- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 403 - พบพ่อตา
403 - พบพ่อตา
403 - พบพ่อตา
403 - พบพ่อตา
ในเวลาไม่นาน
หยางฟ่านก็มาถึงนครศักดิ์สิทธิ์ และมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์เสวียนเว่ยโหว
เป้าหมายที่เขากลับมาครั้งนี้มีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือทำตามข้อตกลงก่อนหน้านี้กับหวังฮองเฮา ส่งม้วนคัมภีร์เทียนเหรินอู่ฉวยถู (ห้าภาพกาลวิบัติ) ส่วนที่สามให้เฉินอิงหลง
แน่นอนว่า ในโอกาสนี้ เขาก็ต้องการสังเกตเฉินอิงหลงจากระยะใกล้ด้วย
"ผู้บรรลุวิถีแห่งเทพยุทธ์..."
ว่ากันว่าเป็นจุดสูงสุดของศาสตร์ยุทธ์ พลังของเขาจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน?
หยางฟ่านรู้ดีว่าหลังจากเหตุการณ์ที่เฉินอิงหลงสั่งให้หลี่กงกงลอบทำร้ายเฉินเฟย ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาก็ยากที่จะประนีประนอมได้อีก ดังนั้นหากสามารถได้เห็นศัตรูผู้นี้ล่วงหน้าก็ถือเป็นการเตรียมการอย่างหนึ่ง
ขณะที่เขากำลังก้าวเดินไป เสียงสนทนาแฝงความขี้เล่นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"พี่สี่ ฝีมือเจ้าพัฒนาไม่น้อยเลยนะ!"
"เพราะมีพี่สามเป็นต้นแบบ ข้าย่อมไม่ยอมแพ้!"
"ถึงจะแพ้ไปบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างไรพี่สามก็ย่อมช่วยเจ้าอยู่แล้ว เราเป็นพี่น้องกัน ข้าจะปล่อยให้เจ้าลำบากได้อย่างไร?"
"เรื่องนั้นช่างเถอะ! คำกล่าวว่า ‘สิ่งที่ตนเลือก ต่อให้เจ็บหรือทุกข์ก็ต้องทำให้เสร็จ’ ยังใช้ได้เสมอ!"
"..."
หยางฟ่านขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว แล้วหันไปมอง
และก็เป็นอย่างที่คิด!
คนที่กำลังเดินเคียงบ่ากันมาคือเฉินเจ๋อและเฉินจิ้ง สองพี่น้องที่คุ้นเคยกันดี ด้านหลังพวกเขามีหานป๋อซึ่งดูเป็นมิตรติดตามอยู่ แต่หยางฟ่านไม่กล้าดูแคลนแม้แต่น้อย เพราะชายผู้นี้คือร่างทองคงกระพันตัวจริง!
"ไม่เสียทีที่เป็นเสวียนเว่ยโหว ช่างหรูหราอะไรเช่นนี้! ถึงกับมีร่างทองคงกระพันคอยเป็นองครักษ์ให้คุณชายเสเพลสองคน!" หยางฟ่านรู้สึกทึ่งไม่ได้
ระดับเทียนกวนไม่ว่าที่ไหนก็สามารถเป็นเจ้าแห่งดินแดนได้แล้ว แต่กลับยอมเป็นข้ารับใช้เช่นนี้ ช่างหายากนัก!
"หืม?"
ขณะนั้นเอง เฉินเจ๋อเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา จึงหันไปมองหยางฟ่าน
ขันทีของตงฉ่างหรือ?
สายตาของเขากวาดผ่านใบหน้าของหยางฟ่าน คิ้วขมวดแน่น ก่อนจะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
"เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า? ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าดูคุ้นตา?"
เฉินเจ๋อลูบคาง สีหน้าใช้ความคิด
"ข้าก็รู้สึกคุ้นๆ!"
เฉินจิ้งข้างๆ กล่าวเสริม พลางพยักหน้าไม่หยุด
พวกเขาสองคนขึ้นชื่อเรื่องการจดจำผู้คน เคยเห็นเพียงครั้งเดียวก็ไม่มีทางลืม
"ข้าเคยมาเยือนคฤหาสน์โหวครั้งหนึ่ง แต่เพียงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่คิดว่าสองท่านยังจำได้!"
หยางฟ่านสีหน้าไม่เปลี่ยน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ข้าเป็นคนของเฉินเฟย ครั้งนี้มาเพื่อเข้าพบเสวียนเว่ยโหว"
"คนของพี่รอง? มาพบท่านพ่อ?"
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งสบตากัน แววตาเปลี่ยนไป
หลังจากที่มารดาของพวกเขาถูกลอบทำร้ายในวัง หลี่กงกงได้ลอบแจ้งว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของเฉินเฟย ทำให้เฉินอิงหลงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตรีตึงเครียดถึงขีดสุด พวกเขาเคยได้ยินเฉินอิงหลงกล่าวถึงคำว่า "อกตัญญู" ซึ่งหนักหนาเพียงพอจะทำลายชีวิตคนได้!
หรือว่าเฉินเฟยส่งคนมาครั้งนี้เพื่อฉวยโอกาสช่วงปีใหม่ปรับความสัมพันธ์กับคฤหาสน์โหว?
"หานป๋อ เจ้านำเขาไปพบบิดาข้าเถอะ!"
"รับทราบ คุณชายสาม"
เฉินเจ๋อมองไปที่หานป๋อ ซึ่งพยักหน้ารับคำแล้วพาหยางฟ่านเข้าไปในคฤหาสน์
ขณะเดียวกัน พวกเขาทั้งสองคนก็แอบเดินย่องเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง สอดส่องซ้ายขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะรีบวิ่งไปยังลานของตน
ท่าทางราวกับโจรลอบเข้าบ้าน!
"พวกเจ้า กำลังจะไปทำอะไร?"
แต่ยังไม่ทันจะโล่งอก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ร่างหนึ่งปรากฏตัวออกมา
ชายผู้นี้สูงเกือบเก้าฉื่อ(2.2เมตร) รูปร่างแข็งแกร่งราวกับเทพโลกบาล ดวงตาเรียวรีเปล่งประกายเย็นเยียบ เพียงแค่มองก็ทำให้รู้สึกขนลุก
เขาสวมเสื้อคลุมสีดำปักดิ้นทองหรูหรา รอบกายเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันเคร่งขรึม
ยืนเอามือไพล่หลัง สงบนิ่งดุจขุนเขาตระหง่าน เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเสาค้ำยันสวรรค์
ใครได้เห็นเป็นต้องหวั่นเกรงในใจ
ช่างเป็นบุรุษหนุ่มที่องอาจทรงพลัง!
"พี่ใหญ่!"
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งถึงกับตัวสั่นสะท้าน เลือดในกายแทบเย็นเฉียบ
พวกเขารีบหันกลับมา ยืนตัวตรง ไม่กล้าเงยหน้า
หากต้องกล่าวว่าในคฤหาสน์นี้พวกเขากลัวใครที่สุด คนแรกย่อมเป็นบิดาของพวกเขา เฉินอิงหลงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่คนต่อมาก็คือพี่ชายคนโตผู้นี้!
ทายาทแห่งเสวียนเว่ยโหว ว่าที่ผู้สืบทอดตำแหน่งโหวในอนาคต เฉินเหยียน!
แต่เขาฝึกปรืออยู่ในกองทัพตลอดหลายปี ไฉนจึงกลับมานครศักดิ์สิทธิ์ได้?
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งร้องโอดครวญอยู่ในใจ
จบกัน นับจากนี้ คืนอันแสนสุขที่หอสุราหยกแดงคงไม่มีอีกแล้ว!
"พี่ใหญ่ ท่านกลับมาได้อย่างไร?"
เฉินเจ๋อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
"บิดาเรียกข้ากลับมา นานๆ เจอกันที ก็ให้พี่ตรวจสอบการฝึกฝนของพวกเจ้าหน่อย! มาเถอะ ไปที่ลานฝึกซ้อม!"
กล่าวจบ เฉินเหยียนหันหลังเดินไปยังลานฝึกซ้อม
"..."
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งหน้าตาเหมือนคนกินของขมอย่างช่วยไม่ได้
เดินไปก้าวหนึ่ง หยุดก้าวหนึ่ง ราวกับอยากให้เส้นทางไปลานฝึกยาวออกไปจนเดินกันชั่วชีวิต
ผ่านไปไม่นาน เสียงตะโกนดังกึกก้องก็มาจากลานฝึก
"พวกเจ้าสองคนมันโง่เง่าสิ้นดี! นี่คือภาพพลังโลหิตของพวกเจ้ารึ? ภาพโคถึกกับเสือหมาป่า? วันนี้ข้าจะฟาดให้ตายคามือ!"
เสียงโอดครวญดังลั่นไม่หยุด
ส่วนทางด้านนี้
หานป๋อได้นำหยางฟ่านมาถึงโถงหลักของคฤหาสน์
ในช่วงวันหยุดปลายปี เฉินอิงหลงก็อยู่ที่คฤหาสน์พอดี
เขาสวมอาภรณ์หรูหรา นั่งหลังตรงมั่นคง ประดุจพยัคฆ์ครองถ้ำ มังกรสถิตบัลลังก์ ใบหน้าเคร่งขรึม มือถือหนังสือเล่มหนึ่ง อ่านผ่านไปอย่างตั้งใจ
หยางฟ่านถูกให้รออยู่ที่เดิม
หานป๋อเดินเข้าไปแจ้งเรื่อง ไม่นานนัก หยางฟ่านก็เห็นเฉินอิงหลงเงยหน้าขึ้นมองทางนี้
แววตานิ่งสงบประหนึ่งห้วงมหาสมุทรลึก
อำนาจกดดันพวยพุ่งออกมา ทำให้หยางฟ่านรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งร่าง
นี่แข็งแกร่งกว่าตอนที่เขาพบเฉินอิงหลงครั้งก่อนมาก!
เพียงไม่นาน
หานป๋อก็เดินออกมา ส่งสัญญาณให้หยางฟ่านเข้าไป
หยางฟ่านสูดหายใจลึก เดินเข้าสู่โถงใหญ่
ยิ่งเข้าใกล้ เขายิ่งสัมผัสถึงอำนาจที่แผ่ออกมาจากเฉินอิงหลง
แม้ปราณโลหิตจะมิได้ปรากฏ แต่แรงกดดันกลับหนักหน่วงยิ่ง ราวกับเผชิญหน้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง
ลึกล้ำจนสุดหยั่งคาด! น่าหวาดหวั่นจนขนลุก!
………….