- หน้าแรก
- นางร้ายวันสิ้นโลก ระบบแย่งชิงรัศมีตัวเอก
- บทที่ 14 ฉันมันเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นที่สุดแล้ว
บทที่ 14 ฉันมันเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นที่สุดแล้ว
บทที่ 14 ฉันมันเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นที่สุดแล้ว
บทที่ 14 ฉันมันเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นที่สุดแล้ว
เสี่ยวลี่มองประตูที่ปิดสนิท ในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความหวาดกลัวก็พลันมีแววแห่งความเกลียดชังฉายชัดขึ้นมา
ทำไมไม่เปิดประตู?!
ไม่แปลกใจเลยที่ทั้งท่านชายและท่านผู้หญิงต่างก็ไม่ชอบเธอ ที่แท้ก็เป็นคนใจร้ายใจดำ!
พอหันกลับไป ก็พบว่าด้านหลังสัตว์ประหลาดขาหักตัวนั้น มีสัตว์ประหลาดอีกตัวปรากฏขึ้น!
ขาทั้งสองข้างของมันสมบูรณ์ดี ดังนั้น... มันจึงวิ่งมา!
เสี่ยวลี่: !!
“แกร็ก...” ประตูเปิดออก
ความหวาดกลัวและความเกลียดชังในดวงตาของเสี่ยวลี่ยังไม่ทันจะเปลี่ยนเป็นความดีใจ ก็กลายเป็นความเจ็บปวดในทันที
หยุนเซียวชูอาวุธรูปร่างประหลาดคล้ายเคียวในมือขึ้น ใบมีดของมันกรีดผ่านลำคอของเธอ
หยุนเซียวหลบเลือดที่พุ่งกระเซ็นออกมาอย่างคล่องแคล่ว
เสี่ยวลี่กุมคอตัวเองล้มลง ดวงตาที่มองหยุนเซียวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความโกรธแค้น ทำไม!!
หยุนเซียวไม่แม้แต่จะเหลือบมองเธอ ยกมือขึ้น แทงอาวุธในมือเข้าไปในอวัยวะปากของผู้กลายพันธุ์อย่างแรง
“ฉึก!”
เธอออกแรงที่มือ ดึงปลายมีดออกมา แล้วแทงเข้าไปที่หัวใจเป็นครั้งที่สอง!
โดยเนื้อแท้แล้วผู้กลายพันธุ์ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แต่ในระยะเริ่มต้นพวกมันยังมีจุดอ่อนของมนุษย์อยู่ นั่นก็คือหัวใจ
นอกเหนือจากหัวใจ ก็คืออวัยวะปากที่วิวัฒนาการขึ้นมาใหม่
ตามหลักแล้ว แค่ทำลายอวัยวะปากผู้กลายพันธุ์ก็จะตาย การแทงสองครั้งเป็นนิสัยของหยุนเซียว
หยุนเซียวใช้แรงทั้งสองมือดึงมีดออกมา สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่ตัวขาหักซึ่งตามมาด้านหลัง
ตัวที่ขาหักจัดการง่ายกว่า ระดับ F เป็นเพียงการมีอวัยวะปากเพิ่มขึ้นมาดูน่าขยะแขยงและน่ากลัว แต่ในความเป็นจริงแล้วสมรรถภาพทางกายยังคงเป็นมนุษย์
เพียงแค่ระมัดระวัง คนธรรมดาก็สามารถฆ่าพวกมันได้
เพียงแค่ต้องเอาชนะความกลัวให้ได้
ปลายมีดแทงเข้าไปในอวัยวะปากและหัวใจตามลำดับ ผู้กลายพันธุ์ขาหักกระตุกสองสามครั้งแล้วก็ตายสนิท
หยุนเซียวปาดคราบเลือดที่กระเซ็นมาโดนใบหน้าออกไป กำอาวุธแล้ววิ่งลงไปชั้นล่าง กลัวว่าจะถูกดักในลิฟต์ เลยทำได้เพียงวิ่งลงบันได
หยุนเซียวมาถึงห้องควบคุมไฟฟ้าใต้ดิน ปกติที่นี่ก็ไม่มีคนอยู่แล้ว ย่อมไม่มีผู้กลายพันธุ์มารบกวน
เธอเก็บเครื่องปั่นไฟสำรองเข้ามิติ
อีกไม่นานคฤหาสน์ก็จะไฟดับเพราะวงจรไฟฟ้าเสียหาย ชาติที่แล้วก็เป็นเครื่องปั่นไฟเครื่องนี้ที่ทำงานต่อได้ทันที จึงช่วยให้ทั้งคฤหาสน์ไม่ต้องตกอยู่ในความมืด
ครั้งนี้ ก็ปล่อยให้คนสารเลวพวกนี้ได้ลิ้มรสชาติของการดิ้นรนกับสัตว์ประหลาดในความมืดดูบ้างแล้วกัน
หยุนเซียวพักอยู่หนึ่งนาที ครุ่นคิดว่าจะไปที่ไหนต่อ
ในหนังสือเขียนไว้ว่า พระเอกนางเอกโชคดี ตอนที่กำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันอยู่ก็ไม่ถูกผู้กลายพันธุ์ข้างนอกรบกวนเลย!
บ้าเอ๊ย! นี่มันสมเหตุสมผลแล้วเหรอ?!
ข้างนอกมีเสียงโหยหวนกรีดร้อง แต่พวกนั้นกลับมีความสุข!
หยุนเซียวเป็นคนใจแคบ ทนไม่ได้ที่จะเห็นใครมีความสุขในขณะที่เธอกำลังลำบาก
เธอมีเป้าหมายแล้ว ออกจากห้องควบคุมไฟฟ้าแล้ววิ่งขึ้นไปชั้นบน
หลังจากจัดการผู้กลายพันธุ์ที่ขวางทางไปอีกสามตัว หยุนเซียวมองไปรอบๆ ไม่เห็นมีใครอยู่ ก็เก็บศพหนึ่งศพเข้ามิติในมุมที่ไม่มีกล้องวงจรปิด
เตรียมไว้ไม่เสียหาย
จะใช้ได้หรือไม่ได้ เก็บไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน
345: อาการเสพติดการกักตุนของโฮสต์เริ่มจะวิปริตขึ้นเรื่อยๆ...
โชคดีที่คฤหาสน์ใหญ่พอและมีทางวกวน โอกาสที่จะเจอคนจึงไม่สูงนัก
พอขึ้นมาถึงชั้นสองแขนก็เริ่มปวดเมื่อยชาไปหมดแล้ว
การฆ่าฟันไม่ใช่การหั่นเต้าหู้ มันเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายจริงๆ
หยุนเซียวเหลือบมองห้องที่อยู่ไกลออกไป พลางปาดใบหน้าตัวเอง ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งพลันเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวและซีดเผือด
“อ๊าาาา ช่วยด้วย!” เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากลำคอของเธอ
345 เงียบงัน เริ่มอีกแล้ว
โฮสต์ของมันคนนี้พอเริ่มแสดงละครเมื่อไหร่ เป็นต้องมีแผนร้ายอะไรบางอย่างในหัวเตรียมจะก่อเรื่องอีกแน่ๆ
การวิเคราะห์ข้อมูลของมันไม่เคยผิดพลาด!
จากนั้น 345 ก็ได้แต่มองหยุนเซียวกีดร้องพลางฆ่าสาวใช้ผู้กลายพันธุ์ที่ขวางทางไปอีกสองคน แล้วล่อกลุ่มผู้กลายพันธุ์ห้าหกตัวที่ตามมาข้างหลังให้พุ่งไปยัง—
ห้องของหยุนอวี้ชวน
“โฮสต์ ฉันนึกว่าคุณจะไปหานางเอกเสียอีก” 345 ไม่เข้าใจ
หยุนเซียวกีดร้องพลางตอบในใจ ‘คอยดูให้ดีเถอะ!’
345 ไม่เข้าใจ แต่ก็ตั้งตารอ
หยุนเซียวมองแวบเดียวก็เห็นบอดี้การ์ดชุดดำสองคนที่หน้าประตูห้องของหยุนอวี้ชวนด้วยสีหน้าตึงเครียด
ตระกูลหยุนร่ำรวยมาก คฤหาสน์มีพื้นที่เป็นพันตารางเมตร ไม่นับรวมสาวใช้ พ่อครัว และอื่นๆ แค่บอดี้การ์ดที่ประจำการสลับเวรกันในวันปกติก็มีหลายสิบคนแล้ว
ในตอนนี้พวกเขายังไม่รู้ว่านี่คือวันสิ้นโลก ถึงจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกก็ยังคงทำหน้าที่ปกป้องทายาทตระกูลหยุนอย่างเต็มความสามารถ
บอดี้การ์ดทั้งสองคนได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ใต้เท้าของพวกเขามีผู้กลายพันธุ์นอนตายอยู่แล้วสามตัว
หยุนเซียวเลิกคิ้ว โอ๊ะ ความสามารถไม่เลวเลยนี่
ถ้างั้นเธอก็ไม่เกรงใจแล้วนะ
บอดี้การ์ดทั้งสองคนเพิ่งจะเตรียมถอนหายใจโล่งอก ก็ต้องสะดุดกับเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นมา พอหันไปมองอีกทีก็เห็นผู้กลายพันธุ์เจ็ดตัวตามหลังหยุนเซียวมา แทบจะทำให้พวกเขาสำลักลมหายใจตาย
สีหน้าของบอดี้การ์ดทั้งสองคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว: อย่าเข้ามานะ!!
หยุนเซียวแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นพุ่งไปอยู่ข้างหลังคนทั้งสอง “ฉันเป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลหยุน! พวกนายรีบปกป้องฉันสิ!”
ไม่รอให้บอดี้การ์ดทั้งสองคนมีปฏิกิริยาอะไร เธอก็หันไปบิดลูกบิดประตูห้องของหยุนอวี้ชวน—
บิดไม่ออก
ล็อกอยู่
หยุนอวี้ชวนต้องได้ยินเสียงเอะอะที่หน้าประตูแน่นอน แต่กลับไม่มีความคิดที่จะเป็นห่วงหรือช่วยเหลือพี่สาวแท้ๆ คนนี้เลยสักนิด
เมื่อพิจารณาว่าตอนนี้หยุนอวี้ชวนเป็นผู้ป่วย หยุนเซียวก็ให้อภัยเขาอย่างใจกว้าง
ใช้พลังพิเศษ—อืม... ควบคุมได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ลูกบิดประตูทั้งอันหลุดออกมาเลย
“อุ๊ย ประตูพังตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?” หยุนเซียวโยนมันทิ้งไปไกลๆ อย่างไม่ใส่ใจ
บอดี้การ์ด: ??
แต่พวกเขาก็ไม่มีเวลามาสงสัยว่าทำไมประตูคฤหาสน์ของเศรษฐีถึงได้พังง่ายขนาดนี้ หันไปก็ต้องต่อสู้กับผู้กลายพันธุ์เจ็ดตัวจนพัวพันกันไปหมด
หยุนอวี้ชวนได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวของหยุนเซียวแน่นอน แต่ทำไมเขาต้องช่วยเธอด้วย?
ไม่ใช่ว่าใครก็มาเป็นพี่น้องสาวของเขาได้
ก่อนที่คฤหาสน์จะเปิดใช้งานระบบป้องกัน หยุนอวี้ชวนก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดบนร่างกายของคนเหล่านั้นที่ชั้นล่างพอดี
ลางสังหรณ์ไม่ดี หยุนอวี้ชวนล็อกประตูแล้วให้บอดี้การ์ดเฝ้าไว้ ส่วนตัวเองก็ค่อยๆ ย้ายไปนั่งบนรถเข็น
ไม่รู้ว่าชิงชิงเป็นอย่างไรบ้าง?
หยุนอวี้ชวนโทรหาอีกฝ่ายทันที แต่หยุนอวี้ชิงก็ไม่รับสายเลย
ไม่ได้ เขาต้องไปหาชิงชิง!
เธออ่อนแอขนาดนั้น ต้องถูกสัตว์ประหลาดพวกนั้นทำให้ตกใจจนร้องไห้แน่ๆ!
หยุนอวี้ชวนยื่นนิ้วหนึ่งออกมา ปลายนิ้วสว่างเรืองรอง—พลังพิเศษ ‘บุตรแห่งแสง’
“ปัง!”
เสียงกระแทกประตูที่คุ้นเคยปลุกความทรงจำอันมืดมิดของหยุนอวี้ชวนเมื่อวานนี้ขึ้นมา ท่อนล่างพลันเกร็งขึ้นมาทันที
หยุนเซียวที่ยืนอยู่หน้าประตูขมวดคิ้วตำหนิ “เวลาแบบนี้แล้วพี่ยังจะมานั่งเหม่ออะไรอีก! รีบไปหาชิงชิงสิ!”
หยุนอวี้ชวน: ???
เขาก็กำลังจะไปอยู่นี่ไง!
เดี๋ยวนะ
หยุนอวี้ชวนขมวดคิ้ว หยุนเซียวมีแต่จะคอยทำร้ายและอิจฉาชิงชิง จะเป็นฝ่ายอาสาไปตามหาคนได้อย่างไร?
แล้วก็ เธอเข้ามาได้อย่างไร?
“ยังจะเหม่ออีก! เพิ่งจะผ่านไปแค่คืนเดียวพี่ก็สวมกางเกงแล้วทำเป็นไม่รู้จักกันแล้วเหรอ หยุนอวี้ชวน เรื่องนี้ฉันต้องขอบ่นหน่อยเถอะ!
สารเลวเกินไปแล้ว!” หยุนเซียวตำหนิเป็นชุด
“หุบปาก! เธอยังกล้ามาสั่งสอนฉันอีกเหรอ?!” ตอนนี้ถ้าหยุนอวี้ชวนไม่ได้ลุกไม่ขึ้น เขาคงจะไปบีบคอหยุนเซียวแล้ว
เหมือนกับที่เขาเคยทำมาก่อน
【ติ๊ง! ได้รับค่าความเกลียดชังจากพระเอก หยุนอวี้ชวน 50 แต้ม!】
หยุนเซียวยกมุมปากเยาะเย้ย เมื่อเห็นว่าบอดี้การ์ดหน้าประตูรับมือกับผู้กลายพันธุ์เจ็ดตัวอย่างยากลำบาก ก็ไม่รอช้าอีกต่อไป เดินเข้าไปจับรถเข็นแล้วเข็นออกไปข้างนอก
หยุนอวี้ชวนที่เดิมทีหน้าดำคล้ำอยู่แล้วก็พลันตกใจจนหน้าซีด
“หยุนเซียว เธอจะบ้าอะไร! ปล่อยมือ! เธอจะทำอะไร!!”
หยุนเซียวคิดในใจ: เมื่อวานเป็นตาพี่ วันนี้ถึงตาของเสิ่นอี้แล้ว
หยุนเซียวทำเป็นไม่ได้ยิน เข็นรถเข็นของหยุนอวี้ชวนวิ่งออกไปข้างนอก
บอดี้การ์ดปลีกตัวไปช่วยไม่ได้ ทำได้เพียงมองดูหยุนอวี้ชวนถูกหยุนเซียวพาตัวไป ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หยุนอวี้ชวนเฉียดชายเสื้อของผู้กลายพันธุ์ไป อวัยวะปากรูปกลีบดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่ห่างจากศีรษะของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร! เกือบจะกลืนหัวของเขาเข้าไปได้!
โชคดีที่บอดี้การ์ดเตะสัตว์ประหลาดที่กำลังจะกลืนหัวเขาออกไปได้ทันเวลา
หัวใจของหยุนอวี้ชวนเต้นระรัว ความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้นี้ทำให้เขาหายใจไม่ออก
เมื่อกี้เขาเกือบจะตายแล้ว!
【ติ๊ง! ได้รับค่าความเกลียดชังจากพระเอก หยุนอวี้ชวน 50 แต้ม!】
หยุนเซียวต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ! สัตว์ประหลาดแบบนี้เธอวิ่งผ่านไปแบบนั้นกลับไม่กลัวเลยสักนิด!
หยุนเซียวเข็นหยุนอวี้ชวนไปพลางสีหน้าก็ยิ่งบูดบึ้งขึ้นเรื่อยๆ
ปู่มันเถอะ! นี่มันอภิสิทธิ์ของตัวเอกหรือยังไง?
ตอนที่เธอขึ้นมาตลอดทางเจอผู้กลายพันธุ์สิบกว่าตัว แต่พอเข็นหยุนอวี้ชวนมา กลับไม่เจอเลยสักตัว!
ไอ้รัศมีตัวเอกบ้าๆ นี่! ทำไมถึงไม่เป็นของเธอบ้างนะ!
“เธอจะพาฉันไปไหน?!” หยุนอวี้ชวนจับที่วางแขนแน่น อยากจะกระโดดลงไปโดยตรง
“เมื่อกี้ก็บอกแล้วไง ไปช่วยน้องสาวคนโปรดของพี่ไง ไม่แน่ว่าเธออาจจะกำลังสู้กับสัตว์ประหลาดอยู่สามร้อยกระบวนท่าก็ได้”
“แค่เราสองคน?” หยุนอวี้ชวนไม่อยากจะเชื่อ
หยุนเซียวพูดอย่างจริงจัง “ไม่ ถ้ามีสัตว์ประหลาดจริงๆ ก็มีแค่พี่คนเดียว
เธอนอนกับพี่ ไม่ได้นอนกับฉัน
ฉันอุตส่าห์มาส่งพี่ก็ถือว่ามีเมตตามากพอแล้ว มันจะไปเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
หยุนอวี้ชวนตกใจจนไม่รู้จะพูดอะไรดี
หยุนเซียวเคยเป็นแบบนี้มาก่อนเหรอ?
เขากลับนึกไม่ออก เพราะในความทรงจำเขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับหยุนเซียวเท่าไหร่ ต่อให้ติดต่อกันก็เพื่อช่วยชิงชิงสั่งสอนเธอ
“หยุนเซียว ทำไมเธอถึงเลือดเย็นและเห็นแก่ตัวขนาดนี้?! ฉันเป็นพี่ชายเธอนะ! ชิงชิงเป็นน้องสาวเธอ! เธอก็เลยจะนิ่งดูดายไม่ช่วยเหรอ?”
ตอนนี้เขายังต้องนั่งรถเข็น ข้างกายก็ไม่มีบอดี้การ์ด สัตว์ประหลาดพวกนั้นน่ากลัวขนาดนั้น เขาคนเดียวจะไหวได้อย่างไร!
หยุนเซียวพยักหน้าอย่างขอไปที “อืมๆๆ ฉันมันเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นที่สุดแล้ว”
ทั้งสองคนมาถึงหน้าห้องของหยุนอวี้ชิง
หยุนเซียวรีบถาม 345 ถึงสถานการณ์ในห้อง
“ใกล้จะออกกำลังกายเสร็จแล้ว!”
【จบตอน】