- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- บทที่ 565 เบิกมรดกล่วงหน้า
บทที่ 565 เบิกมรดกล่วงหน้า
บทที่ 565 เบิกมรดกล่วงหน้า
บทที่ 565 เบิกมรดกล่วงหน้า
ประโยคแรกที่หลิวหรูเยียนพูดเมื่อถึงบ้าน เกือบทำเอาคุณหลิวเจิ้งหยวนหัวใจวายตาย เขาใช้ชีวิตมาอย่างระมัดระวังประดุจเดินบนน้ำแข็งบางๆ รักนวลสงวนตัวมาตลอดชีวิตเพราะกลัวจะข้ามไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไม่นึกเลยว่าแก่ตัวลงจะมาโดนลูกสาวใส่ร้ายจนเกือบเสียคนเอาตอนแก่
อีกอย่าง เขาไม่ใช่เพิ่งจะรวยวันนี้เสียเมื่อไหร่ ตอนหนุ่มๆ เขายังไม่คิดจะไปมีเล็กมีน้อยเลย แล้วแก่ขนาดนี้จะไปมีลูกลับๆ นอกบ้านได้ยังไง
นี่มันเป็นการใส่ร้ายอย่างรุนแรง ในตอนนี้คุณหลิวรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างที่สุด เขากลัวว่าภรรยาจะเชื่อคำยุยงแล้วลงมือจัดการเขาโดยไม่เปิดโอกาสให้แก้ตัว
ทว่า โชคดีที่คุณนายเฉิงทำเพียงค้อนใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนจะดึงมือลูกสาวมานั่งลงบนโซฟาแล้วยิ้มกล่าว "ทำอะไรน่ะลูก กลับมาถึงก็แกล้งพ่อซะหน้าถอดสีเลย ดูสิพ่อเค้าตกใจหมดแล้ว เรื่องลูกลับๆ น่ะเหรอ... เขาไม่กล้าหรอก! ถึงตอนนี้แม่จะเป็นแม่บ้าน แต่ลูกลืมไปแล้วเหรอว่าทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านเราเป็นชื่อแม่ทั้งหมด? อย่ามองแม่ว่าเป็นผู้หญิงอ่อนแอนะจ๊ะ แม่มีวิธีจัดการของแม่!"
นี่คือจุดที่ครอบครัวหลิวเจิ้งหยวนต่างจากครอบครัวคุณหยวนกั๋วเฉิง
ทรัพย์สินบ้านตระกูลหยวนเป็นการสะสมมาหลายรุ่น ทรัพย์สินจึงมักจะอยู่ที่ฝ่ายชาย แต่หลิวเจิ้งหยวนกับภรรยาสร้างตัวมาจากมือเปล่า ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมานาน ทั้งคู่จึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทรัพย์สินจึงอยู่ในมือของทั้งสองคน
และหลิวเจิ้งหยวนเพราะซาบซึ้งที่ภรรยาคอยสนับสนุนเขามาตั้งแต่สมัยยังไม่มีอะไร ทรัพย์สินทั้งหมดจึงถูกยกให้เป็นชื่อของภรรยาแต่เพียงผู้เดียว
อย่างไรเสียพวกเขาก็มีลูกแค่คนเดียว จึงไม่มีความคิดเป็นอื่น
ในสถานการณ์บ้านนี้ พูดกันตามตรง ถ้าหลิวเจิ้งหยวนไปมีลูกลับๆ ข้างนอกแล้วความแตก หรือมีลูกลับๆ มาทวงเงิน ด้วยวิธีการของคุณนายเฉิง เธอสามารถทำให้คนพวกนั้นไม่ได้เงินแม้แต่เฟื้องเดียว
หากฝ่ายชายไม่มีทายาทคนอื่น มีแค่ผู้หญิงข้างนอก เธอสามารถใช้มาตรการทางกฎหมายเรียกเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฝ่ายชายเปย์ให้คืนมาได้ทั้งหมด และหากจะเล่นไม้แข็งจริงๆ บางทีเงินที่ได้ไปอาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้ด้วยซ้ำ
ต้องรู้ว่าทั้งคู่เริ่มสร้างตัวมาตั้งแต่ยุค 90 ซึ่งสมัยนั้นมันไม่ได้สงบสุขเหมือนตอนนี้ คนที่ฝ่าฟันขึ้นมาเป็นใหญ่ได้ย่อมต้องมีเขี้ยวเล็บกันทุกคน
"ใช่แล้ว เมียผมน่ะมีเหตุผลที่สุด ลูกเนี่ยนะ ต่อไปห้ามพูดจาทำลายความสามัคคีในครอบครัวแบบนี้อีกนะ" หลิวเจิ้งหยวนดุลูกสาวทีเล่นทีจริง
หลิวหรูเยียนนั่งลงบนโซฟา รินน้ำชาให้ตัวเอง จิบคำหนึ่งแล้วส่ายหน้า "รสชาติสู้ที่น้องชายชงไม่ได้เลย เสียของจริงๆ ... จริงด้วย หนูได้ยินว่าช่วงที่หนูไม่อยู่ มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเสี่ยวโม่ เรื่องนี้แม่กับพ่อก็รู้ใช่ไหมคะ?"
"รู้สิจ๊ะ ทำไมจะไม่รู้ พ่อกับลุงหยวนแล้วก็พวกเราทุกคนก็ช่วยกันอยู่ ที่ไม่ได้บอกลูกก็เพราะเสี่ยวหลินเขาขอไว้ กลัวจะกระทบงานที่ลูกทำอยู่ต่างถิ่นน่ะ"
"และในเมื่อลูกรู้เรื่องแล้ว ก็น่าจะรู้ผลสรุปแล้วใช่ไหมจ๊ะ วางใจเถอะ มีแม่อยู่ไม่มีทางปล่อยให้เสี่ยวหลินขาดทุนหรอก ตอนนี้อีกฝ่ายก็จ่ายค่าบทเรียนไปหนักหนาสาหัสแล้ว เลิกทำหน้าบึ้งได้แล้วจ้ะ กลับมาถึงก็ทำหน้าดุจนคนนึกว่าจะมากินหัวกันซะแล้ว" คุณนายเฉิงยิ้มพลางเติมน้ำชาให้ลูกสาว
หลิวหรูเยียนพยักหน้า เธอรู้เรื่องผลลัพธ์คร่าวๆ แล้ว แต่รายละเอียดบางอย่างที่คุยผ่านโทรศัพท์ไม่กี่คำมันไม่ชัดเจน ข้อมูลจากจ้าวอวิ๋นก็มีจำกัด เธอรู้แค่ว่าผู้ชายของเธอไม่รู้ว่าใช้วิธีไหนทำให้โรงงานหลักของฝ่ายตรงข้ามไฟดับจนเสียหายมหาศาล
"กินหัวน่ะแน่นอนค่ะ เรื่องนั้นเหมือนจะแก้ปัญหาไปได้แล้ว แต่เมื่อคืนก่อน เสี่ยวโม่โดนคนรุมล้อมจนเกือบจะบาดเจ็บ เรื่องนี้พ่อกับแม่ก็รู้ใช่ไหมคะ? พ่อคิดว่าเป็นฝีมือใคร?" หิวหรูเยียนถามเสียงเรียบ
หลิวเจิ้งหยวนถอนหายใจ "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงเป็นฉินเจิ้นหงกับหวงต้าหย่งนั่นแหละ ลูกฉลาดขนาดนี้พ่อคงหลอกไม่ได้หรอก"
"บอกตามตรง พ่อคาดการณ์ไว้อยู่แล้วล่ะ เลยเตรียมคนคอยคุ้มกันไว้ลับๆ ต่อให้วันนั้นไม่มีตำรวจ เสี่ยวหลินก็ไม่เป็นอะไรแน่นอน วางใจได้ และตอนนี้สองบ้านนั้นก็อยู่ไม่สุขหรอก อีกไม่นานพอพวกเขาต้านไม่ไหว บ้านเรากับลุงหยวนก็จะร่วมมือกันเข้าฮุบกิจการและเตะพวกเขาออกจากวงการไปเลย นี่เป็นไอเดียที่เจ้าหนูหลินเป็นคนเปิดประเด็นไว้เชียวนะ เจ้าเด็กนั่นมีของจริงๆ!"
หลิวหรูเยียนอึ้งไป "ไอเดียของเสี่ยวโม่เหรอคะ?"
"ก็ใช่น่ะสิ ลูกสาวลุงหยวนไปฟ้องพ่อ ลุงหยวนเลยมาปรึกษาพ่อ แล้วก็เรียกเสี่ยวหลินมาคุย ตอนแรกพวกพ่อกะจะแค่ออกหน้าหนุนหลัง เรียกคำขอโทษกับค่าชดเชยหนักๆ ให้จบเรื่องไป แต่ไม่นึกเลยว่าเจ้าเด็กที่ลูกเลือกมาเนี่ยจะเก่งขนาดนี้ ทำงานเด็ดขาดมาก ถ้าไม่ทำก็แล้วไป แต่ถ้าทำต้องทำให้ถึงที่สุด พ่อเองก็ดูถูกเขาเกินไปจริงๆ" หลิวเจิ้งหยวนเล่าบทสนทนาวันนั้นให้ฟังคร่าวๆ
ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เจอหลินโม่คราวก่อน ความคิดเขาเปลี่ยนไปเยอะมาก จากที่มองว่าเป็นผู้ชายหน้าขาวหวังเกาะลูกสาวกิน กลายมาเป็นเยาวชนคนเก่งที่น่าชื่นชม
หน้าตาดี อายุน้อย ทำเงินเก่ง มีลูกล่อลูกชน และที่สำคัญคือนิสัยเด็ดขาดนี่แหละที่ทำให้เขาถูกใจมาก ท่าทีที่มีต่อหลินโม่จึงดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ
ได้ยินแบบนั้น หลิวหรูเยียนก็ยิ้มมุมปากเบาๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นผู้ชายตัวน้อยของเธอโชว์เขี้ยวเล็บ แม้เธอจะไม่ได้อยู่ด้วยในตอนนั้น แต่แค่ฟังพ่อเล่า เธอก็จินตนาการได้ว่าหลินโม่ในตอนนั้นจะเท่ขนาดไหน
"มิน่าล่ะ พวกนั้นถึงได้จนตรอกจนต้องทำอะไรบ้าๆ ที่แท้ก็เป็นแค่หมาใกล้ตายที่เห่าหอนไปเรื่อย" หลิวหรูเยียนหัวเราะ
เมื่อเห็นลูกสาวสีหน้าดีขึ้น หลิวเจิ้งหยวนจึงรีบพูดต่อ "ก็นั่นน่ะสิ เพราะงั้นลูกอย่าโกรธไปเลย ปล่อยเป็นหน้าที่พ่อเอง คอยดูเถอะ พ่อกับลุงหยวนวางแผนไว้หมดแล้ว อีกไม่นานสองบ้านนั้นจะต้านไม่ไหว ถึงตอนนั้นเราค่อยเข้าช้อนซื้อในราคาถูก กำไรมหาศาลเลยล่ะ"
"ช้าไปค่ะ" หลิวหรูเยียนพูดขัดขึ้น
หลิวเจิ้งหยวน: "ช้า? ไม่ช้าหรอกลูก แล้วลูกอยากให้ทำยังไงล่ะ?"
"พ่อคะ บ้านเรามีธุรกิจที่ทับซ้อนกับสองบ้านนั้นเยอะไหมคะ?" หลิวหรูเยียนถาม
หลิวเจิ้งหยวนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "บ้านฉินเจิ้นหงทำโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนบ้านหวงต้าหย่งทำธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก บ้านเราทับซ้อนกับเขาไม่เยอะ แต่ก็พอมีบ้าง ทางบ้านลุงหยวนน่าจะทับซ้อนเยอะกว่า ลูกกะจะ...?"
"หนูจะเปิดศึกปะทะกับพวกเขาตรงๆ ค่ะ จะแสดงละครไปทำไมล่ะ ในเมื่อพวกพ่อไม่อยากรับบทผู้ร้าย งั้นหนูจะเป็นคนทำเอง ส่วนเหตุผลน่ะเหรอ ก็คือลูกสาวคุณใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล อยากล้างแค้นแทนแฟน ทนเห็นแฟนโดนรังแกไม่ได้เลยต้องเอาคืนแบบจัดเต็ม"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ธุรกิจไหนของบ้านเราที่ทับซ้อนกับเขา หนูจะสั่งให้เปิดสงครามราคาและดึงตัวคู่ค้ามาให้หมด"
"ในเมื่อพวกเขาล้มอยู่ หนูไม่รังเกียจที่จะเหยียบซ้ำหรอก การปล่อยให้พวกเขาค่อยๆ ตายไปน่ะมันไม่สนุก หนูจะตบหน้าพวกเขาให้เห็นจะๆ ถึงจะสะใจ" หลิวหรูเยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เมื่อเห็นลูกสาวเริ่มมีอารมณ์ หลิวเจิ้งหยวนรีบห้าม "จะทำแบบนั้นไปทำไมลูก ตอนนี้เราลงสนามเองแบบโต้งๆ มันดูไม่ค่อยดีนะ แถมยังเปลืองเงินด้วย"
หลิวหรูเยียนเงยหน้ามองตาพ่อแล้วพูดเสียงหนักแน่น "พ่อคะ ในเมื่อหนูเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อแก่ไป ทรัพย์สินพวกนี้ก็ต้องเป็นของหนูทั้งหมดใช่ไหมคะ?"
"ก็แน่นอนสิลูก ไม่ให้ลูกแล้วแม่จะเอาไปบริจาคที่ไหนล่ะจ๊ะ" คุณนายเฉิงยิ้มกล่าว
หลิวหรูเยียนยิ้มกว้างออกมา "ถ้าอย่างนั้น หนูขอ 'เบิกมรดกล่วงหน้า' มาใช้หน่อยนะคะ!"
หลิวเจิ้งหยวน: "..."