันอย่างดุเดือดในแนวหลังแห่งนี้ล้วนหันมามองในชั่วพริบตา

รวมถึงจักรพรรดิยมโลกด้วยในชั่วแวบแรกพวกเขาก็ได้เห็นภาพที่ทำให้ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ!

ดวงตาแทบจะฉีกขาดแทบจะสิ้นสติไปเลยทีเดียว!

"อวี่เหวินไท่จี๋ปล่อยนางนะ!!"

จักรพรรดิยมโลกรีบถอนตัวออกจากสมรภูมิรบและให้ผู้อาวุโสสภาคนอื่นๆ หยุดมือรวมถึงตะขาบจักรพรรดิเบญจพิษในเวลานี้ก็ทำได้เพียงหยุดมือและจ้องมองอวี่เหวินไท่จี๋ด้วยความเกรี้ยวกราด

"จักรพรรดิยมโลกช่างไร้เดียงสาเสียจริง" อวี่เหวินไท่จี๋เผยรอยยิ้มอันเย็นชาและดูแคลนออกมา

เขาคว้าเส้นผมของราชินีทมิฬดึงร่างของนางขึ้นมาแล้วนำกระบี่ตงหวงพาดไว้ที่ลำคอของนาง

จากนั้นก็กล่าวว่า

"ให้เวลาเจ้าสิบอึดใจถอยทัพเดี๋ยวนี้"

"ถอยห่างจากสำนักตงหวงออกไปสามร้อยลี้"

"ไม่เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้นำศพภรรยาของเจ้ากลับไปตั้งแต่วันแรกที่เปิดศึก"

ทุกถ้อยคำที่เขากล่าวออกมาราวกับเป็นกระบี่เล่มหนึ่งที่ทิ่มแทงลงบนร่างของจักรพรรดิยมโลก!!

-สองสิงห์ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 349 คุกดาบหยินหยาง!

คัดลอกลิงก์แล้ว