- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 565 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 80
บทที่ 565 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 80
บทที่ 565 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 80
บทที่ 565 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 80
หลังจากที่อวี๋สวินเกอแหย่กระต่ายหมายเลข 5 เล่นแล้ว ในที่สุดก็ยอมยกกระดูกท่อนใหญ่ให้มันไป ฝ่ายนั้นก็ตอบแทนด้วยการไม่ได้ถลกหนังเธอจริงๆ
แค่ตอนเดินจากไป ขนกระต่ายของกระต่ายหมายเลข 5 ฟูฟ่องไปทั้งตัว แผ่นหลังที่หิ้วกระดูกท่อนใหญ่ดูเหมือนกำลังจะไปทุบใครสักคนให้ตาย
ไม่มีเค้าโครงความใจเย็นตอนที่อธิบายเหตุผลกับเธอเมื่อก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
เอากระดูกท่อนใหญ่ไป แต่กลับทิ้งมารยาทเอาไว้
ถูหลานถึงเพิ่งจะเอ่ยปากพูดขึ้นมา "ฉันแทบทนดูไม่ได้แล้วเนี่ย"
อวี๋สวินเกอล้มตัวลงนอนอีกครั้ง สวนกลับไปว่า "คนไปแล้วเธอถึงเพิ่งมาพูดเนี่ยนะ"
เพิ่งจะหลับตาลงได้ไม่นาน อวี๋สวินเกอก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอมองดูกระต่ายหมายเลข 5 ที่วิ่งกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในใจก็คิดว่าคงไม่ได้ทำให้กระต่ายโมโหจนจะมากัดเธอหรอกนะ?
อวี๋สวินเกอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง "มีอะไรเหรอ?"
กระต่ายหมายเลข 5 กลั้นใจพูดว่า "เธอยังไม่ได้บอกเลยว่าคาร่าคาร่าคืออะไร……"
อวี๋สวินเกอ: "……"
หลังจากได้รู้ว่าคาร่าคาร่าคือโปเกมอนแสนน่ารักที่ใช้กระดูกเป็นอาวุธ แถมยังได้ดูรูปคาร่าคาร่าที่ไจ้จิ่วสวินเกอวาดลงบนแผ่นหนังสัตว์ด้วยความหวังดีแล้ว ขนกระต่ายที่ฟูฟ่องของกระต่ายหมายเลข 5 ก็กลับมาเรียบแปล้เหมือนเดิม มันจ้องมองคาร่าคาร่าอยู่ครู่หนึ่ง ดึงตัวอวี๋สวินเกอมาถามคำถามอีกสองสามข้อ จากนั้นก็กระโดดโลดเต้นจากไป
หลังจากส่งกระต่ายหมายเลข 5 กลับไปแล้ว อวี๋สวินเกอก็บ่นพึมพำว่า "ทำตัวเหมือนเด็กเลย"
B8017913 พูดขึ้นว่า: "อารมณ์ที่หลากหลายและซับซ้อนลึกซึ้ง ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน"
น้ำเสียงของมันที่ส่วนใหญ่มักจะราบเรียบไม่มีความผันผวน กลับแฝงไปด้วยความอิจฉาและความไม่เข้าใจ
"ในโลกของเธอ มองว่าความมั่นคงทางอารมณ์คือสัญลักษณ์ของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในความเป็นจริง การสูญเสียอารมณ์ความรู้สึกก็คือการสูญเสียพลังงาน"
อวี๋สวินเกอเงียบไปนาน ก่อนจะพูดว่า "มรรคาไร้ใจนี่มันไม่มีอนาคตจริงๆ ด้วย"
B8017913: ?
ถูหลาน: ?
……
อวี๋สวินเกอล้มตัวลงนอนพักผ่อนอีกครั้ง
ถูหลานกับ B8017913 ช่วยเธอจับตาดูช่องแชตของสนามรบ คอยสกัดข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเล่าให้เธอฟังเบาๆ ที่ข้างหู
นอนฟังเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง อวี๋สวินเกอก็ถามขึ้นว่า "มีผู้เล่นบ่นเรื่องบทลงโทษเวลาผู้เล่นไร้สังกัดฆ่าผู้เล่นที่มีพลังต่อสู้ต่ำบ้างไหม?"
กฎที่ซ่อนอยู่นี้ได้รับการยืนยันจาก B8017913 แล้ว ถูหลานก็รู้เรื่องนี้ดี เมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบว่า "ไม่มี จนถึงตอนนี้ ทุกคนยังคงปิดปากเงียบสนิท"
อวี๋สวินเกอขมวดคิ้ว เธออาศัย [นิทานก่อนนอน] ทนรับท่าไม้ตายมานับไม่ถ้วน
ผู้เล่นที่มีพลังต่อสู้สูงเหล่านี้ไม่สนใจบทลงโทษแบบนี้เลยเหรอ?
เธอนึกถึงกฎเฉพาะตัวสามข้อของตัวเอง: ห้ามใช้สกิลขโมยกับผู้เล่นที่มีพลังต่อสู้ต่ำกว่าคุณ ห้ามสังหารผู้เล่นเกมเทพเจ้าที่อยู่ในระดับคนโง่ ห้ามใช้สกิลรีโนเวทกับเผ่าจักรกล
บทลงโทษจากการทำผิดกฎเฉพาะตัวนั้นเป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้——[ทุกครั้งที่คุณละเมิดกฎข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น จะสุ่มคืนของโจรที่คุณขโมยมาในช่วงสามวันทะเลดวงดาวที่ผ่านมาให้กับเจ้าของเดิมหนึ่งชิ้น]
พอนึกย้อนกลับไปตอนนี้ เธอก็รู้สึกหวาดหวั่นไม่หาย
เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เธอลืมกฎเฉพาะตัวพวกนี้ไปซะสนิทเลยจริงๆ……
ข้อแรกยังดีหน่อย เธอมีสายตาสูงส่ง เวลาขโมยของถ้าไม่ขโมยของพวกกระต่าย ก็จะเล็งไปที่ผู้เล่นที่มีพลังต่อสู้สูง ข้อสามก็ยังพอนึกออกลางๆ
แต่ข้อสองนี่สิ หลังจากที่เธอกลายเป็นผู้เล่นไร้สังกัด ในหัวก็มีแต่เรื่องรักษาชีวิตและการฉวยโอกาส ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท
โชคดีที่ไม่ได้สังหารผู้เล่นระดับคนโง่สำเร็จ เป็นเพราะเธอโชคดีงั้นเหรอ?
ผู้เล่นระดับคนโง่……
ยิ่งคิด อวี๋สวินเกอก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
ความโหดร้ายของเกมรอบนี้ สำหรับผู้เล่นระดับคนโง่แล้วมันคือการโจมตีที่ถึงตายได้อย่างสมบูรณ์แบบ แทบจะล้างบางพวกมันออกไปจากเกมเทพเจ้าได้เลย
ความยุติธรรมของเกมเทพเจ้าล่ะ?
คนโง่พวกนี้ล่ะ?
อวี๋สวินเกอเปิดบอร์ดจัดอันดับบันไดสวรรค์ขึ้นมา ตอนนี้คือบอร์ดจัดอันดับยอดขายแบบเรียลไทม์ เธอค่อยๆ เลื่อนดูลงมาเรื่อยๆ ก็พบว่าใน 10000 อันดับแรก กลับมีผู้เล่นระดับคนโง่ที่มีพลังต่อสู้แค่ขั้น 2~3 ถึงห้าร้อยกว่าคน แถมยังมีผู้เล่นระดับขาจรขั้น 4~6 อีกตั้งสามพันกว่าคน
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เธอดูบอร์ดจัดอันดับบันไดสวรรค์เพื่อหาตัวผู้เล่น ในใจก็แวบความรู้สึกผิดปกติขึ้นมาเหมือนกัน
แต่ตอนนั้นเธอคิดว่าผู้เล่นที่มีพลังต่อสู้สูงต่างก็ยุ่งอยู่กับการเป็นผู้เล่นไร้สังกัด ยอมทิ้งเรื่องยอดขายไปโดยสิ้นเชิง ผู้เล่นที่มีพลังต่อสู้ต่ำตั้งหน้าตั้งตาเปิดร้านอาหาร ยอดขายไล่ตามขึ้นมาได้ก็เป็นเรื่องปกติ
แต่พอมาย้อนดูตอนนี้ มันเห็นได้ชัดว่ามีความผิดปกติ
ต่อให้ผู้เล่นที่มีพลังต่อสู้สูงจะหยุดอยู่เฉยๆ เพื่อรอเวลา ก็ไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ……
ถนนสายอาหารแห่งความมืดงั้นเหรอ?
นี่คือคำตอบเดียวที่เธอสามารถคิดออกได้
……
อวี๋สวินเกอปล่อยให้ความคิดล่องลอยแล้วหลับไปจนถึงเวลา 00:00 น. ถึงได้ตื่นขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย แต่เป็นเพราะเธอได้ยินประกาศจากระบบ
[กรุณาเลือกไอคอนสกิลที่คุณต้องการติดตั้งใหม่อีกครั้ง]
[อ้างอิงจากผลงานของคุณในการผจญภัยทำอาหาร จำนวนไอคอนสกิลที่คุณสามารถติดตั้งได้คือ: 9]
อวี๋สวินเกอนั่งพิงท้องถูหลาน แล้วถามว่า "ครั้งนี้เธอมีไอคอนสกิลไหม?"
ถูหลาน: "ไม่มี"
อวี๋สวินเกอทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มเลือกใหม่
ความคิดที่จะเลือกสกิลขยะ 9 อันเพื่อลดทอนความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด แวบเข้ามาในหัวของอวี๋สวินเกอเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็ถูกเธอปัดทิ้งไป
[ข้าอยากก้าวหน้าเหลือเกิน] ต้องเอาไปด้วยแน่นอน ก่อนหน้านี้คัดลอกไว้แล้ว ตอนนี้เธอมีอยู่สองอัน
[พลังลึกลับ] ก่อนหน้านี้ใช้รางวัลไข่อีสเตอร์หมายเลข 3 กับสกิลนี้ ตอนนี้ผลลัพธ์ที่บอกว่า "ไม่สามารถสูญหายไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม" ก็ยังมีผลอยู่ อันนี้ก็ต้องเอาไปเหมือนกัน
[นิทานก่อนนอน] สกิลรักษาชีวิต เอาไป นอกเหนือจากนี้จะไม่เอาสกิล [การเนรเทศยามวิกาล] ไปแล้ว เธอรับได้มากที่สุดก็แค่สูญเสีย [การเนรเทศยามวิกาล] ไปหนึ่งสกิลเท่านั้น
[ยืมแล้วต้องคืน] สามารถรับประกันความหลากหลายของสกิลของตัวเองได้ด้วยการคัดลอกสกิลของผู้เล่นคนอื่น เอาไป!
[รางวัลหรือบทลงโทษ] ไม่ถือว่าหายากนัก สามารถยอมรับความสูญเสียได้ "รางวัล" สามารถใช้เป็นโล่ป้องกันได้ "บทลงโทษ" สามารถใช้คู่กับ [พลังลึกลับ] ได้ วันสุดท้ายแล้ว [พลังลึกลับ] ควรใช้ก็ต้องใช้
สกิลที่หก: สกิลรักษาระดับ SS [หยาดน้ำค้างกิ่งหลิว] ถึงแม้ปริมาณการรักษาจะมีแค่ 50% ของพลังชีวิต แต่ข้อดีคือเวลาคูลดาวน์สั้น
สกิลที่เจ็ด: สกิลโจมตีและรักษาระดับ SSS ที่ได้รับมาในเกมรอบที่แล้ว [แน่จริงก็ตีฉันให้ตายสิ]
[แน่จริงก็ตีฉันให้ตายสิ] (ระดับ SSS): หลังจากใช้งาน ขีดจำกัดล่างของพลังชีวิตของคุณจะถูกขยายจาก 0% เป็น -500% ชั่วคราว ในระหว่างนี้ ทุกครั้งที่คุณถูกโจมตี จะมีโอกาส 5% ที่จะฟื้นฟูพลังชีวิตให้คุณ 5%; สกิลนี้มีระยะเวลาแสดงผล 5 นาที; การใช้งานต้องสูญเสียมานา 5%; เวลาคูลดาวน์ 15 นาที
สกิลที่แปด: สกิลหลบหนีระดับ SSS ที่ได้รับมาในเกมรอบที่แล้ว [นักท่องเที่ยวสุดโรแมนติก] หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ นี่เป็นสกิลเทเลพอร์ต
[นักท่องเที่ยวสุดโรแมนติก] (ระดับ SSS): สามารถตั้งค่าสถานที่ก่อสร้าง 7 แห่งเป็นแลนด์มาร์กของเมืองได้จากระยะไกล สถานที่ใดก็ตามที่คุณมองเห็นสามารถตั้งค่าได้ทั้งหมด การใช้สกิลนี้จะสามารถเทเลพอร์ตคุณไปยัง 1 ใน 7 แลนด์มาร์กของเมืองแบบสุ่มเพื่อท่องเที่ยวชมวิว; การเทเลพอร์ตแต่ละครั้งต้องเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 30 นาที; หลังจากที่แลนด์มาร์กถูก "ท่องเที่ยว" แล้ว จุดเทเลพอร์ตนั้นก็จะหายไป; ในแต่ละวันสามารถตั้งค่าแลนด์มาร์กของเมืองได้สูงสุด 12 ครั้งเท่านั้น; แลนด์มาร์กของเมืองแต่ละแห่งจะสามารถคงอยู่ได้สูงสุด 24 ชั่วโมงเท่านั้น
สกิลเทเลพอร์ตหลบหนีระยะไกล น่าเสียดายที่วันหนึ่งใช้ได้แค่ 12 ครั้งเท่านั้น……
ตัวเลขนี้กับสกิลนี้ดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ น่าจะเป็นผลมาจากการปรับแต่งของเจ้าของคนก่อน
สกิลสุดท้าย อวี๋สวินเกอกัดฟันเลือกสกิลปลอมแปลง [อยู่รอดจนถึงที่สุด]
เกมรอบสุดท้ายนี้ เธอไม่ได้หวังว่าจะกอบโกยผลประโยชน์ได้มหาศาลเหมือนตอนการผจญภัยทำอาหาร ภารกิจหลักของเธอคือการกดจำนวนครั้งการตายให้ต่ำที่สุด!
เธอจะต้องพาของที่แย่งชิงมาได้พวกนี้มีชีวิตรอดไปจนถึงตอนจบให้ได้