- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 565 - การเข้าพบที่ถูกทำนองคลองธรรม
565 - การเข้าพบที่ถูกทำนองคลองธรรม
565 - การเข้าพบที่ถูกทำนองคลองธรรม
565 - การเข้าพบที่ถูกทำนองคลองธรรม
หยางฟ่านนอนพักผ่อนไปหลายชั่วยาม ท้องฟ้าข้างนอกก็เริ่มมืดสนิทแล้ว
ทันทีที่เขาลุกขึ้นมา ก็มีลูกน้องเข้ามารายงานจากด้านนอกว่า “กงกง ด้านนอกฐานที่มั่นมีคนขอเข้าพบขอรับ”
“ขอพบข้า?”
หยางฟ่านเลิกคิ้วขึ้น
ตงฉ่างของพวกเขาขึ้นชื่อว่ามีชื่อเสียงฉาวโฉ่มาตลอด ไม่นึกเลยว่าจะมีคนกล้าบุกเข้ามาขอพบที่กรมตงฉ่างเช่นนี้
“เป็นใครหรือ”
“เป็นชายร่างใหญ่กำยำ พูดจาออกสำเนียงทางเหนือ อ้างว่าชื่อจ้าวเอี๋ยนขอรับ”
“ไม่รู้จัก! ไม่พบ!”
หยางฟ่านขี้เกียจจะสนใจ โบกมือปฏิเสธไปทันที
แต่ลูกน้องกลับยื่นรายการของขวัญส่งมาให้อย่างระมัดระวัง “อีกฝ่ายยังส่งรายการของขวัญมาด้วยขอรับ…”
หยางฟ่านรับรายการของขวัญมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
เพียงกวาดตามองผ่านๆ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะกระแอมไอหนึ่งครั้งแล้วกล่าวขึ้นว่า “คนที่รู้จักทำนองคลองธรรมเช่นนี้ ก็ให้โอกาสเขาสักหน่อย นำเขาไปที่ห้องโถง รอข้าก่อน”
“ขอรับกงกง”
ลูกน้องรีบโค้งตัวลาออกไป
จากนั้นหยางฟ่านจึงเริ่มสำรวจดูรายการของขวัญอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อพบเขาแล้ว อีกฝ่ายถึงกับมอบเงินมาสามหมื่นตำลึง แล้วยังแถมม้าศึกชั้นยอดจากทางเหนืออีกหนึ่งตัว ชื่อว่า ม้ากีบเหล็กร้อยแยก
ม้าศึกชั้นดีขนาดนี้ หากนำมาขายในเมืองหลวงอย่างต่ำต้องมีราคาหนึ่งแสนตำลึงเงิน!
ร่ำรวยเสียจริง!
เศรษฐีหน้าใหม่เช่นนี้ ต้องพบเสียหน่อยแล้ว
จะดีกว่านี้หากสอบถามที่อยู่บ้านเขาให้ชัดเจน รวมทั้งเส้นทางที่เขาใช้เดินทางกลับบ้านประจำวันด้วย
หยางฟ่านเก็บรายการของขวัญ แล้วก้าวออกจากห้องพักทันที
เพียงไม่กี่ก้าว ก็ถึงห้องโถงใหญ่
ทันทีที่เข้ามา ก็เห็นบุรุษร่างใหญ่หัวโล้นผู้หนึ่งยืนอยู่กลางห้องโถง
ชายผู้นี้แต่งกายแบบชาวยุทธ์ เปลือยแขนทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อปูดโปนเป็นมัดๆ เพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็ทำให้ผู้อื่นรู้สึกกดดันอย่างรุนแรงแล้ว
จ้าวโต้วเอี๋ยนได้ยินเสียงฝีเท้า ก็รีบหันกลับมาทันที เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้าประตูมาคือหยางฟ่าน เขาก็รีบทำความเคารพทันที
“คำนับหยางกงกง!”
แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะหัวโล้น มีใบหน้าดุดัน มองดูหยาบกร้านอยู่บ้าง แต่เมื่อยิ้มขึ้นมา กลับดูมีความเป็นมิตรขึ้นมาทันที
“อืม เจ้าคือคนที่ต้องการพบข้า?”
สายตาของหยางฟ่านเต็มไปด้วยการตรวจสอบ
เขามองชายตรงหน้าแวบหนึ่ง ก็รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้ต้องเกี่ยวข้องกับชายร่างใหญ่ที่แสดงกิริยายั่วยวนบนถนนเมื่อวานอย่างแน่นอน
เมื่อพิจารณาจากใบหน้าที่คล้ายคลึงกันมากของทั้งสองคน ก็ง่ายดายสำหรับหยางฟ่านที่จะสรุปเช่นนี้
อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวปรมาจารย์ขึ้นมาสองคนติดๆ กัน ช่างน่าสนใจจริงๆ!
แต่ในขณะนี้ จ้าวโต้วเอี๋ยนกลับยังคงยิ้มแย้มอย่างเต็มใบหน้า โดยไม่รู้เลยว่าหยางฟ่านกำลังคิดอะไรอยู่ เขารีบแนะนำตัวอย่างกระตือรือร้น
“เรียนกงกง ข้าเองขอรับ!”
“ข้ามีนามว่าจ้าวเอี๋ยน เดินทางมาจากแดนเหนือ เดิมทีเป็นทหารชายแดน แต่เพราะทำให้ผู้บังคับบัญชาไม่พอใจ จึงถูกไล่ออกจากกองทัพชายแดน ข้าจึงคิดจะมาหาอนาคตที่เมืองหลวง ได้ยินว่ากงกงมีหน้าที่ดูแลสอบคัดเลือกจอมยุทธ์ จึงรีบมาขอเข้าพบท่านขอรับ”
“อ้อ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางฟ่านก็พยักหน้าเล็กน้อย
เช่นนี้ก็นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว
แต่ตัวเขาเองมีหน้าที่แค่คอยตรวจสอบดูแลเท่านั้น แทบจะไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการคัดเลือกจอมยุทธ์ได้เลย แล้วพวกเขามาขอพึ่งพาตนจะมีประโยชน์อันใด?
หยางฟ่านรู้สึกว่าการปรากฏตัวของพวกเขานั้นดูบังเอิญเกินไป!
เขาตระหนักถึงปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และโดยสัญชาตญาณจึงเริ่มระแวดระวัง
การระวังภัยจากผู้อื่นนั้นจำเป็นเสมอ
ยิ่งอีกฝ่ายแสดงออกอย่างกระตือรือร้นเท่าไร ก็ยิ่งมีจุดประสงค์แอบแฝงมากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่าในเมื่อเขาได้รับเงินจากอีกฝ่ายมาแล้ว หยางฟ่านยังมีจิตวิญญาณของการทำงาน เขาจึงกล่าวอย่างนุ่มนวลทันทีว่า “เจ้าจงตั้งใจเข้าร่วมสอบคัดเลือก ข้าจะดูแลอนาคตให้เจ้าเอง”
หากสอบได้ก็นับว่าเป็นคนของราชสำนัก หากสอบไม่ได้ อย่างแย่ที่สุดก็ยังเข้าร่วมกับตงฉ่างได้อยู่ดี
อย่างไรเสียก็ยังนับว่ามีอนาคตอยู่บ้าง
หยางฟ่านพูดมาแต่ไหนแต่ไรไม่เคยกลับคำอยู่แล้ว!
“ขอบคุณกงกงยิ่งนัก”
จ้าวโต้วเอี๋ยนไม่คิดเลยว่าหยางฟ่านจะพูดจาดีขนาดนี้ รีบเผยรอยยิ้มออกมาทันที พร้อมเสริมขึ้นอีกว่า “ข้ายังมีพี่ชายอีกสองคน ก็จะเข้าร่วมสอบคัดเลือกด้วยขอรับ...”
“เดี๋ยวอย่าลืมทิ้งชื่อของพวกเขาไว้ด้วย ข้าจะจัดการให้เอง คำพูดของข้านั้นแต่ไหนแต่ไรไม่เคยกลับคำ!”
หยางฟ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด
“ขอบคุณกงกง”
จ้าวโต้วเอี๋ยนรีบทิ้งชื่อจ้าวซินกับจ้าวเหล่ยไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมขอบคุณอย่างล้นเหลือ ก่อนจะถอยออกไป
“จัดคนไปตรวจสอบประวัติของพวกเขาทั้งสามคนด้วย”
หยางฟ่านมองอีกฝ่ายเดินจากไป ก่อนจะออกคำสั่งทันที
“ขอรับกงกง”
ลูกน้องรับคำสั่ง รีบตามออกไปทันที
หยางฟ่านมองดูจ้าวโต้วเอี๋ยนเดินจากไป แววตาเป็นประกายวูบไหวเล็กน้อย
น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถฝังตราทาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่อย่างนั้นก็คงรู้หมดแล้วว่าพวกเขามีจุดประสงค์ใดกันแน่
สาเหตุก็เพราะตราทาสแบบคู่ที่เขาปรับปรุงขึ้นมาใหม่นั้น สร้างภาระให้กับวิญญาณเขาหนักเกินไป ภายใต้ตราหลัก จึงสามารถฝังตรารองได้แค่สิบดวงเท่านั้น
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ไปจัดการฆ่าพวกขันทีจากฝ่ายอาญาไปหลายคนแล้ว แค่รักษาเหล่าพระเฒ่ากับจางฉงซินเอาไว้ ก็แทบจะเกินขีดจำกัดแล้ว
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดเผยตัวเองออกมาเช่นนี้ การสืบให้ชัดเจนถึงจุดประสงค์และเบื้องหลังของพวกเขานั้นง่ายดายสำหรับตงฉ่างอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ตราทาสให้ยุ่งยาก
มีวิธีที่ง่ายกว่า แล้วจะทำเรื่องให้ยุ่งยากไปเพื่ออะไร?
ไม่เช่นนั้นก็ยังต้องจัดการฆ่าปิดปากอีกด้วย ง่ายที่จะทำให้พวกเขาตื่นตัวก่อนเวลาอันควร
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลสำคัญอีกอย่างก็คือ ปรมาจารย์ระดับนี้ยังไม่คู่ควรจะได้รับตราทาสของเขา!
ส่วนวิชาระดับปรมาจารย์สวรรค์นั้นก็พอจะจัดการอีกฝ่ายได้อยู่บ้าง แต่การใช้วิชาลัทธิเต๋าเป็นไพ่ตายที่หยางฟ่านเก็บซ่อนเอาไว้ลึกที่สุด จึงไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยออกมาง่ายๆ
“อย่างไรเสีย ไพ่ตายยิ่งมีมากก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้น”
หยางฟ่านเข้าใจหลักการข้อนี้ดี
เพราะตัวเขาในตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลาจะเปิดเผยได้ตามใจชอบ!
…………….