- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 413 - รู้แจ้งเช้า ตายเย็นก็เพียงพอ
413 - รู้แจ้งเช้า ตายเย็นก็เพียงพอ
413 - รู้แจ้งเช้า ตายเย็นก็เพียงพอ
413 - รู้แจ้งเช้า ตายเย็นก็เพียงพอ
เสียง "ปัง! ปัง! ปัง!" ดังสะท้อนอยู่ในค่ำคืนอันเย็นยะเยือก
ถนนในเมืองเอี้ยนหนานเงียบสงัด ผู้คนต่างหลับใหล เหลือเพียงเสียงระฆังยามของยามค่ำคืนที่ก้องกังวานเป็นระยะๆ
"ฟึ่บ"
เงาร่างหนึ่งพลันกระโจนออกจากลานบ้านแห่งหนึ่ง แล้วพุ่งหายไปในความมืดด้วยความเร็วปานสายฟ้าสีดำ
ชั่วพริบตา เงาร่างนั้นก็หายไปไร้ร่องรอย
บุคคลนั้นย่อมเป็นหยางฟ่าน
ไม่นานหลังจากเขาจากไป พี่ใหญ่สุนัขที่นอนหลับอยู่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
มันกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงกว้างนุ่ม สายตามีแววครุ่นคิด
"ดึกป่านนี้แล้ว ไอ้หนูฟ่านจะไปที่ไหนกันนะ?"
มันไม่ได้สงสัยเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองก่อนหน้านี้เกี่ยวข้องกับหยางฟ่าน แต่กลับสนใจว่าเขากำลังจะไปทำอะไรแทน
"หึๆๆ ให้ข้าดูหน่อยสิว่าเจ้าจะทำอะไร!"
"แอบไปสนุกคนเดียวโดยไม่พาข้าไป แบบนี้ไม่ได้นะ!"
พี่ใหญ่สุนัขหัวเราะเย้ยหยัน ก่อนจะกระโจนลงจากเตียง ประตูเปิดปิดอย่างรวดเร็ว แล้วร่างของมันก็หายไปในความมืด
ในขณะที่หยางฟ่านกำลังก้าวเท้าไปข้างหน้า ทุกครั้งที่ปลายเท้าแตะพื้น ร่างของเขาก็พุ่งออกไปหลายสิบวา ความเร็วเหนือกว่าม้าศึกที่กำลังพุ่งทะยานเสียอีก
ไม่นาน เขาก็มาถึงหน้าคุกดำของตงฉ่าง
ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม เมฆดำปกคลุม
หยางฟ่านจ้องมองคุกดำที่ดูราวกับป้อมปราการ ความคิดพุ่งวาบขึ้นในใจ หากเขาบุกเข้าไปฆ่าหม่ากงกงในทันทีคงไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนัก
"หืม?"
ขณะที่กำลังไตร่ตรองอยู่ สายตาของเขาบังเอิญมองเห็นร่างของพี่ใหญ่สุนัขผ่านพลังเทพ
พี่ใหญ่สุนัขกำลังลอยอยู่กลางอากาศ คล้ายกับบอลลูนทำจากหนังสุนัข ขนของมันดำมันวาวจนแทบกลมกลืนกับความมืด หากไม่ใช่เพราะพลังพิเศษของหยางฟ่าน เกรงว่าเขาเองก็คงมองไม่เห็น
"พี่ใหญ่สุนัขมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
หยางฟ่านขมวดคิ้ว คิดว่าหรือมันจะสงสัยเขาเพราะเรื่องก่อนหน้านี้?
แต่ไม่น่าใช่ หากพี่ใหญ่สุนัขรู้ว่าเขาเป็นคนเล่นงานมัน คงเล่นงานกลับในทันที ไม่น่าจะรอถึงตอนนี้ อาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ?
เขากวาดสายตาครุ่นคิด แต่การที่พี่ใหญ่สุนัขมาอยู่ที่นี่ก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเขา
บางที เขาอาจจะสามารถเข้าไปในคุกดำได้อย่างเปิดเผย!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หยางฟ่านก็เดินตรงไปที่หน้าคุกดำ
ยามเฝ้าด้านหน้ากำลังจะร้องถาม ทว่าเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ที่หยางฟ่านชูขึ้น พวกเขาก็รีบคุกเข่าคารวะ
"คารวะท่านผู้ดูแล!"
"เปิดประตู ข้าเดินผ่านที่นี่ รู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอพักสักครู่"
หยางฟ่านสั่งโดยตรง
ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของหน่วยรบพิเศษ แต่มันก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของตงฉ่าง ตราผู้ตรวจการของหยางฟ่านยังคงใช้ได้ผลดี
เขาจึงสามารถเข้าไปได้โดยง่าย
"เจ้าเด็กฟ่านนี่ กลางดึกดื่นมาที่คุกดำทำไมกัน? น่าสงสัย!"
พี่ใหญ่สุนัขที่ลอยอยู่บนอากาศมองตามอย่างประหลาดใจ
ขณะที่มันกำลังลอยเข้าไปในเขตแดนของคุกดำ ทันใดนั้น ฝูงเหยี่ยวของตงฉ่างที่ซุ่มอยู่พลันส่งเสียงร้องก้องฟ้า
เสียงร้องสามสั้นหนึ่งยาว...สัญญาณเตือนว่าศัตรูร้ายบุกรุก!
ภายในความมืด เงาทั้งหลายภายในคุกดำราวกับตื่นขึ้นมาในพริบตา
"ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!"
ร่างมากมายพุ่งออกมาจากทุกมุมของเรือนจำ
ทั้งหมดล้วนเป็นองครักษ์พิเศษของตงฉ่าง!
ไม่ว่าจะแกร่งกล้าระดับสุดยอดปรมาจารย์ หรือสูงส่งถึงขั้นประตูสวรรค์!
พวกเขายืนเรียงรายอยู่บนอาคารภายในเรือนจำ ลมกรรโชกพัดกระหน่ำ แต่ร่างของพวกเขายังคงตั้งตระหง่านราวกับต้นสน
ในเวลาเดียวกัน กองกำลังหน่วยองครักษ์ตงฉ่างก็เคลื่อนพลออกมา ทุกคนถือดาบสะพายคันเกาทัณฑ์ ลูกศรอสนีบาตสีม่วงถูกจัดเตรียมไว้พร้อม
กลิ่นอายสังหารลอยฟุ้งขึ้นในอากาศ ราวกับเสือและมังกรที่กำลังคอยจังหวะขย้ำเหยื่อ
พี่ใหญ่สุนัขสีหน้าซีดเผือด
"นี่มันอะไรกันเนี่ย!"
การเตรียมพร้อมระดับนี้ การรวมตัวของยอดฝีมือมากมาย แม้แต่ผู้ที่เปิดประตูสวรรค์สองประตูอย่างมันเกรงว่าก็คงจะถูกบดขยี้จนไม่มีโอกาสรอดชีวิต!
"โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง! หยุดก่อน! ข้าเอง!"
พี่ใหญ่สุนัขรีบประกาศตัวตนของมันออกมา ด้วยเกรงว่าจะมีบางคนฉวยโอกาสเล่นงานมันจนตาย
ท้ายที่สุดแล้ว ภายในกองบัญชาการใหญ่ยังคงถูกแบ่งเป็นฝักฝ่ายอยู่เสมอ
บางคนเป็นคนที่ทำงานให้กับผู้บัญชาการใหญ่โดยตรง บางคนก็เป็นบริวารของสามขันทีอาวุโส การหักเล่ห์ชิงเหลี่ยมและกำจัดคนของฝ่ายตรงข้ามเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ตงฉ่างก็เหมือนยุทธภพขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยเหล่าขั้วอำนาจที่แตกต่างกัน
แม้แต่เผิงอันเอง ก็ทำได้เพียงรักษาเสถียรภาพของโครงสร้างอันกว้างใหญ่ของตงฉ่าง แต่ไม่อาจควบคุมทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์
ในเมื่อพี่ใหญ่สุนัขเป็นผู้ติดตามคนสนิทของเผิงอัน จึงต้องมีบางคนที่อยากฉวยโอกาสนี้เพื่อลดอำนาจของเผิงอันลง
เมื่อพี่ใหญ่สุนัขเปิดเผยตัวตนอย่างรวดเร็ว บางคนลอบสบตากันอย่างลับๆ และเผยสีหน้าลังเลเล็กน้อย
แน่นอนว่าคนอื่นๆ ส่วนใหญ่เลือกที่จะวางตัวเป็นกลาง
หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มคนที่ถูกเรียกมาด้วยสัญญาณเตือนภัยก็แยกย้ายกันไป
พี่ใหญ่สุนัขถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะตกลงสู่พื้นด้วยท่าทีอิดโรย ถูกพาตัวเข้าไปด้านใน
ในขณะเดียวกัน
หยางฟ่านก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นความโกลาหลที่พี่ใหญ่สุนัขก่อขึ้น
พลังของหน่วยรบที่ปรากฏให้เห็นนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง กลิ่นอายสังหารที่ปะทุออกมาเพียงพอจะทำให้ผู้ใดก็ต้องหวาดหวั่น
แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ทำให้เขาสะดุดตามากกว่าก็คือเขาสังเกตเห็นหม่ากงกงอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น!
"นี่มัน... สวรรค์ช่วยข้าชัดๆ!"
หยางฟ่านคิดอย่างรวดเร็ว และลอบจดจำทิศทางที่หม่ากงกงเดินจากไป
ที่พักของอีกฝ่ายอยู่ห่างจากจุดที่เขาถูกพามาพักเพียงไม่ถึงร้อยวา!
"ว่ากันว่า *หากรุ่งเช้าได้รู้แจ้งแล้ว แม้จะต้องตายในตอนเย็นก็เพียงพอ"
ในเมื่อรู้แล้วว่าหม่ากงกงพักที่ใด ก็ถึงเวลาที่เขาจะลงมือสังหาร
หยางฟ่านตัดสินใจเงียบๆ
และในขณะนั้นเอง พี่ใหญ่สุนัขก็เดินเข้ามาหาเขา
"พี่ใหญ่สุนัข ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
หยางฟ่านแสร้งทำเป็นแปลกใจและถามด้วยรอยยิ้ม
พี่ใหญ่สุนัขกลอกตาใส่ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องข้างๆ
"ข้ามาดูทิวทัศน์! ทำไม? หรือเจ้าคิดว่าข้ากำลังตามเจ้า?"
"ข้าไม่กล้าคิดเช่นนั้น"
หยางฟ่านอดคิดไม่ได้ว่า สีหน้าของพี่ใหญ่สุนัขเปลี่ยนไวเสียจริง
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้าห้องของตนเองแล้ว หยางฟ่านก็เปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องของตนเช่นกัน
ที่พักของเขาอยู่ห่างจากที่พักของหม่ากงกงไม่ถึงร้อยวา ยังอยู่ในขอบเขตของพลังทักษะเทพของเขา!
เขากระตุ้นพลังของตน
และสิ่งที่เห็นก็คือ พี่ใหญ่สุนัขกำลังจ้องมองมายังห้องของเขาผ่านกระดาษหน้าต่าง ดวงตากลมโตแทบจะทะลุออกมาถึงฝั่งนี้เสียด้วยซ้ำ!
"เจ้าจะปิดบังท่าทีของตัวเองหน่อยไม่ได้หรือ?"
หยางฟ่านส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเพิกเฉยต่อมัน และหันมาใช้พลังทักษะเทพจับตาดูหม่ากงกงแทน
ณ ตอนนั้น หม่ากงกงก็กลับถึงห้องพักของตนแล้ว
เขานั่งอยู่บนเตียง ทว่ากลับรู้สึกใจคอไม่สงบ ราวกับมีเคราะห์ร้ายกำลังจะมาเยือน
"ข้าคิดอะไรไปเอง? นี่มันเรือนจำที่มีการป้องกันแน่นหนาที่สุด จะมีใครกล้าลงมือกับข้าได้อย่างไร?"
"หรือเป็นเพราะเรื่องเมื่อครู่นี้ ที่พวกเราคิดจะร่วมมือกันเล่นงานพี่ใหญ่สุนัขนั่น ถึงแม้จะยังไม่ได้ลงมือจริง แต่จิตใจก็ยังคงหวั่นไหวอยู่?"
"ท้ายที่สุดแล้ว เจ้านั่นก็คือราชาอสูร ถ้ามันฮึดสู้ตอนตาย เกรงว่าคงมีคนล้มตายไปไม่น้อย..."
หม่ากงกงส่ายหน้า คิดว่าตัวเองคิดมากเกินไป ก่อนจะเอนกายลงนอน
ทว่า เขาไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า
เบื้องหลังของเขา ตะขอเหล็กไร้รูปร่างกำลังเคลื่อนเข้าหาเขาอย่างเงียบเชียบ!
………..
*"朝闻道,夕死可矣" ซึ่งมาจาก คัมภีร์หลุนอวี่ (论语) หรือ ตำราวาทะขงจื๊อ ของปราชญ์ขงจื๊อ
ความหมายของสำนวนนี้คือ "หากได้สดับรับฟังหลักธรรม (หรือความจริงสูงสุด) ในตอนเช้า แม้จะตายตอนเย็นก็ไม่เสียดายชีวิต" ซึ่งสื่อถึงความสำคัญของการแสวงหาปัญญาและความจริงแท้ของชีวิต เมื่อเข้าใจแก่นแท้ของธรรมะหรือหลักแห่งสัจธรรมแล้ว ชีวิตก็ถือว่าสมบูรณ์ ไม่ว่าจะยาวนานหรือสั้นเพียงใด
……….