เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

200.เรื่องราวในยุคเซียนโบราณ

200.เรื่องราวในยุคเซียนโบราณ

200.เรื่องราวในยุคเซียนโบราณ


“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ข้านึกอยู่แล้วว่าทำไมพวกเขาถึงผสานดินแดนดาราได้รวดเร็วถึงเพียงนั้น!”

เหวินจงพลันกระจ่าง

เต๋าหยาจื่อกล่าวต่ออีกว่า “ยังมีอีกนะระหว่างที่เจ้าปิดด่านอาจารย์ของเจ้าทะลวงสู่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสูงสุดแล้วอีกทั้งยังมีร่างพิเศษที่ท้าทายสวรรค์เกินกว่าที่เต๋าสวรรค์จะรับรู้ได้จึงได้รับรางวัลเป็นคัมภีร์จักรพรรดิเซียน!”

“อะไรนะ? ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือข้าเพิ่งปิดด่านไปแค่ครึ่งปีเองเหตุใดอาจารย์ถึงทะลวงถึงระดับนั้นได้?”

เหวินจงเบิกตากว้าง

ตอนจากกันอาจารย์ของเขายังอยู่เพียงขอบเขตวงล้อวิญญาณเท่านั้น!

เต๋าหยาจื่อส่ายหน้า “ไม่เชื่อก็ไปดูรายชื่อทองคำแห่งเต๋าสวรรค์สิเรื่องเช่นนี้ข้าจะโกหกเจ้าไปเพื่ออะไร?”

เหวินจงเงยหน้าขึ้นทันทีมองไปยังรายชื่อทองคำที่ลอยอยู่เหนือฟ้าและก็พบชื่อของอาจารย์ตนจริงๆ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหตุใดอาจารย์ถึงทะลวงสู่ขอบเขตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสูงสุดได้ในเวลาไม่ถึงปี?”

แม้ตอนนี้เขาจะได้รับสืบทอดมรดกเผ่าเทพสามตาแต่ก็ยังต้องค่อยๆบ่มเพาะทีละขั้นไม่อาจทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิได้รวดเร็วเช่นนั้น!

เต๋าหยาจื่อยิ้มบาง “เรื่องนั้นเกินความสามารถข้าจะรู้ได้บางทีเจ้าควรไปถามตระกูลเซียวเอง!”

ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา

กลิ่นอายอันทรงพลังพลันกดทับลงบนสำนักชางฉยงเต๋า

เสียงหนึ่งดังก้องดุจอสนีบาต

“ส่งอาวุธกึ่งจักรพรรดิของพวกเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้มิฉะนั้นตายสถานเดียว!”

เต๋าหยาจื่อเลิกคิ้ว “หืม? มีคนหมายชิงอาวุธเพื่อขึ้นสู่รายชื่ออาวุธงั้นหรือ?”

เหวินจงแค่นเสียง “แต่กลับกล้ามาหมายหัวสำนักชางฉยงเต๋าช่างเพ้อฝันยิ่งนัก!”

ทั้งสองปรากฏตัวหน้าสำนักเผชิญหน้ากับเงาร่างระดับกึ่งจักรพรรดิ

ศึกใหญ่ปะทุขึ้นทันที

แม้เหวินจงจะยังไม่ถึงขอบเขตจักรพรรดิแต่หลังได้รับสืบทอดเผ่าเทพสามตาทั้งหมดพลังต่อสู้ของเขาก็เพิ่มพูนมหาศาล

สามเงาร่างพุ่งทะยานสู่ห้วงดาราต่อสู้กันกลางดวงดาวมุ่งสู่ดินแดนภายนอก

ศึกระดับกึ่งจักรพรรดิส่งแรงสะเทือนกว้างไกลหากทำให้ตระกูลเซียวทราบเรื่องคงไม่เป็นผลดี

บัดนี้ตระกูลเซียวคือผู้ควบคุมดินแดนดาราไท่ชูหากทำลายมันก็เท่ากับเป็นศัตรูกับตระกูลเซียว!

ทว่าศึกครั้งนี้จบลงอย่างรวดเร็ว

ภายใต้การร่วมมือของทั้งสองไม่เพียงสังหารกึ่งจักรพรรดิผู้นั้นได้ยังแย่งอาวุธจักรพรรดิของอีกฝ่ายมาด้วย

ฝ่ายนั้นไม่คาดคิดว่าภายในสำนักจะมีพลังต่อสู้ระดับกึ่งจัดรพรรดิถึงสองคน!

เต๋าหยาจื่อมองเหวินจงด้วยความตะลึง “พลังต่อสู้ของเจ้า...น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

เหวินจงตอบเรียบๆ “ครั้งก่อนข้าไปห้วงดาราแตกสลายกับท่านอาจารย์ปู่แล้วได้รับมรดกอันแข็งแกร่งจึงเพิ่มพลังขึ้นมาก”

เต๋าหยาจื่อถอนหายใจ “ช่างน่าอิจฉาเจ้าได้เป็นศิษย์หลานของท่านผู้นั้น”

ออกเดินทางเพียงครั้งเดียวก็ได้รับวาสนาเช่นนี้ใครเล่าจะไม่อิจฉา?

“เอาล่ะเมื่อออกจากด่านแล้วข้าจะไปเยี่ยมอาจารย์และอาจารย์ปู่ที่ตระกูลเซียว”

“สมควรแล้ว”

---

ท่ามกลางความวุ่นวายของจักรวาล

ตระกูลเซียวยังคงสงบนิ่ง

พวกเขาไม่เข้าร่วมการแข่งขันของขุมอำนาจต่างๆเพราะไม่มีสิ่งใดคู่ควรให้แข่งขัน

ภารกิจของตระกูลมีเพียงสอง

หนึ่ง ผสานดินแดนดารา

สอง กวาดล้างดินแดนที่ถูกหมอกวิญญาณยมโลกรุกราน

แต่ในสายตาเซียวเฉินทั้งหมดนี้ก็เพื่อขัดเกลาคนรุ่นเยาว์ในตระกูลเท่านั้น

ไม่นานเหวินจงก็มาถึง

รู้ว่าอาจารย์ปู่ชอบปลูกผลไม้วิญญาณเขาจึงขนสมบัติสะสมในสำนักชางฉยงเต๋าทั้งหมดมาด้วยตามความเห็นชอบของเต๋าหยาจื่อ

การเกาะขาใหญ่เช่นนี้มีแต่ได้ประโยชน์!

เซียวเฉินยิ้มกว้างพาเหวินจงปลูกผลไม้ทั้งหมดลงในสวนของตน

ระดับสูงต่ำไม่สำคัญขอเพียงเป็นพันธุ์ที่สวนยังไม่มีเขาก็ชอบหมด

สวนผลไม้บัดนี้กว้างใหญ่ไพศาลเต็มไปด้วยผลไม้วิญญาณนานาชนิดตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงต้นท้อสวรรค์, ต้นโสมมนุษย์ , ต้นชาตรัสรู้ และต้นไม้โลกา

แม้มากมายเพียงใดก็ยังห่างไกลจากอุดมคติของเขา

เขาตั้งสัตย์ไว้แล้วจะรวบรวมผลไม้วิญญาณทุกชนิดในโลก

ถึงตอนนั้นก็เหมือนเลือกสนมวันละชนิดไม่ซ้ำ—ช่างสุขสบายเพียงใด!

เหวินจงถามขึ้น “อาจารย์ปู่แล้วอาจารย์ข้าเล่า?”

“นางออกไปชำระล้างดินแดนดาราที่ถูกหมอกวิญญาณปนเปื้อน”

เซียวเฉินตอบพลางจิบสุรา

“เหตุใดจึงต้องชำระล้างเล่าหมอกเหล่านั้นมีมาตั้งแต่ยุคโบราณมิใช่หรือ?”

เซียวเฉินวางเต้าสุราลงเล็กน้อย “เพื่อศึกใหญ่ระหว่างสองโลกในอนาคต”

“เจ้ารู้หรือไม่หมอกวิญญาณและวิญญาณหยินมิใช่สิ่งมีชีวิตจากโลกเรา?”

เหวินจงส่ายหน้า “ข้าเพียงรู้ว่าพวกมันคือศัตรูของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ที่ใดผ่านไป ที่นั่นสูญสลาย”

“ในอดีตจักรพรรดิหลายคนพยายามหยุดการแพร่กระจาย แต่ไม่สำเร็จ”

เซียวเฉินจึงกล่าวถึงเรื่องราวในยุคเซียนโบราณ

“ในอดีตกาลโลกนี้บ่มเพาะสู่วิถีเซียนได้ง่ายดายเซียนมีดุจมด”

“แต่เมื่อหมอกและวิญญาณหยินรุกรานศึกสะเทือนจักรวาลก็ปะทุขึ้นและโลกเราพ่ายแพ้”

“ผู้รอดชีวิตหวาดกลัวจึงรวมพลังเปิดโลกใหม่ขนทรัพยากรวิถีเซียนทั้งหมด—เส้นชีพจรวิญญาณระดับเซียน—ไปยังโลกนั้น”

“ตั้งแต่นั้นโลกนี้ก็กลายเป็นดินแดนถูกทอดทิ้งไม่อาจถือกำเนิดสิ่งมีชีวิตวิถีเซียนได้อีก”

เซียวเฉินกล่าวพลางจิบสุราสายตาลึกล้ำ

เรื่องราวในยุคเซียนโบราณเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…

จบบทที่ 200.เรื่องราวในยุคเซียนโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว