- หน้าแรก
- เทพสงครามโปเกมอน ซาโตชิ
- บทที่ 13: โรงเรียนผู้ดีโปเกมอน
บทที่ 13: โรงเรียนผู้ดีโปเกมอน
บทที่ 13: โรงเรียนผู้ดีโปเกมอน
บทที่ 13: โรงเรียนผู้ดีโปเกมอน
ลึกเข้าไปในป่าทึบ วันนี้อากาศมีหมอกลงจัดอย่างน่าประหลาด ทัศนวิสัยย่ำแย่สุดๆ
ซาโตชิเดินคลำทางอยู่นานในดงหมอกหนาทึบ ก่อนจะไปเจอโครัตตาตัวหนึ่งซ่อนอยู่ในพุ่มไม้
"อาร์โบ ใช้เข็มพิษ! พีเจียน โจมตีด้วยปีก!"
ด้วยความได้เปรียบตามธรรมชาติที่งูย่อมชนะหนู โครัตตาป่าตัวนี้จึงเอาแต่ยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาร์โบ
มันปล่อยให้เข็มพิษของอาร์โบพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างจัง ตามติดด้วยการโจมตีของพีเจียนแบบไม่ให้ตั้งตัว
ไม่นาน โครัตตาก็หมดสภาพการต่อสู้ ซาโตชิไม่รอช้า ปาโปเกบอลออกไปจับมันได้สำเร็จ
หลังจบการต่อสู้ อาร์โบและพีเจียนก็เปล่งแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน และเริ่มพัฒนาร่าง
"สองตัวนี้มีวาสนาต่อกันจริงๆ นะ จับได้วันเดียวกัน แถมยังพัฒนาร่างพร้อมกันอีก"
ซาโตชิมองพวกมันด้วยความพึงพอใจ หลังจาก 'ฟาร์มเวล' มาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่พวกมันจะได้พัฒนาร่างเสียที
หลังจากเรียกอาร์บ็อกและพีเจียตที่เพิ่งพัฒนาร่างกลับเข้าโปเกบอล ซาโตชิก็เริ่มต้นการฝึกประจำวันทันที
"ซาโตชิ หยุดก่อนสิ นายไม่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติบ้างเหรอ?" คาสึมิหันไปมองหมอกที่ลงจัดอยู่รอบๆ
"ดูเหมือนเราจะหลงทางซะแล้วสิ ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?"
ซาโตชิที่กำลังกระโดดกบไปพร้อมกับปิกาจู ลุกขึ้นยืนเพื่อมองดูรอบๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"อืม ใช่ เราหลงทางแล้วจริงๆ ด้วยแหละ"
ฝ่ามือนุ่มๆ ของคาสึมิฟาดเพียะเข้าที่หลังหัวของซาโตชิ
"ทำไมนายถึงได้ใจเย็นขนาดนี้เนี่ยฮะ? เมื่อเช้าฉันก็บอกแล้วไงว่าหมอกลงจัดขนาดนี้ เราควรพักอยู่ที่แคมป์ดีกว่า"
หลังจากกางแผนที่ดูอยู่นาน คาสึมิก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาว
"ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เราคงต้องพักกันที่นี่แล้วรอให้หมอกจางลงก่อน"
เธอเอื้อมมือไปบิดหูซาโตชิ ที่ดันกลับไปกระโดดกบหน้าตาเฉยอีกแล้ว
"เชื้อเพลิงเราหมดแล้ว ไปหาฟืนมาเลยนะ!"
เมื่อไม่มีทางเลือก ซาโตชิก็ต้องพาปิกาจูออกไปเดินหาฟืนบริเวณรอบๆ
"เฮ้อ ถ้าตอนนี้มีโปเกมอนธาตุไฟสักตัวก็คงดีสิ"
"ฟืนจ๋า ฟืนอยู่ไหน ถ้าอยู่ตรงนี้ก็ส่งเสียงหน่อยเร็ว"
"ปิก้า ปิ!"
เดินหาได้ไม่นาน ปิกาจูก็เหมือนจะเจออะไรเข้า มันวิ่งกลับมาที่เท้าของซาโตชิแล้วดึงขากางเกงเขาเบาๆ
"ตรงนั้นมัน... แปลกแฮะ ไม่เห็นฟืนเลย แต่เห็นแสงไฟแทน"
เบื้องหน้า ท่ามกลางหมอกหนาทึบ มีแสงสว่างปรากฏขึ้นจริงๆ ซาโตชิรีบพาปิกาจูวิ่งไปดูใกล้ๆ ทันที
แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นกลุ่มวัยรุ่นผมสีสันฉูดฉาด ดูเหมือนพวกเด็กมีปัญหา ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ใต้แสงไฟ
พวกเขากำลังถือเทียนไขดีไซน์หรูหรา ยืนล้อมรอบลู่วิ่งไฟฟ้าเครื่องหนึ่งอยู่
บนลู่วิ่งนั้น มีเด็กหนุ่มผมทรงเห็ดที่ดูน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับซาโตชิกำลังวิ่งอยู่ ท่าทางของเขาดูอ่อนแอและขี้ขลาด
ทุกคนในกลุ่มสวมเครื่องแบบเหมือนกันเป๊ะ ซึ่งซาโตชิเดาว่าน่าจะเป็นชุดนักเรียน
"ไม่ได้เรื่อง! ใครใช้ให้แกวอกแวกฮะ! ดูรูปบนการ์ดใบนี้สิ นี่ตัวอะไร?"
วัยรุ่นผมแดงทรงหนามแหลมที่ยืนอยู่ตรงกลาง ถือไพ่ปึกหนึ่งไว้ในมือ เขาชูไพ่ใบหนึ่งขึ้นมา แล้วตะคอกถามคนที่กำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง
"ซูแบท... หรือเปล่าครับ?"
รูปบนการ์ดใบนั้นคือป๊ปโปะ แต่น่าสงสารที่เด็กหนุ่มผมทรงเห็ดที่กำลังวิ่งหอบแฮ่กๆ อยู่บนลู่วิ่ง ดูเหมือนจะจำไม่ได้
"ผิด! แกเหลือโอกาสสุดท้ายแล้ว ตอบมาใหม่!"
"ถ้าอย่างนั้นก็... ป๊ปโปะครับ" เด็กหนุ่มผมทรงเห็ดตอบเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว
"งั้นบอกท่าโจมตีของมันมา..."
วัยรุ่นผมแดงรัวคำถามใส่ไม่ยั้ง ส่วนเด็กหนุ่มผมทรงเห็ดก็ตอบตะกุกตะกัก
ยิ่งถาม คำถามก็ยิ่งยากและทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นถามว่าร่างวิวัฒนาการของป๊ปโปะปกติแล้วมีขนกี่เส้นกันเลยทีเดียว
ไม่ใช่แค่คนที่ถือไพ่เท่านั้น แต่พรรคพวกที่ยืนล้อมรอบก็คอยส่งเสียงข่มขู่ผสมโรงอยู่ตลอดเวลา
"รีบๆ ตอบมาสิ ไม่งั้นแกต้องวิ่งให้เร็วกว่านี้นะ"
แสงเทียนในมือสาดส่องกระทบใบหน้าของพวกเขา ทำให้แต่ละคนดูชั่วร้ายและน่ากลัวสุดๆ
ซาโตชิเคยเห็นภาพแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน นี่มันการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนชัดๆ
ไม่นานนัก เด็กหนุ่มบนลู่วิ่งก็หมดแรงและกระเด็นตกจากเครื่อง ลงไปกองกับพื้นด้านหลัง
"โอ๊ย เจ็บจังเลย ขอโทษทีนะ เมื่อกี้ฉันลืมคำถามไปแล้วล่ะ"
"แค่บอกว่า 'ลืม' คิดว่ามันจะจบง่ายๆ งั้นเหรอ?"
หัวหน้าแก๊งผมแดงดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเด็กหนุ่มผมทรงเห็ดไปง่ายๆ
"สภาพแบบแกเนี่ยนะ เป็นนักเรียนห้องโปเกมอน? แกมันห่วยแตกซะจนพวกเราไม่อยากจะใช้อากาศหายใจร่วมห้องกับแกเลยด้วยซ้ำ!"
เมื่อเห็นดังนั้น ซาโตชิก็ทนดูต่อไปไม่ได้อีกแล้ว "เดี๋ยวก่อน พวกนายกำลังทำบ้าอะไรกันน่ะ!"
เด็กหนุ่มผมแดงดูจะตกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวของซาโตชิ
"คนนอกอย่างแกอย่ามาแส่ นี่มันเป็นการฝึกพิเศษของพวกเราต่างหาก"
"คนอย่างเจ้านี่ไม่มีค่าพอจะอยู่ในห้องเรียนของเราหรอก! นี่แหละคือมิตรภาพของพวกเรา แกไม่เข้าใจหรอก"
เด็กหนุ่มผมเขียวหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบพูดเสริมทันควัน
ซาโตชิเดินเข้าไปพยุงเด็กหนุ่มผมทรงเห็ดที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น
"มิตรภาพบ้าบออะไรกัน การกลั่นแกล้งก็คือการกลั่นแกล้งนั่นแหละ ฉันจะทำเป็นมองไม่เห็นการกระทำต่ำช้าของพวกนายไม่ได้หรอกนะ"
[ติ๊ง! เควสต์รอง: มิตรแห่งความยุติธรรม: ช่วยเหลือ จุนอิจิ ให้รอดพ้นจากการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน; เปิดใช้งาน]
[รางวัล: เหรียญลีก 1000 เหรียญ; ป้องกันพิเศษ +1; ชื่อเสียงระดับภูมิภาค +5]
[ติ๊ง! ความรู้สึกดีของคาสึมิ +5]
"พูดได้ดีมาก ซาโตชิ ลุยเลย!" คาสึมิโผล่มาอยู่ข้างหลังซาโตชิตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ฉัน คาสึมิ สาวน้อยผู้งดงามอันดับหนึ่งของโลก จะไม่มีวันให้อภัยคนที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าเด็ดขาด"
"คาสึมิ เธอไม่ต้องยุ่งหรอก เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง" พอคาสึมิโผล่มา ซาโตชิก็อยากจะโชว์เท่ขึ้นมาอีกแล้ว
"ฉันไม่เข้าไปยุ่งหรอกย่ะ ผู้หญิงน่ะเกลียดการใช้กำลังที่สุดเลยรู้ไว้ซะด้วย"
แม่ไดโนเสาร์จอมโหดที่วันๆ เอาแต่ทะเลาะกับซาโตชิ กล้าพูดโกหกหน้าตายได้ขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย
"แต่ว่านะ พวกนั้นมีตั้งห้าคน นายสู้คนเดียวไม่ไหวหรอก ถ้านายโดนอัดจนตายล่ะก็ เดี๋ยวฉันจะเป็นธุระจัดการงานศพให้เอง"
คาสึมิพูดกับซาโตชิด้วยรอยยิ้ม
แน่นอนว่านี่เป็นแค่คำพูดล้อเล่น แต่คาสึมิก็ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ
อย่าว่าแต่เด็กอายุสิบขวบห้าคนเลย ต่อให้พวกนั้นปล่อยโปเกมอนออกมาหมดทุกตัว ซาโตชิที่เป็นถึงยอดมนุษย์กล้ามเนื้อ ก็ยังเอาชนะได้สบายๆ อยู่ดี
ต้องรู้ไว้เลยนะว่า ร่างกายของซาโตชิในตอนนี้ สามารถยกก้อนหินหนักหลายตันด้วยมือเปล่าได้ชิลๆ
ซาโตชิสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วปลดปล่อย 'ผนึก' รูปร่างที่ดูธรรมดาๆ ของเขาในตอนแรก ขยายใหญ่ขึ้นทันตาเห็น กล้ามเนื้อปูดโปนจนเสื้อแทบปริ
เขาหยิบก้อนหินบนพื้นขึ้นมาบีบจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
"ใครอยากจะเจ็บตัวเป็นคนแรกก็เข้ามาเลย!" ซาโตชิแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่กลุ่มเด็กหนุ่มเลือดร้อน
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสให้คาสึมิได้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของซาโตชิ ผู้บรรลุขั้นเทพแห่งกายา เพราะอีกฝ่ายดันชิงพูดขึ้นมาก่อน
"ป่าเถื่อนสิ้นดี"
"เอะอะก็ใช้แต่กำลัง มันเหมือนพวกยุคหินไม่มีผิด"
"การลดตัวไปสู้กับไอ้โง่สมองกล้ามแบบนี้ มีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของห้องเรียนโปเกมอนของเราต้องมัวหมอง วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน"
"จุนอิจิ ไว้เจอกันในห้องเรียนนะ" ก่อนจะเดินจากไป เด็กหนุ่มผมเขียวหน้าตาเจ้าเล่ห์ก็ไม่วายหันมาข่มขู่จุนอิจิหนุ่มน้อยผมทรงเห็ดอย่างมาดร้าย
น่าสงสารที่เด็กหนุ่มผมทรงเห็ดคนนี้อ่อนแอเกินไปจริงๆ เขาทำได้แค่ตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อถูกข่มขู่แบบนั้น
"เดี๋ยวก่อนสิ ฉันขอท้าพวกนายสู้ หรือว่าปอดแหกจนไม่กล้ารับคำท้าฮะ?" ซาโตชิเห็นพวกนั้นกำลังจะเดินหนี จึงรีบพูดดักคอไว้
หัวหน้าแก๊งผมแดงได้ยินเสียงซาโตชิก็หันกลับมาเยาะเย้ย
"มันก็เหมือนกับหลักการที่ว่า 'อย่าไปยุ่งกับของห่วยๆ ตามตลาดนัด' นั่นแหละ เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น!"
พวกนั้นก็แค่เก่งแต่ปากเท่านั้นแหละ เอาเข้าจริงก็กลัวซาโตชิจนหัวหดกันหมด
พวกเขาเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว แทบจะเรียกได้ว่าวิ่งหนีเลยก็ว่าได้ และหายลับเข้าไปในดงหมอกหนาทึบในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากที่กล้ามเนื้อของซาโตชิหดกลับมาเป็นปกติ เขาก็พูดขึ้นด้วยความโกรธจัดว่า
"ไอ้พวกนี้กล้าพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง อย่าให้ฉันเจอหน้าพวกแกอีกก็แล้วกัน!"
"พวกนั้นคือนักเรียนของห้องเรียนโปเกมอนในตำนานสินะ" คาสึมิมองตามทิศทางที่พวกวัยรุ่นนั้นจากไป พลางพูดขึ้นอย่างครุ่นคิด
"ห้องเรียนโปเกมอนงั้นเหรอ?" ซาโตชิไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
"ห้องเรียนโปเกมอน ก็คือ ห้องเรียนวิจัยโปเกมอน เป็นห้องเรียนระดับหัวกะทิในโรงเรียนลูกผู้ดีสำหรับโปเกมอนเทรนเนอร์ยังไงล่ะ"
คาสึมิยังคงรื้อค้นกระเป๋าเป้ของเธอต่อไป
"ฉันจำได้ว่าเคยมีใบปลิวของโรงเรียนนี้อยู่ด้วยนะ พี่ซากุระเคยเอามาให้ฉันตอนนั้น บอกอยากให้ฉันไปเรียนที่นั่น แต่ฉันไม่ได้ไปน่ะ... เจอแล้ว อยู่นี่ไง"
เมื่อเห็นคาสึมิหยิบใบปลิวออกมา ซาโตชิก็รีบชะโงกหน้าเข้าไปดูทันที
"มีโรงเรียนแบบนี้ตั้งอยู่กลางป่ากลางเขาด้วยเหรอเนี่ย?"
"ก็มีสิ! เป็นโรงเรียนประจำเต็มรูปแบบเลยนะ โรงเรียนลูกผู้ดีโปเกมอนเทรนเนอร์ ห้องเรียนวิจัยโปเกมอน" คาสึมิชี้ไปที่สโลแกนบนใบปลิวให้ซาโตชิดู
"ถ้าเรียนจบจากที่นี่ ก็ไม่ต้องไปตระเวนแบทเทิลเก็บประสบการณ์ให้เหนื่อยเลยล่ะ สามารถรับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งโปเกมอนลีกได้ทันทีเลยนะ"
คาสึมิอธิบายต่อว่า "โรงเรียนแบบนี้ปกติจะรับเฉพาะลูกหลานตระกูลผู้ดีในสังคมชั้นสูงเท่านั้นแหละ ที่ฉันรู้ก็เพราะครอบครัวฉันเป็นตระกูลที่ก่อตั้งยิมฮานาดะขึ้นมายังไงล่ะ"
"ในฐานะที่เป็นตัวแทนกองกำลังสูงสุดของเมือง และมีหน้าที่เทียบเท่ากับเจ้าหน้าที่บริหารของเมือง จึงถือเป็น 'ชนชั้นสูง' ประเภทหนึ่งในระบบของลีก ฉันก็เลยรู้เรื่องพวกนี้"
"ตอนนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนถึงกับมาหาที่ยิมของเราเพื่อทาบทามให้ส่งลูกหลานไปเรียนที่นั่นเลยนะ"
หลังจากช่วยปิกาจูที่ดันซนไปวิ่งเล่นบนลู่วิ่งแล้วลงไม่ได้ออกมา คาสึมิก็อธิบายต่อไป
"พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าได้เข้าเรียนในห้องเรียนวิจัยนี้ ก็ไม่ต้องเหนื่อยตระเวนท้าประลองยิมไปทั่วให้วุ่นวาย ไม่ต้องสะสมเข็มกลัดก็มีสิทธิ์ลงแข่งได้ ดังนั้น สำหรับคนที่อยากเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ ที่นี่ก็คือโรงเรียนในฝันเลยล่ะ"
"แต่ฉันไม่อยากใช้วิธีฉวยโอกาสแบบนั้น ก็เลยปฏิเสธไป"
หลังจากได้ฟัง ซาโตชิก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก "เข้าร่วมการแข่งโปเกมอนลีกได้โดยไม่ต้องมีเข็มกลัดเนี่ยนะ? แบบนี้มันจะเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว"
"ก็เพราะมันเป็นโรงเรียนผู้ดียังไงล่ะ ค่าแรกเข้ากับค่าเทอมก็เลยแพงหูฉี่ คนธรรมดาทั่วไปไม่มีปัญญาเข้าเรียนที่นี่หรอก"
"นี่มันชนชั้นอภิสิทธิ์ชัดๆ!" ซาโตชิกัดฟันกรอด ขณะมองดูใบปลิวของโรงเรียนผู้ดีโปเกมอน
คาสึมิยังคงตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายต่อไป "แม่นแล้ว ตามข่าวลือนะ ที่นี่เป็นโรงเรียนอันทรงเกียรติที่มีแต่ลูกหลานมหาเศรษฐีจากทั่วทั้งภูมิภาคเท่านั้นแหละที่จะมีสิทธิ์เข้าเรียนได้"
ซาโตชินึกย้อนไปถึงตอนที่เขาอยู่เมืองจีน พอเรียนจบมาก็ต้องทำงานหนักเป็นวัวเป็นควาย มองดูพวกลูกท่านหลานเธอที่เกิดมาบนกองเงินกองทองได้เป็นหัวหน้าคนอื่นด้วยความอิจฉาริษยา
แล้วทำไมพอทะลุมิติมาอยู่ในโลกโปเกมอน เขาถึงยังต้องเป็นแค่พนักงานระดับล่างที่ต้องทำงานงกๆ อยู่อีกเนี่ย?
แถมคาสึมิยังรวยและมีสถานะทางสังคมสูงกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก
คุณหนูคาสึมิครับ ตอนนี้ผมยังพอจะมีหวังแต่งเข้าบ้านคุณหนูอยู่ไหมครับเนี่ย?