- หน้าแรก
- ระบบผู้พิทักษ์ขุนเขา
- ตอนที่ 525: ความหมกมุ่นของราชามังกรดำ ป้ายเหล็กซานจวินอีกชิ้นหนึ่ง?
ตอนที่ 525: ความหมกมุ่นของราชามังกรดำ ป้ายเหล็กซานจวินอีกชิ้นหนึ่ง?
ตอนที่ 525: ความหมกมุ่นของราชามังกรดำ ป้ายเหล็กซานจวินอีกชิ้นหนึ่ง?
เป็นไปได้ไหมว่าเกิดจากการที่ราชามังกรดำมาหาเขาเพื่อใช้เป็นร่างพ่อ?
เฉินหยางตรวจสอบตำหนักจื่อฝู่ของหวงช่านอย่างละเอียด ไม่นานเขาจึงค้นพบจุดที่เป็นปัญหา
บนผนังตำหนักจื่อฝู่ของเขาปรากฏรอยฉีกขาดจำนวนมาก พลังแก่นแท้ทะลักออกมาจากรอยแยกเหล่านี้ เป็นเหตุให้ตำหนักจื่อฝู่ไม่สามารถกักเก็บพลังแก่นแท้เอาไว้ได้
รอยแยกมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ราวกับถูกถ่างออกทั้งเป็น
กักเก็บพลังแก่นแท้ไม่ได้ ย่อมเกิดปัญหามากมายหลายอย่างขึ้นมา
เฉินหยางสูดลมหายใจเข้า ดึงพลังจิตกลับมา จากนั้นอธิบายสถานการณ์ให้หวงช่านฟังครู่หนึ่ง
หวงช่านฟังจบ ลุกลี้ลุกลนขึ้นมา "แล้วจะทำยังไงดี? จะตายไหมเนี่ย?"
จุดตันเถียนล่างแตก เพียงแค่ฟังดูก็น่ากลัวมากพอแล้ว หวงช่านมึนงงไปทั้งตัว
อยู่ดีไม่ว่าดี จุดตันเถียนล่างจะแตกไปได้ยังไง?
ให้รางวัลตัวเองหนึ่งครั้ง ยังสามารถทำให้ตำหนักจื่อฝู่แตกได้อีกเหรอ?
ล้อเล่นระดับโลกอะไรกัน
เมื่อก่อนเขามักจะให้รางวัลตัวเองอยู่เป็นประจำ แต่มีหรือจะเคยพบเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน?
"นายอย่าเพิ่งรีบร้อน"
เฉินหยางปลอบใจสองประโยค "รอฉันกินบัวลอยเสร็จ ฉันจะพานายไปหาปู่รอง ท่านผู้เฒ่ามีความรู้กว้างขวาง น่าจะรู้วิธีจัดการ..."
"สวรรค์เถอะ"
หวงช่านทำหน้าขมขื่น "ลูกพี่ ผมเป็นแบบนี้แล้ว นายยังจะกินบัวลอยอีก ชีวิตของผมคนนี้ไม่มีค่าแม้แต่บัวลอยชามเดียวเลยหรือไง รีบเลย ขับรถ พาผมไปหาปู่รอง..."
เขาลุกลี้ลุกลนอย่างถึงที่สุด แย่งชามมาจากมือของเฉินหยาง วางลงบนโต๊ะน้ำชา ดึงเฉินหยางเดินออกไปด้านนอกในทันที
เฉินหยางไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี "รีบอะไรกัน เวลาเพียงชั่วครู่ชั่วยามยังไม่ตายหรอกน่า"
ออกแรงต้มบัวลอยอยู่ตั้งนานค่อนวัน เขาไม่ได้ลิ้มรสเลยแม้แต่คำเดียว
ช่างเถอะ เวลานี้ยังเช้าอยู่ ไปขอกินข้าวที่บ้านปู่รองเอาแล้วกัน
……
...
——
——
หมู่บ้านตระกูลหวง
โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว หวงอิ่งไม่อยู่ แม่ยายหวงจิ้งอี๋กำลังตากผ้าอยู่ที่สวนหลังบ้าน เกรงว่าเธอคงตั้งใจจะอยู่เป็นเพื่อนหวงเต้าหลินที่นี่ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง
หวงเต้าหลินประคองชามบะหมี่ นั่งอยู่ใต้ชายคาหน้าห้องโถง สูดเส้นบะหมี่เสียงดังซูดซาด
ฝนตกปรอยปรอย ลานปูนซีเมนต์เปียกแฉะ ริมลานบ้านยังวางกล่องกระดาษดอกไม้ไฟที่จุดไปเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ตอนจัดงานเอาไว้บางส่วน
เงียบสงบ ผ่อนคลาย หลังจากเทศกาลปีใหม่ ภายในหมู่บ้านไม่มีความคึกคักขนาดนั้นแล้ว วันเวลาเช่นนี้ ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายที่สุด
"ปู่รอง ช่วยด้วยครับ!"
ได้ยินเสียงตะโกนของหวงช่านมาแต่ไกล
เขาเงยหน้าเผยดวงตาอันแก่ชราขึ้น หวงช่านแทบจะวิ่งล้มลุกคลุกคลานเข้ามา ส่วนเฉินหยางเดินตามอยู่ด้านหลังของเขา
คนที่ไม่รู้ เกรงว่าคงคิดว่าเฉินหยางกำลังไล่ฆ่าเขาอยู่
"เป็นอะไรไป? ช่วยชีวิตอะไรกัน?" หวงเต้าหลินมองดูเขาด้วยสีหน้าสงสัย
"ผม..."
หวงช่านไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน หรือบางทีอาจยากที่จะเอ่ยปาก พอถูกหวงเต้าหลินถามเช่นนี้ กลับกลายเป็นพูดจาไม่รู้เรื่องไปเสียอย่างนั้น
เฉินหยางเดินตามเข้ามา
หวงเต้าหลินมองไปทางเฉินหยาง อึกอักอยู่นานค่อนวันไม่รู้ว่าหวงช่านกำลังพูดอะไร ให้เฉินหยางเป็นคนบอกคำตอบแก่เขาดีกว่า
เฉินหยางเกาหัว "เจ้านี่ สองวันก่อนจับนกกระจอกอยู่ที่บ้าน ทำเอาตำหนักจื่อฝู่แตกไปเลยครับ..."
"พรวด!"
หวงเต้าหลินพอได้ยิน เส้นบะหมี่หนึ่งคำพุ่งพรวดออกมาจากรูจมูก
"แค่ก แค่ก..."
คำพูดของเฉินหยางมาอย่างกะทันหัน ปริมาณข้อมูลมีมากเกินไป ทำให้เขาสำลักออกมา
ไออยู่นานค่อนวัน หวงเต้าหลินถึงหายใจได้สะดวกขึ้น มองดูเจ้าสองคนตรงหน้าด้วยความโกรธสามส่วน "ไอ้เด็กบ้าสองคนนี่ เช้าตรู่ขนาดนี้มาล้อเลียนตาแก่อย่างฉันเหรอ?"
จับนกกระจอกสามารถทำให้ตำหนักจื่อฝู่แตกได้ ล้อเล่นอะไรกัน?
"ปู่รอง"
หวงช่านทำหน้าเศร้าจะร้องไห้ "อย่าไปสนใจรายละเอียดพวกนี้เลย รีบช่วยผมดูหน่อยสิครับ เฉินหยางบอกว่าตำหนักจื่อฝู่ของผมแตกแล้ว ปู่ต้องช่วยผมนะ..."
น้ำตาร่วงหล่นอาบแก้ม สามารถเรียกได้ว่าจริงใจอย่างยิ่ง
หวงเต้าหลินมองเขาแวบหนึ่ง ดูท่าทางเขาไม่เหมือนกำลังล้อเล่น พลังจิตตรวจสอบออกไป
ไม่ตรวจสอบไม่เป็นไร พอตรวจสอบปุ๊บ คิ้วพลันขมวดขึ้นมาในชั่วพริบตา
เห็นได้ชัดว่าค้นพบสถานการณ์ภายในตำหนักจื่อฝู่ของหวงช่านแล้ว
"ไปทำอีท่าไหนเนี่ย?"
หวงเต้าหลินวางชามบะหมี่ไว้ด้านข้าง สีหน้าบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
ตำหนักจื่อฝู่แตกสลาย นั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ทำไม่ดีอาจจะตายได้จริง
โชคดีที่พลังฝึกฝนของหวงช่านไม่สูงนัก ไม่เช่นนั้น หากผู้ที่มีพลังฝึกฝนล้ำลึกพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ พลังแก่นแท้ปริมาณมหาศาลรั่วไหล สร้างผลกระทบต่อร่างกายเนื้อ ความเสียหายในชั่วพริบตาอาจจะคร่าชีวิตคนไปได้...
หวงช่านหน้าแดงก่ำ
เมื่อครู่นี้เฉินหยางบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ดึงดันจะให้ผมพูดออกจากปากตัวเองอีกรอบให้ได้เลยใช่ไหม?
น่าอึดอัดใจเหลือเกิน
"พูดความจริงมา"
น้ำเสียงจริงจังของหวงเต้าหลินหนักแน่นดังกังวาน
"เป็น เป็นอย่างที่เฉินหยางพูดนั่นแหละครับ..."
หวงช่านหน้าแดงก่ำ เล่าสถานการณ์ในคืนนั้นให้หวงเต้าหลินฟังอีกรอบหนึ่ง
"ตอนนั้นผมเองไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรไป ราวกับถูกผีผลัก ผมรู้สึกว่าส่วนใหญ่น่าจะไปยั่วยุสิ่งชั่วร้ายอะไรเข้า ปู่รอง ผมจะไม่ตายใช่ไหมครับ?"
บนใบหน้าของหวงช่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว
หวงเต้าหลินสูดลมหายใจเข้า คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน หากสิ่งที่หวงช่านพูดเป็นความจริง เรื่องนี้ช่างดูชั่วร้ายแปลกประหลาดอยู่บ้างจริง
ตำหนักจื่อฝู่จะถูกทำลายได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นได้ยังไง? นั่นต้องใช้แรงมากขนาดไหนกัน?
ยากจะรับประกัน อาจจะไปยั่วยุสิ่งชั่วร้ายอะไรเข้าให้จริง
เขากำลังคิดจะสอบถามสถานการณ์ที่แน่ชัดบางอย่าง กลับเห็นเฉินหยางตบไหล่เขา "นายไปรอที่ห้องโถงก่อนเถอะ ฉันจะคุยเรื่องของนายกับปู่รองสักหน่อย"
หวงช่านได้ยินดังนั้นถึงกับชะงักไป
เขามองดูเฉินหยางอย่างเหม่อลอย "ร้ายแรงมากเหรอ?"
ความรู้สึกเช่นนี้ ราวกับว่าเขาเป็นโรคที่รักษาไม่หาย หมอต้องหลบเลี่ยงเขาเพื่อพูดคุยถึงอาการป่วย ไม่ยอมให้เขารู้
ภายในใจของเขาหวาดกลัว เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมออกมาในชั่วพริบตา
"ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก"
เฉินหยางตบไหล่เขา "นายไม่เชื่อฉัน อย่างน้อยต้องเชื่อปู่รองสิ มีปู่รองอยู่ ไม่ตายหรอกน่า"
หวงช่านชะงักไป ภายในใจกระสับกระส่ายไม่สบายใจ แต่ยังคงไปรอที่ห้องโถงอยู่ดี
"เป็นอะไรไป?" หวงเต้าหลินหันมองมาทางเฉินหยาง
เฉินหยางมองไปทางห้องโถง ขยับเข้าไปใกล้ข้างกายหวงเต้าหลิน กล่าวเสียงเบา "ผมเดาว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเรื่องราวที่ราชามังกรดำสร้างขึ้น..."
"โห?"
พอหวงเต้าหลินได้ยิน คิ้วเลิกขึ้นมาเล็กน้อย
ราชามังกรดำ? เรื่องราวเช่นนี้ เกี่ยวพันไปถึงมังกรวารีตัวนั้นเลยเหรอ?
เฉินหยางนำเรื่องที่ราชามังกรดำหาร่างพ่อเพื่อถือกำเนิดใหม่เล่าให้หวงเต้าหลินฟังหนึ่งรอบ
หวงเต้าหลินฟังจบ ไม่รู้เหมือนกันว่าบนใบหน้าเป็นสีหน้าเช่นไร
เรื่องแปลกประหลาดมีมาทุกปี ปีนี้มีเยอะเป็นพิเศษ เพิ่งจะเริ่มต้นปีใหม่ ก็พบเจอเรื่องแปลกประหลาดชั้นยอดเช่นนี้เสียแล้ว
"การเป็นคนมันมีอะไรดีนักหนา จำเป็นต้องทำแบบนี้ด้วยเหรอ?"
เขาไม่ได้มีความหมายที่จะเยาะเย้ยใคร เพียงแค่รู้สึกว่าราชามังกรดำน่าเวทนา "เดรัจฉานกลายเป็นคนจะไปง่ายดายถึงเพียงนั้นได้ยังไง สามภัยพิบัติห้าความยากลำบาก หากมีความผิดพลาดเพียงจุดเดียว ล้วนต้องตายโดยไร้ที่กลบฝัง..."
เฉินหยางมองดูหวงเต้าหลินด้วยความตกตะลึง "ปู่รองมีความเข้าใจในวิธีการที่เดรัจฉานกลายเป็นคนด้วยเหรอครับ?"
"เฮ้อ"
หวงเต้าหลินทอดถอนใจ "เดรัจฉานบำเพ็ญเพียร ฝึกฝนจนสำเร็จได้รับวาสนา ต้องผ่านด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์ แต่หากต้องการกลายเป็นคน ไม่เพียงแต่ต้องผ่านด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์ ยังต้องผ่านด่านเคราะห์มนุษย์ ถึงแม้เจตจำนงแห่งสวรรค์จะไม่แน่นอน แต่กลับไม่สู้จิตใจมนุษย์ที่ยากจะหยั่งถึง ด่านเคราะห์มนุษย์นี้เป็นสิ่งที่ผ่านพ้นไปได้ยากที่สุด ราชามังกรดำตัวนี้ไม่บำเพ็ญรากฐานแห่งความดี ไม่บำเพ็ญบุญกุศล การมีจุดจบเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ..."
"ด่านเคราะห์มนุษย์?" เฉินหยางเพิ่งจะเคยได้ยินคำคำนี้เป็นครั้งแรก
หวงเต้าหลินกล่าว "เรื่องแบบนี้พบเห็นได้ไม่ยาก เดรัจฉานบางตัวที่มีสติปัญญา บนเส้นทางการฝึกฝน เพื่อหลีกเลี่ยงด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์ จะเดินบนเส้นทางสายรอง ใช้วิธีการผ่านด่านเคราะห์มนุษย์มาบั่นทอนพละกำลังของด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การขอให้ประทับตรารับรองในด่านเด็กน้อย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการผ่านด่านเคราะห์มนุษย์..."
"เรื่องนี้หากจะให้พูดไป ก็มีความลึกลับอยู่บ้าง แต่เดรัจฉานจำนวนมากล้วนมีความเชื่อโดยทั่วไปในหลักการหนึ่ง กรรมบนตัวของพวกมันมีจำนวนจำกัด กรรมเหล่านี้จะได้รับการชดใช้เมื่อด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์มาเยือน การผ่านด่านเคราะห์มนุษย์ล่วงหน้า เผาผลาญกรรมเหล่านี้ไป เมื่อถึงเวลาที่ด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์มาถึง อานุภาพจะไม่รุนแรงขนาดนั้น..."
"นี่บางทีอาจจะเป็นความเมตตาที่สวรรค์ประทานให้กับเดรัจฉาน แต่ว่า ล้วนเป็นเพียงการคาดเดา ดูเหมือนจะไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าหลังจากผ่านด่านเคราะห์มนุษย์แล้ว ด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์จะอ่อนกำลังลง ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีใครสามารถผ่านด่านเคราะห์สายฟ้าสวรรค์ได้ถึงสองครั้งในเวลาเดียวกันเพื่อนำมาเปรียบเทียบหรอก..."
……
...
เฉินหยางรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรู้อีกแล้ว
เดรัจฉานขอให้ประทับตรารับรอง เขาย่อมต้องเคยได้ยินมาอย่างแน่นอน
ด่านเด็กน้อย เขาก็พอจะเคยได้ยินมาบ้าง ว่ากันว่าเดรัจฉานบางตัวจะเป็นฝ่ายลงเขาไป วิ่งไปที่ที่มีเด็กน้อย คอยเล่นเป็นเพื่อนเด็กน้อย
เด็กน้อยไร้เดียงสาซุกซน ลงมือไม่รู้จักหนักเบา ยากจะรับประกันว่าอาจจะเล่นจนมันตายไป นี่จึงเรียกว่าด่านเด็กน้อย
"ดังนั้น ราชามังกรดำจึงนับว่าไม่ผ่านด่านเคราะห์มนุษย์เหรอครับ?" เฉินหยางกล่าว
หวงเต้าหลินพยักหน้า "มันมีความฉลาดเล็กฉลาดน้อยอยู่บ้าง แต่ว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เดรัจฉานที่ฉลาดกว่ามันมีมากมายถมเถไป หากการกลายเป็นคนมันง่ายดายขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะมีเดรัจฉานสักกี่ตัวที่เดินบนเส้นทางสายนี้ การผ่านด่านเคราะห์มนุษย์นี้มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวแปรมีมากเกินไป ก้าวผิดเพียงก้าวเดียว นั่นก็คือคำว่าตาย..."
"หากต้องการจะเป็นคน ต้องวางแผนทุกฝีก้าว การที่มันบุ่มบ่ามเช่นนี้คือการรนหาที่ตายอย่างสมบูรณ์ เฮ้อ ทำได้เพียงพูดว่า มันหาทางเดินที่ถูกต้องแล้ว แต่เส้นทางสายนี้คือเส้นทางที่มีแต่ตายกับตาย"
……
...
เฉินหยางฟังจบ ทอดถอนใจไม่หยุดหย่อน "ถ้ารู้แต่แรก มันน่าจะมาขอคำชี้แนะจากปู่รองนะเนี่ย..."
หวงเต้าหลินกลับโบกมือ "เดรัจฉานตัวนี้ทำเรื่องชั่วร้ายมามากมาย การมีจุดจบเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นเวรกรรมตามสนอง ไม่จำเป็นต้องไปสงสารหรอก"
เฉินหยางพยักหน้า "ตอนนี้จะทำยังไงกับหวงช่านดีครับ?"
"ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก ตอนนี้พลังฝึกฝนของเขายังน้อยอยู่ การซ่อมแซมตำหนักจื่อฝู่ไม่นับว่ายากลำบากอะไร ในมือของนายมี [เคล็ดวิชากินพิจารณาห้าประการ] อยู่หนึ่งบทไม่ใช่เหรอ ถ่ายทอดให้เขาไป ตำหนักจื่อฝู่ของเขาถูกพลังแก่นแท้ทำลาย แต่พลังแก่นแท้ก็มีสรรพคุณในการซ่อมแซมตำหนักจื่อฝู่ด้วยเช่นเดียวกัน ขอเพียงพลังแก่นแท้เต็มเปี่ยมขึ้นมา ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเยียวยาตัวเองได้!" หวงเต้าหลินกล่าว
"ง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
เฉินหยางคิดไม่ถึงจริงว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้ ที่แท้ก็สามารถเยียวยาตัวเองได้นี่เอง
"ก็ไม่ง่ายหรอกนะ"
หวงเต้าหลินส่ายหน้า "ตำหนักจื่อฝู่ของเขานี้ซ่อมแซมได้ง่าย แต่ว่า ราชามังกรดำนี้น่าจะทิ้งของบางอย่างเอาไว้ในร่างกายเขา ของสิ่งนี้คงจัดการได้ไม่ง่ายเท่าไหร่นัก"
"ของอะไรเหรอครับ?" เฉินหยางเอ่ยถาม
"ความหมกมุ่น"
หวงเต้าหลินเอ่ยปากอย่างแผ่วเบา "เขาไม่ได้บอกเหรอว่ามักจะฝันร้ายเรื่องเดียวกันอยู่บ่อยครั้ง ในความฝันราชามังกรดำมาพัวพันเขา เมื่อลองคิดดูน่าจะเป็นเพราะความหมกมุ่นในการกลายเป็นคนของราชามังกรดำรุนแรงเกินไป จนส่งผลกระทบต่อเขา..."
"ร้ายแรงไหมครับ?"
"ตอนนี้ไม่ร้ายแรง เวลาผ่านไปนานเข้า ความหมกมุ่นนี้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น บางทีอาจจะก่อกำเนิดสติสัมปชัญญะขึ้นมา ถึงเวลานั้นเกรงว่าจะก่อให้เกิดบุคลิกแตกแยก ทำให้เขาแยกแยะไม่ออกว่าตัวเองคือหวงช่านหรือราชามังกรดำ..."
"ร้ายแรงขนาดนี้เลยเหรอ? มีวิธีจัดการไหมครับ?"
หวงเต้าหลินกล่าว "หากพลังจิตของเขาแข็งแกร่งเพียงพอ สถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่นับว่าเป็นปัญหาอะไร เขาสามารถทำลายความหมกมุ่นขุมนี้ได้ด้วยตัวเอง แต่ความหมกมุ่นนี้คือสิ่งที่ราชามังกรดำทิ้งเอาไว้ ด้วยพลังการฝึกฝนทางจิตวิญญาณของเขา เกรงว่ารอจนถึงวันที่ความหมกมุ่นนี้ก่อกำเนิดสติสัมปชัญญะขึ้นมา ก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถทำลายความหมกมุ่นขุมนี้ลงได้..."
"อีกวิธีหนึ่ง นั่นก็มีเพียงการเดินหมากเสี่ยง ใช้ตรีทูตกลืนกินความหมกมุ่นขุมนี้เข้าไป..."
"ตรีทูต?"
เฉินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย
ของแบบนั้นในสายตาของเฉินหยางไม่ใช่ของดีอะไร หากควบคุมไม่อยู่ จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้
"ปู่รอง ปลอดภัยไหมครับ?" เฉินหยางเอ่ยถาม
หวงเต้าหลินกล่าว "ไม่มีปัญหาอะไรมากหรอก กะจังหวะเวลาให้ดี กำจัดมันทิ้งให้ทันเวลาก็พอแล้ว..."
เฉินหยางกล่าว "ในมือผมกลับมีตรีทูตอยู่สองตัว เป็นของที่หลิวฉางชิงทิ้งเอาไว้ตอนนั้น ซากบนหนึ่งตัว ซากกลางหนึ่งตัว ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์ไหมครับ?"
หวงเต้าหลินโบกมือ "ไม่มีประโยชน์ แมลงของนายนี้ถูกหลิวฉางชิงใช้งานมาแล้ว มีความหมกมุ่นและภาพความทรงจำของหลิวฉางชิง หากใช้แมลงตัวนี้ ถึงเวลานั้น ความหมกมุ่นของราชามังกรดำยังไม่ถูกขจัดไป กลับดึงบุคลิกใหม่เข้ามาอีก เกรงว่ารังแต่จะทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก"
"นั่นหมายความว่า ทำได้เพียงใช้แมลงตัวใหม่เท่านั้นเหรอครับ?" เฉินหยางกล่าว
หวงเต้าหลินพยักหน้า "หากต้องการแมลงตัวใหม่ ทำได้เพียงไปขอจากตัวตนในสุสานใต้ดินหุบเขาราชันศิลาผู้นั้นแล้ว ฉันมีความสัมพันธ์อันดีกับท่านผู้นั้นแห่งเขาโลงศพเก่า ท่านผู้นั้นกับต้นตรีทูตเทวะไม่ถูกกัน ไม่แน่ว่าต้นตรีทูตเทวะจะยอมมอบให้..."
"หาเวลาสักวัน ผมไปสักรอบก็แล้วกันครับ"
เฉินหยางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หากต้องการผลไม้ผลใหม่ ก็มีเพียงต้องไปตามหาต้นไม้ต้นนั้นแล้ว
ถึงแม้ในมือของเขาจะมีเมล็ดพันธุ์ของต้นตรีทูตเทวะอยู่หนึ่งเมล็ด แต่ว่า การจะเพาะปลูกให้ออกผล ต้องสิ้นเปลืองเวลาและพละกำลังไปไม่น้อย หวงช่านย่อมรอไม่ไหวอย่างแน่นอน
"นายไปก็ไม่แน่ว่าจะปลอดภัย นายก็มีความสัมพันธ์อันดีกับท่านผู้นั้นแห่งเขาโลงศพเก่าไม่ใช่เหรอ..." หวงเต้าหลินครุ่นคิด ดูเหมือนกำลังคิดหาวิธีรับมือ
เฉินหยางกล่าว "ผมกับฝูงอีกาเลือดในสุสานใต้ดินนั่นก็มีความสนิทสนมกันอยู่บ้าง ตอนไปสำรวจสุสานใต้ดินคราวก่อน เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมาบ้าง นับว่าพูดคุยกันได้ง่าย ผมไปขอผลไม้จากพวกมัน ไม่น่าจะยากลำบากอะไรนักหรอกครับ"
ไปขอผลไม้จากต้นตรีทูตเทวะ พูดได้ยากอยู่จริง แต่ว่า เขาสามารถถอยออกมา ไปหาอีกาเลือดสองหัวตัวนั้นได้
ถึงแม้เขาจะขอรับค่าตอบแทนล่วงหน้าจากอีกฝ่ายมาแล้ว การเดินทางไปขอผลสามซากถึงหน้าประตูอีกครั้ง ออกจะพูดไม่ขึ้นอยู่บ้างจริง แต่ว่า สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ไปก็ไม่ได้แล้ว
"เพียงแต่ ตอนที่ผมไปคราวก่อน สุสานใต้ดินถูกน้ำท่วม ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นสถานการณ์แบบไหนแล้ว" เฉินหยางกล่าว
หวงเต้าหลินกล่าว "ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันไปยืมทหารผีสางจากท่านผู้นั้นบนเขาโลงศพเก่า ท่านผู้นั้นก็บอกว่าสถานการณ์ในสุสานใต้ดินตอนนี้ซับซ้อนมาก ตอนนี้ฉันเป็นขอบเขตวาสนาแล้ว ท่านผู้นั้นจะไม่อนุญาตให้ฉันเข้าไปในสุสานใต้ดิน ดังนั้น นายคิดให้ดี หากจะไป ต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่"
"ครับ"
เฉินหยางพยักหน้า
เรื่องของหวงช่านนี้ หากจะพูดไปก็มีความเกี่ยวข้องกับเขาอยู่บ้างเช่นเดียวกัน โอกาสและจังหวะเวลาหลากหลายประการ ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในปัจจุบัน เฉินหยางไม่สามารถนิ่งดูดายได้
"ตอนที่ผมไปคราวก่อน เคยเผชิญหน้ากับต้นตรีทูตเทวะต้นนั้น ต้นไม้ต้นนั้น ดูเหมือนจะกำลังหลอมสกัดยาอายุวัฒนะบางอย่างอยู่..."
เฉินหยางนำสถานการณ์ที่ไปสุสานใต้ดินเขาแปดด้านคราวก่อนเล่าให้หวงเต้าหลินฟังเล็กน้อย
หวงเต้าหลินพยักหน้าเล็กน้อย "ฉันก็ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับต้นไม้ต้นนี้มากนัก ต้นไม้ต้นนี้เป็นสิ่งที่ลัทธิสงบฟ้าทิ้งเอาไว้ ท่านผู้นั้นบนเขาโลงศพเก่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความระแวดระวังต่อมัน มันยังเคยไปพัวพันกับติงฮ่วนชุนมาก่อน เมื่อลองคิดดูน่าจะไม่ใช่พวกใจบุญสุนทานอะไร นายต้องคอยระแวดระวังตัวให้มาก ทำสำเร็จได้ก็ดีที่สุด หากทำไม่สำเร็จ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน พวกเราค่อยหาวิธีอื่นกันใหม่..."
"ครับ"
เฉินหยางก็นับได้ว่าเคยไปสุสานใต้ดินเขาแปดด้านมาหลายครั้งแล้ว นับว่ามีความคุ้นเคยกับสถานการณ์ด้านในพอสมควร
มีเจ้าแม่กวนอิมหยกที่คอคอยคุ้มครอง บวกกับ [ยาเม็ดสี่ลักษณ์] เม็ดนั้นก็ยังไม่ได้ใช้ ไม่ต้องพูดถึงการไปมาอย่างอิสระ แต่หากเขาคิดจะจากไป เขาเชื่อว่าพวกของในสุสานใต้ดินนั่นก็ไม่น่าจะสามารถรั้งตัวเขาเอาไว้ได้
"เรียกหวงช่านมาเถอะ เล่าสถานการณ์ให้เขาฟังเสียหน่อย"
หวงเต้าหลินไม่พูดอะไรให้มากความอีก
เรียกหวงช่านเข้ามา หวงช่านมีใบหน้ากระสับกระส่ายไม่สบายใจ
หวงเต้าหลินอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟังเล็กน้อย
หวงช่านฟังจบ อึ้งไปครู่หนึ่ง
ราชามังกรดำอะไร ถือกำเนิดใหม่อะไร เขาฟังแล้วมึนงงไปหมด แต่มีจุดหนึ่งที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอน เขาเพียงแค่อารมณ์พาไป ให้รางวัลตัวเองไปหนึ่งครั้ง แต่ว่า รางวัลนั้นกลับสร้างปัญหาใหญ่โตขึ้นมาเสียแล้ว
……
...
ภายในบ้านของหวงเต้าหลิน หาห้องมาได้หนึ่งห้อง เฉินหยางช่วยหวงช่านทะลวงเส้นทางการเดินพลังของเคล็ดวิชากินพิจารณาห้าประการ
ถึงแม้หวงช่านในตอนนี้จะยังไม่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณ ไม่สามารถตรวจสอบภายในได้ ไม่มีพลังภายใน แต่สามารถทำสมาธินึกภาพตามได้
เคล็ดวิชากินพิจารณาห้าประการนี้ เดิมทีก็เป็นวิชาสร้างรากฐานอยู่แล้ว เพียงแต่วิธีการฝึกฝนค่อนข้างพิเศษ อาศัยเพียงคำว่ากินเท่านั้น
ถ่ายทอดแก่นแท้ของวิชาให้กับหวงช่าน หลังจากนี้ก็ต้องพึ่งพาตัวเขาเองแล้ว
"เฉินหยาง นายบอกผมมาตามตรงนะ โรคของผมนี้ รับมือยากมากใช่ไหม?"
ภายในใจของหวงช่านยังคงกระสับกระส่าย ถึงแม้เมื่อครู่นี้หวงเต้าหลินจะอธิบายได้อย่างชัดเจนมากและก็พูดได้ร้ายแรงมากเช่นเดียวกัน แต่เขาก็ยังคงกังวล บางที สองปู่หลานคู่นี้อาจจะยังมีการปิดบังอะไรอยู่อีก
"เป็นอะไรไป แม้แต่คำพูดของฉันก็ไม่เชื่อแล้วเหรอ?"
"เปล่า นายไม่รู้หรอก ตอนนี้ผม กลัวตายแทบจะเอาชีวิตอยู่แล้วเนี่ย"
"เหอะ"
เฉินหยางหัวเราะออกมา "นายไม่เก่งนักหรือไง ฟ้าไม่กลัว ดินไม่กลัว ถึงกับกล้าเอาประทัดไปจุดระเบิดรังต่อรังแตน กลัวตายตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?"
หวงช่านหัวเราะแห้งหนึ่งเสียง "เมื่อก่อนผมก็แค่มีชีวิตไร้ค่าชีวิตหนึ่ง แน่นอนว่าต้องไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว ตอนนี้ไม่เหมือนกัน ชีวิตเพิ่งจะดีขึ้นมาหน่อย บ้านก็กำลังเตรียมจะสร้าง แฟนก็มีแล้ว ชีวิตอันสวยงามที่ผมใฝ่ฝันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเอง ผมจะตัดใจตายได้ยังไง?"
"เดี๋ยวก่อนนะ?"
เฉินหยางเรียกให้เขาหยุด ใช้สายตาแปลกประหลาดมองดูเขา "แฟนก็มีแล้วเหรอ? หนิวกุ้ยฮวาคนนั้นน่ะนะ? พวกนายตกลงกันแล้วเหรอ?"
"จะเป็นไปได้ยังไงกัน?"
น้ำเสียงของหวงช่านสูงขึ้นมาหลายระดับในรวดเดียว ราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง "ผมไม่มีความรู้สึกแบบนั้นกับเธอเลยแม้แต่น้อย จะเป็นเธอไปได้ยังไง"
"ไม่ใช่เธอเหรอ? แล้วเป็นใคร?" เฉินหยางเริ่มมีความสนใจขึ้นมา
หวงช่านมีท่าทีเขินอายอยู่บ้าง "เจียงเสี่ยวฝานที่เคยมาที่นี่เมื่อปีที่แล้ว นายยังจำได้ไหม?"
"เธอ? นายไปคบกับเธอแล้วเหรอ?" เฉินหยางประหลาดใจเป็นอย่างมาก
หวงช่านมองบนใส่ "ผมถูกใจเธอ เธอเองก็ไม่ถูกใจผมหรอก ฉันชอบคนสวย แต่สวยเกินไป ผมก็ควบคุมไม่ได้หรอกนะ..."
"หืม?"
เฉินหยางมองดูเขาด้วยความสงสัย
หวงช่านกล่าว "เธอแนะนำพี่สาวของเธอให้ผมรู้จัก พวกเราแอดวีแชตกัน เมื่อวานคุยกันตลอดช่วงบ่าย ตอนกลางคืนยังวิดีโอคอลกันด้วย หน้าตาสวยถูกใจผม เป็นสเปกที่ผมชอบเลย..."
บนใบหน้าของเฉินหยางมีเส้นริ้วสีดำพาดผ่าน นายรวดเร็วปานกามนิตหนุ่มจริง คุยกันแค่ช่วงบ่าย กลายเป็นแฟนกันแล้วเหรอ?
พอพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของหวงช่านก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที
"แล้วหนิวกุ้ยฮวาล่ะจะเอายังไง?" เฉินหยางเอ่ยถาม
หวงช่านผายมือ "จัดการเรียบร้อยแล้ว"
"จัดการเรียบร้อยแล้ว?"
หวงช่านพยักหน้า "ครอบครัวของพวกเขางมงายมาก เมื่อวานซืนไปขอวันเดือนปีเกิดของผมจากพี่สาวผม ไปหาคนในตำบลผูกดวง หมอดูบอกว่าดวงของพวกเราไม่สมพงศ์กัน แถมยังบอกอีกว่าผมดวงกินเมียทำให้เสียทรัพย์ นายไม่เห็นหรอก พ่อแม่ของเธอกลับมาจากในตำบล ท่าทีที่มีต่อผมก็เปลี่ยนไปในทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลง พาหนิวกุ้ยฮวาจากไปเลย..."
เขาพูดอย่างผ่อนคลาย หรือแม้กระทั่งรู้สึกยินดีด้วยซ้ำ เรื่องนี้หากเป็นเมื่อก่อน เขาจะต้องไม่สบอารมณ์อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ เขารู้สึกสะใจเป็นที่สุด
เวลานี้ หวงช่านเปลี่ยนเรื่องพูด เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในรวดเดียว "จะว่าไป เมื่อคืนผมวิดีโอคอลกับพี่สาวของเจียงเสี่ยวฝาน นายทายซิ ผมเห็นอะไร?"
"เห็นอะไร?"
"ป้ายเหล็ก ป้ายเหล็กที่ผมเคยให้นายคราวก่อน บนชั้นวางทีวีในห้องรับแขกบ้านของพวกเธอมีป้ายเหล็กที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะอยู่อันหนึ่งด้วย"