- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 182 สาบสูญ
บทที่ 182 สาบสูญ
บทที่ 182 สาบสูญ
“แคกๆๆๆ”
จอร์จ คาร์เตอร์ หมอบอยู่กับพื้น ดวงตาแดงก่ำ ไอโขลกออกมาอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนพัดลมเก่าใกล้พัง
เมื่อครู่นี้ เขาเกือบคิดว่าตัวเองต้องตายเพราะสมองขาดออกซิเจนจากการถูกรัดคอไปแล้ว
เขาถึงกับจินตนาการเห็นภาพศพเย็นชืดของตัวเอง นอนทอดร่างบนเตียงโลหะในห้องแล็บนิติเวชของกรมตำรวจแฟรงก์ฟอร์ต ดวงตาที่ไร้สีสันจ้องมองเพดาน รอให้เพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยมาลงมีดชำแหละร่าง
โชคดีที่เรื่องนั้นไม่เกิดขึ้น หญิงชราท่าทางสติไม่ดีแต่เรี่ยวแรงมหาศาลตรงหน้า ยอมปล่อยเขาไป... ชั่วคราว
“พ่อหนุ่ม ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ?”
หลี่อังกระชากคอเสื้อนิติเวชยกตัวขึ้นมาถามไถ่อย่างเป็นห่วง
“แกกำลังคอสเพลย์เป็น ‘โพ’ ตัวละครสีแดงที่ตัวเล็กที่สุดในเทเลทับบี้หรือเปล่า?”
“มะ... ไม่ใช่ครับ!”
จอร์จ คาร์เตอร์ ที่สูงถึงร้อยแปดสิบเซนติเมตรถูกหลี่อังหิ้วตัวลอยกลางอากาศ เขาส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“คุณต้องการอะไร ผมยอมร่วมมือทุกอย่าง!”
“เยี่ยม... ทัศนคติแบบนี้นี่แหละที่ต้องการ”
หลี่อังหัวเราะร่วนพลางยัดร่างนิติเวชลงบนโซฟา ก่อนจะคว้าไม้เบสบอลเหล็กกล้ากลวงๆ ของอีกฝ่ายมาถือไว้ แล้วใช้สองมือบิดมันเหมือนคีมไฮดรอลิกจนไม้กลายเป็นเกลียวมาม่าอย่างง่ายดาย
นี่ไม่ใช่การกระทำที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้
นิติเวชหนุ่มใหญ่ตาแทบถลนออกจากเบ้า เขามองหลี่อังด้วยความไม่เชื่อสายตาพลางตะกุกตะกัก
“คุณ... คุณก็เป็นพวกเดียวกับ ‘พวกเขา’ งั้นเหรอ?”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง พลางพินิจพิเคราะห์รูปลักษณ์หญิงชราแคทเธอรีน ราฟาเอล ที่หลี่อังสวมรอยอยู่ จนขวัญแทบกระเจิง
“ผมจำคุณได้ คุณคือคนที่เมื่อไม่กี่วันก่อน...”
ทันใดนั้น เหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างได้จึงรีบหุบปากฉับ
“จำฉันได้งั้นเหรอ?”
หลี่อังเลิกคิ้วยิ้มกริ่ม “ดูจากสีหน้าแล้ว สาเหตุการตายของไอรีนคงมีความลับยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่สินะ ถึงทำให้แกยอมแลกด้วยชีวิตมากกว่าจะพูดออกมา แต่ว่านะ...”
เขาหยิบไม้เบสบอลเกลียวมาม่าชี้ขึ้นไปบนเพดานพลางแสยะยิ้มไร้เสียง
จอร์จ คาร์เตอร์ รู้สึกถึงความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจ เขาเข้าใจดีว่าหลี่อังสื่อถึงอะไร ครอบครัวของเขายังอยู่ชั้นบน ถ้าเขาดึงดันไม่พูด ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการ
นิติเวชหนุ่มใหญ่เอ่ยอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา “ถ้าผมพูดออกไป ‘พวกเขา’ ไม่เอาผมไว้แน่...”
“ถ้าแกไม่พูด ฉันก็ไม่เอาแกไว้เหมือนกัน”
หลี่อังยิ้มละไม “แต่ถ้าแกพูด บางทีหลังจากนี้อาจจะไม่มีคำว่า ‘พวกเขา’ หลงเหลืออยู่ให้แกต้องกลัวก็ได้นะ”
“...ก็ได้ครับ”
จอร์จ คาร์เตอร์ คล้ายถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนสิ้น เขาเอนกายพิงโซฟาอย่างไร้แรงก่อนจะเริ่มเล่า “ผู้หญิงในรูปชื่อว่า ไอรีน ราฟาเอล”
“เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอถูกพบเป็นศพทิ้งอยู่ข้างโรงงานร้างที่พังย่อยยับ บนแขนของเธอมีรอยเข็มฉีดยาเคมีที่ใช้หมดแล้วหลงเหลืออยู่หลายแห่ง”
“ทางการเมืองแฟรงก์ฟอร์ตรับทำคดีนี้ และมอบหมายให้ผมเป็นคนชันสูตรพลิกศพเพื่อส่งรายงานสรุป”
ไอรีน ราฟาเอล... ตายไปเป็นอาทิตย์แล้วงั้นเหรอ?
ใบหน้าหลี่อังดูเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าในใจกลับมีความขุ่นมัวประหลาดก่อตัวขึ้น
“เล่าต่อสิ”
เขากดเสียงเย็นชาสั่งการ
“ครับ...”
จอร์จ คาร์เตอร์ สูดลมหายใจลึก “ตอนแรกผมคิดว่าเป็นแค่คดีเสพยาสารเคมีเกินขนาดทั่วไป ซึ่งพบได้บ่อยมากในเมืองใหญ่อย่างแฟรงก์ฟอร์ต”
“แต่ในระหว่างการชันสูตร ผมกลับพบว่าไอรีน ราฟาเอล เสียชีวิตจากการตกเลือดภายในก่อนที่จะถูกฉีดสารเคมีเข้าร่างกายเสียอีก”
“ตกเลือดภายใน?”
“ใช่ครับ”
จอร์จ คาร์เตอร์ เอ่ยอย่างยากลำบาก “ในฐานะนิติเวช ผมลงความเห็นว่าเธอตายเพราะเส้นเลือดแดงที่คอฉีกขาดรุนแรง ที่คอของเธอมีรอยแผลเป็นรูวงกลมสองรู เลือดไหลทะลักออกมาจากตรงนั้นจนหมดตัว”
“นอกจากนั้น ตามตัวเธอยังมีแผล แผลเต็มไปหมด หลากหลายรูปแบบ... เป็นแผลจากการทารุณกรรมที่ยังสดใหม่อยู่เลย”
การที่นิติเวชผู้เจนโลกและผ่านความเป็นตายมานับไม่ถ้วน ต้องใช้ถ้อยคำอึกอักเพื่อพรรณนาแบบนี้ หลี่อังพอนึกภาพออกเลยว่ามันเป็นภาพที่สยดสยองเพียงใด
ส่วนรอยแผลรูวงกลมสองรูที่ลำคอนั่น... พวกแวมไพร์งั้นเหรอ? ชื่อภารกิจครั้งนี้คือ “รุ่งอรุณนองเลือด” สินะ
หลี่อังโบกมือ “เล่าต่อ”
“เฮ้อ...”
จอร์จเลียริมฝีปากที่แห้งผาก “หลังจากผมส่งรายงานชันสูตรไปแล้ว ผมก็ได้คุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ”
“ได้ความว่าโรงงานร้างแห่งนั้น ก่อนหน้านี้เคยถูกใช้จัดปาร์ตี้คลับเคลื่อนที่ ที่ชื่อว่า Rex Party”
“ไอรีน ราฟาเอล กับเพื่อนของเธอไปที่คลับนั่น พอวันรุ่งขึ้นเธอก็กลายเป็นศพถูกทิ้งไว้ข้างโรงงาน ส่วนเพื่อนสนิทของเธอก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนระเหยกลายเป็นไอ”
“ตอนแรกผมคิดว่าเป็นฝีมือของพวกแก๊งมาเฟีย พวกแก๊งอพยพชาวเม็กซิกันที่ไม่เคยรู้จักคำว่าศีลธรรม”
“แต่ไม่นึกเลยว่า หลังจากผมส่งรายงานไปได้เพียงสิบกว่านาที ผมก็ถูกหัวหน้าเรียกเข้าพบในห้องทำงานเพื่อ ‘ปรับความเข้าใจ’”
“ปรับความเข้าใจ?” หลี่อังแค่นหัวเราะ “ให้ฉันทายนะ รายงานชันสูตรมีปัญหาใช่ไหมล่ะ?”
“ถูกต้องครับ”
จอร์จ คาร์เตอร์ พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มขมขื่น “หัวหน้าบอกผมอย่างอ้อมๆ ว่ารายงานนี้มีจุดผิดพลาด ผมมองข้ามผลกระทบของสารเคมีที่มีต่อร่างกายไอรีนไป ซึ่งนั่นต่างหากที่เป็นสาเหตุการตายหลัก”
“โดยปกติแล้ว สำนักงานนิติเวชเมืองแฟรงก์ฟอร์ตแทบไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อย่างน้อยตลอดสิบกว่าปีที่ผมทำงานมา ผมไม่เคยเห็นหัวหน้าต้องมาขอร้องกันอ้อมค้อมขนาดนี้เลย”
หลี่อังหรี่ตาพินิจสีหน้าอีกฝ่ายก่อนจะถามต่อ “แล้วไงต่อ?”
นิติเวชเม้มริมฝีปากที่แตกระแหง “ตอนแรกผมพยายามเถียงหัวชนฝา ทะเลาะกับเขาจนบ้านแทบแตก สุดท้ายเขาฟิวส์ขาดไล่ผมออกมา”
“พอผมเดินกลับมาที่ออฟฟิศ ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายไปหมด...”
เขาชำเลืองมองหลี่อังครู่หนึ่งก่อนจะพูดอ้อมแอ้ม “...คุณนั่นแหละที่พยายามพุ่งเข้าไปข้างใน เพราะอยากจะเห็นหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย”
หลี่อังเลิกคิ้ว “ให้ฉันทายอีกรอบ คำขอของฉันคงไม่สำเร็จ”
“ใช่ครับ”
จอร์จถอนหายใจ “หัวหน้าอ้างข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวาย สั่งให้รปภ.ลากคุณออกไป ระหว่างทางที่เขากลับเข้าห้อง เขาเตือนผมตรงๆ เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ความลับเบื้องหลังศพของไอรีน ราฟาเอล คือสิ่งที่ผมไม่มีวันรับผิดชอบไหว”
“แกเลยปอดแหก?”
“...ใช่ครับ ผมยอมก้มหัวให้”
จอร์จเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “เพื่อนในกรมบอกผมว่า คนที่จัดงาน Rex Party น่ะ คือกลุ่มคน... ที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในเมืองนี้ เป็นพวกลูกหลานมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล”
“พวกนั้นแค่กระดิกนิ้วโทรศัพท์สายเดียว ก็ทำให้ผมหายสาบสูญไปจากโลกนี้ได้ง่ายๆ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเล่าต่อ “ผมแก้ไขบันทึกชันสูตรใหม่ เปลี่ยนเป็นสาเหตุการตายตามธรรมชาติ หัวหน้าชมผมใหญ่ แล้วทุกอย่างก็ทำท่าจะจบลงด้วยดี...”
“ยกเว้นเรื่องที่คุณยังพยายามบุกเข้ามาที่สำนักงานนิติเวชแทบทุกวัน...”
จอร์จเหลือบมองใบหน้าที่เรียบเฉยของหลี่อังอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ตามระเบียบแล้ว ศพที่ลงความเห็นว่าตายตามธรรมชาติและปิดสำนวนคดีแล้ว จะต้องส่งคืนให้ญาติทันที”
“แต่เมื่อวานนี้เอง ศพของไอรีน ราฟาเอล ที่แช่อยู่ในตู้เย็นของออฟฟิศ... กลับหายสาบสูญไป”
..........