- หน้าแรก
- สงครามลอร์ด ข้าคือบุตรแห่งโชคชะตา
- บทที่ 202 เหนือกว่าเทพขุนพล! ยูนิตเพดานที่แท้จริง!
บทที่ 202 เหนือกว่าเทพขุนพล! ยูนิตเพดานที่แท้จริง!
บทที่ 202 เหนือกว่าเทพขุนพล! ยูนิตเพดานที่แท้จริง!
บทที่ 202 เหนือกว่าเทพขุนพล! ยูนิตเพดานที่แท้จริง!
“แต่ว่า... เทพขุนพลยังไม่ใช่เพดานที่แท้จริงแฮะ!”
เสิ่นหลินหวนนึกถึงตอนที่ยูนิตเทพขุนพลทั้งสามเปิดใช้งานพรสวรรค์เฉพาะตัว “เทพขุนพลที่แท้จริง” ขึ้นมา: “เหนือกว่าระดับเทพขุนพล ยังมีอีกขั้นหนึ่ง! นั่นแหละถึงจะเป็นเพดานที่แท้จริง!”
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปิดหน้าต่างคุณสมบัติของดินแดนคนแคระในสังกัดลง แล้วหันไปตรวจสอบคุณสมบัติของอาณาจักรกอบลินต่อ ทว่าเขาก็พบว่าค่าความจงรักภักดีของอาณาจักรกอบลินที่มีต่อเขานั้นยังคงนิ่งสนิท ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากเดิม
“ความจงรักภักดีของพวกกอบลินนี่มันเพิ่มยากจริงๆ...”
ความจริงแล้ว หากเทียบกับดินแดนคนแคระ เสิ่นหลินคาดหวังกับอาณาจักรกอบลินมากกว่าด้วยซ้ำ! เพราะภายในอาณาจักรแห่งนั้นมีประชากรกอบลินนับหมื่นที่ล้วนเป็น “สุดยอดลูกจ้าง” ชั้นดี! หากนำมาประสานกับบัฟคริติคอลร้อยเท่าของเขา ย่อมสร้างทรัพยากรมหาศาลให้ดินแดนได้อย่างมหาศาลแน่นอน!
“เฮ้อ! ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน!”
ในขณะที่เสิ่นหลินกำลังคิดอยู่ในใจ เสียงประกาศพิเศษจากมหาทวีปไร้สิ้นสุดก็ดังก้องขึ้นในหูของลอร์ดทุกคนอย่างกะทันหัน!
[ประกาศ: ขอแสดงความยินดีกับลอร์ดระดับเงินทุกคน ท่านต้านทานการบุกระลอกที่สองได้สำเร็จ!]
[ประกาศ: คลื่นทมิฬระลอกที่สาม จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในอีก 50 นาที!]
[ประกาศ: ในระลอกที่สาม ฝูงสัตว์ร้ายระดับภัยพิบัติจะบุกจู่โจมพร้อมกับเหล่าอสูรกายแห่งขุมนรก! พร้อมกับการฟื้นตื่นของ ‘ไททันยักษ์’!]
[ประกาศ: เริ่มต้นนับถอยหลัง ณ บัดนี้!]
ฮือฮา———!!!
วินาทีที่เสียงประกาศสิ้นสุดลง เหล่าลอร์ดจากทุกชาติทั่วระนาบเงินต่างก็แตกตื่นกันยกใหญ่!
“เชี่ย!! ระลอกสามเริ่มมีการฟื้นตื่นของไททันยักษ์แล้วเหรอวะ?!”
“แม่เจ้าโว้ย! นี่มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ!”
“เพิ่งจะระลอกสามเองนะโว้ย!”
“พูดถูก! แค่ต้านสองระลอกแรก พละกำลังของยูนิตในเมืองฉันก็แทบจะหมดเกลี้ยงแล้ว!”
“เวลาพักแค่ห้าสิบนาที มันไม่พอหรอกโว้ย!”
“ใครจะไม่เหนื่อยบ้างล่ะ! ยูนิตเผ่าเซนทอร์ (ครึ่งคนครึ่งม้า) ของฉันตอนนี้แต่ละตัวหอบแฮกจนแทบจะหมดสติอยู่แล้ว ถ้าระลอกสามมีไททันยักษ์โผล่มาจริงๆ ละก็...”
“เมืองฉันได้จบเห่ชัวร์!”
“จบเห่ชัวร์เหรอ? คห. บน! นายมองโลกในแง่ดีเกินไปป่ะ โอกาสที่นายจะรอดน่ะมันเป็นศูนย์โว้ย!”
“เออ! ถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครเขาหาว่าเป็นใบ้หรอกนะ!”
“เทพเจ้าช่วยลูกด้วย! ขอให้ดินแดนของลูกไม่ต้องเจอไททันยักษ์เถอะ! หรือไม่ก็ช่วยย้ายพวกอสูรกายที่เมืองลูกไปลงที่เมืองเพื่อนสนิทลูกให้หมดเลยก็ได้!”
“? คห. บน! ถ้านายพูดแบบนี้แล้วเพื่อนสนิทนายมาได้ยินเข้า นายมั่นใจนะว่าเขาจะไม่มาตบหัวนายทิ่ม?”
“เพื่อนสนิท: ฟังนะจ๊ะ ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ซึ้งถึงมิตรภาพ! ขอบคุณที่ทำให้โลกนี้มันหนาวเหน็บ! ขอบคุณมากนะไอ้เพื่อนรัก!”
“...... พี่ชาย! เลิกร้องเพลงนี้เถอะ!”
“พอเพลงนี้ขึ้นทีไร ฉันรู้สึกไม่ดีทุกทีเลยว่ะ!”
“พี่น้องทุกคน! ตอนนี้ฉันสงสัยอยู่อย่างนึง คือยูนิตในเมืองเสิ่นหลินน่ะ... หลังจากต้องต้านรับคนเดียวมาตั้งสองระลอกติดๆ...”
“พวกนายว่า... ยูนิตของเขายังเหลือแรงไปต้านระลอกสามที่มีไททันยักษ์อีกเหรอวะ?”
“คห. บน! ฉันจะบอกอะไรให้นะ นายนี่มันห่วงคนอื่นไม่เข้าเรื่องจริงๆ!”
“แทนที่จะไปห่วงว่ายูนิตเสิ่นหลินจะมีแรงต้านระลอกสามไหม...”
“นายห่วงตัวเองดีกว่า ว่าพอไททันยักษ์บุกมาในระลอกสามเนี่ย นายควรจะขุดหลุมฝังตัวเองตรงพิกัดไหนของเมืองถึงจะเหมาะสมที่สุด!”
“แล้วจำไว้คำนึงนะ! ‘อูฐที่ผอมตาย ก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าแคระ’ อย่างนายน่ะโว้ย!”
“เชี่ย! คห. บน! ประโยคนี้นี่มันเจ็บจี๊ดจริงๆ!”
“แต่... มันก็คือเรื่องจริง!”
“......”
ในขณะเดียวกัน ภายในช่องแชทเฉพาะของ “พันธมิตรต่อต้านจิ่วโจว”
บารอน ชิป: “@ทุกคน!”
บารอน ชิป: “พวกนายได้ยินไหม! ระลอกที่สามจะมีไททันยักษ์ด้วยว่ะ!”
ปาร์ค กึนชาง: “ไททันยักษ์... ถ้าจำไม่ผิด ขนาดตัวขั้นต่ำของพวกมันก็น่าจะประมาณสิบห้าเมตรเลยไม่ใช่เหรอ?!”
คาวาโมโตะ จิโร่: “สิบห้าเมตร?! นั่นมันขนาดพอๆ กับยักษ์น้ำแข็งสามตัวในเมืองฉันเลยนะนั่น!!”
เจิ้งเสี่ยวหมิง: “ขนาดตัวน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ที่น่ากลัวที่สุดคือ ‘พละกำลังไททัน’ ต่างหาก! นี่คือจุดที่ต้องระวังที่สุด เพราะในบรรดาอสูรกายดึกดำบรรพ์ทั้งหมด ไททันน่ะแข็งแกร่งกว่าพวกบีฮีมอธ (Behemoth) ซะอีก!”
บารอน ชิป: “งั้นฉันขอถามหน่อยเถอะ! ถ้าไททันมันน่ากลัวขนาดนั้น พวกเรายังต้องคอยถ่วงเวลามันไว้อีกเหรอ? เพื่อรอนากาชิมะมาปิดจ็อบเก็บคะแนนเนี่ยนะ?”
ปาร์ค กึนชาง: “จริงด้วย! ถ้าเป็นพวกอสูรกายแห่งขุมนรกยังพอว่า แต่ถ้าเป็นไททันยักษ์ละก็ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ!”
ปาร์ค กึนชาง: “ถ้าฝืนถ่วงเวลาไว้ ยูนิตในเมืองอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสได้เลยนะ!”
นากาชิมะ โชฮิโระ: “จะฝืนถ่วงเวลาอย่างเดียวคงไม่ได้!”
นากาชิมะ โชฮิโระ: “ถึงคะแนนจะสำคัญ แต่ความปลอดภัยของยูนิตต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!”
นากาชิมะ โชฮิโระ: “เพราะฉะนั้น ในระลอกสามนี้ ให้พวกนายพยายามถ่วงเวลาเท่าที่ไหว!”
นากาชิมะ โชฮิโระ: “อย่างเช่นยักษ์น้ำแข็งในเมืองคาวาโมโตะ หรือเรือปีศาจของบารอน ชิป ยูนิตสองประเภทนี้สามารถลดความสูญเสียให้ต่ำที่สุดได้”
คาวาชิมะ อิโตะ: “คุณนากาชิมะพูดถูกค่ะ! ใครถ่วงเวลาไหวก็ให้ช่วยถ่วงไว้ก่อน!”
คาวาชิมะ อิโตะ: “เพราะคะแนนจากการฆ่าไททันยักษ์น่ะ มันมากกว่าอสูรกายแห่งขุมนรกถึงหนึ่งเท่าตัวเชียวนะ!”
คาวาชิมะ อิโตะ: “พวกเราต้องทำคะแนนแซงเสิ่นหลินในระลอกที่สามนี้ให้ได้!”
คาวาชิมะ อิโตะ: “ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ความพยายามที่พวกเราทำมาในสองระลอกแรกก็จะสูญเปล่าทันที!”
บารอน ชิป: “Shit! พูดน่ะมันง่ายนะแม่คุณ! นั่นมันไททันยักษ์นะโว้ย! เธอลองมาถ่วงเวลามันดูสิ!”
คาวาโมโตะ จิโร่: “ถึงยูนิตในเมืองฉันจะมีมังกรลาวา 3 ตัว... แต่การจะให้ถ่วงเวลาทั้งอสูรกายขุมนรกและไททันยักษ์ในระลอกสามเนี่ย มันจะสร้างความเสียหายให้ยูนิตฉันมหาศาลเลยนะ!”
บารอน ชิป: “ใช่! ถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ แบบนี้ พละกำลังยูนิตมันฟื้นฟูตามไม่ทันหรอก!”
นากาชิมะ โชฮิโระ: “@คาวาโมโตะ @บารอน ชิป! พวกนายวางใจเถอะ ทางฉันมี ‘หญ้าวิญญาณ’ ที่ช่วยฟื้นฟูพละกำลังยูนิตอยู่ ฉันจะส่งไปช่วยพวกนายเอง!”
นากาชิมะรู้ทันความคิดเล็กคิดน้อยของทั้งสองคน เขาจึงยอมสละทรัพยากรที่ต้องการส่งไปให้ทันที ถึงแม้หญ้าวิญญาณฟื้นฟูพละกำลังในมือเขาจะมีไม่มากนัก... แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งงก!
“อันดับหนึ่งคลื่นทมิฬรอบนี้ ฉันต้องเอามาให้ได้!”
ไม่อย่างนั้น... สิ่งที่เขาลงทุนลงแรงไปทั้งหมดก็จะกลายเป็นศูนยเปล่า!
นากาชิมะเหลือบมองชื่อเสิ่นหลินที่ครองอันดับหนึ่งในตารางด้วยแววตาเย็นเยียบ: “ปาฏิหาริย์อาจจะเกิดขึ้นได้ครั้งเดียว หรือสองครั้ง... แต่ไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สามแน่นอน!”
ภายในช่องแชทพันธมิตรลอร์ดระดับสูงแห่งจิ่วโจว
ซุนฉี่: “@ทุกคน!”
ซุนฉี่: “ระลอกที่สามจะมีอสูรกายดึกดำบรรพ์ ‘ไททันยักษ์’ ฟื้นตื่นขึ้นมาด้วยว่ะ!”
จูเสี่ยวหม่า: “ไททันยักษ์... ตัวตนระดับนั้น ไม่นึกเลยว่าจะโผล่มาในระนาบเงินจริงๆ!”
จูเสี่ยวหม่า: “ถ้าเป็นเมื่อก่อน ใครมาบอกฉันแบบนี้ ฉันไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!”
ถังเต๋อ: “ใครจะไปนึกกันล่ะ อสูรกายดึกดำบรรพ์ที่ปกติจะโผล่แค่ในระนาบเพชร (Diamond) ดันมาโผล่ที่ระนาบเงินซะงั้น!”
หวงเยว่อี: “@จูเสี่ยวหม่า น้องหม่าจ๊ะ ถ้าระลอกสามนี้เมืองน้องต้านไม่ไหว... อย่าลืมบอกพี่สาวคนนี้ล่ะ!”
ซุนฉี่: “@จูเสี่ยวหม่า บอกพี่ชายคนนี้ด้วยนะ เดี๋ยวพี่กับพี่สาวจะไปช่วยน้องเอง!”
จูเสี่ยวหม่า: “วางใจเถอะครับ! ผมไม่ฝืนตัวเองแน่ เพราะผมค่อนข้างจะ ‘เจียมตัว’ (มี 13 ในใจ - รู้ลิมิต) กับพลังยูนิตในเมืองตัวเองอยู่แล้ว!”
จ้าวผิง: “เอาเป็นว่า ใครมีปัญหาอะไรให้รีบขอกำลังเสริมทันที!”
จ้าวผิง: “อย่าฝืนแบกไว้คนเดียว เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าคลื่นทมิฬรอบนี้จะมีบุกมากี่ระลอกกันแน่!”
หวงเยว่อี: “@จ้าวผิง คือว่า...”
จ้าวผิง: “หยุด! ถ้าจะถามเรื่องเสิ่นหลินล่ะก็...”
จ้าวผิง: “ไปถามเอาเองเลย ฉันไม่ถามให้แล้ว!”
จ้าวผิง: “แค่ในช่วงสองชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันก็โดนดาเมจทางใจจนแทบกระอักเลือดแล้ว ฉันไม่อยากโดนทำร้ายจิตใจไปมากกว่านี้!”
ขณะนี้ ณ ป่าลึกแห่งขุมนรก ในระนาบเงิน
“ท่านเจ้าเมือง! ท่านได้ยินไหมคะ!”
เหอเยว่เหลียนหันไปมองเสิ่นหลินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด: “ระลอกที่สามจะมีไททันยักษ์โผล่มาด้วยนะคะ!”
“ได้ยินแล้ว หูฉันไม่ได้หนวกนะ...”
เสิ่นหลินลูบคางพลางวิเคราะห์: “เลเวลของพวกไททันยักษ์ในระลอกสาม ก็น่าจะพอๆ กับพวกอสูรกายแห่งขุมนรกนั่นแหละ หรืออาจจะสูงกว่าแค่เลเวลเดียว...”
ตามข้อมูลที่เขาได้รับมาจากดีลาเซียม (กษัตริย์กอบลิน) จ่าฝูงของทั้งเผ่าอสูรกายและไททันมีเลเวลเพียง 36 เท่านั้น! ดังนั้น ไททันยักษ์ที่จะฟื้นตื่นขึ้นมาในระลอกสามนี้ ก็น่าจะอยู่ราวๆ เลเวล 33 หรือไม่ก็ 34!
“ถ้าไททันยักษ์ที่ฟื้นขึ้นมาเป็นเลเวลสามสิบสี่ การจัดการก็อาจจะยุ่งยากขึ้นนิดหน่อย...”
เขาซูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกล่าวต่อ: “แต่ยังไงก็กวาดล้างได้หมดอยู่ดีนั่นแหละ!”
ก็เทพขุนพลจ้าวอวิ๋นในดินแดนของเขามีพลังต่อสู้จริงถึงเลเวล 39 เชียวนะ! แถมเขายังมีเทพขุนพลจินฉานคอยสนับสนุนแบบเทพเจ้า จ้าวอวิ๋นแทบจะร่ายทักษะยุทธ์ได้ตามใจชอบเลยทีเดียว!
ในขณะที่เสิ่นหลินกำลังคิดอยู่ในใจ เสียงนับถอยหลังอันเย็นชาก็กลายเป็นศูนย์! วินาทีต่อมา ประกาศพิเศษจากมหาทวีปไร้สิ้นสุดก็ดังก้องขึ้นในหูของลอร์ดทุกคนพร้อมกัน!
[ประกาศ: สิ้นสุดการนับถอยหลัง 50 นาที!]
[ประกาศ: คลื่นทมิฬระลอกที่สาม เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ!]