เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 851 มิตรภาพสุราหนึ่งจอก

บทที่ 851 มิตรภาพสุราหนึ่งจอก

บทที่ 851 มิตรภาพสุราหนึ่งจอก


"ตระกูลจูผู้ยิ่งใหญ่อะไรข้าไม่เห็นจะรู้จัก ฟังดูเหมือนพวกหมูตัวที่สี่ หมาตัวที่ห้า (พวกปลายแถวไร้ค่า) ซะมากกว่า! หากเจ้ายังขวัญกล้ามารบกวนความสำราญของคุณชายท่านนี้อีกล่ะก็ ข้าบิดาผู้นี้จะไม่ละเว้นเจ้าแน่!" น้ำเสียงของบุรุษซอมซ่อเกียจคร้านยิ่งนักราวกับกำลังกล่าวถึงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญอันใด

เมื่อถูกหยามเกียรติเช่นนี้ จูอวี้ฉีก็อ้าปากด่าทอความเดือดดาล "เจ้า..."

ทว่าคำพูดเพิ่งจะหลุดออกจากปากก็รู้สึกปวดร้าวที่พวงแก้มอย่างรุนแรงเห็นเพียงบุรุษซอมซ่อผู้นั้น ตวัดกระบี่เหล็กฟาดเข้าที่แก้มของเขาอย่างแรง

"เพียะ!"

เสียงดังกังวานนั้น ทำให้ทั่วทั้งยอดหอเงียบสงัดไปชั่วขณะ

จูอวี้ฉีร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กุมแก้มถอยร่นไปเบื้องหลังติดๆ มุมปากมีเลือดไหลซึม ฟันถูกตบจนร่วงไปสองซี่

เขาเดินโซเซไปหลายก้าว ชนเก้าอี้ด้านหลังจนล้มระเนระนาด สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย

บุรุษซอมซ่อไม่สนใจเขาอีก เก็บกระบี่เหล็กวางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็ยกจอกสุราขึ้นหันไปกล่าวกับคุณชายชุดครามว่า "น้องชายเอ๋ย อย่าได้ให้แมลงวันไม่กี่ตัวข้างกายมาทำลายความสุนทรีย์ในการดื่มสุราของพวกเราเลย"

น้ำเสียงของเขาราบเรียบดุจเมฆบางลมเบา ราวกับว่าเมื่อครู่ก็แค่ตบยุงที่บินหึ่งๆ ปลิวไปตัวหนึ่งเท่านั้น

"ฮ่าฮ่าฮ่า...พี่ชายกล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก!" คุณชายชุดครามก็ยกจอกสุราขึ้นมาชนกับเขาคราหนึ่งก่อนจะดื่มรวดเดียวจนหมดอีกครั้ง

ท่าทีที่ไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตานั้น มีอานุภาพทำลายล้างยิ่งกว่าคำพูดใดๆ เสียอีก

คนโต๊ะข้างๆ สองสามคนนั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาอีก

คุณชายตระกูลหยวนผู้นั้นมีสีหน้าเขียวคล้ำ บีบพัดจีบในมือจนดังกรอบแกรบ แต่เมื่อมองดูใบหน้าที่บวมเป่งเป็นหัวหมูของจูอวี้ฉี ท้ายที่สุดก็ไม่กล้าก้าวออกไปข้างหน้าด้วยตนเอง

"มาๆ กินกับข้าวเถอะ มิฉะนั้นจะเย็นชืดหมด!" คุณชายชุดครามวางจอกสุราลง ชี้ไปที่อาหารบนโต๊ะแล้วกล่าว

บุรุษซอมซ่อมองดูถั่วปากอ้าที่เหลืออยู่ไม่กี่เม็ดในจานตรงหน้าตนเอง หัวเราะอย่างเก้อเขิน "ขอบคุณน้องชายที่เชิญชวนอย่างมีน้ำใจ เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ!"

จากนั้นเขาก็เริ่มสวาปามอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย

เริ่มจากคีบเนื้อวัวตุ๋นซีอิ๊วชิ้นใหญ่ยัดเข้าปาก จากนั้นก็ฉีกน่องเป็ดออกมากินจนน้ำมันเลอะเต็มปากโดยไม่สนใจกิริยามารยาทในการกินเลยแม้แต่น้อย

ดูเหมือนเขาจะรังเกียจที่เนื้อปลามีก้างเยอะ จึงแทบจะไม่ได้แตะต้องปลาเนื้ออ่อนจานนั้นเลย

คุณชายชุดครามก็ไม่ถือสา คีบอาหารกินอย่างเชื่องช้าพลางรินสุราให้อีกฝ่ายอยู่เป็นระยะ

เขามองดูท่าทางมูมมามของคนตรงหน้า ในแววตากลับมีความชื่นชมอยู่หลายส่วน คนในยุทธภพ เดิมทีก็ควรจะใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์หยุมหยิมเช่นนี้แหละ

"ข้าชื่อ'หวังล่าง' ล่างที่แปลว่าร่อนเร่พเนจรไปในยุทธภพ! น้องชายมีนามเรียกขานว่าอย่างไร?" บุรุษซอมซ่อเรอออกมาด้วยความอิ่มหนำ ก่อนจะกรอกสุราเข้าปากอึกหนึ่งแล้วเอ่ยถาม

คุณชายชุดครามชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะกล่าว "ข้าน้อยแซ่โจว นามว่าเทียนกวน!"

เขามองออกแล้วว่าบุรุษซอมซ่อตรงหน้าผู้นี้คือผู้ฝึกยุทธ์ เพียงแต่มีระดับพลังฝึกปรือแค่ขั้นสามเท่านั้น ไม่แปลกใจเลยที่ใช้ชีวิตตกอับถึงเพียงนี้

บุรุษซอมซ่อที่มีนามว่าหวังล่างยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง กล่าวว่า "โจวเทียนกวน ชื่อของน้องชาย ช่างดีเยี่ยมยิ่งนัก! สวรรค์ลิขิตให้ต้องเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน! วันนี้เจ้ายังเลี้ยงสุราและเนื้อข้า ถือว่าข้าติดหนี้น้ำใจเจ้าครั้งหนึ่ง! หากไม่รังเกียจ พวกเรามาเรียกขานกันเป็นพี่น้องดีหรือไม่?"

ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ ในแววตาไม่มีความล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย คนในยุทธภพ ให้ความสำคัญกับคำว่า 'คุณธรรม' สุราหนึ่งชามคำพูดหนึ่งประโยค ก็ถือเป็นมิตรภาพแล้ว

คุณชายชุดครามพยักหน้ายิ้มกล่าว "ข้าเห็นว่าพี่ชายก็เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา วันข้างหน้าคงต้องขอให้ท่านช่วยดูแลด้วย!"

"ฮ่าๆๆๆ..." หวังล่างหัวเราะร่วนอย่างเบิกบาน "คุยกันได้ คุยกันได้!"

เขากรอกสุราเข้าปากอีกอึก จ้องมองโจวเทียนกวนตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงใจ กล่าวว่า "น้องชาย สุรามื้อนี้ของเจ้าในวันนี้ พี่ชายคนนี้จดจำไว้ในใจแล้ว!"

"ภายภาคหน้าในเขตแดนเจียงไหว หากมีที่ใดต้องเรียกใช้พี่ชายคนนี้ ก็เอ่ยปากมาได้เลย พี่ชายแม้จะยากจน แต่หมัดคู่นี้ยังพอใช้การได้ กระบี่เล่มนี้ก็ยังพอฟันคนได้อยู่!"

โจวเทียนกวนเพียงแต่คิดว่านี่เป็นแค่คำพูดตามมารยาทหลังจากที่ตนเลี้ยงสุราอีกฝ่ายไปมื้อหนึ่งเท่านั้น

ทว่าแววตาของหวังล่างกลับดูจริงจังอย่างน่าประหลาด

สาเหตุที่เขาให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้ ไม่ใช่แค่เพราะสุรามื้อนี้ แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายไม่เคยแสดงความดูถูกเหยียดหยามและรังเกียจในความซอมซ่อตกอับของเขาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

โจวเทียนกวนยิ้ม ยกจอกสุราขึ้น "ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขอขอบคุณพี่ชายไว้ล่วงหน้าแล้ว!"

จอกสุราทั้งสองใบกระทบกันอีกครั้ง เกิดเสียงดังกังวานใส

โดยไม่รู้ตัว สุราหลิวเหนียนป้านนั้นก็ถูกดื่มจนหมด แต่ทั้งสองคนดูเหมือนจะยังไม่จุใจ

"เสี่ยวเอ้อร์ เอาสุรามา!" โจวเทียนกวนร้องเรียกเสี่ยวเอ้อร์

"ได้เลยขอรับ คุณชายโปรดรอสักครู่!" เสี่ยวเอ้อร์ขานรับ จากนั้นก็รีบยกสุราชั้นเลิศหลายชนิดของร้านมาที่โต๊ะให้เขาเลือก

เมื่อโจวเทียนกวนเห็นดังนั้น ก็ใจป้ำสุดๆ สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์วางสุราทั้งหลายชนิดนี้ลงทั้งหมด พร้อมกับควักตั๋วเงินอีกใบยื่นส่งให้

"น่าเสียดาย สุราหลิวเหนียนดื่มหมดเสียแล้ว!"

หวังล่างหัวเราะพลางโบกมือ "หากพบคนถูกคอดื่มน้ำเปล่าก็ยังสำราญใจหากคนไม่ถูกคอต่อให้เป็นสุราเซียนเลิศรสก็จืดชืดไร้รสชาติ!"

ทั้งสองคนคุยกันอย่างถูกคอ ป้านสุราบนโต๊ะก็ค่อยๆว่างเปล่าลงโดยไม่รู้ตัว

ในตอนนั้นเอง หวังล่างก็ทอดสายตามองไปยังกล่องไม้ใบนั้นของเขา เอ่ยถามว่า "น้องชาย สิ่งที่บรรจุอยู่ในกล่องไม้นี้คือกระบี่ใช่หรือไม่?"

โจวเทียนกวนไม่ได้ปิดบัง พยักหน้ากล่าว "ใช่!"

"แม้จะซ่อนอยู่ในกล่อง แต่ข้ากลับสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่อันดุดันและแข็งเกล้า คิดว่าต้องเป็นยอดศาสตราอย่างแน่นอน!" ก้นบึ้งดวงตาของหวังล่างปรากฏแววตื่นเต้นขึ้นมา

โจวเทียนกวนลูบกล่องกระบี่เบาๆ หัวเราะกล่าว "กระบี่เล่มนี้สหายเก่าทิ้งเอาไว้ให้ นับตั้งแต่ถูกตีขึ้นมา มันเคยเปล่งประกายคมกริบเพียงแค่ครั้งเดียว และผลลัพธ์ก็เป็นเพียงการเสมอกันเท่านั้น!"

หวังล่างไม่รู้ที่มาของกระบี่เล่มนี้ จึงโบกมือหัวเราะ "น้องชายอย่าได้ท้อใจไปเลย พี่ชายอย่างข้าดิ้นรนอยู่ในยุทธภพมาหลายปี จนบัดนี้ก็พ่ายแพ้มากกว่าชนะเช่นกัน!"

เห็นเพียงเขายกป้านสุราขึ้นมากรอกไปสองอึก แล้วกล่าวว่า "ยุทธภพนี้เนี่ยนะ เดิมทีก็เป็นแค่คณะละครเร่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ! ยอดฝีมือที่แท้จริงมีอยู่ไม่กี่คนหรอก ที่เหลือส่วนใหญ่ก็เป็นพวกคลุกฝุ่นดิ้นรนในยุทธภพเหมือนกับข้านี่แหละ!"

"พี่ชายอย่าได้ดูถูกตัวเองไปเลย! ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งท่านอาจจะได้รับคำชี้แนะจากยอดคน จนมีชื่อเสียงสะท้านยุทธภพ กลายเป็นปรมาจารย์แห่งยุค ก็เป็นได้ใครจะรู้เล่า!" โจวเทียนกวนหัวเราะ

"เฮ้อ!" หวังล่างส่ายหน้ายิ้มขื่น "พี่ชายอย่างข้าไม่เคยคาดหวังว่าจะเป็นปรมาจารย์ยอดฝีมืออะไรหรอก ข้าก็เป็นแค่แมลงชีปะขาวในยุทธภพนี้ พัดพาไปตามสายลมแห่งยุทธภพ ดื่มสุราแห่งยุทธภพ ฟังเรื่องราวในยุทธภพ ไร้เรื่องทุกข์ร้อน ไร้ห่วงผูกพัน เช่นนี้จะไม่สำราญใจกว่าหรือ?"

โจวเทียนกวนพยักหน้าแอบเห็นด้วย หัวเราะกล่าว "เป็นพี่ชายที่ใช้ชีวิตได้อย่างกระจ่างแจ้ง ชื่อเสียง ลาภยศ อำนาจ ล้วนเป็นเพียงเมฆหมอกพัดผ่านตา มีเพียงความอิสระเสรีสำราญใจเท่านั้นที่เป็นของจริง น่าเสียดายที่หลักการตื้นๆ เช่นนี้ คนจำนวนมากกลับใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่อาจเข้าใจได้!"

ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยหัวเราะกันอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากทางเดินตรงบันได เห็นเพียงชายฉกรรจ์ร่างกำยำสามคนที่ถือดาบและกระบี่ในมือ เดินฉับๆมาตรงหน้าคุณชายหยวนผู้นั้นประสานมือทำความเคารพ

"คุณชาย ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ขอรับ?" ผู้เป็นหัวหน้าเมื่อเห็นคุณชายของตนยังคงนั่งดื่มสุราอยู่ตรงนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทว่าคุณชายตระกูลจู จูอวี้ฉี ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากลับกำลังเอามือกุมใบหน้ามุมปากมีเลือดติดอยู่

หยวนอวิ่นเฉิงส่ายหน้า กล่าวว่า "ไอ้หมาตาบอดสองตัวนั่น ถึงกับกล้าหักหน้าคุณชายผู้นี้ ไปสั่งสอนพวกมันเสียหน่อย"

ขณะที่คนเหล่านั้นกำลังจะลงมือ จูอวี้ฉีก็กัดฟันกรอด พูดด้วยความเคียดแค้นว่า "สับมือทั้งสองข้างของพวกมันให้ข้า! โดยเฉพาะไอ้ขอทานนั่น ทำให้มันพิการไปซะ!"

จบบทที่ บทที่ 851 มิตรภาพสุราหนึ่งจอก

คัดลอกลิงก์แล้ว