- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 20 - ผู้พิพากษา ทริกเกอร์ตายทันที!
บทที่ 20 - ผู้พิพากษา ทริกเกอร์ตายทันที!
บทที่ 20 - ผู้พิพากษา ทริกเกอร์ตายทันที!
ในวินาทีนั้น
จี้อี้ใช้สมองคิดทบทวนไปมานับครั้งไม่ถ้วน
แม้จะมีแวบหนึ่งที่เขาเดาว่านี่คือการบอกใบ้แบบสองแง่สองง่าม
แต่เขาก็ปัดตกความคิดนั้นไปอย่างรวดเร็ว
เวลา สถานที่ ความรู้สึก มีอะไรที่เข้าเค้าบ้างล่ะ
ยอมลงทุนทำถึงขนาดนี้เพื่อดึงดูดความสนใจของจี้อี้ สรุปแล้วเธอกำลังบอกใบ้อะไรกันแน่
หน้าอกเหรอ
ข้างใต้หน้าอกคือหัวใจ หรือว่าตอนตอบคำถามต้องตอบจากใจจริง
ก็ไม่น่าจะใช่
ต่อให้ใช่ ตอนนี้คำตอบก็ถูกเขียนลงไปแล้วและไม่มีทางแก้ไขได้อีก
ถ้าสิ่งที่เธอต้องการบอกใบ้ไม่ใช่หน้าอกล่ะก็ ...
มือเหรอ
ทำไมถึงเป็นมือล่ะ
หรือว่า ...
"ฉันรู้แล้วว่าจะแก้เกมนี้ยังไง!"
ถังหูลู่เขียนกระดาษข้อสอบจนแทบไม่มีที่ว่างเหลือ
หลังจากเขียนเสร็จ เขาก็เพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้
ถ้าเขียนจนเต็มพื้นที่ว่างไปหมด แล้วถ้าเกิดมีคำถามข้อที่ 14 โผล่มาจะทำยังไงล่ะ
" ... "
เขาอยากจะตบหน้าตัวเองสักหลายๆ ฉาด
แต่ก็กลัวว่าผู้คุมสอบจะหาว่าเขากำลังส่งซิกอีก
ในตอนนั้นเอง
โครมคราม โครมคราม
เสียงโต๊ะเก้าอี้กระแทกกันดังมาจากด้านหลัง
รูม่านตาของถังหูลู่หดเกร็งลงอย่างฉับพลัน
ใครมันกล้าทำเรื่องแบบนี้วะ
เขาเงยหน้าขึ้นมองผู้คุมสอบ
ผู้คุมสอบไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ต่อให้เสียงโต๊ะเก้าอี้กระแทกกันด้านหลังจะดังขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม
ปัง ปัง ปัง!
ตึง ตึง ตึง!
เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้คุมสอบก็ยังคงยืนนิ่งเฉย
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!
ด้านหลังห้องเรียนเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน
พรึ่บ
บนโต๊ะหน้าชั้นเรียน กระดาษข้อสอบที่เจ๊เซี่ยเพิ่งส่งไปเมื่อครู่ปลิวว่อนขึ้นมาโดยไม่มีลมพัด
" ?"
ถังหูลู่ยิ่งงงหนักกว่าเดิม
พรึ่บพรั่บ พรึ่บพรั่บ
กระดาษอีกหลายแผ่นบนโต๊ะหน้าชั้นเรียนปลิวว่อนกระจายไปทั่ว
ผู้คุมสอบทำเป็นมองไม่เห็นและยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
ดูเหมือนว่าในสายตาของเธอจะมีแค่ผู้เข้าสอบทั้งห้าคนเท่านั้น ขอแค่ผู้เข้าสอบทั้งห้าคนไม่ฝ่าฝืนกฎ เธอก็จะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่นานนัก
เสียงอึกทึกวุ่นวายที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็เงียบลง
กระดาษข้อสอบของแมวของชเรอดิงเงอร์ก็ลอยกลับไปอยู่บนโต๊ะหน้าชั้นเรียนอย่างน่าประหลาด
เหลือเพียงเสียงเขียนหนังสือดังแว่วมาจากมุมห้องด้านหลังเท่านั้น
สิบห้านาทีต่อมา
"หมดเวลา"
ก่อนที่ผู้คุมสอบจะเอ่ยปาก จี้อี้ก็วางปากกาลงก่อนแล้ว
[ไว้คราวหน้า (บัฟ) ในช่วงเวลาที่แสดงผล คุณจะไม่มีวันไปถึงสถานที่ที่กำหนดได้เลย (นับถอยหลัง 0:13:36)]
สำหรับเขาแล้ว การไม่มีนาฬิกาไม่ใช่ปัญหามาตั้งแต่ต้น
คูลดาวน์ของสกิลนี่แหละคือนาฬิกาจับเวลาชั้นดีเลย
"ต่อไปนี้ฉันจะตรวจข้อสอบและให้คะแนนทีละคน"
ผู้คุมสอบพูดพลางหยิบกระดาษข้อสอบของคุณหนูแมวขึ้นมา
เธอกวาดสายตาอ่านคร่าวๆ
"หกสิบคะแนน สอบผ่าน"
จากนั้น ผู้คุมสอบก็เดินลงมาจากแท่นหน้าชั้นเรียนและตรงไปยังที่นั่งของถังหูลู่ที่อยู่ใกล้ที่สุด
ผู้คุมสอบ "เก้าสิบหกคะแนน ... "
ทุกคนตกตะลึง
"ยอดเยี่ยมมาก น่าเสียดายที่ทำโจทย์คณิตศาสตร์ผิดไปสองข้อ"
ทุกคน " ... "
"เกือบลืมไปเลย ... ขอเก็บกระดาษข้อสอบของผู้เข้าสอบที่ขาดสอบก่อนก็แล้วกัน"
เธอเดินไปที่หลังห้อง
"ขาดสอบเหรอ"
ถังหูลู่ไม่เข้าใจ
พอหันหลังกลับไป ถึงได้เห็นว่าบนโต๊ะเรียนว่างเปล่าตัวหนึ่งหลังห้องมีกระดาษข้อสอบวางอยู่
นั่นน่าจะเป็นที่นั่งของห่าวโหย่วเฉียน
ผู้คุมสอบหยิบกระดาษข้อสอบขึ้นมา "ทำถูกแค่โจทย์คณิตศาสตร์เท่านั้น ... ยี่สิบคะแนน"
น่องไก่กับถังหูลู่ " ?"
นอกจากคุณหนูแมวแล้ว ก็มีแค่จูเก่อเติงเพ่าเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาอยู่ใกล้หลังห้องมากที่สุด จึงรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของจี้อี้
จี้อี้สลับกระดาษข้อสอบของตัวเองกับกระดาษข้อสอบเปล่าของห่าวโหย่วเฉียน
ความวุ่นวายสุดขีดที่เกิดขึ้นหลังห้องเมื่อครู่นี้
ทั้งโต๊ะเก้าอี้ที่ขยับเอง ทั้งกระดาษที่ปลิวว่อนไปทั่ว
จูเก่อเติงเพ่ายังโดนดีดหน้าผากไปทีนึงด้วยซ้ำ
มันคือการที่จี้อี้ใช้สกิลที่คล้ายกับพลังจิตควบคุมสิ่งของนั่นเอง
ที่น่าเหลือเชื่อก็คือ ผู้คุมสอบกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย!
เขาเกือบจะคิดว่าดันเจี้ยนนี้มันเกิดบั๊กขึ้นมาแล้วซะอีก!
แต่พอลองคิดดูดีๆ จี้อี้แค่หาช่องโหว่ของกฎการสอบต่างหาก
อะไรที่กฎไม่ได้ห้าม ก็ย่อมทำได้สิ
แต่จี้อี้ทำแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ
ในเมื่อหน้าต่างสถานะถูกล็อก พลังวิญญาณเหลือ 0 สกิลสายเวทมนตร์ส่วนใหญ่ก็น่าจะใช้ไม่ได้สิ
เมื่อผู้คุมสอบเดินเข้ามาใกล้ จูเก่อเติงเพ่าก็หยุดคิดฟุ้งซ่าน
"เจ็ดสิบคะแนน สอบผ่าน"
ผู้คุมสอบเก็บกระดาษข้อสอบแล้วเดินตรงไปหาจี้อี้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
" ... หกสิบคะแนน สอบผ่าน"
จี้อี้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
เขาอ้างอิงคำตอบของคุณหนูแมว แล้วโยงความผิดของตัวเองเข้ากับเรื่องของมิซากิและคดีลักพาตัวเด็กหญิง
เขาเขียนคำสารภาพบาปที่ดูสวยหรูแต่กลวงโบ๋ลงไป ส่วนเรื่องบาปที่แท้จริงนั้นเขาไม่ได้เขียนลงไปเลย และเขาก็เขียนไม่ออกด้วย
แต่แค่นั้นมันยังไม่พอหรอก
เขาใช้ [วิชาอัญเชิญ มือที่มองไม่เห็น] ไปขโมยแผนผังที่นั่งมาดู จนได้รู้ว่าร่างที่เขาใช้อยู่ชื่อ ฟูจิวาระ เคยะ
แล้วเขาก็ไปค้นชื่อครูใหญ่ของโรงเรียนประถมซากุระยามะจากกองเอกสารกระจัดกระจายจนเจอชื่อ ฟูจิวาระ ทาโร่
"ในฐานะญาติของฟูจิวาระ ทาโร่ ฉันมีความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงที่ทำเรื่องนู้นเรื่องนี้ ... แล้วก็ยังทำเรื่องนั้นเรื่องนี้อีก ... จนเป็นเหตุให้เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต"
นี่คือใจความสำคัญที่จี้อี้เขียนลงไป
มีแต่คำพูดสวยหรูที่ไม่มีข้อมูลสำคัญอะไรเลย
แต่ในแง่ของการสารภาพบาปแล้ว อย่างน้อยก็ถือว่าสอบผ่านล่ะนะ
จี้อี้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกอีกครั้ง
คราวนี้การผ่านดันเจี้ยนคงจะมั่นคงขึ้นเยอะแล้ว
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ผู้คุมสอบก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าน่องไก่พอดี
"ห้าสิบห้าคะแนน ... สอบไม่ผ่าน"
" ?!"
ในพริบตานั้น จี้อี้ถึงกับสะดุ้งเฮือก!
"การพิพากษา ... เริ่มต้นขึ้น"
แคร่ก
ใบหน้าของผู้คุมสอบฉีกขาดตั้งแต่ปลายจมูก ผิวหน้าเปิดอ้าออกราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน
ภายใต้ใบหน้านั้น เต็มไปด้วยซี่ฟันแหลมคมที่เรียงตัวกันเป็นตะขอ
กร้วม!
สีหน้าของเซียนจุนน่องไก่หยุดชะงักอยู่ที่ความตกตะลึงสุดขีด
เพราะคอของเขาถูกกัดจนขาดกระจุย และศีรษะก็กระเด็นหลุดออกไป
[ผู้เล่น เซียนจุนน่องไก่ เลเวล 9 เสียชีวิตแล้ว]
"อ๊าก!!!"
ถังหูลู่ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว
[ผู้พิพากษา] เก็บกระดาษข้อสอบที่เปื้อนเลือดขึ้นมา แล้วค่อยๆ เดินกลับไปที่หน้าชั้นเรียน
ผิวหน้าของเธอค่อยๆ ปิดสนิทและกลับคืนสู่สภาพปกติ กลายเป็น [ผู้คุมสอบ] อีกครั้ง
เธอจัดเรียงกระดาษข้อสอบทั้งหกแผ่นอย่างเป็นระเบียบ แล้ววางลงบนโต๊ะหน้าชั้นเรียน
หันหลังเดินไปที่ประตูห้องเรียน
เปิดประตูออก แล้วก้าวเดินออกไปสู่ความมืดมิดในโถงทางเดิน
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าส้นสูงจางหายไปอย่างรวดเร็ว
" ... "
ทั้งสี่คนที่เหลืออยู่ในห้องต่างตกอยู่ในความเงียบงัน
"ปัง"
จี้อี้ตบโต๊ะดังลั่นทำลายความเงียบ
"อย่ามัวแต่อึ้งสิ เซียนจุนน่องไก่ตายแบบมีเงื่อนงำเกินไปแล้ว"
เขาพุ่งตรงไปที่หน้าชั้นเรียนทันที
"คงไม่ใช่เพราะว่าเขียนหนังสือหวัดจนผู้คุมสอบอ่านไม่ออกหรอกมั้ง"
เมื่อได้ยินดังนั้น นอกจากถังหูลู่ที่ยังคงยืนสั่นอยู่กับที่แล้ว คุณหนูแมวและจูเก่อก็รีบตามไปดูด้วย
ทั้งสามคนพลิกหากระดาษข้อสอบที่เปื้อนเลือด
โชคดีที่รอยเลือดไม่ได้บังตัวหนังสือ ทำให้ยังพอมองเห็นเนื้อหาได้อยู่
"ฉันชื่อมุรายามะ ยูยะ เป็นนักเขียน เดินทางมาที่เมืองคุจิบะเพื่อเก็บข้อมูลหาแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ"
ลายมือถึงจะหวัดไปหน่อย แต่ก็ยังพออ่านออกได้ชัดเจนกว่าลายแทงแทงหมาที่เขาเขียนไว้เยอะ
"ฉันบังเอิญไปรู้เรื่องคดีลักพาตัวเด็กหญิงต่อเนื่องเข้า ด้วยความที่อยากจะได้ข้อมูลไปเขียนหนังสือ ฉันก็เลยสืบสวนเรื่องนี้ จนได้พบกับความจริงที่อยู่เบื้องหลัง"
"ถึงแม้จะเห็นการ ฟหกรม และ แต่ฉันก็ยอมละทิ้งศีลธรรมความเป็นคน เพื่อที่จะเขียนหนังสือขายดีให้ได้จนแทบจะเสียสติ ฉันไม่ได้เอาเรื่อง ไป ฉันรู้สึกเสียใจมากจริงๆ"
เนื้อหาหลังจากนั้นมีรอยขีดเขียนยึกยือเหมือนกับในกระดาษวิเคราะห์ของเขาแทรกอยู่เป็นระยะ
ที่น่ากลัวก็คือ ดูเหมือนน่องไก่จะไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังเขียนอะไรอยู่
"อย่างนี้นี่เอง ... อย่างนี้นี่เอง"
จี้อี้หรี่ตาลง แววตาอันคมกริบราวกับพร้อมจะฆ่าคนได้
"การแทรกแซงการรับรู้ของผีหัวขาดมันมีมาตั้งแต่แรกแล้ว เพื่อสกัดกั้นข้อมูลทั้งหมดไม่ให้ออกไปจากเมืองคุจิบะแห่งนี้"
"เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเราไม่ใช่การลงมือฆ่าคนที่ทำร้ายมิซากิด้วยตัวเอง แต่เป็นการสืบหาความจริงต่างหาก นั่นแหละคือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ชัยชนะ!"
"คุณหนูแมว จำโทรศัพท์สายแรกที่พวกเราคุยกันได้ไหม ตอนนั้นที่ฉันถามย้ำเรื่องชื่อเมืองกับชื่อโรงเรียนในหนังสือพิมพ์ เป็นเพราะว่ามันถูกแทรกแซงอยู่ คลื่นโทรศัพท์ไม่สามารถส่งผ่านข้อมูลชื่อพวกนั้นได้ ฉันก็เลยไม่ได้ยินเนื้อหาสำคัญเลยสักนิด"
คุณหนูแมวทำท่าครุ่นคิด
"ความจริงที่น่องไก่วิเคราะห์ออกมาได้ พอเขียนลงกระดาษก็กลายเป็นลายแทงแทงหมา นั่นเป็นเพราะเขาถูกแทรกแซงการรับรู้อย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ขนาดพวกเราขอให้เขาอธิบายเนื้อหาให้ฟัง เขาก็ยังจับใจความสำคัญไม่ได้เลย ปิดบังกันถึงขนาดนี้ แสดงว่ากุญแจชี้วัดผลแพ้ชนะก็คือข้อมูลในปีนั้นนั่นเอง!"
จูเก่อเติงเพ่าเบิกตากว้าง มิน่าล่ะ ข้อมูลสำคัญในสมุดบันทึกของมิซากิถึงได้ถูกรอยเลือดบังเอาไว้หมด
"นั่นก็หมายความว่า การจัดฉากฆ่าในห้องสอบครั้งนี้ เป้าหมายหลักก็คือต้องการจะพุ่งเป้าไปที่เซียนจุนน่องไก่งั้นเหรอ"
ไม่มีใครตอบคำถามเขา
เพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว
บุคคลสำคัญที่สามารถชี้ชะตาผลแพ้ชนะได้ จำเป็นต้องตาย
และเมื่อเขาตายไปแล้ว
โอกาสชนะของผู้เล่นก็จะลดฮวบลงทันที
"แม่งเอ๊ย คิดว่าใช้แผนสกปรกแบบนี้แล้วแกจะชนะงั้นเหรอ"
ดวงตาของจี้อี้แดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูน่ากลัวสุดๆ
"แกพลาดแล้ว สิ่งเดียวที่แกไม่ควรทำเลยก็คือการเปิดเผยตัวตนของผีหัวขาด เพื่อแลกกับการฆ่าน่องไก่นี่แหละ!"
ใช้งานการ์ดสกิล!
[ชื่อไอเทม วิชาอัญเชิญ ผีหั่นศพ]
[คุณสมบัติการ์ดสกิล สกิลเรียกใช้ หายไปหลังจากใช้งานสองครั้ง]
[ผลลัพธ์ อัญเชิญผีหั่นศพหนึ่งตน กำหนดเป้าหมายเพื่อให้ไล่ล่าได้]
[เงื่อนไขการใช้งาน จำเป็นต้องมีร่องรอยข้อมูลของเป้าหมาย]
[เงื่อนไขการเรียนรู้ ไม่มี]
[หมายเหตุ สกิลนี้ก็เหมือนกับการทำคุณไสย เพียงแต่ต้องส่งพนักงานไปฟันคนถึงที่ แต่สุดท้ายผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ]
[จบแล้ว]