เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

559 - ปฏิบัติการของสามพี่น้อง

559 - ปฏิบัติการของสามพี่น้อง

559 - ปฏิบัติการของสามพี่น้อง


559 - ปฏิบัติการของสามพี่น้อง

"มีใครอยู่หรือไม่"

ทันทีที่นางเอ่ย นางกำนัลคนสนิทก็รีบเข้ามารอฟังคำสั่งทันที

"ข้าจำได้ว่าในกลุ่มคนที่มาสวามิภักดิ์จากจวนจ้าว มีพี่น้องสามคนใช่หรือไม่"

"ทูลองค์หญิง เป็นเช่นนั้นเพคะ สามคนนั้นเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน มีพละกำลังมหาศาลแต่กำเนิด ทุกคนล้วนมีฐานะปรมาจารย์ขั้นแปด เนื่องจากตระกูลพวกเขาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกองทัพมาหลายรุ่น จึงเข้ามาสวามิภักดิ์ตั้งแต่เนิ่นๆ และคอยรับใช้ในสำนักจี้เสียนมาโดยตลอดเพคะ"

"จัดการให้พวกเขาไปใกล้ชิดกับหยางฟ่าน"

"เพคะ"

นางกำนัลถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบพยักหน้ารับคำ

ในใจกลับรู้สึกแปลกใจขึ้นมาอย่างเงียบๆ อยู่ดีๆ องค์หญิงเยว่เหตุใดจึงให้บุรุษกำยำล่ำสันเลือดร้อนสามคนนี้เข้าไปใกล้ชิดกับขันทีหนุ่มเล็กๆ คนหนึ่ง

หรือจะเป็นว่า…

นางอดคิดไปถึงตำราแปลกประหลาดที่ซ่อนไว้ใต้หมอนของตนเองไม่ได้ ความคิดอันกล้าหาญบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจทันที

"อะไรนะ"

"ให้พวกเราสามคนไปสนิทสนมกับขันทีนั่นหรือ"

"ยังต้องแสดงความสามารถให้เขาพอใจอีกหรือ"

ภายในสำนักจี้เสียน บุรุษร่างใหญ่สามคนยืนอึ้ง มองหน้านางกำนัลตรงหน้า สมองพวกเขามึนงงไปหมดแล้ว

บุรุษทั้งสามคนนี้ล้วนหัวโล้น ร่างกายแข็งแกร่งกำยำ มีรูปร่างใหญ่โตราวกับหมีควาย แต่ละคนล้วนมีความสูงมากกว่าหนึ่งวา(สองเมตร) ร่างกายล่ำสันเหมือนหอคอยเหล็กเดินได้

หากอยู่ในกองทัพ ล้วนต้องเป็นยอดขุนพลแถวหน้าอย่างแน่นอน

แม้จะมีพื้นเพเป็นช่างฝีมือ แต่เพราะตระกูลได้รับพระคุณจากกองทัพตระกูลจ้าวมาหลายชั่วอายุคน จึงเข้าสวามิภักดิ์ต่อตระกูลจ้าวตั้งแต่เนิ่นๆ กลายเป็นขุมกำลังให้แก่ตระกูลจ้าวอย่างเต็มตัว

ทั้งยังได้รับพระราชทานแซ่จ้าวอีกด้วย

พี่ใหญ่ชื่อจ้าวโต้วซิน พี่รองชื่อจ้าวโต้วเล่ย และน้องสามชื่อจ้าวโต้วเอี๋ยน

นางกำนัลมองกล้ามเนื้อแขนที่โป่งพองเป็นมัดๆ ของทั้งสาม ในใจแอบอยากเข้าไปสัมผัสอย่างยิ่ง ต้องออกแรงมหาศาลจึงจะอดกลั้นแรงกระตุ้นในใจได้ จึงเบือนสายตาหนีไปทางอื่น

นางได้ยินเสียงอุทานตกใจของพวกเขา จึงกล่าวอย่างจริงจัง "ดูเหมือนว่าองค์หญิงเยว่จะให้ความสำคัญกับบุคคลผู้นี้มาก พวกเจ้าต้องไม่ละเลยภารกิจครั้งนี้เป็นอันขาด"

กล่าวจบ นางยังหันมองทั้งสามด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะจากไปในที่สุด

แม้นางจะจากไปแล้ว แต่สามพี่น้องกลับรู้สึกยุ่งยากใจอย่างหนัก

พวกเขาถูกตระกูลจ้าวส่งมาอยู่ที่จวนองค์หญิงเยว่เพื่อรับคำสั่ง ย่อมรู้ดีว่าความหมายเบื้องหลังนั้นคือ องค์หญิงเยว่ต้องการช่วงชิงตำแหน่งสูงสุด

ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับความเห็นชอบจากนายท่านอีกด้วย

แม้โอกาสที่ผู้หญิงจะได้ขึ้นตำแหน่งนั้นจะน้อยมาก แต่ประวัติศาสตร์ก็เคยมีมาก่อน ต่อให้ไม่สำเร็จ ก็ถือเป็นการตอบแทนพระคุณของตระกูลจ้าว

แต่พวกเขาไม่เคยนึกเลยว่า ภารกิจแรกที่ได้รับ กลับเป็นเรื่องที่ยากลำบากถึงเพียงนี้

(ในเรื่องคือจูเยว่เซียนได้รับตำแหน่งชินอ๋องซึ่งก็คือเชื้อพระวงศ์ชั้นหนึ่ง มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์รองจากไท่จื่อ)

พี่ใหญ่จ้าวโต้วซินลูบศีรษะโล้นของตน กล่าวด้วยน้ำเสียงอึดอัดว่า "ลองบอกกันหน่อย พวกเจ้าคิดอย่างไรกันบ้าง"

จ้าวโต้วเล่ยพี่รองหัวเราะแห้งๆ "พี่ใหญ่ ท่านก็รู้จักข้าดี ข้านิสัยชอบทำเองทุกเรื่อง ไม่ถนัดขอร้องใคร..."

จ้าวโต้วเอี๋ยนน้องสามกลับมีท่าทีเหนียมอายเล็กน้อย "พี่ใหญ่ ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นคนที่ไม่ชอบเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนมาแต่ไหนแต่ไร..."

"พอแล้ว! ข้าไปมีน้องชายโง่ๆ อย่างพวกเจ้าสองคนได้อย่างไรกัน"

จ้าวโต้วซินตบหน้าผากอย่างแรง กล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดอย่างที่สุด "ข้ายังไปปรึกษาพี่สะใภ้ดีกว่า! เขา...เอ่อ เขาจะต้องมีวิธีแน่!"

"ฮัดชิ่ว!"

บนเส้นทางไปยังที่ทำการตงฉ่าง หยางฟ่านจู่ๆ ก็จามออกมาอย่างแรง

เขารู้สึกแปลกๆ อย่างไม่อาจอธิบาย "แปลกจริง ข้าฝึกฝนเส้นทางนักรบโลหิตศักดิ์สิทธิ์สำเร็จแล้ว ทั้งยังเป็นราชามารหนังแล้วด้วย เหตุใดถึงยังจามได้ หรือว่ามีใครคิดถึงข้าอยู่"

คิดไปสักพัก เขาก็รู้สึกได้ว่า คงเป็นเพราะเขาปรากฏตัวที่ตงฉ่างอีกครั้ง จึงดึงดูดปัญหาบางอย่างเข้ามา

ในฐานะผู้ดูแล ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางค่อนสูงของตงฉ่างแล้ว

ในขณะที่เผิงอันสูญเสียอำนาจ และเจี่ยสืออันได้ครอบครองอำนาจแทนนั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญปัญหายุ่งยากบางอย่าง

ท้ายที่สุดแล้ว เผิงอันก็ไม่มีทางเต็มใจอยู่แบบปลดเกษียณในคณะสามผู้เฒ่า โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวบ่อยครั้งของพี่ใหญ่สุนัขนั้น คนที่รับยาจากเขาย่อมไม่ใช่แค่หยางฟ่านเพียงคนเดียว

ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าบรรยากาศภายในตงฉ่างตอนนี้ยังคงไม่สงบ

"หรือบางที ข้าควรหาโอกาสไปสำรวจดูหน่อยว่าคนเหล่านี้คิดกับข้าอย่างไร"

หยางฟ่านหรี่ตาลง ครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ

ขณะที่คิดเช่นนั้น เขาก็มาถึงที่ทำการตงฉ่างเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเขาก้าวเข้าประตูใหญ่ ข่าวก็ถูกส่งไปถึงหม่าหย่งเจิ้ง ผู้ตรวจการคนใหม่ทันที

ทว่าหม่าหย่งเจิ้งกลับมองขันทีวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก "ให้เจ้าไปติดต่อเขา ทำไมจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ผลอะไรเลย"

ขันทีวัยกลางคนรีบอธิบาย "ใต้เท้า เรื่องนี้มีเหตุผลบางอย่างจริงๆ ท่านเถาอิงให้การสนับสนุนเขามากเกินไป เขาไม่เคยมารายงานตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ข้าลองไปตามหาเขาหลายครั้ง แต่ก็หาไม่พบเลยขอรับ..."

หม่าหย่งเจิ้งขมวดคิ้ว "ตอนแรกยังคิดว่าเป็นคนที่พอจะฝึกฝนได้ ดูเหมือนข้าจะมองผิดเสียแล้ว"

คนที่แม้แต่การรายงานตัวยังไม่มาแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นคนที่มีนิสัยแปลกประหลาดมากเพียงใด

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่ออีกครั้ง "แต่ถ้าหากเถาอิงให้ความสำคัญและสนับสนุนขนาดนี้ หยางฟ่านคงมีวิธีบางอย่างเป็นแน่"

เมื่อเขานึกถึงของกำนัลที่หยางฟ่านมอบให้ครั้งก่อน ก็พลันเข้าใจบางอย่างขึ้นมาทันที

ส่งของกำนัลให้เขายังสูงถึงสองหมื่นตำลึง เช่นนั้นที่มอบให้เถาอิงจะมากมายขนาดไหนกันเล่า

ทำให้ในใจเขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างอธิบายไม่ได้

ในเวลานั้นเอง ภายนอกพลันมีคนเข้ามารายงาน

"คารวะใต้เท้าผู้ตรวจการ ผู้ดูแลหยางฟ่านขอเข้าพบขอรับ"

"หือ"

……….

จบบทที่ 559 - ปฏิบัติการของสามพี่น้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว