เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 141 คืนก่อนร่วมทีมล่าสัตว์กับหลี่หย่ง

บทที่ 141 คืนก่อนร่วมทีมล่าสัตว์กับหลี่หย่ง

บทที่ 141 คืนก่อนร่วมทีมล่าสัตว์กับหลี่หย่ง


ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นของดีมีราคาซะเมื่อไหร่ เพราะหลายครั้งที่ผ่านมา หลี่ไคซินก็มักจะซื้อของดีๆ มาฝากเป็นประจำจนเริ่มจะชินตาบ้างแล้ว

แต่ครั้งนี้ปริมาณของมันเยอะจนน่าตกใจจริงๆ

แค่เสื้อโค้ทกันหนาวตัวหนาอย่างดีสองตัวนั่น ก็ถือเป็นของมีค่าราคาแพงแล้ว นี่ยังไม่รวมกองปลาตากแห้ง ธัญพืช บุหรี่ เหล้า และลูกอมที่วางกองเป็นภูเขาเลากาอยู่บนโต๊ะอีก

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องไปชั่วขณะ

เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มจะตึงเครียด หลี่ไคซินก็รีบพูดทำลายความเงียบด้วยรอยยิ้ม

"แหม ก็ผมไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านตั้งนานนี่ครับ ก็เลยอยากจะซื้อของมาฝากให้เยอะหน่อยไงครับ ไม่เห็นแปลกเลยใช่ไหมล่ะครับ?"

ทุกคนถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาจากความตกตะลึง

อาสามเดาะลิ้นเบาๆ ถามด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง

"ไคซินเอ๊ยย ของพวกนี้รวมๆ กันแล้วเนี่ย ถ้าไม่มีเงินสักร้อยกว่าหยวนก็คงซื้อไม่ได้หรอกมั้ง หลานคงไม่ได้ทุบกระปุกเอาเงินเก็บทั้งหมดมาซื้อของพวกนี้หรอกนะ?"

สิ้นคำถามของอาสาม ทุกคนในห้องก็หันขวับมามองหน้าหลี่ไคซินเป็นตาเดียว

"โธ่อาสามครับ คิดไปถึงไหนเนี่ย" หลี่ไคซินหัวเราะร่วน ก่อนจะพูดต่อ

"อาลืมเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังแล้วเหรอครับ? ตอนที่ผมไปล่าสัตว์ที่มองโกเลียในกับตงเป่ยน่ะ ผมหาเงินมาได้ตั้งเยอะแยะเลยนะครับ!"

พอหลี่ไคซินช่วยสะกิดเตือนความจำ อาสามและทุกคนในห้องก็ถึงบางอ้อทันที

นั่นสินะ ถ้าเป็นอย่างที่ไคซินเล่าจริงๆ เงินแค่นี้ก็คงถือเป็นแค่เศษเงินสำหรับหลานชายคนเก่งของพวกเขาแหละ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ถึงเวลาอาหารเย็น

อาหารเย็นมื้อนี้เป็นฝีมือของย่า สะใภ้รอง และสะใภ้สามที่ช่วยกันทำ

กับข้าวบนโต๊ะมีทั้งหมดห้าอย่าง ดูน่ากินไปหมด

แต่ที่โดดเด่นที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเมนูปลาทะเลของฝากจากหลี่ไคซิน ที่ถูกจัดวางไว้ตรงกลางโต๊ะอย่างสวยงาม

เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว อาสามก็กวาดสายตามองไปรอบโต๊ะ แต่กลับไม่เห็นขวดเหล้าวางอยู่เลย เขาจึงหันไปถามปู่ด้วยความสงสัย

"พ่อครับ วันนี้มีกับข้าวดีๆ ตั้งเยอะแยะ แถมไคซินก็กลับมาเยี่ยมบ้านทั้งที ทำไมพ่อไม่เอาเหล้ามาตั้งวงฉลองกันหน่อยล่ะครับ?"

"พรุ่งนี้ไคซินมันต้องเข้าป่าไปล่าสัตว์ จะให้กินเหล้าได้ยังไงกันล่ะวะ" ปู่ปรายตามองลูกชายคนที่สามด้วยสายตาเอือมระอา

"เอ้อ จริงด้วยสิ! พรุ่งนี้ไคซินต้องใช้สมาธิ ห้ามแตะเหล้าเด็ดขาด"

อาสามเพิ่งจะนึกขึ้นได้ แต่ความอยากกินเหล้าก็ยังมีอยู่ เขาจึงขยับเข้าไปใกล้พ่อ ส่งยิ้มประจบประแจง

"งั้น... พ่อครับ... ให้พวกเราสามพ่อลูกดริ๊งก์กันเบาๆ แทนดีไหมครับ? ดูสิครับ กับข้าวออกจะน่ากินขนาดนี้ ขืนไม่มีเหล้าตบท้าย คงเสียดายแย่เลยนะครับ"

"เออๆ ก็ได้ๆ" ปู่มองไปที่กับข้าวบนโต๊ะ แล้วก็พยักหน้าอนุญาต

อาสามดีใจจนเนื้อเต้น ร้องถามเสียงใส "พ่อครับ! งั้นคืนนี้เราจะเปิดขวดเหมาไถ หรือว่าจะเปิดเฝินจิ่วดีครับ? เดี๋ยวผมวิ่งไปหยิบมาให้เลย!"

พูดจบ เขาก็ทำท่าจะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้

แต่ปู่กลับสวนกลับเสียงเขียว

"ฝันไปเถอะไอ้ลูกเวร! เหมาไถหรือเฝินจิ่วไม่มีให้กินหรอกโว้ย! มีแต่เหล้าเอ้อร์กัวโถวเว้ย!"

พอได้ยินคำตอบ อาสามก็เหมือนลูกโป่งแฟบ ทรุดตัวลงนั่งคอตกอย่างหมดอาลัยตายอยาก

หลี่ไคซินเห็นดังนั้นก็อดขำไม่ได้ รีบพูดขึ้นมาว่า

"ปู่ครับ นานๆ ทีครอบครัวเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ ปู่เอาเหล้าดีๆ มาเปิดฉลองเถอะครับ! เหล้าพวกนั้นที่ผมซื้อมา ปู่เอามากินได้เต็มที่เลยครับ เดี๋ยวหมดเมื่อไหร่ คราวหน้าผมค่อยซื้อมาฝากใหม่เองครับ"

"โอเคๆ! หลานรักว่ายังไง ปู่ก็ว่าตามนั้นแหละ"

ปู่ยิ้มหน้าบาน เปลี่ยนท่าทีเป็นคนละคนทันที ก่อนจะหันไปตวาดสั่งลูกชายคนที่สาม "ได้ยินที่หลานพูดไหมฮะ! มัวนั่งบื้ออยู่ทำไม รีบไปหยิบเหล้าเฝินจิ่วมาสิวะ!"

"รับทราบครับพ่อ!"

อาสามกลับมาร่าเริงเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ รีบวิ่งหน้าตั้งไปที่ตู้เก็บเหล้าของพ่อ แล้วหยิบเหล้าเฝินจิ่วออกมาหนึ่งขวด

เมื่อกลับมาที่โต๊ะ เขาก็ไม่ยอมนั่ง รินเหล้าใส่ชามให้ปู่ ให้พี่รอง และให้ตัวเองอย่างเอาอกเอาใจ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

ตลอดมื้อค่ำ ปู่ อาสอง และอาสาม ช่วยกันจัดการเหล้าไปจนหมดสองขวด

แต่ขวดที่สอง ปู่อนุญาตให้กินได้แค่เหล้าเอ้อร์กัวโถวเท่านั้น

ส่วนเมนูปลาทะเลจานใหญ่ ก็ถูกทุกคนช่วยกันกวาดเรียบจนไม่เหลือแม้แต่ก้าง

คนที่เอร็ดอร่อยกับเมนูนี้ที่สุด ก็เห็นจะเป็นพวกลูกๆ ของอาสองและอาสาม

เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะปลาทะเลมีก้างน้อย แถมไม่มีกลิ่นคาวดินโคลน สำหรับเด็กๆ แล้ว รสชาติมันอร่อยเหาะอย่าบอกใครเชียว

"พ่อครับ... พ่อช่วยแบ่งบุหรี่จงฮวาที่ไคซินซื้อมาฝาก ให้ผมสักซองได้ไหมครับ? พรุ่งนี้ผมจะไปบ้านพ่อตาแม่ยาย จะได้เอาไปสูบโชว์ให้ดูมีหน้ามีตาสักหน่อยน่ะครับ"

อาสามถูมือไปมา ยิ้มแหยๆ อ้อนวอนขอปู่

ปู่ตวัดสายตามองลูกชายคนที่สามอย่างเอือมระอา แกล้งด่าเสียงเขียว

"แกนี่มันทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตเลยนะ! โตป่านนี้แล้ว ยังจะมาขอของจากพ่ออีกเรอะ!"

ถึงปากจะด่า แต่ปู่ก็แค่ปากร้ายใจดีเท่านั้นแหละ

ปู่ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน ฉีกคอตตอนบุหรี่จงฮวาออก หยิบออกมาสี่ซอง แล้วเดินกลับมาโยนให้อาสามสองซอง

"ขอบคุณมากครับพ่อ!" อาสามรีบตะครุบบุหรี่ไว้ด้วยความดีใจ

จากนั้นปู่ก็หันไปโยนอีกสองซองที่เหลือให้อาสอง

"พ่อครับ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เอาหรอก" อาสองที่เมื่อกี้ยังแอบมองน้องชายด้วยความอิจฉา รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

"ให้ก็รับๆ ไปเถอะน่า"

ปู่ออกคำสั่งเสียงเด็ดขาด เหลือบมองลูกชายคนที่สอง แล้วพูดต่อ "ก็เป็นลูกของฉันเหมือนกันทั้งคู่ จะให้ฉันลำเอียงได้ยังไงกัน"

ก่อนกลับ ปู่ก็จัดการแบ่งปลาตากแห้งให้อาสองและอาสามเอากลับไปบ้านคนละเจ็ดแปดจิน

อาสามหิ้วถุงปลาตากแห้ง หันมาพูดกับหลี่ไคซินด้วยรอยยิ้ม "ไคซิน งั้นอาขอตัวปั่นรถจักรยานแกกลับบ้านเลยนะ"

"เชิญเลยครับอาสาม ปั่นดีๆ ระวังทางด้วยนะครับ" หลี่ไคซินตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

ตอนนั้นเอง ปู่ก็พูดแทรกขึ้นมาเตือนสติ "พรุ่งนี้แกก็รีบเอามาคืนแต่เช้าหน่อยล่ะ! ไคซินมันต้องใช้ปั่นกลับไปทำงานในเมืองอีกนะเว้ย!"

"รู้แล้วครับพ่อ" อาสามรับคำสั่ง แล้วก็พาครอบครัวเดินออกจากบ้านไป

เมื่อส่งครอบครัวของอาสองและอาสามกลับไปแล้ว ลานบ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

หลี่ไคซินช่วยปู่กับย่าเก็บกวาดทำความสะอาดนิดหน่อย แล้วก็ขอตัวกลับเข้าห้องนอน

หัวถึงหมอนได้ไม่นาน เขาก็หลับสนิทเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้ายังไม่ทันจะสางดี เสียงเคาะประตูดัง "ปังๆๆ" ก็ปลุกให้หลี่ไคซินตื่นขึ้น

ตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกดังลั่นของหลี่หย่งจากหน้าประตู "ไคซิน! ไคซิน! ตื่นหรือยัง! ได้เวลาออกเดินทางแล้วเว้ย!"

"ตื่นแล้วครับพี่หย่ง! รอแป๊บนึงนะครับ!" หลี่ไคซินสะดุ้งตื่น รีบตะโกนตอบกลับไป

เขากระโดดลงจากเตียง จัดการสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

จากนั้นก็เดินไปหยิบปืนยาวที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน แล้วเดินไปเปิดประตู

เมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นหลี่หย่งยืนรออยู่ในชุดนายพรานเต็มยศ ที่เอวเหน็บมีดพร้า ขบวนหลังสะพายปืนลูกซอง ท่าทางทะมัดทะแมงและฮึกเหิมสุดๆ

พอเห็นหลี่ไคซินเดินออกมา หลี่หย่งก็รีบเร่งเร้าทันที "ไคซิน เร็วเข้า! เดี๋ยวฉันพาไปรวมตัวกับลูกทีมคนอื่นๆ แล้วรีบออกเดินทางกันเลย"

"ได้ครับพี่หย่ง รอผมแป๊บนึงนะครับ" พูดจบ หลี่ไคซินก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องครัว

เมื่อเดินออกมาอีกครั้ง ในมือของหลี่ไคซินก็มีถุงผ้าใบเล็กๆ เพิ่มขึ้นมา ภายในบรรจุแผ่นแป้งย่างร้อนๆ อยู่หลายชิ้น

นี่คืออาหารเช้าที่ย่าอุตส่าห์ตื่นมาทำเตรียมไว้ให้เขาตั้งแต่เมื่อคืน

หลี่ไคซินเดินเข้าไปหาหลี่หย่ง ยื่นถุงผ้าให้ "พี่หย่ง เอาแผ่นแป้งนี่ไปกินรองท้องก่อนสิครับ"

"ไม่ต้องหรอกน่าไคซิน ฉันกินข้าวเช้ามาจากบ้านแล้ว นายรีบกินเร็วเข้าเถอะ คนอื่นๆ เขารอกันอยู่นะ!"

หลี่หย่งรีบโบกมือปฏิเสธ แต่พูดยังไม่ทันจบ เขาก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกอย่างลืมตัว

เสียงกลืนน้ำลายนั้น ดังชัดเจนจนหลี่ไคซินได้ยินเต็มสองหู

หลี่ไคซินไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงแผ่นแป้งชิ้นหนึ่งออกมายัดใส่มือหลี่หย่งอย่างรวดเร็ว

"พี่หย่ง ระหว่างพวกเรายังจะมามัวเกรงใจอะไรกันอีกครับ? รับๆ ไปเถอะน่า พวกเราก็กินไปเดินไปนี่แหละ ไม่เสียเวลาหรอก"

"โอเค! ในเมื่อนายพูดแบบนี้ ฉันก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ"

หลี่หย่งรับแผ่นแป้งมาถือไว้ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว

ความจริงแล้ว ถึงปู่ของหลี่หย่งจะมีตำแหน่งเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูล แต่ท่านก็เป็นคนซื่อสัตย์ยุติธรรม ไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์เข้าครอบครัวตัวเองเลยแม้แต่น้อย

เรื่องอาหารการกินในบ้านของหลี่หย่ง บางทียังอัตคัดขัดสนกว่าชาวบ้านธรรมดาๆ บางครอบครัวซะด้วยซ้ำ

จบบทที่ บทที่ 141 คืนก่อนร่วมทีมล่าสัตว์กับหลี่หย่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว