- หน้าแรก
- มีลูกมากมายย่อมได้รับพรมากมายดีเลยฉันคือแวมไพร์
- บทที่ 75 มองเกอร์พ่ายยับ: มนุษย์จากขุมนรก?
บทที่ 75 มองเกอร์พ่ายยับ: มนุษย์จากขุมนรก?
บทที่ 75 มองเกอร์พ่ายยับ: มนุษย์จากขุมนรก?
หลี่เซียวสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกฟุ้งซ่านออกไป
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งคาดเดาอะไรไร้สาระ
เขาสบตากับเหยียนเยี่ยนคนหัวโล้นแวบหนึ่ง ก่อนจะทะยานร่างออกไปทันที นิมิตจันทร์สีชาดและร่างวิญญาณยุทธ์เคลื่อนไหวตาม พุ่งเข้าหาพุ่งเข้าใสมองเกอร์อย่างดุดัน
ส่วนซัคคิวบัสนั้นเขาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชายหัวโล้น
หลี่เซียวไม่อยากรับมือกับคู่ต่อสู้ที่ยุ่งยากแบบนั้นเวทมนตร์ทางจิตนั้นคาดเดาได้ยากเกินไป
ทว่าร่างธาตุเพลิงของเหยียนเยี่ยนคือตัวแก้ทางเวทมนตร์ทางจิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเปลี่ยนร่างเป็นธาตุนั้นคือการสำแดงพลังจิตออกมาในรูปแบบภายนอก
หากโลกแห่งจิตใจของหลี่เซียวเปรียบเหมือนน้ำในชามที่รวมตัวกันอยู่ภายในร่างกาย
พลังจิตของเหยียนเยี่ยนก็เปรียบเสมือนหนองน้ำอันกว้างใหญ่ที่แผ่กระจายไปทั่วโลกของเขา ก้อนหินใดๆ ที่ขว้างลงไปจะสร้างแรงกระเพื่อมเพียงเล็กน้อยและจางหายไปอย่างรวดเร็ว
เวทมนตร์ทางจิตจึงแทบไม่มีผลกับเขา ตราบใดที่เขายังอยู่ในร่างธาตุ
เหยียนเยี่ยนเข้าปะทะกับอีเบล
หลี่เซียวพุ่งเข้าใกล้มองเกอร์อย่างรวดเร็ว ดาบยาวปราณต้นกำเนิดสีแดงเลือดควบแน่นในมือ
พลังทั้งหมดของนิมิตจันทร์สีชาดกดทับลงบนตัวมองเกอร์
ร่างวิญญาณยุทธ์ที่สูงเกือบสองร้อยเมตรตวัดดาบยักษ์ฟันลงมาด้วยแรงที่เหมือนจะแยกภูเขาได้ทั้งลูก
มองเกอร์สยายปีก นัยน์ตาสีทับทิมจับจ้องใบหน้าที่เคร่งขรึมของหลี่เซียว
ฐานข้อมูลความจำในสมองอันกว้างขวางของเขาประมวลผลใบหน้านั้นออกมาอย่างรวดเร็ว
"หัวหน้าคนใช้ตระกูลแองเจิล สัตว์เลี้ยงของแอนนา..."
ดวงตาของเขาฉายแววไม่เข้าใจ เขาไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าทำไมยอดฝีมือระดับเจ็ดถึงยอมรับการ "จุมพิต"
ลำดับขั้นเผ่าพันธุ์ที่ได้มาเพียงเล็กน้อยจากการเป็นลูกผสมนั้น มันไม่คุ้มค่าเลยกับราคาที่ต้องจ่าย
คมดาบยาวจวนจะแตะถึงลำคอ แต่มองเกอร์กลับไม่มีท่าทีลนลาน
เขายิ้มบางๆ ที่มุมปาก พลังข่มขวัญทางสายเลือดของแวมไพร์บริสุทธิ์ระดับมาร์ควิสระเบิดออกมาจากร่างกาย!
"ไอ้ลูกครึ่งชั้นต่ำ คุกเข่าลงซะ!!"
มองเกอร์ยกมือขึ้นกันการโจมตีอย่างมั่นใจ แต่แทนที่จะเป็นความง่ายดายตามที่หวัง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงกลับแล่นพล่าน...
"!!!"
การประมาทเพียงครั้งเดียวทำให้มองเกอร์พาตัวเองเข้าสู่สถานการณ์วิกฤตถึงชีวิต—
ดาบปราณต้นกำเนิดเชือดเฉือนแขนของมองเกอร์ราวกับตัดผ่านก้อนเนย
เมื่อไอเย็นจากคมดาบสัมผัสเข้ากับผิวหนังที่ลำคอ มองเกอร์รีบรีดเค้นพลังโกลาหลออกมาอย่างบ้าคลั่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะร่ายเป็นเวทป้องกัน
คมดาบกรีดผ่านลำคอทิ้งรอยเลือดไว้เป็นทาง...
หลี่เซียวมองลำคอของมองเกอร์ที่ยังติดกันอยู่อย่างเย็นชา คิ้วของเขาขมวดมุ่น
เมื่อครู่เขาถูกกลิ่นอายเผ่าพันธุ์ของมองเกอร์กดข่มจริงๆ ต่อให้มีการเสริมพลังถึงสองชั้น พลังของเขาก็ถูกกดทับลงไปถึง 30%
หลี่เซียวไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อตอนนี้เขาคือสายเลือดบริสุทธิ์ของจริง
เขาจะถูกกดข่มด้วยกลิ่นอายได้ยังไง? นี่มันผิดตรรกะ...
ท่ามกลางความสับสน ความเป็นไปได้หนึ่งวาบขึ้นในใจ: หลังจากมองเกอร์เลื่อนระดับเป็นมาร์ควิส เขาอาจจะปลุกพรสวรรค์ใหม่ หรือพรสวรรค์ [เหนือกว่า] เดิมของเขาได้รับการยกระดับขึ้น
"มันต่างจากที่ฉันรู้มา..." หลี่เซียวคิดในใจ ดาบยาวในมือยังคงฟันเข้าใสมองเกอร์ต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก
มองเกอร์หลบหลีกอย่างลนลาน ความตกใจของเขานั้นมากกว่าหลี่เซียวหลายเท่า
"แรงกดข่มสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีต่อลูกผสม ทำไมถึงไม่ได้ผลกับมัน?!"
เขาสัมผัสได้ว่าพลังของหลี่เซียวถูกกดไว้ 30% แต่นี่มันผิดปกติ ลูกผสมระดับสูงสุดก็แค่ระดับ 4 เท่านั้น
ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับ 7 เหมือนกัน พวกเขาก็ไม่ควรจะรีดเค้นพละกำลังออกมาได้เลยด้วยซ้ำ แต่กลับต้องถูกบี้ติดพื้นเหมือนมดที่ขยับตัวไม่ได้
มองเกอร์ใช้ความเร็วถึงขีดสุดหลบคมดาบที่พุ่งเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แขนที่ขาดสะบัดไปมาอย่างยากลำบาก ลำคอที่เหลือเนื้อติดอยู่เพียงครึ่งถูกปราณต้นกำเนิดกดทับไว้ทำให้การฟื้นฟูช้าลงอย่างมาก
ดาบยาวที่รุกไล่ทำให้มองเกอร์ตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบารอนแวมไพร์ระดับ 5 จากตัวหลี่เซียว ใบหน้าที่ตื่นตระหนกก็บิดเบี้ยวด้วยความช็อก รูม่านตาหดเกร็ง
ความคิดที่ "เป็นไปไม่ได้" วาบขึ้นในหัวอย่างบ้าคลั่ง
"มันคือสายเลือดบริสุทธิ์? มันคือสายเลือดบริสุทธิ์!!!"
"เป็นไปไม่ได้!!"
โลกทัศน์ของมองเกอร์พังทลายลงทีละนิด เขามองจ้องหลี่เซียว: "แกจะเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ไปได้ยังไง? แกทำได้ยังไง?"
"หุบปาก!"
หลี่เซียวฟันออกไปอีกดาบ ส่งร่างมองเกอร์กระเด็นถอยหลัง
กระบวนทั่วนับสิบถูกแลกเปลี่ยนกันในเวลาเพียงวินาทีเศษ
คราวนี้หลี่เซียวไม่ได้ตามไปรุกฆาตทันที เขามองดูสภาพที่สะบักสะบอมของมองเกอร์ด้วยสายตาเย็นเยียบ
เขาสอดดาบกลับเข้าฝัก มือค่อยๆ วางบนด้ามดาบ
การฟาดฟันของร่างยุทธ์ยักษ์เหนือหัวมองเกอร์เริ่มต้นขึ้น
ดาบนั้นฟาดลงมา—
ขอบของหลุมยุบระเบิดออกทันที ปีศาจระดับ 6 สองตนที่เพิ่งโผล่ออกมาและพยายามจะปีนขึ้นจากหลุมถูกบดขยี้กลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา...
"แค่ก..."
มองเกอร์ไอออกมาเบาๆ ท่ามกลางเงามืดที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง แขนและไหล่ที่ขาดอยู่แล้วถูกตัดขาดออกจากร่างอย่างสะอาดกริบ ปีกข้างหนึ่งถูกฟันจนหลุด
รอยแผลลึกพาดผ่านลำคอ เนื้อเยื่อดิ้นรนฟื้นฟูอย่างยากลำบาก กระดูกสันหลังส่วนคอที่โผล่ออกมาแตกหักไปหลายซี่
นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องทะลุม่านหมอก กลิ่นอายของหลี่เซียวล็อคตัวมองเกอร์ไว้แน่น
ดาบยาวที่ดูสงบนิ่งนั้นซ่อนพลังที่พร้อมจะสะบั้นมองเกอร์ให้ขาดออกจากกันอย่างสมบูรณ์
เคร้ง—
เสียงชักดาบเบาๆ ไร้ซึ่งแสงสี ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
เมื่อหลี่เซียวฟันดาบออกไป มองเกอร์รู้สึกเหมือนความตายมากระซิบที่ข้างหู ความเย็นเยียบแล่นผ่านไปทั่วร่าง เขาสลัดความเจ็บปวดจากบาดแผลทิ้ง ประสาทสัมผัสที่เคยเฉียบคมกลับทรยศ เขาไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆ เลย นี่แหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด...
ตั้งแต่กระบวนท่าแรกเขาประมาท และเพียงไม่กี่วินาที เขาก็มาถึงจุดจบ
สมองของมองเกอร์ว่างเปล่า เมื่อเผชิญหน้ากับความตายที่จ่อคอหอย เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะร่ายเวทมนตร์ให้จบแม้แต่บทเดียว
"หึ—"
เสียงหึในลำคอที่เย็นชาดึงสติที่เลื่อนลอยของมองเกอร์กลับมา
เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนลงมือช่วย ความหวังของมองเกอร์ก็พุ่งปรี๊ด
เขาระงับอาการบาดเจ็บอย่างสุดกำลัง รีดเค้นพลังโกลาหลสร้างโล่หนาทึบที่ดูร้อนแรงเหมือนเลือดเดือดขึ้นเบื้องหน้า
บนบัลลังก์เหล็กแห่งขุมนรก ดวงตาของมอร์เฟียสเย็นเยียบพร้อมส่งเสียงหึออกมาคำหนึ่ง
พลังของเขาถูกดูดกลืนและเผาผลาญไปเกือบทั้งหมดทันทีที่ข้ามผ่านประตูมิติมา
ปีศาจเพลิงที่ทำหน้าที่รักษาสมดุลทางผ่านถูกสูบพลังจนแห้งเหี่ยวในพริบตา พลังโกลาหลในตัวมันเหือดแห้งจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
ลาวาบนร่างกายดับวูบและเย็นตัวลง...
ทางผ่านมิติที่พังทลายนั้นเดิมทีก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับการข้ามผ่านของตัวตนระดับ 6 หรือสูงกว่าได้อยู่แล้ว
พลังของมอร์เฟียสที่ส่งผ่านออกมานั้นเหนือกว่าขีดจำกัดไปไกล ปีศาจเพลิงที่ทำหน้าที่เหมือนแบตเตอรี่สำรองจึงถูกสูบพลังโกลาหลจนหมดเกลี้ยงอย่างน่าอนาถ
เส้นยาแดงผ่าแปด
พลังของมอร์เฟียสมาถึง มันคือการปะทะกันที่เงียบงันและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
มีเพียงพื้นที่มิติที่ถูกฉีกกระชากซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ดูเหมือนจะร้องไห้ออกมาอย่างเงียบเชียบ
ขุมพลังที่เหนือชั้นสองสายปะทะกัน ก่อให้เกิดรอยแยกมิติกว้างนับพันเมตร
พลังงานที่สลายตัวออกไปเหมือนแอกที่คอยไถหน้าดินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การคุมเชิงกันเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ คมดาบฟันทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอ่อนแรงลง
เวทมนตร์โล่โลหิตที่ร่ายขึ้นอย่างเร่งรีบไม่อาจทนทานได้แม้เพียงอึดใจก่อนจะถูกสะบั้นลงอย่างง่ายดาย
ร่างของมองเกอร์ปลิวถอยหลัง กระแทกเข้ากับก้นหลุมยุบอย่างแรง
รอยแผลใหม่พาดผ่านหน้าอกจนกระดูกแตกละเอียด หัวใจถูกตัดขาดไปหนึ่งในสาม เลือดที่ไร้แรงดันและพันธนาการสาดรดลงมาจากท้องฟ้า
บนบัลลังก์เหล็ก มอร์เฟียสกำนิ้วมือที่หนาเตอะของตนแน่น
ความประหลาดใจวูบขึ้นในดวงตา แม้ว่าพลังโจมตีของเขาหลังจากมาถึงโลกมนุษย์จะเหลือไม่ถึง 1% ของช่วงพีค แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ยอดฝีมือระดับ 7 ทั่วไปจะสะบั้นขาดได้ง่ายๆ แบบนี้
สายตาของเขาจ้องทะลุผ่านประตูมิติ ไปหยุดอยู่ที่หลี่เซียวผู้ถือดาบยืนตระหง่านอยู่
"ดูเหมือนว่าที่นี่สิ่งต่างๆ จะไม่เป็นไปอย่างใจท่านนักนะ ท่านลอร์ดมอร์เฟียส"
เสียงหนึ่งดังมาจากใต้บัลลังก์ มอร์เฟียสหรี่ตาลง
เบื้องล่างบัลลังก์ของเขามีมนุษย์คนหนึ่งยืนอยู่ เป็นผู้ชาย...
แต่ในขุมนรก ย่อมไม่มีสิ่งใดที่เป็นมนุษย์บริสุทธิ์ไปได้...