เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ตู้โทรศัพท์สีแดง

บทที่ 4 - ตู้โทรศัพท์สีแดง

บทที่ 4 - ตู้โทรศัพท์สีแดง


[ระดับความยาก ....... (ข้อผิดพลาด)]

[กำลังแก้ไขระดับความยากของดันเจี้ยน]

[แก้ไขเสร็จสิ้น]

[ระดับความยาก ฝันร้าย]

สายลมพัดโชยมาจากทะเล

ความหนาวเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาในยามราตรีอันเงียบสงัด

ภายในห้องที่มืดมิดและชวนขนหัวลุก มีเทียนไขสองเล่มวางอยู่บนโต๊ะฝั่งหนึ่ง

เล่มหนึ่งกำลังส่องสว่าง

ส่วนอีกเล่ม ... ดับลงแล้ว

ห่าวโหย่วเฉียนถือไพ่ในมือ ขมวดคิ้วครุ่นคิด เทียนไขฝั่งขวาเหลืออยู่เพียงเล่มเดียวแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาเหลือชีวิตในเกมตานี้เพียงแค่ชีวิตเดียว

เขากำลังเล่นไพ่กับผี

เงาดำเลือนรางตรงหน้ากำลังรอการเคลื่อนไหวตาต่อไปของเขาอยู่

[ผู้เล่น จี้อี้ เลเวล 7 เข้าร่วมดันเจี้ยน]

[ระดับความยากของดันเจี้ยนมีการเปลี่ยนแปลง]

[ระดับความยากของดันเจี้ยนปัจจุบัน ฝันร้าย]

"บัดซบเอ๊ย!"

ห่าวโหย่วเฉียนสบถด่าลั่น มองดูพลังโจมตีและพลังชีวิตของมอนสเตอร์ในโซนอัญเชิญของฝั่งตรงข้ามที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยความตกตะลึง

"เดิมทีระดับยากมันก็เล่นยากพออยู่แล้ว! พอไอ้คนที่ชื่อจี้ปาเข้ามา ทำไมระดับความยากถึงอัปเกรดขึ้นไปอีกล่ะเนี่ย!"

ปัญหาคือไอ้เวรจี้ปานี่ดูยังไงก็ไม่ใช่ตัวแบกชัดๆ เพิ่งเลเวล 7 เอง!

ตอนนี้เกมไพ่ตานี้มันเล่นต่อไม่ได้แล้ว!

ไม่มีทางชนะเลย!

"ฉันขอเลือกใช้บุพการีเป็นเครื่องสังเวย! อัญเชิญซิงโคร ราชันปีศาจร้อยตา ออกมา และขอเอาท์มอนสเตอร์ของฝั่งตรงข้ามทั้งหมดออกจากการเล่น!"

ห่าวโหย่วเฉียนกระแทกไพ่ลงบนโต๊ะอย่างฉุนเฉียว จากนั้นก็ยื่นมือออกไปหวังจะกวาดไพ่ในโซนของฝั่งตรงข้ามทิ้งดื้อๆ

"อ๊าก!"

สิ้นเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนา เทียนไขก็ดับวูบลงและห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืดมิด

[ผู้เล่น ห่าวโหย่วเฉียน เลเวล 14 เสียชีวิตแล้ว]

มองดูข้อความที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างกะทันหัน

จี้อี้ถึงกับชะงัก

"ไก่อ่อนเกินไปหรือเปล่า เพิ่งเข้ามาในเกมก็ตายซะแล้ว"

แต่ก็ยังดีที่คนที่ชื่อห่าวโหย่วเฉียนคนนี้เลเวลค่อนข้างสูง จึงพอรับบทลงโทษจากการตายได้อยู่บ้าง

จี้อี้เคยศึกษาเรื่องนี้ในหมวดคำถามที่พบบ่อยมาแล้ว

บทลงโทษของการตายในดันเจี้ยนคือการถูกลดเลเวล

ระดับง่ายจะไม่มีบทลงโทษเมื่อตาย ระดับปกติลด 1 เลเวล ระดับยากลด 2 เลเวล ระดับฝันร้ายลด 3 เลเวล และระดับนรกแตกลด 5 เลเวล

หากเลเวลมีไม่พอให้ลดก็จะตายไปจริงๆ

นี่คือเกมชี้เป็นชี้ตายที่แสนโหดร้าย ความเร็วในการเก็บเลเวลไม่มีทางเทียบได้กับการตายในดันเจี้ยนระดับสูงเพียงครั้งเดียวหรอก

อัตราความทนทานต่อความผิดพลาดของเกมนี้ถือว่าต่ำมากจริงๆ

แต่โชคยังดีที่ในร้านค้าเกมมีไอเทมประกันชีวิตขายอยู่ ซึ่งสามารถบังคับออกจากดันเจี้ยนได้ทันที

แม้การบังคับออกจะทำให้ดันเจี้ยนล้มเหลว แต่เนื่องจากไม่ได้ตายจึงไม่มีบทลงโทษลดเลเวล

เพียงแต่ไอเทมชิ้นนี้ราคาแพงหูฉี่เลยล่ะ

เขาดึงสติกลับมา

แล้วกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบตัว

ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน เขามาโผล่อยู่บนถนนสายเล็กๆ ที่คับแคบ สองข้างทางเป็นบ้านทรงญี่ปุ่นสองชั้นสไตล์ดั้งเดิม มีเสาไฟฟ้าโผล่มาให้เห็นประปราย

แสงสลัวจากเสาไฟถนนทอดยาวออกไปไกลลิบ บางจุดก็มีหลอดไฟที่เสียแล้วปะปนอยู่

บริเวณที่ไฟเสียล้วนจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า

ถนนที่คับแคบและราตรีที่แสนอึดอัดทำให้จี้อี้รู้สึกหายใจไม่ออก

เขาจึงถอดเสื้อสเวตเตอร์ออกแล้วใส่กลับด้านให้เป็นปกติ

"ร่างกายนี้มันไม่ใช่ของฉันนี่หว่า"

[ค่าสถานะถูกล็อก]

[ไอเทมบางชิ้นถูกระงับการใช้งาน]

จี้อี้มองดูหน้าต่างสถานะส่วนตัวที่กลายเป็นสีเทาหม่น รวมถึงสารประกอบหมายเลขห้าในช่องเก็บของที่ใช้งานไม่ได้เช่นกัน

โดนระบบเพ่งเล็งชัดๆ!

เกมนี้ตั้งใจจะแกล้งเขาสินะ!

ความได้เปรียบทางด้านค่าสถานะที่สร้างขึ้นมาจากการใช้บั๊กหายวับไปกับตาเลย!

แต่โชคดีที่สกิลและอุปกรณ์สวมใส่ทั้งสองชิ้นบนตัวยังคงใช้งานได้

เนื่องจากตั้งค่าซ่อนเอาไว้ แหวนและผ้าคลุมจึงไม่ปรากฏให้เห็น แต่ในช่องสวมใส่อุปกรณ์ยังคงมีสีสันสดใส บ่งบอกว่าพวกมันยังแสดงผลอยู่

ส่วนสกิลนั้นเนื่องจากเรียนรู้มาแล้ว ต่อให้ตอนนี้ค่าสถานะจะไม่ถึงเกณฑ์ก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

เมื่อมองไปยังมุมหนึ่งของหน้าต่างระบบก็พบว่ามีรายชื่อของเพื่อนร่วมทีมปรากฏอยู่

[ถังหูลู่ เลเวล 12 รอดชีวิต]

[ห่าวโหย่วเฉียน เลเวล 14 เสียชีวิต]

[จูเก่อเติงเพ่า เลเวล 11 รอดชีวิต]

[แมวของชเรอดิงเงอร์ เลเวล 13 รอดชีวิต]

[เซียนจุนน่องไก่ เลเวล 9 รอดชีวิต]

ดูยังไงก็ไม่ใช่ชื่อจริงสักคน

จี้อี้นึกขึ้นได้ว่าในร้านค้าเกมเหมือนจะมีตั๋วเปลี่ยนชื่อแจกให้ใช้ฟรีสำหรับการซื้อครั้งแรกอยู่

"ทางที่ดีรีบไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมก่อนดีกว่า"

แม้เหตุผลจะบอกเขาว่า การพยายามรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดแล้วค่อยไปแชร์กับเพื่อนร่วมทีมในช่วงเวลาสำคัญคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดก็ตาม

แต่ทว่า

เขาป๊อดไง

ความมืดมิดที่เงียบสงัดราวกับมีดวงตานับไม่ถ้วนซ่อนตัวอยู่

กลางคืนมัน

เงียบเกินไปแล้ว

บ้านเรือนริมสองข้างทางไม่มีหลังไหนเปิดไฟเลยสักดวง ราวกับเป็นเมืองร้าง

ตึก ตึก ตึก

มีเพียงเสียงฝีเท้าของจี้อี้ที่ดังก้องอยู่ในหู

เขาก้าวเดินผ่านเสาไฟถนนมาสามต้นแล้ว พอถึงต้นที่สี่ไฟดันเสีย ทำให้มองไม่เห็นทิวทัศน์เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย

เรื่องนี้มันดูแปลกพิลึก

ต่อให้หลอดไฟจะเสีย มันก็ไม่น่าจะมืดตึ๊ดตื๋อจนมองอะไรไม่เห็นขนาดนี้สิ

เขาไม่ลังเลที่จะรีบเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามทันที

โชคดีที่เสาไฟถนนอีกฝั่งไม่ได้เสียพร้อมกัน

เขาเดินหน้าต่อไป

หลังจากผ่านเสาไฟถนนไปอีกหลายต้น เขาก็เจอต้นที่เสียเข้าอีกจนได้

จี้อี้ข้ามถนนกลับไปอีกฝั่งทันที

เพิ่งจะข้ามมาได้ไม่ทันไร

หางตาของเขาก็เห็นแสงไฟกะพริบวิบวับ

เสาไฟถนนต้นที่ดับสนิทไปแล้วจู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมา

พร้อมกันนั้น ตู้โทรศัพท์สีแดงตู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นอยู่ใต้แสงไฟจากเสาต้นนั้นพอดี

"กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!!!"

เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

มันดังมาจากในตู้โทรศัพท์ เสียงของมันดังกังวานไปทั่วทั้งถนน

จี้อี้ขมวดคิ้ว เขาเลือกที่จะเมินมันแล้วรีบจ้ำอ้าวเดินหน้าต่อไป

"กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!!!"

เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

จี้อี้เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เขาเดินผ่านเสาไฟถนนรวดเดียวถึงสี่ต้น

"กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!!!"

ทั้งที่เดินห่างออกมาไกลพอสมควรแล้ว ทว่าเสียงกริ่งโทรศัพท์กลับไม่เบาลงเลยแม้แต่น้อย

แถมยังฟังดูดังขึ้นกว่าเดิม ราวกับมากระดิ่งอยู่ข้างหูของจี้อี้เสียด้วยซ้ำ

"จึ๊"

"ดูท่าคงจะไม่รับไม่ได้แล้วสินะ"

จี้อี้หมุนตัวเดินกลับไปยังตู้โทรศัพท์

"กริ๊ง กริ๊ง ... กริ๊ก!"

เสียงกริ่งดังขึ้นมาครึ่งจังหวะก่อนที่จี้อี้จะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา

"ที่รักท้องร้องจ๊อกๆ แล้วเหรอจ๊ะ"

" ... "

ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย

"ท้องร้องจ๊อกๆ ที่รักเหรอจ๊ะ"

" ... "

"จ๊อกๆ ที่รักร้องท้องเหรอจ๊ะ"

"ช่วย ... "

"ร้องท้อง ... หืม เธอพูดว่าอะไรนะ"

"ช่วยด้วย ... "

ปลายสายมีเสียงของเด็กผู้หญิงดังลอดมา ฟังดูเหมือนเธอกำลังสะอื้นไห้อยู่

"ให้ช่วยยังไงล่ะ"

จี้อี้ถามกลับ

"ช่วย ... ตามหา ... หาหนูให้เจอ ... "

เสียงของเด็กผู้หญิงฟังดูน่าสงสารจับใจ

"ได้ เธออยู่ไหนล่ะ ฉันกำลังไป"

[ใช้งานสกิล คำสาปนกพิราบ]

[ได้รับบัฟ ไว้คราวหน้า]

[ไว้คราวหน้า (บัฟ) ในช่วงเวลาที่แสดงผล คุณจะไม่มีวันไปถึงสถานที่ที่กำหนดได้เลย (นับถอยหลัง 5:59:59)]

" ... "

แกร๊ก

จี้อี้วางหูโทรศัพท์ลง

[ได้รับดีบัฟ คำสาปของมิซากิ]

[คำสาปของมิซากิ (ดีบัฟ) ตามหาชิ้นส่วนร่างกายของมิซากิให้ครบภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะต้องตาย (นับถอยหลัง 3:59:59)]

" ... ?"

ณ ห้องนอนสไตล์ญี่ปุ่น

ถังหูลู่นั่งตัวสั่นงันงกหดตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของเสื่อทาทามิ

ตรงหน้าคือโทรทัศน์จอแก้วรุ่นเก่าที่กำลังกะพริบเป็นภาพซ่าๆ

ตั้งแต่เขาเข้ามาในห้องนอนนี้ ประตูบานเลื่อนก็ปิดลงเองและไม่สามารถเปิดออกได้อีกเลย

ทั้งที่เขาตัดสายไฟของโทรทัศน์ทิ้งไปแล้วชัดๆ ...

ทว่าหน้าจอโทรทัศน์กลับยังคงสว่างไสวอยู่

โคตรน่ากลัวเลย!

ทันใดนั้นเอง

ภาพบนหน้าจอก็เริ่มปรากฏขึ้น

มันคือผีสาวชุดขาวผมยาว

เธอก้มหน้าลง เส้นผมปิดบังใบหน้าของเธอจนมิด

เธอค่อยๆ ยื่นมือข้างหนึ่งออกมา

มือนั้นทะลุผ่านหน้าจอและยื่นออกมานอกเครื่องโทรทัศน์ ...

ตามด้วยศีรษะ และมืออันซีดเผือดอีกข้างหนึ่ง ...

"กะ ... แกอย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นฉันไม่เกรงใจแกแน่!"

ถังหูลู่ตะโกนร้องด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น

ผีสาวทำหูทวนลม ครึ่งท่อนบนของเธอทะลุออกมานอกจอโทรทัศน์เรียบร้อยแล้ว

"เชิญของวิเศษหันกลับมา!"

[ใช้งานสกิล เชิญของวิเศษหันกลับมา]

[ผลลัพธ์ บังคับสลับสถานะหน้าหลังหรือซ้ายขวาของเป้าหมายหนึ่งหน่วย]

[เงื่อนไขการใช้งาน ตะโกนเสียงดังว่า เชิญของวิเศษหันกลับมา!]

[หมายเหตุ ดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นไปบนฟ้า จะมองจากด้านล่างหรือมองจากด้านข้าง จะเป็นทรงกลมหรือทรงแบน ฉันคิดว่าคุณคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องแบบนี้อีกแล้วล่ะ]

ผีสาวถูกพลิกกลับด้านอย่างสมบูรณ์แบบ

เพียะ เพียะ เพียะ!!!

เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!!!

หลังจากตบหน้าตัวเองไปเจ็ดฉาดติดๆ กัน จี้อี้ก็สบถด่าเสียงต่ำ

"ฉันมันโคตรโง่เลย"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - ตู้โทรศัพท์สีแดง

คัดลอกลิงก์แล้ว