- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 665 : พัฒนาลงสู่ใต้ดิน
ตอนที่ 665 : พัฒนาลงสู่ใต้ดิน
ตอนที่ 665 : พัฒนาลงสู่ใต้ดิน
ตอนที่ 665 : พัฒนาลงสู่ใต้ดินการลงโทษที่ฐานลวี่หยวนจัดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้กินเวลานานนัก
คนนับพันที่ผลัดกันขึ้นมาลงมือ เมื่อต้องเผชิญกับคนทรยศกว่า 30 คน บุคลากรหลายคนจึงไม่ได้มีโอกาสลงมือกับคนทรยศทุกคน
โดยเฉลี่ยแล้วคนทรยศแต่ละคนจะโดนเฆี่ยนไปประมาณ 70-80 ทีและโดนมีดกรีดไป 200-300 แผล
พวกเขาเพียงแค่กรีดมีดลงบนร่างกายของพวกมัน แต่ไม่ได้เฉือนเนื้อออกมาและตำแหน่งที่กรีดนั้นก็หลีกเลี่ยงจุดสำคัญ ดังนั้นคนทรยศเหล่านั้นจึงไม่มีใครตาย
แต่ตอนนี้พวกมันก็ใกล้ตายเต็มทีแล้ว
หลังจากถูกบุคลากรของฐานลวี่หยวนขึ้นมาซ้ำเติม พวกเขาก็ไม่มีแรงแม้แต่จะร้องโหยหวนอีกต่อไป พวกเขาถูกแขวนไว้อย่างร่อแร่ทุกคน
การลงโทษก็ใกล้จะถึงตอนจบแล้ว
ฉินกั๋วเฉียงเองก็เริ่มส่งคนบางส่วนกลับไปทำงานตามที่ทำงานของพวกเขาแล้ว
ส่วนพวกคนทรยศเหล่านี้ก็จะถูกแขวนไว้ที่นี่จนกว่าจะตาย!
เพื่อที่พวกมันจะได้รับความเจ็บปวดที่ทุกคนมอบให้อย่างเต็มที่
ทุกคนพยายามหลีกเลี่ยงเส้นเลือดใหญ่และจุดสำคัญบนร่างกายของพวกเขาและเน้นลงโทษไปตามจุดที่สร้างความเจ็บปวดได้มากที่สุดแต่ไม่ถึงตาย
และต้องขอบคุณสมาชิกทีมฝ่ายสอบสวนที่ขึ้นมาสาธิตและอธิบายให้ทุกคนฟังด้วยตัวเองมันจึงได้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นนี้
ตอนนี้การแก้แค้นก็ได้จบลงแล้ว ทุกคนก็ได้ระบายความโกรธที่เกือบจะถูกฆ่าออกไปจนหมดแล้ว
ในขณะเดียวกันมันก็เป็นการข่มขู่พวกทรยศที่อาจจะมีหลงเหลืออยู่ไปด้วยในตัว รวมถึงพวกคนที่อาจจะมุ่งเป้าทำร้ายคนของฐานลวี่หยวนในอนาคตให้รู้ถึงผลที่จะตามมา
และเมื่อไหร่ก็ตามที่คนพวกนั้นคิดจะทำร้ายฐานลวี่หยวน พวกมันก็จะต้องคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในวันนี้เพราะมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกมันต่อไป
“.......”
ในบรรดาคนทรยศกว่า 30 คนที่ถูกแขวนอยู่
การมองเห็นของจ้าวซินในตอนนี้ก็พร่ามัวไปหมด เขามองดูพื้นสีแดงสดข้างหน้าอย่างเงียบงัน
นั่นคือรอยเลือดที่เขาทิ้งไว้
สภาพของเขาในตอนนี้มีเลือกโชกไปทั้งตัว คำว่าผิวหนังแตกละเอียดก็อาจจะใช้อธิบายสภาพของเขาในตอนนี้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ความเจ็บที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้เขาเหมือนจะชินกับความเจ็บปวดนี้ไปแล้ว
ไม่สิจะเรียกว่าชินก็ไม่ถูก แต่เป็นความชาชั่วคราวที่เกิดจากความเจ็บปวดที่รุนแรงเป็นเวลานาน
เขาที่ไม่ได้รับบาดเจ็บที่จุดสำคัญจะต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดนี้ไปอีกนานแค่ไหนคงไม่มีใครรู้
การแล่เนื้อถลกหนังของคนโบราณคือการเฉือนเนื้อออกจากร่างกายโดยตรง โดยพื้นฐานแล้วเมื่อสิ้นสุดการลงโทษผู้ถูกลงโทษก็มักจะตายแทบทันที
แต่วันนี้คนทรยศเหล่านี้จะไม่ตายแบบนั้น
คนที่ลงโทษพวกทรยศเสร็จแล้วก็จะแยกย้ายกันไปทำงาน ส่วนคนที่ถูกแขวนอยู่อย่างพวกเขาก็จะยังคงต้องรับความเจ็บปวดบนร่างกายต่อไป
ความวุ่นวายของฐานลวี่หยวนในครั้งนี้ก็ถือว่าจบลงชั่วคราวแล้ว
การพัฒนาของฐานก็กลับเข้าสู่การเร่งความเร็วอีกครั้ง
จุดแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่ถูกฐานความหวังใหม่ขัดจังหวะไปก่อนหน้านี้ก็เริ่มมีคนและยานพาหนะถูกส่งออกไปตามจุดเหล่านั้น เพื่อกลับมาเปิดการแลกเปลี่ยนสิ่งของและข้อมูลข่าวสารอีกครั้ง
แนวป้องกันทางฝั่งของฐานหลักก็เริ่มกลับมาก่อสร้างใหม่อีกครั้ง บุคลากรระดับ 1 และ 2 ที่อาศัยอยู่ในเขตลวี่หยวนก็กลับมาทำงานตามปกติอย่างทุกวัน
แต่เดิมทีแล้วมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก พวกเขาก็แค่หยุดงานไปนิดหน่อยในวันที่มีสงครามใหญ่ก็เท่านั้น
ส่วนทีมต่อสู้ของฐานหลักและทีมสนับสนุนภายนอกก็ยุ่งกว่ามาก
เพราะกองกำลังเหล่านี้จะต้องถูกส่งออกไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อค้นหาสิ่งของที่ฐานต้องการกลับมา
โดยเฉพาะวัตถุดิบทำระเบิดและโดรนซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยียุคใหม่ ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางของสงครามได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
ถ้าในเหตุการณ์ครั้งนี้ฐานลวี่หยวนไม่มีโดรนที่มากพอ พวกเขาก็คงจะเอาชนะสงครามไม่ได้ง่ายแบบนี้อย่างแน่นอน!
“แบ่งคนบางส่วนไปค้นหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการผลิตโดรนที่เมืองเซินเจิ้นกับเมืองกว่างโจวรวมถึงเมืองอื่นๆ ทันที! ของพวกนี้ยิ่งมีเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!”
“แล้วก็อย่าลืมประกาศรายการทรัพยากรที่เราต้องการด้วย พวกเราต้องฉวยโอกาสในตอนที่กองกำลังอื่นยังคงไม่ทันตั้งตัวรีบกวาดทรัพยากรที่หาได้ง่ายกลับมาให้หมด!”
ฉินจิ้นนั่งอยู่ในห้องทำงานและเริ่มมอบหมายภารกิจใหม่ให้กับหัวหน้าทีมต่อสู้ทุกคน
พวกเขาจะเน้นไปที่การรวบรวมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโดรนและวัตถุดิบในการทำระเบิด!
ของสองสิ่งนี้เมื่อรวมกัน ก็จะกลายเป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบ
ในอนาคตถ้าพวกเขาไม่อยากถูกคนอื่นเล่นงาน พวกเขาก็ต้องหาของพวกนี้กลับมาให้ได้มากที่สุดเพื่อให้กองกำลังอื่นมีโอกาสครอบครองพวกมันน้อยที่สุด
ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จะต้องสร้างระบบเฝ้าระวังภัยทางอากาศด้วยเรดาร์ของตัวเองขึ้นมาด้วย
และทำให้ทั้งเขตลวี่หยวนกลายเป็นเขตห้ามบิน
ดังนั้นนอกจากอากาศยานของฐานลวี่หยวนที่ได้รับอนุญาตให้บินได้อย่างอิสระแล้ว อากาศยานอื่นๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาก็จะต้องถูกยิงตกได้ทุกเมื่อ
ในตอนนี้เรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศและปืนต่อสู้อากาศยานของฐานลวี่หยวนยังดูอ่อนแอไปหน่อย ถ้ายิงเฮลิคอปเตอร์ที่มีจำนวนไม่มากก็อาจจะยังพอไหว แต่ถ้าต้องเผชิญกับการรุมล้อมของเฮลิคอปเตอร์หลายสิบลำมันก็จะเริ่มตึงมือแล้ว
แม้ความเป็นไปได้นี้จะต่ำมาก แต่ก็ยังประมาทไม่ได้
และการป้องกันขีปนาวุธระยะไกล แม้ในความทรงจำจากชาติที่แล้วของฉินจิ้นที่ดูเหมือนจะไม่มีกองกำลังไหนเลยที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลเกินสายตาแบบนั้น แต่เขาก็ยังต้องระวังเอาไว้ก่อน
เผื่อวันใดวันหนึ่งมีกองกำลังที่มีอาวุธอย่างขีปนาวุธข้ามทวีปใช้ขึ้นมาจริงๆ แล้วบังเอิญเล็งเป้ามาที่ฐานลวี่หยวน วันนั้นฐานที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากก็คงจะกลายเป็นเถ้าถ่านแน่!
และเมื่อเขาได้ยินเรื่องห้องหลบภัยใต้ดินของฐานความหวังใหม่ เขาเองก็มีความคิดที่จะสร้างห้องหลบภัยใต้ดินเช่นกัน!
แม้ฐานหลักจะมีชั้นใต้ดิน 1 และ 2 อยู่แล้ว แถมยังมีห้องหลบภัยใต้ดินส่วนตัวขนาดเล็กของเขาอีก
สิ่งเหล่านี้อาจจะพอต้านทานระเบิดนิวเคลียร์ขนาดเล็กที่ตกใกล้ๆ ได้ แต่ถ้าบังเอิญถูกระเบิดนิวเคลียร์ตกใส่หัวจังๆ ก็คงพูดยากว่าจะรอดไปได้หรือไม่
ดังนั้น
ฉินจิ้นจึงตัดสินใจว่าหลังจากนี้เขาจะแบ่งบุคลากรบางส่วนไปสร้างห้องหลบภัยใต้ดินเพิ่ม!
และก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึงฉินจิ้นก็เคยให้คนมาสำรวจชั้นดินของฐานหลักเอาไว้แล้ว
ข้างล่างไม่ใช่ชั้นหินแข็ง ดังนั้นขอแค่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ขุดเจาะที่เหมาะสม และคนที่เข้าไปทำงานทั้งวันทั้งคืน ในไม่ช้าก็เร็วเขาก็จะต้องสร้างพื้นที่อยู่อาศัยใต้ดินที่ลึกลงไปหลักร้อยเมตรได้อย่างแน่นอน!
ในเมื่อพื้นที่บนดินของฐานหลักเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ การจะพัฒนาขึ้นสู่ท้องฟ้าก็ดูจะไม่ค่อยปลอดภัยนัก งั้นก็พัฒนาลงใต้ดินก็แล้วกัน
“หวังหยาง! ช่วงนี้ช่วยคัดเลือกบุคลากรที่มีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างภายในเขตลวี่หยวนออกมาส่วนหนึ่ง! ฉันต้องการให้ก่อตั้งทีมก่อสร้างเฉพาะ! ทีมนี้จะต้องถูกนำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้สูง!”
ในบรรดาผู้จัดการที่อยู่ในห้องทำงานของเขาก็มีหวังหยางพ่อบ้านใหญ่ของฐานอยู่ด้วย หวังหยางนั้นคุ้นเคยกับโครงสร้างบุคลากรของทั้งฐาน ดังนั้นเขาจึงย่อมรู้ข้อมูลอาชีพและทักษะต่างๆ ของบุคลากรภายในเขตลวี่หยวนเป็นอย่างดี
ดังนั้นการจะสร้างทีมก่อสร้างที่มีสมาชิกประมาณ 200 คนจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก
และในขณะที่ฐานลวี่หยวนกำลังมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้รอดชีวิตมากมายต่างก็ยินดีที่จะมาที่นี่เพื่อหางานทำ
และในอนาคตฐานก็จะไม่มอบสถานะบุคลากรระดับ 1 ให้กับผู้รอดชีวิตเหล่านี้อย่างง่ายๆ อีกต่อไป แต่จะใช้วิธีจ้างโดยตรงซึ่งจะให้ความสะดวกมากกว่า
เขตลวี่หยวนก็จะสร้างเส้นทางรถรับส่งเฉพาะ เพื่อรับผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอกเหล่านี้เข้ามาทำงานก่อสร้างที่แนวป้องกัน
ส่วนบุคลากรระดับ 1-2 เดิมที่กำลังก่อสร้างแนวป้องกันอยู่ก็จะสามารถไปทำงานที่อื่นได้
ซึ่งจะไม่ใช่แค่ในฐานหลักและฐานย่อย
เพราะในอนาคตแม้แต่เขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่และเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กก็จะต้องมีการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยใต้ดิน
แม้ชีวิตของบุคลากรระดับล่างเหล่านี้จะไม่ได้ล้ำค่ามากนัก แต่ถ้าเงื่อนไขเอื้ออำนวยการพวกเขาก็จะสามารถสร้างขีดความสามารถในการป้องกันให้กับฐานได้อย่างมหาศาล
และด้วยเหตุนี้
แนวทางการพัฒนาฐานในอนาคตก็จะค่อยๆ เริ่มเอนเอียงไปทางการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยใต้ดิน!