- หน้าแรก
- สุดยอดลูกหนี้ เบี้ยวหนี้จนได้ดี กลายเป็นราชาโลกเหนือมนุษย์
- บทที่ 17 - คุณหนีไปแล้ว
บทที่ 17 - คุณหนีไปแล้ว
บทที่ 17 - คุณหนีไปแล้ว
บทที่ 17 - คุณหนีไปแล้ว
[เดือนสอง ปีเหนือมนุษย์ที่ร้อยยี่สิบแปด สมาชิกทุกคนในทีมรบใจทระนงก้าวขึ้นสู่เลเวลสิบ]
[ในเดือนเดียวกัน คุณได้นำเงินกู้มาเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ของสมาชิกในทีมให้เป็นชุดเซตคุณภาพระดับแรร์เลเวลสิบ]
[ทุกคนต่างกระตือรือร้นในการเลือกชุดเซตที่เหมาะกับตัวเอง มีเพียงหวังเมิ่งคนเดียวที่หมายตาชุดเซตกระหายเลือดเลเวลสิบที่ผ่านการเสริมพลังมาแล้วถึงสองครั้งบนตัวคุณ]
[ค่าสเตตัสของชุดเซตกระหายเลือดทำให้เขาใจสั่นสุดๆ โดยเฉพาะสกิลรักษาเยียวยาที่ติดมากับชุดเซต เมื่อเลเวลของอุปกรณ์เพิ่มขึ้นและจำนวนครั้งที่เสริมพลังมากขึ้น ประสิทธิภาพในการฟื้นฟูก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย]
[ในตอนนี้ สิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุดก็คือชุดเซตกระหายเลือดชุดนี้นี่แหละ]
[ในสถานการณ์ปกติ ชุดเซตกระหายเลือดบวกกับสกิลรักษาเยียวยา ก็คือชุดในฝันของพวกแทงก์เลยทีเดียว]
[คุณครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมอบชุดเซตกระหายเลือดให้กับหวังเมิ่งไป]
[ส่วนคุณก็นำเงินที่เหลือ ผนวกกับรายได้จากการแอบขายรูนในช่วงที่ผ่านมา ไปซื้อชุดอุปกรณ์ระดับอีลีตเลเวลสิบ ชุดเซตโลหิตสัตว์ร้าย มาสวมใส่แทน]
[เมื่อทีมรบใจทระนงผลัดเปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์ครบชุด พลังต่อสู้ก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาล]
[จากนั้น คุณก็นำทีมก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนเลเวลเก้า เมืองคนจร]
[บอสดันเจี้ยนเลเวลเก้ามีหลอดเลือดที่หนาเตอะและมีพลังโจมตีที่รุนแรงมาก แต่สุดท้ายพวกคุณก็สามารถสังหารมันลงได้โดยไร้ซึ่งอันตรายใดๆ]
[หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ คุณก็พอจะประเมินความแข็งแกร่งโดยรวมของทีมรบใจทระนงได้คร่าวๆ]
[ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับทีมรบอื่นเลย แค่เอาไปตบทีมรบเขี้ยวมังกรก็ชนะได้สบายๆ แล้ว]
[ท้ายที่สุดแล้วทีมรบเขี้ยวมังกรยังโดนบอสระดับลอร์ดเลเวลเก้ากวาดล้างยกทีม แต่พวกคุณสามารถโค่นบอสดันเจี้ยนเลเวลเก้าได้]
[แม้ว่าบอสสองประเภทนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ต่อให้ทีมรบใจทระนงจะสู้ไม่ไหว การหลบหนีเอาชีวิตรอดก็ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน]
[เดือนหก ปีเหนือมนุษย์ที่ร้อยยี่สิบแปด มหาวิทยาลัยเฉพาะทางอันดับสองแห่งเมืองเมฆาได้ประกาศภารกิจการสอบภาคปฏิบัติสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่สองคณะนักรบ]
[ภารกิจนี้กำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่สองทุกคนต้องรวมทีมกันออกไปต่อสู้เอาชีวิตรอดในป่าเถื่อน โดยหน่วยกิตที่จะถูกบันทึกไว้จะแตกต่างกันไปตามเลเวลและระดับชั้นของสิ่งมีชีวิตจากขุมนรกที่สังหารได้]
[และในครั้งนี้ ผู้บริหารคณะนักรบก็ได้ยื่นคำขาดกับคุณ]
[จุดประสงค์ของมหาวิทยาลัยก็เพื่อหล่อหลอมบุคลากรผู้ครอบครองอาชีพที่ยอดเยี่ยมป้อนสู่สังคม และผู้ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ครอบครองอาชีพที่ยอดเยี่ยมนั้น ล้วนแยกไม่ออกจากการต่อสู้ในป่าเถื่อนทั้งสิ้น]
[หากครั้งนี้คุณยังหาข้ออ้างไม่ยอมมาเข้าร่วมการสอบอีก คุณก็จะถูกบันทึกความผิดร้ายแรงอีกครั้ง]
[หากถูกบันทึกความผิดร้ายแรงครบสามครั้ง คุณก็จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์คือการถูกไล่ออก]
[สำหรับเรื่องนี้ คุณยังคงทำตัวตามสบายและไม่แยแสเช่นเคย]
[เดือนเจ็ด ปีเหนือมนุษย์ที่ร้อยยี่สิบแปด เรื่องที่คุณปฏิเสธการไปต่อสู้ในป่าเถื่อนจนถูกบันทึกความผิดร้ายแรง ได้แพร่สะพัดไปทั่วมหาวิทยาลัย]
[ชั่วพริบตาเดียว คุณก็กลายเป็นบุคคลดังของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางอันดับสองแห่งเมืองเมฆาไปเลย]
[คุณกะจังหวะได้อย่างแม่นยำ และตัดสินใจเปิดไลฟ์สดทันที โดยอาศัยชื่อเสียงอันฉาวโฉ่และฉายาไอ้ขี้ขลาดมาใช้กอบโกยเงินก้อนสุดท้าย]
[มีคนมากมายด่าว่าคุณหน้าด้าน ด่าว่าคุณมันขี้ขลาดตาขาว]
[สหพันธ์อุ้มชูคุณ มหาวิทยาลัยฟูมฟักคุณ ยอมทุ่มเททรัพยากรเหนือมนุษย์มากมายให้คุณขนาดนี้ ก็เพื่อให้คุณมาหลบซ่อนตัวเป็นนกกระจอกเทศอยู่แนวหลังงั้นเหรอ]
[เมื่อต้องเผชิญกับคำด่าทอเหล่านี้ คุณก็ยังคงทำสิ่งที่ควรทำต่อไปอย่างหน้าตาเฉย]
[เดือนสิบ ปีเหนือมนุษย์ที่ร้อยยี่สิบแปด เนื่องจากค้างชำระเงินกู้เป็นเวลานาน สถาบันการเงินจึงได้ส่งทีมงานเฉพาะกิจไปพบผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเพื่อชี้แจงเรื่องนี้]
[เมื่อผู้บริหารคณะนักรบรู้เรื่องนี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และประกาศต่อหน้าธารกำนัลว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด]
[จะไม่มีวันยอมให้แกะดำที่ไร้สัจจะ มาทำลายชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางอันดับสองแห่งเมืองเมฆาต่อไปอีกเด็ดขาด]
[เมื่อหัวหน้าฝ่ายปกครองได้ยินเรื่องนี้ก็ถึงกับลูบไม้ลูบมือเตรียมพร้อมเลยทีเดียว]
[ก่อนหน้านี้เขาหาโอกาสเล่นงานคุณไม่ได้ ตอนนี้โอกาสทองมากองอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาไม่มีวันปล่อยไปแน่ๆ]
[ครั้งนี้เขาจะต้องทำให้คุณคายสิ่งที่กินเข้าไปออกมาให้หมด]
[เขาอยากจะดูนัก ว่าคุณจะงัดกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยข้อไหนมาอธิบายเรื่องนี้]
[หากไร้ซึ่งกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยคอยคุ้มครอง นักศึกษาอย่างคุณเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็เป็นแค่มดปลวกเท่านั้น]
[แต่เห็นได้ชัดว่า หัวหน้าฝ่ายปกครองคิดผิดอีกแล้ว]
[เมื่อคุณรู้เรื่องนี้ คุณก็ติดต่อสมาชิกทุกคนในทีมรบใจทระนงทันที สั่งให้ทุกคนหอบหิ้วข้าวของที่เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ แล้วตัดสินใจใช้ค่ายกลเทเลพอร์ตหนีออกจากเมืองเมฆาอย่างเด็ดขาด]
[เมื่อผู้บริหารคณะออกประกาศเรียกตัวคุณเป็นครั้งสุดท้าย และหัวหน้าฝ่ายปกครองก็บุกไปหาคุณถึงที่แต่กลับไม่พบแม้แต่เงา ถึงขนาดดักรออยู่หลายวันก็ยังไม่เห็นวี่แววของคุณ ในที่สุดพวกเขาก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่ง]
[นั่นก็คือ คุณหนีไปแล้ว]
[คุณไม่เหมือนกับนักศึกษาทั่วไป คุณดูเหมือนจะไม่สนใจใบปริญญาของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางอันดับสองแห่งเมืองเมฆาเลยสักนิด]
[ใบปริญญาที่มีค่าดั่งทองคำสำหรับคนอื่น แต่ในสายตาของคุณมันกลับเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่า]
[ชั่วขณะนั้น ทั้งหัวหน้าฝ่ายปกครอง ผู้บริหารคณะ และทีมงานสืบสวนจากสถาบันการเงิน ต่างก็พากันเงียบกริบ]
[พวกเขานั่งอยู่ในห้องทำงานของผู้บริหารคณะ นั่งมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความมึนงง]
[พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า คุณไม่ให้ความสำคัญกับใบปริญญาของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางอันดับสองแห่งเมืองเมฆาเลยงั้นเหรอ]
[ไม่สนใจช่องทางการเลื่อนขั้นที่ทางมหาวิทยาลัยจะมอบให้ในตอนปีสี่เลยสักนิดเหรอ]
[ถ้าไม่แคร์อะไรเลย แล้วคุณจะเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยเฉพาะทางอันดับสองแห่งเมืองเมฆาทำไมกัน]
"จุดประสงค์ก็เพื่อให้สถานะนักศึกษามหาวิทยาลัยสามารถกู้เงินได้มากขึ้น และสามารถเข้าถึงทรัพยากรเหนือมนุษย์ได้ง่ายขึ้นยังไงล่ะ"
หลินเซี่ยอ่านมาถึงตรงนี้ก็หลุดหัวเราะออกมาทันที
ในโลกที่พลังส่วนบุคคลคือทุกสิ่งทุกอย่าง ใบปริญญามันจะมีประโยชน์อะไร
ส่วนเรื่องช่องทางการเลื่อนขั้นที่มหาวิทยาลัยจัดหาให้นั้น ตราบใดที่เลเวลของผู้ครอบครองอาชีพสูงขึ้น ยังต้องกลัวว่าจะหาช่องทางไม่ได้อีกเหรอ
เมื่อแข็งแกร่งไร้เทียมทานแล้ว ใครมันจะกล้ามาควบคุมเขาอีกล่ะ
ถ้ามี ก็แค่โค่นล้มมันให้หมดแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ก็สิ้นเรื่อง
ในโลกปกติ อาจจำเป็นต้องใช้ใบรับรองต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง
แต่ในโลกเหนือมนุษย์มันจำเป็นด้วยเหรอ
เก่งหรือไม่เก่ง แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไง
[หลังจากคุณออกจากเมืองเมฆา คุณไม่ได้กลับไปที่เมืองสายน้ำ แต่กลับมุ่งหน้าไปยังเมืองหลี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่บนแนวหน้า]
[เมืองหลีมีกองพลรบประจำการอยู่ถึงห้ากองพล และกองพลรบหัตถ์ทองคำที่คุณเคยติดต่อไว้ก่อนหน้านี้ ก็ตั้งฐานที่มั่นอยู่ที่นี่เช่นกัน]
[ผู้ดูแลของกองพลรบหัตถ์ทองคำบอกว่า ขอเพียงสมาชิกทีมรบใจทระนงทุกคนสามารถเปลี่ยนอาชีพขั้นหนึ่งได้สำเร็จ ก็จะมีคุณสมบัติเข้าร่วมกับกองพลรบหัตถ์ทองคำของพวกเขาแล้ว]
[สำหรับเรื่องนี้ คุณจะตั้งตารอคอยให้ถึงวันนั้น]
[และยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งรู้สึกว่าแผนการต่างๆ ของตัวเองนั้นสมเหตุสมผลมากขึ้นเท่านั้น]
[คุณรู้สึกว่าการจำลองครั้งนี้ คุณจะต้องมีชีวิตอยู่ได้อีกยาวนานแน่ๆ อย่างน้อยการมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปีก็คงไม่ใช่ปัญหา]
หลินเซี่ยพูดไม่ออก
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่า ประโยคสุดท้ายนี่มันฟังดูเหมือนเป็นการปักธงตายยังไงก็ไม่รู้นะ
"ตามหลักแล้ว ความคิดแบบนี้มันก็ไม่ผิดหรอก"
"ขอแค่ได้เข้ากองพลรบ ปัญหาทุกอย่างที่เจออยู่ข้างนอกก็จะคลี่คลายไปเอง"
"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด มันก็น่าจะเป็นแบบนี้แหละ"
"หวังว่า ฉันคงคิดมากไปเองนะ"
หลินเซี่ยถอนหายใจออกมา ก่อนจะเงียบไป
ท้ายที่สุดแล้วเขาคิดว่า การปักธงคงไม่ได้อาถรรพ์ขนาดนั้นมั้ง
[เพื่อที่จะสำเร็จภารกิจเปลี่ยนอาชีพให้เร็วที่สุด คุณจึงพาทีมรบใจทระนงเข้าไปยังบริเวณรอบนอกของทุ่งร้างกัดกร่อนกระดูกซึ่งอยู่ด้านนอกเมืองหลี]
[ทุ่งร้างกัดกร่อนกระดูกเต็มไปด้วยวิญญาณเร่ร่อน และวิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้ก็คือหนึ่งในสิ่งมีชีวิตจากขุมนรกที่สามารถดรอปผลึกวิญญาณระดับต้นได้]
[ดังนั้น ทีมรบใจทระนงจึงเริ่มทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการล่ามอนสเตอร์อย่างเต็มที่]
[แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝัน ก็ยังอุตส่าห์เกิดขึ้นจนได้]
[เดือนหนึ่ง ปีเหนือมนุษย์ที่ร้อยยี่สิบเก้า มหาวิทยาลัยเฉพาะทางอันดับสองแห่งเมืองเมฆาได้ไล่คุณออกโดยอ้างเหตุผลว่าคุณขาดเรียนเป็นเวลานาน]
[ในเดือนเดียวกัน ชื่อของทีมรบใจทระนงก็ไปปรากฏอยู่บนกระดานประกาศจับของหอการค้าแสงเมฆา]
[รางวัลนำจับ เก้าล้านเหรียญ พร้อมกับชุดอุปกรณ์นักเวทเลเวลสิบห้าอีกหนึ่งชุด]
[ถึงแม้เงินรางวัลจะไม่ได้สูงมาก แต่ชุดอุปกรณ์นักเวทครบชุดนั้นกลับมีมูลค่ามหาศาล]
[ที่สำคัญที่สุดก็คือ ทีมรบใจทระนงยังไม่มีใครเปลี่ยนอาชีพขั้นหนึ่งเลย พลังต่อสู้จึงยังไม่ถือว่าแข็งแกร่งนัก]
[ดังนั้น สำหรับนักล่าเงินรางวัลหลายๆ คนแล้ว นี่ถือเป็นงานที่คุ้มค่าสุดๆ เลยทีเดียว]
[ชีวิตการล่ามอนสเตอร์อันแสนสงบสุขของทีมรบใจทระนง ถูกทำลายลงแล้ว]
[จบแล้ว]