- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 561 - ต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่
561 - ต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่
561 - ต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่
561 - ต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่
เขาฝืนตัวเองบิดศีรษะหันไปมองหยางฟ่าน แน่นอนว่าหยางฟ่านที่เมื่อกี้ยังมองขาเขาอยู่ ตอนนี้กลับหันสายตาไปทางอื่นแล้ว
"ไอ้ขันทีจอมโลเล ไร้ใจคนนี้ มันชอบแค่ขาสวยๆ จริงๆ ด้วย"
การค้นพบครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองได้ประโยชน์อะไรบ้างแล้ว
แม้ต้องแลกกับการโดนหมากัดยับ แต่ก็ถือว่าครั้งนี้ไม่ได้มาเสียเปล่าอย่างน้อยก็คุ้มค่าอยู่บ้าง
ส่วนทางด้านนี้ พี่ใหญ่สุนัขก็ได้ระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว จึงกลับมาข้างๆ หยางฟ่าน
"ให้มันกล้ามาอวดดีต่อหน้าข้าอีก"
มันยิ้มยิงฟันออกมา ในร่องฟันยังมีคราบเลือดติดอยู่เล็กน้อย
คนหนึ่งหมาหนึ่งตัว เดินจากไปอย่างสง่างาม โดยมีเจิ้งเทียนผู้ไร้ตัวตนติดตามอยู่ด้านหลัง
เวลานี้จ้าวโต้วเล่ยเพิ่งลุกขึ้นจากพื้น กัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด เดินกะเผลกเข้าไปในตึกหลังเล็กที่อยู่ข้างๆ
เขาเพิ่งเข้าประตูไป จ้าวโต้วซินกับจ้าวโต้วเอี๋ยนก็รีบเข้ามาหา ถามขึ้นพร้อมกันด้วยความเป็นห่วง
"พี่รอง"
"น้องรอง"
"เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่"
จ้าวโต้วเล่ยถลึงตามองทั้งสองคนหนึ่งที จากนั้นก็นั่งลงที่หน้าโต๊ะ ด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยเขี้ยวหมา กล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
"ไม่เป็นไรหรือ พวกเจ้าไปลองให้หมาตัวนั้นกัดสักรอบสิ"
ทั้งสองหัวเราะแห้งๆ ออกมาครั้งหนึ่ง
นั่นมันพี่ใหญ่สุนัขนะ ถูกกัดแค่รอบเดียวถือว่ายังเบาอยู่เลย
ตอนแรกพวกเขาแค่อยากลองหยั่งเชิงหยางฟ่านเท่านั้น ใครจะรู้ว่าจู่ๆ กลับไปล่วงเกินพี่ใหญ่สุนัขเข้าโดยไม่ตั้งใจ
ดูจากตำแหน่งที่พี่ใหญ่สุนัขลงปากกัด ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่ว่ามันไม่พอใจบุรุษที่มีรูปร่างกำยำแข็งแรงนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่เห็นหรือว่ารอยเขี้ยวที่ฝังอยู่เต็มไปหมดนั้น แทบจะมากกว่ารอยสักหรือปานแต่กำเนิดเสียอีก
"แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรมาเลย อย่างน้อยข้าก็ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มาบ้างแล้ว"
จ้าวโต้วเล่ยบอกเล่าสิ่งที่ตัวเองค้นพบออกมาทีละอย่าง
"อืม ตั้งแต่เจ้าปรากฏตัว สายตาของเขากวาดไปที่ใบหน้าของเจ้าก่อน แล้วก็จ้องไปที่ขาของเจ้า อืม มองอยู่นานทีเดียว"
ในขณะนี้เอง ก็มีเสียงที่มั่นใจเสียงหนึ่งดังออกมา
ที่แท้ภายในห้องเล็กของตึกนี้ ยังมีบุรุษรูปงามเป็นพิเศษอีกผู้หนึ่งนั่งอยู่
เขาสวมชุดคลุมยาวสีเขียวเข้ม รูปร่างผอมบาง ใบหน้าแฝงด้วยสีแดงขาวที่ดูเหมือนป่วยเล็กน้อย ดวงตาเรียวยาวดั่งดอกท้อ เพียงมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่ามีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากพวกจ้าวโต้วซินอย่างมาก
บุรุษผู้นี้มีชื่อว่าเย่ชุนอวี่
เดิมทีเกิดมาในตระกูลนักดนตรี เป็นบุตรของนักแสดงงิ้ว จากความบังเอิญได้เข้ามาอยู่ในกองทัพ แต่กลับถูกกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่สามพี่น้องตระกูลจ้าวช่วยเหลือไว้ จึงได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเล็กๆ นี้ในที่สุด
จ้าวโต้วซินได้ยินเย่ชุนอวี่เปิดปากกล่าว จึงรีบพูดเสริมทันทีว่า "ในเมื่อชุนอวี่พูดเช่นนั้น ก็ต้องเป็นเช่นนั้นแน่"
"แต่ว่า สายตาของเขากลับใสกระจ่าง และยังมีแววหยอกล้ออยู่สามส่วน เกรงว่าคงไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเจ้าคิด"
เย่ชุนอวี่มองจ้าวโต้วซิน ดวงตาปรากฏความอ่อนโยนแวบหนึ่ง "ดังนั้น ครั้งนี้ที่ท่านอ๋องจัดการให้พวกเจ้าเข้าใกล้คนผู้นี้ น่าจะมีจุดประสงค์อื่นมากกว่า"
"หืม"
ทั้งสามคนชะงักไปชั่วครู่
เย่ชุนอวี่กล่าว "เว่ยอ๋อง(จูเยว่เซียน)ผู้สูงศักดิ์ แม้อยากจะดึงใครมาเป็นพวก ก็คงไม่ใช้วิธีเช่นนี้ คงจะเกิดความผิดพลาดอะไรสักอย่างระหว่างการส่งสารแน่"
"อีกอย่าง ตงฉ่างภักดีเพียงแค่ฝ่าบาทเท่านั้น ถือว่าตนเองเป็นสุนัขรับใช้ของฝ่าบาทมาตลอด และยังแยกตัวชัดเจนจากราชวงศ์ หยางฟ่านผู้นี้เป็นผู้ดูแลกิจการของตงฉ่าง ตำแหน่งของเขาคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเอนเอียงไปทางองค์ชาย"
"เช่นนั้นแล้ว ท่านอ๋องให้พวกเจ้าเข้าใกล้เขา จุดประสงค์บางทีอาจไม่ใช่การดึงตัว"
เย่ชุนอวี่กล่าวอย่างจริงจัง "พูดให้ถูกควรจะเรียกว่าเป็นการทดสอบเสียมากกว่า"
"ทดสอบหรือ"
จ้าวโต้วซินขมวดคิ้ว ใช้มือลูบศีรษะโล้นเบาๆ "ท่านอ๋องจะมาทดสอบขันทีทำไม"
"เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจนัก"
เย่ชุนอวี่ส่ายหน้าเบาๆ "แต่ข้าได้ยินว่าคนผู้นี้รับผิดชอบดูแลการสอบยุทธ์ หากพวกเจ้าอยากเข้าใกล้เขา ก็ลองวางตัวให้เหมือนพวกผู้เข้าร่วมสอบยุทธ์เหล่านั้นดูสิ"
"ขันทีนั้นมักนิยมอำนาจและเงินทองเสมอ ยอมเสียเงินทองสักหน่อย ก็ยังจะดีกว่าวิธีที่พวกเจ้าใช้ในตอนนี้"
วิธีที่ใช้อยู่ตอนนี้...
สามพี่น้องได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันดูอับอายเล็กน้อย
อย่างไรพวกเขาก็อยู่ในกองทัพมานานหลายปี นานๆ จะได้เห็นผู้หญิงสักที แม้แต่แม่หมูตัวหนึ่งในสายตาพวกเขาก็งดงามดั่งเตียวเสี้ยนแล้ว เพื่อคลายความเหงา บางครั้งก็มีความคิดแปลกๆ เกิดขึ้นบ้างก็หลีกเลี่ยงได้ยาก
"ถ้าเช่นนั้นก็ฟังคำของชุนอวี่"
จ้าวโต้วซินตบโต๊ะหนึ่งที หันมองพี่น้องอีกสองคน "ครั้งนี้ให้น้องสามไป อย่าเสียดายเงินทอง อย่างน้อยก็ต้องทิ้งความประทับใจให้เขาจำได้บ้าง"
"ได้ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย"
จ้าวโต้วเอี๋ยนรับคำ รีบร้อนจากไปทันที
ส่วนจ้าวโต้วเล่ยก็ไม่อยากอยู่ให้รกตา เอ่ยปากว่าจะกลับไปรักษาบาดแผล ก็รีบออกไปเช่นกัน
จ้าวโต้วซินมองไปที่เย่ชุนอวี่ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ "ครั้งนี้ทำให้ชุนอวี่เจ้าดูเรื่องน่าขันอีกแล้ว"
"พวกเราล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าจะหัวเราะเยาะพวกเจ้าได้อย่างไรกัน"
เย่ชุนอวี่ส่ายหน้าเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แต่ว่าข้าเห็นหยางฟ่านผู้นั้น มีท่วงท่าทรงภูมิฐาน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวและหมาป่า ภายในแฝงไปด้วยวีรบุรุษ ครั้งนี้พวกเจ้าคงจะลำบากไม่น้อย"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วหมุนรถเข็นมาหยุดที่ด้านหน้าจ้าวโต้วซิน เอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เจ้าต้องระวังตัวให้ดี"
ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อจ้าวโต้วซินได้ฟังคำนี้ กลับเหมือนได้ฉีดยากระตุ้นเข้าไปในตัว ตบหน้าอกตนเองดังๆ "ชุนอวี่เจ้าวางใจได้ ข้านั้นคือบุรุษที่จะได้เป็นโหวในอนาคต จะมาล้มตั้งแต่ตอนนี้ได้อย่างไร"
เย่ชุนอวี่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ทำลายกำลังใจอีกฝ่าย เพียงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนเท่านั้น
……………