- หน้าแรก
- ซุปตาร์นักวิทย์ ผมก็แค่อยากร้องเพลงจริงๆ นะ
- บทที่ 1 คอนเสิร์ต
บทที่ 1 คอนเสิร์ต
บทที่ 1 คอนเสิร์ต
บทที่ 1 คอนเสิร์ต
(คำเตือนฉันมิตร: โปรดถอดสมองของท่านก่อนอ่าน~)
…
เสียงโห่ร้องดังราวกับภูเขาถล่มและคลื่นสึนามิซัดถล่ม
นั่นคือคำเปรียบเปรยเดียวที่กู้เหยี่ยนคิดได้
แท่งไฟเรืองแสงนับหมื่นแกว่งไกวอย่างบ้าคลั่งในความมืด รอบกายมีแต่เสียงกรีดร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่เวที
กู้เหยี่ยนนั่งอยู่ในโซน VIP แถวหน้า รอบตัวเขาคือหนุ่มสาวที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น พวกเขาเปล่งเสียงกรีดร้องจนสุดเสียง พร่ำตะโกนชื่อไช่หยวน
มีเพียงกู้เหยี่ยนที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่ลุกขึ้นยืน มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย
เขานวดขมับเบาๆ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่กู้เหยี่ยนจะรู้สึกจนใจเช่นนี้ เขามายังโลกคู่ขนานที่เรียกว่าดาวหลานซิงแห่งนี้ได้หนึ่งเดือนเต็มแล้ว
ก่อนที่จะข้ามมิติมา กู้เหยี่ยนเป็นนักร้องแถวหน้าของวงการเพลงจีนอย่างแท้จริง เขาเดบิวต์มาครบสิบปีตอนอายุ 28 ปี ยอดขายอัลบั้มทำลายสถิติครั้งแล้วครั้งเล่า ตั๋วคอนเสิร์ตก็หาซื้อยากยิ่ง รางวัลด้านดนตรีต่างๆ นานากวาดมาจนไข่อ่อน
และโลกคู่ขนานใบนี้มีความรู้ด้านทฤษฎีดนตรีไม่ต่างจากโลกเดิมของเขาเลย เพียงแต่เส้นทางการพัฒนาของดนตรีนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ไม่มีบทเพลงใดที่เหมือนกับโลกเดิมของเขาเลย
ตามหลักเหตุผลแล้ว โลกใบนี้น่าจะมีผลงานดีๆ มากมาย แต่หลังจากกู้เหยี่ยนใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อทำความเข้าใจ เขากลับพบว่ามันน้อยเกินไป... ผลงานดีๆ ช่างมีน้อยเหลือเกิน
ส่วนนักร้องที่อยู่บนเวทีคนนี้ นอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาไปหน่อยแล้ว ความสามารถในการร้องเพลงก็ไม่ได้เรื่องจริงๆ กู้เหยี่ยนคิดไม่ตกว่าทำไมคนแบบนี้ถึงจัดคอนเสิร์ตได้
แต่ก็ช่วยไม่ได้... ก็แฟนคลับของเขาชอบนี่นา
หากไม่ใช่เพราะต้องการอาศัยกระแสจากคอนเสิร์ตครั้งนี้เพื่อให้ตัวเองโด่งดังในชั่วข้ามคืนแล้วล่ะก็ กู้เหยี่ยนไม่แม้แต่จะชายตามองคอนเสิร์ตประเภทนี้ด้วยซ้ำ
แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อวันที่เขาเพิ่งข้ามมิติมา ก็ดันไปผูกมัดกับระบบเทคโนโลยีระดับเทวะเข้าพอดี หากต้องการจะปลดล็อกเทคโนโลยีสุดล้ำ ก็ต้องใช้คะแนนวิจัยในการแลกเปลี่ยน
แต่คะแนนวิจัยจะหามาได้อย่างไร? ระบบได้ให้คำตอบที่เรียบง่ายแก่กู้เหยี่ยน
ค่าความนิยม สามารถแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนวิจัยได้ในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง
ตอนนั้นกู้เหยี่ยนถึงกับยิ้มออกมา นี่มันตรงสายงานของเขาเป๊ะๆ เลยไม่ใช่หรือ
อีกทั้งโลกคู่ขนานใบนี้ก็แทบไม่ต่างจากโลกเดิมของเขาก่อนข้ามมิติมา นอกจากวงการบันเทิงและบางแง่มุมที่แตกต่างกันแล้ว ส่วนอื่นๆ ก็แทบจะเหมือนกันทั้งหมด
กระทั่งชื่อและญาติพี่น้องก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่กู้เหยี่ยนในโลกนั้นได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์แถวหน้า ส่วนกู้เหยี่ยนในโลกนี้ยังคงต้องดิ้นรนไล่ตามความฝันทางดนตรีของตัวเองอย่างยากลำบากเท่านั้น
และบัดนี้ โอกาสที่จะได้สร้างตำนานบทใหม่ก็อยู่ตรงหน้าแล้ว
กู้เหยี่ยนจะยอมแพ้ได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้
ดังนั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนวิจัย กู้เหยี่ยนจึงทุ่มเงินก้อนโตซื้อตั๋ว VIP แถวหน้าของคอนเสิร์ตไช่หยวนล่วงหน้าหลายสัปดาห์
แถมยังเป็นตั๋ว VIP ที่ล็อกผลไว้แล้วว่าจะต้องถูกเลือกให้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีอย่างแน่นอน ก็เพื่อที่จะได้โด่งดังในชั่วข้ามคืนจากรอบกิจกรรมนี้โดยตรง
กู้เหยี่ยนเชื่อมั่นว่า ด้วยความสามารถในการร้องเพลงระดับสุดยอดของเขา บวกกับคลังเพลงมากมายจากโลกเดิมที่อยู่ในหัวของเขา การโด่งดังในชั่วข้ามคืนจึงเป็นเรื่องที่นอนมาอยู่แล้ว
…
หลังจากการรอคอยอันยาวนาน ในที่สุดคอนเสิร์ตก็มาถึงช่วงร้องเพลงกับแฟนคลับที่ทุกคนรอคอย จอภาพขนาดยักษ์เริ่มกวาดไปทั่วที่นั่งผู้ชมอย่างรวดเร็ว
กู้เหยี่ยนสูดหายใจเข้าลึกๆ และปรับท่านั่งของเขาเล็กน้อย
เป็นไปตามคาด หลังจากลำแสงสปอตไลต์กวาดไปมาในกลุ่มฝูงชนอยู่ครู่หนึ่ง มันก็หยุดนิ่งลงบนร่างของกู้เหยี่ยนอย่างแม่นยำ
ในชั่วพริบตา เสียงร้องอุทานด้วยความอิจฉาก็ดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งฮอลล์
กู้เหยี่ยนยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้สึกประหลาดใจ เขาเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างใจเย็นและไม่รีบร้อนภายใต้การนำทางของทีมงาน
แสงไฟสาดส่องลงบนร่าง ความรู้สึกคุ้นเคยกับการอยู่บนเวทีหวนกลับคืนมาในทันที แม้ว่าด้านล่างเวทีจะเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ในใจของเขากลับสงบนิ่ง
ในฐานะซูเปอร์สตาร์แถวหน้า เขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบไหนมาก่อนกันเล่า?
บนเวที ไช่หยวนเพิ่งจะร้องและเต้นจบไปหนึ่งเพลง บนหน้าผากของเขามีเหงื่อผุดพราย ลมหายใจยังคงหอบเล็กน้อย
เขาส่งยิ้มแบบมืออาชีพ พลางยื่นไมโครโฟนสำรองให้กับกู้เหยี่ยน ตั้งใจว่าจะใช้โอกาสนี้พักหายใจเพิ่มอีกสักหน่อย
“ว้าว คุณแฟนคลับคนนี้หล่อมากเลยนะครับ!” ไช่หยวนพูดคุยโต้ตอบไปพร้อมๆ กับพยายามปรับลมหายใจของตัวเอง
“คุณชื่ออะไรครับ? วันนี้ที่มาคอนเสิร์ตของผม บอกผมหน่อยสิว่าคุณชอบเพลงไหนของผมมากที่สุด?”
ไมโครโฟนถูกยื่นมาที่ริมฝีปากของกู้เหยี่ยน ทั่วทั้งฮอลล์เงียบลง รอคอยคำตอบจากเขา
กู้เหยี่ยนนิ่งอึ้งไปในทันที
เพลงไหนงั้นหรือ?
เขาเพิ่งข้ามมิติมาได้แค่เดือนเดียว แค่พอจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับวงการเพลงอยู่บ้าง ส่วนเพลงของไช่หยวนก็เพิ่งจะได้ฟังในคอนเสิร์ตนี้เอง
ปัญหาคือเขายังไม่ได้ตั้งใจฟังเลยด้วยซ้ำ มันห่วยเกินไปจนทนฟังไม่ได้จริงๆ
บรรยากาศเกือบจะน่าอึดอัดขึ้นมาแล้ว
แต่โชคยังดีที่เมื่อก่อนเขาก็เคยเป็นนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดของมณฑลเจียงซี ความจำของเขาจึงดีเยี่ยม ในที่สุดเขาก็นึกถึงเพลงที่ไช่หยวนเพิ่งร้องไปเมื่อครู่ออก
เหมือนว่า... จะมีเพลงหนึ่งที่ท่อนฮุคร้องซ้ำไปซ้ำมาว่าจักรวาล ไร้เทียมทาน อะไรสักอย่าง…
ด้วยความรีบร้อน กู้เหยี่ยนจึงลองตอบไปอย่างไม่แน่ใจนัก “ใช่... ‘จักรวาลที่ไร้เทียมทาน’ หรือเปล่าครับ?”
ดวงตาของไช่หยวนเป็นประกายขึ้นมา ดูดีใจเป็นอย่างมาก
“ว้าว! เพลงนี้เป็นผลงานช่วงแรกๆ ที่ผมเดบิวต์เลย มีความหมายน่าจดจำมาก! ดูท่าคุณจะเป็นแฟนคลับเก่าแก่ของผมสินะครับ!”
เขากำลังจะถือโอกาสนี้คุยต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ตัวเองได้พักอีกสักสองสามนาที
เมื่อกู้เหยี่ยนเห็นดังนั้น จึงรีบก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย ขยับเข้าใกล้ไมโครโฟนเพื่อขัดจังหวะไช่หยวนก่อนที่เขาจะถามต่อ
“พี่ไช่ ขอบคุณครับ แต่ว่า... จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่รักในเสียงดนตรีเหมือนกัน ผมเองก็แต่งเพลงไว้เพลงหนึ่ง วันนี้ที่ได้มายืนอยู่บนเวทีแห่งความฝันแห่งนี้ ผมมีคำขอที่อาจจะดูไม่เหมาะสมไปสักหน่อย”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สายตากวาดมองไปยังฝูงชนเบื้องล่างที่เริ่มจะส่งเสียงอึกทึก ก่อนจะกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ผม... ขอลองร้องเพลงที่ผมแต่งเองสักเพลงได้ไหมครับ?”
“อะไรนะ?!”
สิ้นเสียงของเขา ทั่วทั้งฮอลล์ก็พลันเกิดความโกลาหล
การที่โชคดีได้ขึ้นเวทีกับไอดอลในคอนเสิร์ตใหญ่ แต่กลับไม่ร้องเพลงคู่ด้วยกัน แถมยังขอร้องเพลงของตัวเองอีก? เรื่องแบบนี้ไม่เคยมีใครเคยได้ยินมาก่อน
และเมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา แฟนคลับที่อยู่ด้านล่างก็ระเบิดอารมณ์กันอย่างไม่ต้องสงสัย
“ทำบ้าอะไรเนี่ย! ทำไมไม่ร้องเพลงคู่กับไช่หยวนไข่น้อยของพวกเราล่ะ!”
“ใช่เลย! หมอนี่เป็นใครกัน ไม่รู้จักกาละเทศะเอาซะเลย!”
“ลงไป! พวกเราจะฟังไช่หยวนร้องเพลง!”
“อยากดังจนตัวสั่นแล้วหรือไง? มาโปรโมตตัวเองในงานแบบนี้เนี่ยนะ?”
เสียงโห่แสดงความไม่พอใจเริ่มดังขึ้นประปราย และค่อยๆ มีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันเป็นระลอกคลื่นเสียง
ไช่หยวนเองก็ตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัด เขาจัดคอนเสิร์ตมามากมายขนาดนี้ แต่ก็เพิ่งจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ในใจของเขากลับรู้สึกโล่งอกขึ้นมา ไม่ต้องเหนื่อยร้องเพลงคู่ แถมยังได้พักอีกหน่อย
อีกอย่าง ถ้าหมอนี่ร้องได้ห่วยแตก ก็จะยิ่งทำให้ตัวเองดูโดดเด่นขึ้นไปอีก
“คุณแต่งเพลงเป็นด้วยเหรอ?” ไช่หยวนถาม
“ผมจบจากวิทยาลัยดนตรีกลาง ก็พอเป็นอยู่บ้างครับ” กู้เหยี่ยนตอบอย่างถ่อมตัว
พอเป็นอยู่บ้าง? ถ้าอย่างนั้นก็จัดการง่ายแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้น ไช่หยวนก็รีบยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ผู้ชมด้านล่างเงียบลง บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม
“ทุกท่านเงียบก่อนครับ เงียบสักครู่นะครับ แฟนคลับคนนี้มีความกล้าหาญมากเลยนะ รักในเสียงดนตรีและกล้าที่จะแสดงออก งั้นเรามาให้โอกาสเขาสักครั้งดีไหมครับ? ขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจให้แฟนคลับผู้กล้าหาญคนนี้หน่อยครับ!”
ผู้ชมส่วนหนึ่งปรบมือให้เบาบางตามการชี้นำของเขา แต่ใบหน้าของคนส่วนใหญ่กลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย เตรียมพร้อมที่จะดูคนไม่เจียมตัวคนนี้ขายหน้า
ไช่หยวนยิ้มพร้อมกับผายมือเชิญให้กับกู้เหยี่ยน จากนั้นก็ถอยไปยังขอบเวที รับน้ำที่ผู้ช่วยยื่นมาให้ แล้วเตรียมตัวพักผ่อนดูละครฉากนี้จริงๆ
ณ ใจกลางเวที เหลือเพียงกู้เหยี่ยนยืนอยู่ตามลำพัง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตานับหมื่นคู่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายจากเบื้องล่าง กู้เหยี่ยนไม่ได้มีความประหม่าเลยแม้แต่น้อย สถานการณ์เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เขาเจอมาจนชินแล้ว
กู้เหยี่ยนตั้งใจจะเล่นและร้องด้วยตัวเอง เพราะเพลงที่เขากำลังจะบรรเลงนั้นไม่เคยปรากฏบนโลกใบนี้มาก่อน เขาจึงต้องเป็นผู้บรรเลงด้วยตนเองเท่านั้น
[จบตอน]