- หน้าแรก
- ชีวิตในเมืองของผมไม่ธรรมดาอีกต่อไป
- บทที่ 174 ดื่มน้ำชา
บทที่ 174 ดื่มน้ำชา
บทที่ 174 ดื่มน้ำชา
ผ่านไปครู่หนึ่ง
หลี่ซวี่ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง เขามองดูทุกคนที่กำลังจ้องมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวว่า "รอสักพักค่อยถ่ายต่อเถอะ ผมจะออกไปจิบน้ำชาข้างนอกหน่อย"
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกทันที
คนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันไปมา ก้าจื่อกับต้าจ้วงไม่ได้ลังเลนานนัก พวกเขารีบเดินตามออกไปเช่นกัน
อย่างไรเสีย การปล่อยให้ผู้ชายอย่างพวกเขานั่งแกร่วอยู่ในห้องของผู้หญิงโดยไม่มีอะไรทำมันก็ดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่นัก
คนที่เหลือมองหน้ากันสลับไปมา สุดท้ายเป็นหญิงสาวผมลอนที่ดึงแขนคนอื่นๆ ไว้แล้วพูดว่า "ไปเถอะ ฉันเองก็อยากดื่มน้ำชาเหมือนกัน!"
"เหอะ ฉันไม่ไปหรอก จะมาวางมาดอะไรนักหนา! มาถึงก็เอาแต่สั่งโน่นสั่งนี่" ลีน่ากล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
สาวผมลอนยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อ "งั้นฉันไปนะ ซินรุ่ย เธอจะไปไหม?"
ซินรุ่ย หญิงสาวอีกคนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า แล้วหันไปมองลีน่ากับช่างภาพที่เชิญมาซึ่งช่างภาพคนนี้เดิมทีก็เป็นเพื่อนของลีน่าอยู่แล้ว
ในเมื่อเขาไม่ลุกไปไหน ซินรุ่ยจึงจำต้องอยู่ที่นี่ต่อไป
สาวผมลอนยิ้มรับแล้วหมุนตัวเดินออกจากประตูไป
ที่หน้าลิฟต์ หลี่ซวี่มองดูหญิงสาวผมลอนที่เดินตามมาติดๆ แล้วถามด้วยความสงสัย "คุณก็จะไปดื่มน้ำชาด้วยเหรอ?"
สาวผมลอนรวบเส้นผมสลวยของเธอพลางยิ้มตอบ "ทำไมคะ ไม่ต้อนรับเหรอ?"
"ต้อนรับสิ มีสาวสวยมาอยู่เป็นเพื่อน มีหรือจะไม่ต้อนรับ!" หลี่ซวี่ตอบไปส่งๆ
สถานที่ยังคงเป็นห้องอาหารจีน ซึ่งมีโซนหนึ่งที่จัดไว้สำหรับนั่งจิบน้ำชาพักผ่อนโดยเฉพาะ
ทั้งสี่คนหาที่นั่งริมหน้าต่าง สาวผมลอนนั่งลงข้างๆ หลี่ซวี่อย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อมองผ่านกระจกบานใหญ่ลงไปเบื้องล่าง จะเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำหวงผู่ เรือข้ามฟากที่แล่นไปมาและนกนางนวลที่โผบิน ท่ามกลางสายหมอกจางๆ เหนือผิวน้ำ ก่อให้เกิดภาพที่ดูสงบนิ่งและงดงามยิ่งนัก
"สวยจริงๆ!" สาวผมลอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพลางเอ่ยชมไม่ขาดปาก
หลี่ซวี่สั่งน้ำชามาหนึ่งกา เมื่อพนักงานยกมาเสิร์ฟ ก็เห็นใบชาตูมดอกเล็กๆ ลอยเด่นอยู่ในกา เส้นใบสีเขียวขจีราวกับแผ่นหยกมรกตที่กำลังเริงระบำ
เขาประคองจอกชาขึ้นจิบ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งปาก รสชาติหวานลุ่มลึกและชุ่มคอ
ของแพงย่อมมีเหตุผลที่มันแพงจริงๆ
สาวผมลอนนั่งเอียงตัวหันหลังให้หน้าต่าง เธอใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปเซลฟี่หนึ่งรูป และถ่ายรูปถ้วยชาที่มีไออุ่นจางๆ ลอยขึ้นมาอีกหนึ่งรูป
จากนั้นนิ้วเรียวก็รัวพิมพ์ลงบนหน้าจอโทรศัพท์อยู่นาน
หลี่ซวี่ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "คุณถ่ายรูปไปทำไมเหรอ?"
"โพสต์ลงวีแชทโมเมนต์ไงคะ!" สาวผมลอนตอบด้วยรอยยิ้มอย่างเปิดเผย
พูดจบเธอก็ยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าหลี่ซวี่แล้วพูดว่า "เพิ่มเพื่อนหน่อยสิคะ!"
หลี่ซวี่หัวเราะอย่างจนใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเพิ่มเพื่อนกับเธอ
ก้าจื่อเอ่ยขึ้นอย่างเก้อเขินเล็กน้อย "เพิ่มผมด้วยคนสิ!"
หืม? หลี่ซวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูท่าจะมีอะไรในกอไผ่แฮะ
สาวผมลอนมองไปที่หลี่ซวี่ทีหนึ่ง แล้วหันไปมองก้าจื่อ ก่อนจะยิ้มแล้วส่งโทรศัพท์ไปให้
ก้าจื่อรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาสแกนคิวอาร์โค้ดทันที
หลี่ซวี่เปิดดูหน้าโมเมนต์ที่หญิงสาวเพิ่งโพสต์ไป เธอไม่ได้ตั้งค่าปิดกั้นใครไว้ รูปถ่ายล่าสุดปรากฏเด่นหราอยู่บนนั้น
พร้อมกับมีข้อความระบุว่า "น้ำชาหนึ่งจอก เพื่อนพ้องไม่กี่คน เงาแม่น้ำหวงผู่ กาลเวลาไหลเอื่อย!"
กลายเป็นเพื่อนพ้องไปซะแล้ว รวดเร็วดีจริงๆ!
หลี่ซวี่มองไปที่สาวผมลอนด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกขัดเขินบ้าง แต่คาดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะส่งยิ้มหวานตอบกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้ปิดบังเจตนาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
นิสัยแบบนี้ น่าสนใจดีแฮะ!
ระหว่างที่จิบน้ำชาและพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ในที่สุดหลี่ซวี่ก็ได้รับรู้ว่าสาวผมลอนคนนี้ชื่อ ฉินซือยวี่น ซึ่งเป็นชื่อที่ไพเราะมาก
หญิงสาวพูดไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะเป็นหลี่ซวี่กับเพื่อนอีกสองคนที่คุยกันเสียมากกว่า
เธอเพียงแต่นั่งฟังอยู่ข้างๆ พร้อมรอยยิ้ม บางครั้งก็ใช้ริมฝีปากสีแดงระเรื่อจิบน้ำชาเบาๆ ดูนุ่มนวลละมุนตา
ผ่านไปพักใหญ่ โทรศัพท์ของหลี่ซวี่ก็ดังขึ้น เขาบอกตำแหน่งที่นั่งอยู่ จากนั้นก็กวักมือเรียกทุกคนให้ลุกขึ้นเดินออกจากร้านน้ำชา
เมื่อกลับมาถึงชั้นยี่สิบห้า พอประตูลิฟต์เปิดออก ก็เห็นกลุ่มคนประมาณสิบกว่าคน ทั้งชายและหญิง ยืนออกันอยู่หน้าประตู
"พวกคุณคือคนที่ประธานหานแนะนำมาใช่ไหมครับ?" หลี่ซวี่กวาดสายตามองทุกคนพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
"ใช่ครับ! ท่านคือท่านประธานหลี่ใช่ไหมครับ?" ชายวัยประมาณสามสิบต้นๆ ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
หลี่ซวี่พยักหน้า แล้วเดินนำไปยังห้องที่พวกของลีน่าอยู่
กลุ่มคนเหล่านั้นต่างเดินตามกันไปเป็นขบวน
ก้าจื่อและเพื่อนอีกสองคนมองหน้ากันด้วยความงุนงง ถ้าไม่มีผู้หญิงปะปนมาด้วย พวกเขาคงคิดว่าหลี่ซวี่ไปตามคนมาหาเรื่องทะเลาะวิวาทแน่ๆ!
ฉินซือยวี่นเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ดวงตาคู่สวยของเธอก็เป็นประกายด้วยความประหลาดใจและยินดี มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ ออกมา
เมื่อมาถึงหน้าห้อง หลี่ซวี่เคาะประตู หญิงสาวที่ชื่อซินรุ่ยเดินมาเปิดประตูให้ พอเห็นกลุ่มคนจำนวนมากยืนออกันอยู่ เธอก็ตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าวพลางโบกมือพัลวัน
"ฉันไม่ได้พูดนะ ไม่ใช่ฉัน!"
หลี่ซวี่ถึงกับหน้ามืดครึ้ม นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!
เขาหันกลับไปมองกลุ่มคนที่ตามมา อืม ดูเหมือนจะเยอะไปหน่อย แถมแต่ละคนยังแต่งตัวดูมีสไตล์ศิลปินกันทั้งนั้น
"นี่คือทีมงานมืออาชีพที่ผมหามา เพื่อมาช่วยพวกคุณถ่ายคลิปวิดีโอโดยเฉพาะ!" หลี่ซวี่อธิบาย
"เอ๊ะ..." คนในห้องทั้งสามคนถึงกับอึ้งไป พี่ชาย... แค่ถ่ายคลิปสั้นๆ นะ ไม่ใช่ถ่ายหนัง!
ทั้งสามคนหลีกทางให้อย่างกล้าๆ กลัวๆ จากนั้นคนทั้งห้องก็เริ่มแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ
หลี่ซวี่ถือโอกาสเดินเลี่ยงออกมาข้างนอก คนเขาก็หามาให้แล้ว เรื่องที่เหลือก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาอีก
"นี่พี่ไปยกกองถ่ายมาเลยเหรอคะ? ฮิๆ!" ฉินซือยวี่น สาวผมลอนเดินมาอยู่ข้างกายเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่พอใช้งานได้น่ะ! แล้วทำไมคุณไม่เข้าไปถ่ายคลิปข้างในล่ะ?" หลี่ซวี่ถามยิ้มๆ
"จริงๆ แล้วฉันไม่ได้สนใจเรื่องถ่ายคลิปหรอกค่ะ" น้ำเสียงของฉินซือยวี่นมีความนุ่มนวลอ่อนหวานตามแบบฉบับสาวเจียงหนาน
"แล้วคุณสนใจเรื่องอะไรล่ะ?" หลี่ซวี่ถามพลางทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง
"ฉันสนใจพี่ไงคะ!"
ฉินซือยวี่นไม่ได้ปกปิดความคิดของตัวเองเลย เธอขยิบตาคู่สวยที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน
แค่กๆ หลี่ซวี่รีบหลบสายตาของเธอแล้วพูดว่า "อย่าเลย ถ้าคุณทำแบบนี้ ผมกลัวว่าเดี๋ยวจะต้องไปเปิดห้องใหม่น่ะสิ!"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ฉินซือยวี่นที่เดิมทียังดูสงบนิ่งก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอแอบค่อนขอดในใจ
เข้าใจมุกนี้ในทันทีเลยนะ ยัยน้องสาว!
หลี่ซวี่กลับมาเป็นฝ่ายคุมเกม เขาจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย
ฉินซือยวี่นถอนหายใจออกมาเบยๆ แล้วยิ้ม "เอาละค่ะ ไม่แกล้งพี่แล้ว เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานแล้ว"
หลี่ซวี่พลันยื่นมือไปกุมนิ้วเรียวงามของเธอไว้ สายตาจ้องเขม็งพลางพูดว่า "แต่ผมดันจริงจังซะแล้วสิ!"
ในดวงตาของฉินซือยวี่นแวบผ่านความตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงอย่างหนัก เธอเริ่มนึกเสียใจที่ใช้วิธีรุกหนักเกินไปหน่อย
ขณะที่กำลังคิดว่าจะตอบอย่างไรดี
ก็เห็นหลี่ซวี่ปล่อยมือเธอออกกะทันหัน พร้อมกับหัวเราะเบาๆ "เจ๊ากันนะ ผมก็หลอกคุณเหมือนกัน!"
ความรู้สึกที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็วบวกกับบทละครที่เปลี่ยนไปไวเกินคาด ทำให้ฉินซือยวี่นรู้สึกสูญเสียความมั่นใจไปวูบหนึ่ง
"เอาละ คุณไปทำงานเถอะ ผมไม่มีรถ คงไปส่งคุณไม่ได้นะ!" หลี่ซวี่พูดพลางยิ้มละไม
"ฮึ ใครขอให้ไปส่งกัน! ชอบแกล้งคนจริงๆนะคะ!"
ฉินซือยวี่นทำเสียงแง่งอน ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ไปอย่างขัดใจ
หลังจากเธอลับตาไปแล้ว หลี่ซวี่ก็หยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาจากระบบ
การ์ดแสดงสถานะว่าเปิดใช้งานแล้ว เป้าหมายถูกผูกมัดเรียบร้อย ซึ่งเป้าหมายก็คือฉินซือยวี่น
การ์ดใบนี้มีชื่อว่า การ์ดจริตตัวแม่
มันเป็นการ์ดที่เขาได้รับจากการเช็กอินเมื่อนานมาแล้ว
"เอาละ แม่นกต่อตัวน้อย เตรียมตัวเสียเงินได้เลย!" หลี่ซวี่หัวเราะอย่างได้ใจ หลังจากตามหามานาน ในที่สุดก็ได้เจอผู้หญิงที่หลากหลายและคุณภาพสูงในเมืองใหญ่แบบนี้เสียที
แค่บังเอิญเจอก็ได้เจอ 'ชา' ชั้นดีขนาดนี้เลยแฮะ
...........