- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1365 เรือนจำคนเต็มแล้ว
ตอนที่ 1365 เรือนจำคนเต็มแล้ว
ตอนที่ 1365 เรือนจำคนเต็มแล้ว
ตึก ตึก ตึก
ฮู่เตียน ผลักประตูห้องทำงานเข้ามา ส่ายสะโพกเดินนวยนาดเข้ามาภายใน ก่อนจะสบตาเข้ากับมู่เหลียง ที่กำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่พอดี
"มู่เหลียง กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"
ฮู่เตียนเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มยั่วยวน
"บทละครเรื่องใหม่น่ะ"
มู่เหลียงพูดพลางวางดินสอในมือลง แล้วยื่นมือไปหาหญิงสาว
ฮู่เตียนเดินเข้าไปหา วางมือลงบนมือของมู่เหลียง ก่อนจะถูกเขาดึงเบาๆ เข้าสู่อ้อมกอด
"วันนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"
มู่เหลียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่ช่วงสองสามวันนี้ในถนนการค้ามีคนก่อเรื่องเยอะขึ้นเรื่อยๆ น่ะ"
ฮู่เตียนยื่นมือไปเชยคางมู่เหลียง นัยน์ตาสวยเปล่งประกาย
การมีอยู่ของเมืองเต่าทมิฬ เป็นที่รับรู้ของผู้คนไม่น้อยแล้ว โดยเฉพาะความเจริญรุ่งเรืองของถนนการค้าที่ทำให้หลายคนทั้งอิจฉาตาร้อนและอยากรู้อยากเห็น ซึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นก็มีโจรสลัดรวมอยู่ด้วย
ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรสลัด ไม่มากก็น้อยย่อมมีปัญหาติดตัวกันทั้งนั้น
โจรสลัดส่วนใหญ่มักจะอารมณ์ร้าย พูดจาไม่เข้าหูก็พร้อมลงไม้ลงมือทันที นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถนนการค้ามักจะเกิดความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
"ให้ฉินยู ส่งคนไปเพิ่มกำลังลาดตระเวนก็แล้วกัน แล้วก็ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องกฎหมายกับกฎระเบียบให้มากขึ้นด้วย เพิ่มบทลงโทษให้หนักขึ้นอีกหน่อย"
มู่เหลียง เสนอทางแก้ปัญหา
"อืม สั่งให้คนไปจัดการแล้วล่ะ"
ฮู่เตียนพยักหน้าอย่างสง่างาม
เธอเอาหน้าผากพิงกับหน้าผากของมู่เหลียง ปลายจมูกคลอเคลียกันเบาๆ พลางระบายลมหายใจหอมดั่งกล้วยไม้ ออกมา
"แต่ว่ายังมีอีกปัญหาหนึ่งนะ"
"ปัญหาอะไรล่ะ?"
มู่เหลียงลอบกลืนน้ำลาย ในใจนึกถึงความใจกล้าของนางปีศาจจิ้งจอก ตัวนี้ด้วยความขบขัน
ในระยะประชิดขนาดนี้ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ทั้งยังมองเห็นนัยน์ตาสีแดงกุหลาบแสนสวย และแพขนตางอนยาวที่สั่นระริกไม่หยุดหย่อน
ฮู่เตียนเอนตัวหลบไปด้านหลัง พลางยิ้มยั่วเสน่ห์
"ช่วงนี้จับคนมาเยอะเกินไป เรือนจำขังไม่พอแล้วล่ะ"
"จับมาเยอะแค่ไหนเชียว?"
นัยน์ตาของมู่เหลียง วูบไหวด้วยความเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะตวัดวงแขนโอบเอวหญิงสาวเอาไว้
ฮู่เตียนตอบด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"ห้าร้อยกว่าคน พอบวกกับพวกที่จับมาได้ก่อนหน้านี้ ก็มากพอจะอัดจนเต็มเรือนจำแล้ว"
"นี่มันก็เป็นปัญหาจริงๆ นั่นแหละ"
มู่เหลียง พยักหน้าช้าๆ
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
"ก็แค่ขยายเรือนจำให้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อยก็สิ้นเรื่อง"
"มู่เเหลียงตัดสินใจยังไงก็เอาตามนั้นแหละ"
ฮู่เตียนเม้มริมฝีปาก ส่งยิ้มเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวน
"อุตส่าห์กะจะอู้งานสักวัน ไม่นึกเลยว่ายังต้องออกไปข้างนอกอีก"
มู่เหลียงอดไม่ได้ที่จะหาวออกมา
ช่วงหลายวันนี้เขาวิ่งวุ่นไปทั่ว เดี๋ยวก็ไปเมืองซาลุนเอ๋อ เดี๋ยวก็ไปเขตเมืองชั้นนอก ต้องคอยตามแก้ปัญหามากมายที่มีแต่เขาเท่านั้นที่จัดการได้
"ฉันไปเป็นเพื่อนคุณก็แล้วกัน"
ฮู่เตียนลุกขึ้นยืน
"แบบนั้นก็ได้"
มู่เหลียง โอบเอวฮู่เตียน ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องหนังสือไป
ทั้งสองออกจากตำหนัก เหาะเหินทะยานฟ้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของเรือนจำในเขตเมืองชั้นนอก
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
ไม่นานนัก อากาศรอบตัวก็เริ่มหนาวเหน็บขึ้นมาก ทัศนวิสัยเบื้องหน้ากลายเป็นสีขาวโพลนกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
เรือนจำยังคงตั้งอยู่ในอาณาเขตของงูเหมัน ที่แห่งนี้ไม่มีฤดูกาลทั้งสี่ มีเพียงแต่ฤดูหนาวเท่านั้น
"ถึงแล้ว"
มู่เหลียงมองเห็นเรือนจำ ก่อนจะพาฮู่เตียน ร่อนลงมาจากฟากฟ้า
บริเวณประตูใหญ่ของเรือนจำ กองกำลังป้องกันเมืองที่กำลังเข้าเวรยามอยู่มองเห็นมู่เหลียง และหญิงสาว
"ท่านเจ้าเมืองนี่นา"
ทหารกองกำลังป้องกันเมืองรีบยกมือขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"เปิดประตูเถอะ"
มู่เหลียง พยักหน้าเบาๆ
"ครับ"
ทหารกองกำลังป้องกันเมืองขานรับอย่างเคารพ
เอี๊ยด
ประตูเรือนจำอันหนักอึ้งถูกเปิดออก มวลอากาศอบอุ่นลอยทะลักออกมา แต่ก็ถูกไอเย็นกลืนกินไปอย่างรวดเร็ว
มู่เหลียง และฮู่เตียน เดินเข้าไปในเรือนจำ เหล่าผู้คุมที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่เมื่อเห็นมู่เหลียง และฮู่เตียน ก็รีบทำความเคารพเพื่อแสดงความนอบน้อมทันที
ตึก ตึก ตึก
ต้าซูได้ยินเสียงจึงรีบเดินแกมวิ่งเข้ามาหา ในมือยังคงกำแส้สั้นเอาไว้
"ท่านเจ้าเมือง"
เธอค้อมตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม
มู่เหลียงมองเธอ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ได้ยินว่าห้องขังคนเต็มหมดแล้วเหรอ?"
ต้าซูพยักหน้า
"ใช่ค่ะ ตอนนี้ห้องขังเดี่ยวก็ถูกนำมาใช้เป็นห้องขังรวมแล้วด้วย"
"มีมาตรการจัดการยังไงบ้างไหม?"
มู่เหลียงจ้องมองเด็กสาวผมขาว นึกอยากจะทดสอบเธอสักหน่อย
ต้าซูตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"มีค่ะ เตรียมจะส่งคนส่วนหนึ่งไปขุดเหมืองเกลือโดยตรงเลย ที่นั่นมีที่พักให้ จะได้ช่วยลดความแออัดของเรือนจำลงได้บ้าง"
เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ
"นอกจากนี้ พวกนักโทษคดีลหุโทษ ก็ได้จัดเตรียมคนให้ไปติดต่อกับญาติของพวกเขาแล้วค่ะ ให้พวกเขานำเงินมาประกันตัวนักโทษออกไป วิธีนี้ก็ช่วยลดความแออัดของเรือนจำลงได้เหมือนกัน"
"อืม ดีมาก"
มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ
เขาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พลางเอ่ยด้วยท่าทีเรียบเฉย
"นำทางไปสิ จะไปดูห้องขังเสียหน่อย"
"รับทราบค่ะ"
ต้าซูลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะก้าวเดินนำทางไป
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงคุกใต้ดิน
ทันทีที่ก้าวเท้าลงมายังชั้นใต้ดิน กลิ่นเหม็นสุดจะทนก็ลอยมาเตะจมูก ซึ่งเป็นผลมาจากการที่อากาศไม่ถ่ายเท
ในอากาศยังเจือไปด้วยกลิ่นเหม็นเปรี้ยวอย่างรุนแรง เป็นกลิ่นแบบเดียวกับที่มักจะได้กลิ่นตามห้องน้ำสาธารณะ
"รีบปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ มีสิทธิ์อะไรมาขังฉันไว้!"
"พวกแกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? กล้าดียังไงมาขังฉัน"
"เวรเอ๊ย..."
เสียงร้องโอดครวญและเสียงสบถด่าทออย่างหยาบคายดังระงมไม่ขาดสาย
ต้าซูชินชากับเรื่องพวกนี้เสียแล้ว สีหน้าของเธอเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
"หุบปาก"
มู่เหลียง เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชา กลิ่นอายพลังกดดันแผ่ซ่านออกไปปกคลุมทั่วทุกห้องขัง
วินาทีต่อมา เสียงร้องโอดโอยก็ดังระงมขึ้นพร้อมกัน เหล่านักโทษต่างพากันล้มลุกคลุกคลาน กองอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัวจนอุจจาระปัสสาวะราด
ภายในห้องขัง นักโทษต่างจ้องมองมู่เหลียง ด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครกล้าเปิดปากด่าทออีกเลย
"เหม็นจริงๆ เลย"
ฮู่เตียนยกหางจิ้งจอกขึ้นมาปิดปากและจมูก คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันแน่น
มู่เหลียงหันไปมองเด็กสาวผมขาว ก่อนจะกำชับว่า
"สุขอนามัยในห้องขังไม่ผ่านเกณฑ์เลย แบบนี้เชื้อโรคจะหมักหมมเอาได้ง่ายๆ ต้องปรับปรุงด่วนเลยนะ"
เชื้อโรคนั้นน่ากลัวมาก หากไม่ระวังอาจก่อให้เกิดโรคติดต่อ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงต้องป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
"นักโทษพวกนี้ไม่ให้ความร่วมมือเลยค่ะ ทำความสะอาดยากมาก"
ต้าซูเอ่ยเสียงเบา
ทุกครั้งที่เธอสั่งให้นักโทษพวกนี้ทำความสะอาดห้องขัง พวกเขาก็มักจะสรรหาข้ออ้างสารพัดมาเพื่อบ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำตาม
ฮู่เตียนยกยิ้มมุมปาก พลางหัวเราะเบาๆ
"เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว ใครไม่ให้ความร่วมมือก็ส่งไปขุดเหมืองให้หมด แถมเพิ่มเวลาจองจำเข้าไปอีกเท่าตัว ถ้ายังไม่ยอมอีก ก็ส่งไปเล่นกับงูเหมันซะเลย"
"ความคิดเข้าท่าดี"
มู่เหลียงพยักหน้าเห็นด้วย
เขาปรายตามองเด็กสาวผมขาว พลางเอ่ยเตือน
"พวกมันคือคนคุก ไม่ใช่แขก จำข้อนี้เอาไว้ให้ดี"
"ค่ะ เข้าใจแล้ว"
นัยน์ตาของต้าซูฉายแววตื่นตระหนก
ส่งไปเล่นกับงูเหมัน ก็มีแต่จะกลายเป็นเสบียงอาหารของมันเท่านั้นแหละ ไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาได้หรอก
"งั้นมาขยายเรือนจำกันสักหน่อยเถอะ"
มู่เหลียงพูดพลางก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลันห้องขังก็เกิดอาการสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที
ครืน
ผืนดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พื้นที่ชั้นใต้ดินเริ่มขยายตัวออกไปทั้งสี่ทิศ เหนือ ใต้ ออก ตก ทำให้ห้องขังมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงสี่เท่า
ต้าซูมองดูห้องขังที่กว้างขวางขึ้น พลันรู้สึกปวดหัวตงิดๆ
ห้องขังใหญ่ขึ้น ก็หมายความว่าจะดูแลจัดการได้ยากขึ้น และจำเป็นต้องใช้ผู้คุมมากขึ้นด้วย
ทว่าตอนนี้จำนวนผู้คุมก็มีไม่มากอยู่แล้ว แค่จัดการเรือนจำก่อนปรับปรุงก็ยังพอไหว แต่พอกลายเป็นห้องขังที่ขยายพื้นที่แล้วก็คงจะไม่พอแน่ๆ
"ท่านเจ้าเมืองคะ ห้องขังใหญ่เกินไป จำนวนผู้คุมจะไม่พอใช้นะคะ"
ต้าซูเอ่ยด้วยความลำบากใจ
"เรื่องนี้ง่ายมาก เธอไปที่ค่ายทหาร แล้วก็ไปคัดเลือกคนเอาเองเลย"
มู่เหลียงเอ่ยอย่างเรียบง่าย
"เลือกมากี่คนคะ?"
ต้าซูถามกลับไปโดยสัญชาตญาณ
มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามเสียงเรียบ
"ยี่สิบคน พอไหมล่ะ?"
"พอค่ะ"
นัยน์ตาสีขาวบริสุทธิ์ของต้าซูทอประกายความยินดีวูบหนึ่ง
"อืม งั้นก็เอาไปยี่สิบคน แต่ฉันหวังว่าเธอคงจะไม่ใช้คนอย่างสูญเปล่า และปล่อยให้มีพวกที่รับเงินเดือนแต่ไม่ยอมทำงานโผล่มาหรอกนะ"
มู่เหลียงเอ่ยเตือน
"รับประกันเลยค่ะว่าจะไม่มีเรื่องแบบนั้นแน่นอน"
ต้าซูยกมือขึ้นทำความเคารพแบบทหาร