- หน้าแรก
- แพทย์เซียนโบราณแห่งยุคปัจจุบัน
- บทที่ 21: เขาคือเจ้านายของคุณ
บทที่ 21: เขาคือเจ้านายของคุณ
บทที่ 21: เขาคือเจ้านายของคุณ
บทที่ 21: เขาคือเจ้านายของคุณ
ทุกคนในห้องหันไปมองตามเสียงตวาด ก็เห็นตงเทียนต๋ากำลังเดินอาดๆ เข้ามา
เมื่อเห็นเจ้านายมาถึง จางต้าชิงก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาด้วยท่าทีประจบสอพลอ "เถ้าแก่ตง มาแล้วเหรอครับ มีไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัวมาก่อกวนในร้านเราครับ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการมันเดี๋ยวนี้เลย..."
ยังไม่ทันพูดจบ ตงเทียนต๋าก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่
"ไอ้สวะ! ฉันจะจัดการแกก่อนเป็นคนแรก! กล้าดียังไงมาล่วงเกินคุณเย่ห๊ะ!"
ตงเทียนต๋าโกรธจัด เขาอุตส่าห์ทุ่มทุนสร้างเพื่อประจบเอาใจเย่ปู้ฝาน ถึงขนาดยกภัตตาคารให้ฟรีๆ แต่ไอ้ลูกน้องสมองหมาปัญญาควายนี่กลับหาเรื่องจะลงไม้ลงมือกับเขาซะงั้น นี่มันตั้งใจจะเตะตัดขาเขากันชัดๆ!
เขาเดินเข้าไปหาเย่ปู้ฝานด้วยสีหน้ารู้สึกผิด "คุณหมอเย่ ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับ พอดีรถติดนิดหน่อยก็เลยมาสาย
ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้คุณพอใจแน่นอน"
เขาหันกลับไปถามจางต้าชิงเสียงเข้ม "บอกมาซิว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นที่นี่?"
จางต้าชิงที่ยังมึนงงกับรอยฝ่ามือบนหน้า ตอบตะกุกตะกัก "ถะ... เถ้าแก่ครับ คุณชายหม่าบอกว่าคุณเย่แอบเนียนเข้ามาในห้องนี้ครับ..."
เมื่อรู้ตัวว่าก่อเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่โยนความผิดให้หม่าเหวินป๋อ หวังว่าเส้นสายของคุณชายหม่าจะช่วยให้เขารอดตัวไปได้
เมื่อเห็นตงเทียนต๋าหันมามอง หม่าเหวินป๋อก็รีบยื่นมือทั้งสองข้างออกไปทักทาย "สวัสดีครับ เถ้าแก่ตง!"
ตงเทียนต๋าปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือไปจับด้วยเลยแม้แต่น้อย
"คุณเป็นใคร? เราสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ?"
หม่าเหวินป๋อรีบชักมือกลับด้วยความเก้อเขิน "เถ้าแก่ตงคงจะงานยุ่งจนลืมไปแล้วมั้งครับ เราเคยทานข้าวด้วยกันหนนึง พ่อผมชื่อหม่าโหย่วไฉครับ"
อันที่จริง เรื่องที่เขาอ้างว่ารู้จักกับตงเทียนต๋านั้น เป็นแค่การโม้โอ้อวดเพื่อสร้างโปรไฟล์ให้ตัวเองดูดีเท่านั้นแหละ ต่อให้เป็นพ่อของเขา ก็ยังเทียบชั้นกับตงเทียนต๋าไม่ได้เลย
ตระกูลตงเป็นถึงยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารและบริการ มีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน ในขณะที่ครอบครัวของเขาเป็นแค่เศรษฐีใหม่ที่มีเงินแค่หลักร้อยล้าน มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
ตอนแรกเขากะจะเอาชื่อตงเทียนต๋ามาอ้างเพื่อข่มเย่ปู้ฝานและเอาหน้า แต่ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอตัวจริงเสียงจริงเข้าจังๆ โดนแหกตาแตกซะงั้น
ถึงแม้จะเอาชื่อพ่อมาอ้าง ตงเทียนต๋าก็ยังไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา หันกลับไปจ้องหน้าจางต้าชิงเขม็ง
"ไอ้สวะ แกทำงานเป็นผู้จัดการประสาอะไรฮะ?"
"เถ้าแก่ครับ ฟังผมอธิบายก่อน..."
จางต้าชิงกำลังจะแก้ตัว แต่ตงเทียนต๋าก็พูดแทรกขึ้นมา "ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าเถ้าแก่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (จบบทนี้ โปรดพลิกหน้าถัดไป) ภัตตาคารจุ้ยเจียงหนานแห่งนี้ตกเป็นของคุณเย่แล้ว เขาคือเจ้านายคนใหม่ของแก"
พูดจบ เขาก็เปิดกระเป๋าเอกสาร หยิบสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ออกมาแล้วยื่นให้เย่ปู้ฝาน "คุณเย่ครับ ผมจัดการเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไป ทุกอย่างในภัตตาคารแห่งนี้ เป็นสิทธิ์ขาดของคุณแต่เพียงผู้เดียวครับ"
สิ้นคำพูดของตงเทียนต๋า ทุกคนในห้องก็ถึงกับยืนอ้าปากค้าง
จางต้าชิงแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ไอ้เด็กหนุ่มยากจนที่เขาเพิ่งจะดูถูกเหยียดหยามไปหมาดๆ กลับกลายมาเป็นเจ้านายของเขาในชั่วพริบตา แถมเขายังไม่พยายามประจบเอาใจ ซ้ำยังสั่งให้ รปภ. โยนเจ้านายตัวเองออกไปอีก มีใครจะหาเรื่องใส่ตัวได้โง่บัดซบไปกว่านี้อีกไหม?
จูหลินหลินเองก็เบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อชั่วโมงก่อน เธอยังด่าทอเย่ปู้ฝานว่ายากจนและเขี่ยเขาทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นเจ้าของภัตตาคารสุดหรูขนาดใหญ่แห่งนี้ไปแล้ว
ถ้าหม่าเหวินป๋อไม่ได้รู้จักกับตงเทียนต๋า เธอคงคิดว่านี่เป็นการจัดฉากเพื่อแกล้งเธอแน่ๆ
ทางด้านหม่าเหวินป๋อ ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก เมื่อกี้เขายังเยาะเย้ยถากถางเย่ปู้ฝานสารพัดว่าไม่มีปัญญามากินข้าวที่นี่ แต่พริบตาเดียว อีกฝ่ายก็กลายเป็นเจ้าของร้านไปซะแล้ว จะมีอะไรน่าอับอายขายขี้หน้าไปกว่านี้อีกล่ะ?
จางต้าชิงตั้งสติได้เป็นคนแรก เขารีบตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่สองที แล้วพูดเสียงอ่อยประจบประแจง "เจ้านายครับ เมื่อกี้ผมผิดไปแล้วจริงๆ ผมมันตาบอดเอง ผมขอโทษเจ้านายด้วยนะครับ ได้โปรดอย่าถือสาหาความคนอย่างผมเลยนะครับ..."
เย่ปู้ฝานตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่ต้องหรอก ผมก็ไม่ใช่เจ้านายของคุณเหมือนกัน ตั้งแต่นี้ไป คุณถูกไล่ออก"
"ไม่นะครับเจ้านาย!" จางต้าชิงรีบอ้อนวอน "เมื่อกี้ผมยอมรับว่าผมทำผิดไป แต่เรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปนะครับ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเข้ามาในห้องที่ห้องวีไอพีที่คุณชายหม่าจองไว้
เห็นแก่ที่มันเป็นเหตุสุดวิสัย ยกโทษให้ผมสักครั้งเถอะนะครับ"
เขาอุตส่าห์ไต่เต้าทำงานในวงการนี้มาตั้งหลายปี กว่าจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการทั่วไป รับเงินเดือนเหยียบแสน ถ้าโดนไล่ออกง่ายๆ แบบนี้ ความพยายามที่สั่งสมมาทั้งหมดก็สูญเปล่ากันพอดี
เย่ปู้ฝานพูดเสียงเรียบ "ผมให้โอกาสคุณไปแล้ว ผมบอกให้คุณเช็กประวัติการจอง แต่คุณก็ไม่ฟัง
ในสายตาของคุณ ลูกค้าถูกแบ่งชนชั้นวรรณะไปแล้ว ไม่ว่าหม่าเหวินป๋อจะพ่นคำโกหกอะไรออกมา คุณก็เชื่อหมด แต่คำพูดของผม คุณกลับมองข้ามไปหน้าตาเฉย คนที่สวมแว่นตาสีชา ตัดสินคนจากภายนอกแบบคุณ ไม่เหมาะจะทำงานให้ผมหรอก"
"แกนั่นแหละที่โกหก เย่ปู้ฝาน"
หม่าเหวินป๋อกลัวตงเทียนต๋า แต่เขาไม่กลัวเย่ปู้ฝาน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์ "ดูนี่! กูมีหลักฐานการจอง กูจองห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งไว้จริงๆ"
เมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวของหม่าเหวินป๋อ เย่ปู้ฝานก็เริ่มลังเล หรือว่าฉินฉู่ฉู่จะจำเบอร์ห้องผิด? (จบบทนี้ โปรดพลิกหน้าถัดไป)
จังหวะนั้นเอง จางต้าชิงก็คว้าโทรศัพท์ของหม่าเหวินป๋อไปดู พอดูเสร็จ หน้าเขาก็ซีดเผือด "คุณชายหม่า! คุณลากผมมาซวยแท้ๆ! คุณไม่เคยเข้าร้านอาหารหรูๆ หรือไง? คุณรู้ตัวไหมเนี่ยว่าคุณจองห้องอะไรไว้?
คุณจองแค่ห้องส่วนตัวหมายเลขหนึ่งธรรมดาๆ แต่ห้องนี้มันคือห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งโว้ย! มันคนละระดับกันเลย เข้าใจไหม!"
ตอนนี้เขาอยากจะเขกหัวตัวเองแรงๆ ถ้ารู้แบบนี้ เขาขอดูข้อความยืนยันการจองของหม่าเหวินป๋อตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้หรอก
"เอ่อ... คือว่า..."
หม่าเหวินป๋อหน้าแตกยับเยิน เขาเดินเข้าห้องผิด ดันเสนอหน้าเข้ามาในห้องวีไอพีสุดหรู แล้วยังมากร่างวางอำนาจข่มคนอื่นอีก นี่มันปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มเลย
จางต้าชิงยังคงอ้อนวอน "เจ้านายครับ ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะครับ ผมสัญญาว่าจะจงรักภักดีทำงานถวายหัวให้เลย..."
เย่ปู้ฝานโบกมือตัดบท "ผมเพิ่งบอกไปไง ว่าผมให้โอกาสสุดท้ายคุณไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่คุณไม่คว้ามันไว้เอง
คุณไม่เหมาะที่จะทำงานกับผมหรอก เก็บของแล้วไสหัวไปซะ!"
"ผะ... ผม..."
แม้จางต้าชิงจะไม่เต็มใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาได้แต่เดินคอตกเดินออกจากห้องไปอย่างผู้แพ้
เย่ปู้ฝานหันไปมองหม่าเหวินป๋อและจูหลินหลิน "เมื่อกี้คุณเพิ่งบอกไปไม่ใช่เหรอว่า ถ้ามีผมอยู่ที่นี่ คุณจะไม่มาเหยียบร้านนี้อีก? งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกคุณสองคนถูกขึ้นแบล็กลิสต์ของร้านเรา เราจะไม่ต้อนรับพวกคุณอีกต่อไป"
หน้าของหม่าเหวินป๋อร้อนผ่าวราวกับโดนตบซ้ายตบขวา เมื่อกี้เขาเพิ่งจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ไล่เย่ปู้ฝานออกไป แต่พริบตาเดียว อีกฝ่ายกลับกลายเป็นเจ้าของร้าน และคนที่ต้องไสหัวไปดันกลายเป็นเขาซะเอง
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! มึงจะมียศมีอย่างอะไรนักหนาวะ? ยังไงผู้หญิงของมึงก็เสร็จกูอยู่ดี" เขากัดฟันกรอดจ้องหน้าเย่ปู้ฝาน ก่อนจะหันไปตวาดใส่จูหลินหลิน "มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ? ยังอายไม่พอหรือไง? รีบตามกูมาสิวะ"
แต่ผิดคาด จูหลินหลินไม่ยอมเดินตามเขาไป เธอกลับโผเข้ากอดขาเย่ปู้ฝาน ร้องไห้กระซิกๆ อ้อนวอนว่า "เสี่ยวฝาน คราวนี้ฉันผิดไปแล้วจริงๆ เห็นแก่ความผูกพันของเราในอดีต เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหมคะ?"
ในใจเธอคิดคำนวณสารพัด แม้หม่าเหวินป๋อจะรวย แต่เขาก็แค่คบเธอเล่นๆ หวังฟันแล้วทิ้ง เธอคงกอบโกยอะไรจากเขาไม่ได้มากนัก เผลอๆ อาจจะโดนเขี่ยทิ้งวันไหนก็ไม่รู้
แต่เย่ปู้ฝานนั้นต่างออกไป ตอนที่คบกัน ต่อให้เขามีเงินแค่ร้อยหยวน เขาก็ยอมเปย์ให้เธอหมดกระเป๋า แถมตอนนี้เขายังเป็นเจ้าของภัตตาคารหรูมูลค่าหลายสิบล้านอีก
ถ้าเธอตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ขอคืนดีกับเย่ปู้ฝานได้สำเร็จ เธอก็จะกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยเศรษฐีนีในพริบตา!