เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 361 เพื่อนซี้สายเปย์ของดาราสาวจอมฉาว 2

บทที่ 361 เพื่อนซี้สายเปย์ของดาราสาวจอมฉาว 2

บทที่ 361 เพื่อนซี้สายเปย์ของดาราสาวจอมฉาว 2


บทที่ 361 เพื่อนซี้สายเปย์ของดาราสาวจอมฉาว 2

เนื้อเรื่องไม่ได้ระบุเวลาที่เกิดอุบัติเหตุแน่ชัด บอกแค่ว่าเป็นช่วงค่ำคืนหนึ่ง ด้วยความเคารพต่อเนื้อเรื่อง วันนี้จู๋อินจึงให้คนขับรถหยุดงาน และขับรถไปร้านหม้อไฟในความทรงจำที่เคยไปกับฮั่วหลิงซีตอนเด็กๆ ด้วยตัวเอง

บาร์บาร่านั่งยองๆ อยู่ข้างพวงมาลัย ดูเหมือนตุ๊กตาแขวนหน้ารถที่ประณีตตัวหนึ่ง

ตอนนี้มันผ่อนคลายสุดๆ

แต่บาร์บาร่าไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกตรงไหน ในฐานะระบบ ถ้าคุณเคยติดตามโฮสต์ไปรังแกสิ่งลี้ลับและกอบกู้โลกมาแบบมัน คุณก็จะรู้สึกผ่อนคลายกับโลกวงการบันเทิงดาษๆ นี้เหมือนกัน

แต่คืนนี้ น่าจะมีความไม่สงบเกิดขึ้นจริงๆ

ไฟแดง

จู๋อินรออย่างเงียบสงบ

ทันใดนั้น เธอก็ได้กลิ่นของลางร้าย เธอหันหน้าไปทางซ้ายหน้าเล็กน้อย วินาทีถัดมา รถบรรทุกขนาดกลางเลนตรงข้ามก็เสียหลัก พุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเร็วสูง

จู๋อิน: ...

"บาร์บาร่า นั่งดีๆ" เธอตะโกน

บาร์บาร่าสะดุ้งโหยง ตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศทันที

จู๋อินเหยียบคันเร่งมิด พุ่งออกไปราวกับวิญญาณ เฉียดผ่านรถบรรทุกคันเล็กคันนั้นไป

รถบรรทุกคันนั้นชนจู๋อินไม่โดน เดิมทีควรจะพุ่งต่อไปข้างหน้า—ด้านหลังยังมีรถติดไฟแดงอยู่อีกเป็นพรวน แต่ในเวลาเดียวกัน ยางรถบรรทุกทุกเส้นก็ระเบิดติดต่อกัน ตัวรถถูกแรงที่มองไม่เห็นกระแทกจนพลิกคว่ำ ตกลงไปในแปลงดอกไม้ข้างทาง

บนถนนวุ่นวายไปหมด จู๋อินขับรถจากไปอย่างใจเย็น ไปถึงร้านหม้อไฟที่นัดไว้ตรงเวลา

คาแรคเตอร์ของเธอคือคุณหนูตระกูลร่ำรวย กลับประเทศมาก็ไม่ยอมให้ตัวเองลำบาก มีทั้งรถหรู ผู้ช่วย คนขับรถ บอดี้การ์ด เพียงแต่วันนี้กลัวจะโดนเนื้อเรื่องเล่นงาน ก็เลยให้พวกเขาหยุดงานกันหมด ถึงอย่างนั้น รถราคากว่าแปดล้านที่จอดอยู่หน้าร้านหม้อไฟราคาประหยัดที่ดูบ้านๆ ก็ยังดึงดูดความสนใจได้มากพอ

จู๋อินไม่สนใจสายตาหลากหลายรอบข้าง เดินเข้าไปข้างในอย่างสงบนิ่ง

ฮั่วหลิงซีตอนนี้ถือเป็นดาราเบอร์สองอย่างฝืนๆ และมีดวงเรียกข่าวฉาว เลยขอห้องส่วนตัวอย่างรู้หน้าที่

พอเห็นจู๋อินเดินเข้ามา เธอดูเหมือนจะตะลึง มองจู๋อินอยู่นาน

จู๋อินปล่อยให้เธอมอง ขำขัน "จำไม่ได้แล้วเหรอ?"

ทั้งสองแยกจากกันตอนอายุสิบห้า ตอนนี้ฮั่วหลิงซีอายุยี่สิบสองแล้ว ไม่ได้เจอกันหลายปีจริงๆ

ฮั่วหลิงซีลุกพรวดขึ้นมา "เธอยืนขึ้นด้วย"

จู๋อินลุกขึ้น

ฮั่วหลิงซีรีบขยับเข้ามาเทียบทันที แล้วทำหน้าช็อก "เธอโตมายังไงเนี่ย? ทำไมสูงกว่าฉันขนาดนี้?"

ในหมู่นักแสดงหญิงเธอถือว่าไม่เตี้ย ส่วนสูงสุทธิเกือบหนึ่งร้อยเจ็ดสิบ

ความสูงนี้ไม่ใช่ข้อได้เปรียบสำหรับนักแสดงหญิง ข้อมูลโปรไฟล์เธอยังต้องแจ้งให้เตี้ยลง เพราะ... รู้ๆ กันอยู่ บางทีเธอก็เข้าฉากกับคนอื่นลำบาก

แต่พอยืนข้างจู๋อิน เธอกลับเตี้ยกว่าเกือบครึ่งหัว!

เพื่อนสมัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันหลายปีของฉัน หลายปีมานี้ไปกินอาหารสัตว์ที่ต่างประเทศมาเหรอ? ทำไมถึงโตไวขนาดนี้?

เกินร้อยแปดสิบแน่นอน

เธอเดินวนดูจู๋อิน ดูหน้าเธอ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะจับกล้ามเนื้อสวยๆ ที่แขนของจู๋อิน

แม้ทั้งสองจะไม่เจอกันหลายปี แต่การติดต่อไม่ได้ขาดหาย เธอเคยเห็นรูปจู๋อิน รู้หน้าตา แต่ไม่ได้ถามเรื่องส่วนสูงเป็นพิเศษ และไม่รู้ว่าเธอจะโตได้ขนาดนี้

ฮั่วหลิงซีหัวเราะแหะๆ "หุ่นเธอนี่ ให้ความรู้สึกปลอดภัยชะมัด"

พลางก้มมองหน้าท้องเธอโดยสัญชาตญาณ "ซิกแพคกับ V-line ก็มีเหรอ?"

จู๋อิน "อือฮึ?"

"อิจฉาจัง" ฮั่วหลิงซีถอนหายใจ

"ผู้จัดการกับผู้ช่วยฉัน ให้ฉันคุมอาหารอย่างกับคนบ้า ฉันอยากจะฟิตหุ่นยังไงก็ไม่ขึ้น"

จู๋อินขมวดคิ้ว ถามว่า "บริษัทนั้นของเธอ... สัญญายังเหลืออีกนานไหม?"

ฮั่วหลิงซีเข้าใจความหมายของเธอ ยิ้มแห้ง "ตอนนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราว เซ็นไปห้าปี เหลืออีกปีเดียว"

จู๋อินไม่ได้พูดอะไร

วัตถุดิบถูกยกมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว

ฮั่วหลิงซีบอก "วันนี้ปล่อยผี กินให้พุงกางไปเลย"

เธอสั่งเหล้ามาขวดหนึ่งด้วย

แต่เป็นไปได้ว่าเพราะคุมอาหารมานาน ที่เธอบอกว่ากินให้พุงกาง ปริมาณอาหารก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่

แม้แต่บาร์บาร่ายังอดพูดไม่ได้ "ยังกินไม่เยอะเท่าเด็กเลย"

ข้าวทานไม่เยอะ แต่เหล้านี่ดื่มไปไม่น้อย

เดิมทีฮั่วหลิงซีก็คออ่อน ปกติอยู่ข้างนอกไม่กล้าแตะเหล้าเลย ยังดีที่เธอชื่อเสียงไม่ดี ไม่รู้ว่าพวกนักลงทุนหรือโปรดิวเซอร์ข้างนอกนั่น เข้าใจกันไปเองว่าเธอมีเสี่ยเลี้ยงอยู่แล้วหรือเปล่า เลยไม่ค่อยมายุ่งกับเธอ

ลองนับดู นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่หาได้ยาก

วันนี้เจอจู๋อิน จิตใต้สำนึกคงรู้ว่าอยู่ต่อหน้าเพื่อนสมัยเด็กแล้วปลอดภัย เธอเลยปลดเปลื้องการป้องกันตัว แล้วโชว์ความเก๋า—เมาพับไปตั้งแต่ครึ่งแก้ว

จู๋อิน: ...

บาร์บาร่า: ...

หนึ่งคนหนึ่งระบบค่อยๆ ลวกหม้อไฟกินกันต่อ ต้องยอมรับว่า ร้านหม้อไฟที่เจ้าของร่างเดิมและนางเอกชอบมาตั้งแต่เด็ก รสชาติดีจริงๆ

จู๋อินมองนางเอกที่นั่งบ่นงึมงำฟ้องนั่นฟ้องนี่สลับกับร้องไห้เสียใจอยู่บนเก้าอี้ แล้วเรียกจิงโจ้นักชิมออกมา เสกโจ๊กให้เธอชามหนึ่ง

"กิน" เธอพูดสั้นๆ

ฮั่วหลิงซีแม้สมองจะไม่ตื่นตัว แต่ว่าง่าย หยิบช้อนตักโจ๊กกินอย่างเชื่อฟัง

กินหม้อไฟเสร็จ จู๋อินก็พยุงนางเอกกลับไป

ส่งคนนั่งเบาะข้างคนขับเรียบร้อย แล้วตัวเองค่อยขึ้นรถ

จังหวะที่ปิดประตูรถ เธอมองไปทางทิศทางหนึ่งเหมือนสัมผัสอะไรได้

"เชี่ย!" ปาปารัสซี่ที่แอบถ่ายรู้สึกสันหลังวาบ เหมือนถูกสัตว์ดุร้ายจ้องมอง

"ไกลขนาดนั้น ไม่มีทางมองเห็นหรอก บังเอิญแน่ๆ" เขาพูด

พลางกดดูรูปในกล้อง พระเจ้า รถนั่นแพงหูฉี่ ถึงคนที่พยุงฮั่วหลิงซีขึ้นรถจะเป็นผู้หญิง แต่แค่เขาไม่ปล่อยรูปทั้งหมด บอกแค่ว่าฮั่วหลิงซีขึ้นรถหรูดึกดื่นดื่นค่ำ แค่นี้ก็ได้ประเด็นแล้วไม่ใช่เหรอ?

"เวร! รูปฉันล่ะ!" เขาสบถด่ากราด

"ไอ้ขยะ เอ้ย มาพังเอาตอนสำคัญ!"

ในกล้องมีแต่ภาพเบลอ มองไม่เห็นอะไรเลย

.

วันรุ่งขึ้น

ฮั่วหลิงซีลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง

วินาทีที่เห็นเพดานแปลกตา ร่างกายเธอสะดุ้งเฮือก ใจหล่นวูบ

ดีดตัวจากเตียงอย่างไว ก้มดูตัวเองก่อน ยังดี ไม่มีรอยแปลกๆ แล้วก็ไม่มีความรู้สึกแปลกๆ

วางใจไปเปราะหนึ่ง

จากนั้นความทรงจำก็ไหลกลับมา

เธอนึกขึ้นได้ อินอินกลับประเทศ

เมื่อคืนเธอกินข้าวกับอินอิน แล้วตัวเองก็ดื่มเหล้าไปหน่อย

วางใจได้เต็มร้อย งั้นก็คืออินอินพาเธอกลับมา

เธอเดินออกจากห้อง ก็ตามคาด เพื่อนสมัยเด็กใส่ชุดอยู่บ้านนั่งอยู่บนโซฟา อุ้มโน้ตบุ๊กเหมือนกำลังจัดการงานอะไรสักอย่าง

พอเห็นเธอ

"คุณป้าต้มโจ๊กไก่ฉีกไว้ให้"

ฮั่วหลิงซีจมูกแสบร้อน

ตื่นนอนมา มีคนทำกับข้าวรอไว้ให้ ความรู้สึกแบบนี้ เธอไม่ได้สัมผัสมาหลายปีแล้ว

เธอสูดจมูก ไม่ได้ไปกินข้าวเช้า แต่ไปนั่งบนโซฟา ขยับเข้าไปหาอย่างออเซาะ อยากจะขอกอด "อินอิน ทำไมเธอดีกับฉันขนาดนี้เนี่ย~~"

จู๋อินยื่นนิ้วชี้ข้างหนึ่งมากดหัวทุยๆ ที่ยื่นเข้ามาของเธอเอาไว้ "ไม่ต้องมาอ้อน รีบไปกินข้าว กินเสร็จมีธุระต่อ"

ฮั่วหลิงซีกระพริบตาปริบๆ ด้วยความช็อก ในหัวมีแต่ความคิดเดียว "หลายปีมานี้เธอกินอะไรโตมา ทำไมแรงเยอะขนาดนี้?"

เมื่อกี้เธอแทบจะใช้แรงควายถึกที่มีทั้งหมด แต่ดันสู้แรงนิ้วเดียวของเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้เลย

.

จบบทที่ บทที่ 361 เพื่อนซี้สายเปย์ของดาราสาวจอมฉาว 2

คัดลอกลิงก์แล้ว