เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 486 ความทรงจำสืบทอด (1/2)

บทที่ 486 ความทรงจำสืบทอด (1/2)

บทที่ 486 ความทรงจำสืบทอด (1/2)


"ผู้หญิงคนนี้สติไม่สมประกอบหรือเปล่าเนี่ย?" ทุกคนพากันคาดเดาไปต่างๆ นานา

หลัวกังจนปัญญา ทำได้เพียงพาอาอิ๋นกลับไปด้วย อย่างไรเสียนางก็เป็นเพื่อนของสวี่เฮย อีกทั้งพลังของนางก็แปลกประหลาด เหมาะมากสำหรับการนำไปสำรวจสภาพแวดล้อมที่อันตราย ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีประโยชน์

เขาทิ้งคนไว้สองคนเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ที่นี่ ส่วนคนที่เหลือก็เดินทางกลับ พวกเขามากันกลุ่มใหญ่ขนาดนี้ จะให้อยู่เฝ้าที่นี่ตลอดไปคงเป็นไปไม่ได้ เมืองเลี่ยเฟิง (วายุเพลิง) ต่างหากที่เป็นถิ่นของพวกเขา

และหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน คนที่อยู่เฝ้าทั้งสองคนก็จากไปเช่นกัน ทำเพียงแค่ส่งสายลับคนหนึ่งมาเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เพื่อคอยดูว่าจะมีข่าวคราวของสวี่เฮยหรือไม่

…………

สมรภูมิต่างแดน ถูกแบ่งออกเป็นห้าเขตใหญ่ ได้แก่ หนานหมาน (แดนเถื่อนใต้), ตงฮวาง (แดนรกร้างตะวันออก), เป่ยโม่ (ทะเลทรายเหนือ), ซีซาน (ขุนเขาตะวันตก) และจงหยวน (ที่ราบภาคกลาง)

ฐานที่มั่นของสำนักกระบี่ไร้รอยไม่ได้อยู่ในตงฮวาง แต่อยู่ในใจกลางของจงหยวน ที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในสมรภูมิต่างแดน และเป็นสถานที่ที่มีซากโบราณสถานของสุดยอดสำนักมากที่สุดอีกด้วย

เมื่อเทียบกับตงฮวางที่กันดารจนนกยังไม่อยากขี้ ซากโบราณสถานทั้งหมดถูกคนพลิกแผ่นดินค้นหาจนพรุนไปหมดแล้ว แต่ในเขตจงหยวน ยังพอมีโอกาสบังเอิญพบเจอสถานที่ที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบอยู่บ้าง แต่เหตุผลที่มันยังไม่ถูกค้นพบ ก็เพราะว่ามันอันตรายสุดๆ นั่นเอง

ฐานที่มั่นของสำนักกระบี่ไร้รอย ตั้งอยู่ในเมืองบนยอดเขา สถานที่แห่งนี้ดูราวกับภูเขาขนาดใหญ่ที่ถูกคนใช้กระบี่ฟันยอดเขาจนขาดกระเด็น ทิ้งไว้เพียงพื้นที่ราบเรียบกว้างใหญ่ และถูกสร้างเป็นเมือง นามว่า 'เมืองเทียนเหิน' (เมืองรอยฟ้า)

หลินเทียนเหอหลังจากถูกคนช่วยกลับมา เขาก็นอนสลบไศลไปถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าจะฟื้น สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อตื่นขึ้นมา ก็คือการถามถึงตัวตนของหญิงสาวผมแดง แต่กลับได้รับคำตอบว่า ห้ามสืบสาวราวเรื่อง ให้ทำตัวเสมือนว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลินเทียนเหอไม่ใช่คนโง่ เขาตระหนักได้ทันทีถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ จากนั้น เขาก็ได้บรรยายลักษณะค่ายกลกระบี่ของสวี่เฮยให้ศิษย์พี่ของเขาฟัง ศิษย์พี่ของเขามีนามว่า เย่ต้าซาน ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเย็นชา

"ดึงดูดพลังแห่งดวงดาว บนคือดาวฟ้าเทียนกัง ล่างคือมารดินตี้ซา กระบี่ร้อยแปดเล่ม ขนาดผู้หญิงคนนั้นยังถูกขังเอาไว้ได้..." รูม่านตาของเย่ต้าซานหดเกร็ง อุทานเสียงหลง "ไม่ผิดแน่! แปดเก้าส่วนต้องเป็นมัน ตอนนั้นแม้ข้าจะเป็นเพียงแค่เงาตกค้าง แต่รูปแบบของค่ายกลกระบี่นั่นไม่มีทางตบตาข้าได้หรอก!"

"ไอ้เด็กนี่ ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด!" เรื่องนี้สำคัญมาก สวี่เฮยล่วงรู้ความลับของพวกเขา จะปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด

เรื่องขโมยหินวิญญาณระดับสุดยอดยังถือเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าสวี่เฮยนำเรื่องนี้ไปแพร่งพรายล่ะก็ นั่นแหละคือหายนะที่แท้จริง หลังจากนั้น สำนักกระบี่ไร้รอยก็ส่งยอดฝีมือกลุ่มใหญ่ไปซุ่มดักรออยู่ใกล้ๆ ซากวิหารเทพราชัน เพื่อรอให้สวี่เฮยปรากฏตัว

แต่พอได้รู้สถานการณ์ของที่นั่นแล้ว เย่ต้าซานก็เริ่มสงสัยว่า สวี่เฮยอาจจะตายอยู่ใต้ดินไปแล้ว ผ่านไปหนึ่งเดือน สองเดือน... จนกระทั่งครึ่งปี สวี่เฮยก็ยังไม่ปรากฏตัว และไม่มีข่าวคราวใดๆ หลุดรอดออกมาเลย

ด้วยความจนปัญญา สำนักกระบี่ไร้รอยจึงยกเลิกทีมซุ่มดักรอและเดินทางกลับ พวกเขาไม่อาจมานั่งเฝ้าคนที่รอดหรือตายก็ยังไม่รู้ได้ตลอดไป แน่นอนว่า เหตุผลสำคัญกว่านั้นคือ การส่งคนมาเฝ้าไว้อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้สำนักเหยี่ยนเต้า (สืบมรรค) เกิดความสงสัย และสืบสาวราวเรื่องจนพบเงื่อนงำ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่ ท้ายที่สุด พวกเขาจึงทิ้งสายลับไว้เพียงไม่กี่คนเพื่อคอยจับตาดู เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

…………

เป่ยโม่ (ทะเลทรายเหนือ) ดินแดนทางตอนเหนือสุดที่แห้งแล้งกันดารยิ่งกว่าตงฮวาง

เจียงจิ่วเฟิ่งในชุดเปลวเพลิงสีแดงฉาน ร่อนลงบนต้นไม้ขนาดยักษ์สูงเสียดฟ้า ทั่วร่างของนางเต็มไปด้วยขนนกสีแดง ขาทั้งสองข้างกลายเป็นกรงเล็บนกอินทรี ร่างกายซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมหงอกขาวโพลนเต็มหัว ผิวหนังแห้งเหี่ยว ราวกับหญิงชราที่ใกล้ตาย

"หวงเอ๋อร์ (นกหงส์น้อย) เจ้าเป็นอะไรไป?" ต้นไม้ยักษ์ใต้เท้า จู่ๆ ก็มีเสียงถามไถ่ด้วยความห่วงใยดังขึ้น บนเปลือกไม้ปรากฏใบหน้าของมนุษย์ลอยเด่นขึ้นมา ดูคล้ายกับชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง

"บอกข้ามา ใครเป็นคนทำร้ายเจ้า!" ใบหน้านั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน

"นี่มันเรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับเจ้า" เจียงจิ่วเฟิ่งตอบเสียงเย็นชา

ใบหน้านั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอุทานด้วยความตกใจ "หวงเอ๋อร์ แก่นเลือดของเจ้า..."

"ข้าบอกแล้วไง ว่าไม่เกี่ยวกับเจ้า! เรื่องของข้า ข้าจัดการเองได้ ไม่ต้องการเจ้า และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้น จำคำข้าไว้ให้ดี ข้าไม่อยากพูดซ้ำเป็นรอบที่สาม!"

น้ำเสียงของเจียงจิ่วเฟิ่งเย็นยะเยือกเสียดกระดูก แม้ภายนอกนางจะดูแก่หงอกขาวโพลน อ่อนแอไร้เรี่ยวแรง ทว่าความเย็นชาในแววตาไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว นางยังคงเย่อหยิ่งและเย็นชาเหมือนเช่นเคย จนไม่มีใครกล้าสบตาด้วย

แม้แต่ใบหน้าบนต้นไม้ยักษ์ ก็ยังต้องหลบสายตา แล้วถอนหายใจเบาๆ

"ข้าเคารพการตัดสินใจของเจ้า สิ่งที่เจ้าสูญเสียไป เจ้าต้องทวงมันคืนมาได้ด้วยตัวเองแน่! แต่ถ้ามีใครมารังแกเจ้า ข้าก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาด!" ใบหน้านั้นพูดจบ ก็เลือนหายไป ต้นไม้ยักษ์กลับคืนสู่สภาพเดิม

จบบทที่ บทที่ 486 ความทรงจำสืบทอด (1/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว