- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทาน
- 158.เผ่าเทพสามตา
158.เผ่าเทพสามตา
158.เผ่าเทพสามตา
“ห้วงดาราแตกสลายงั้นหรือ?ดีเลยไว้ถึงเวลาข้าจะเข้าไปดูสักหน่อย”
เซียวเฉินพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
เหวินจงรีบเอ่ยห้าม “ท่านบรรพจารย์โปรดคิดดูให้ดีเถิดที่นั่นแม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตก็ยังสิ้นชีพไปหลายคนช่วงหลายแสนปีมานี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิก็ยังไม่กล้าเหยียบย่าง!”
“ยิ่งดีข้าก็จะไปยังดินแดนต้องห้ามที่ผู้ใดไม่กล้าเข้าเช่นนั้นแหละ” เซียวเฉินหัวเราะเบาๆ
“พาพวกเจ้าไปเปิดหูเปิดตาอีกทั้งหากได้พบสมบัติล้ำค่าก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่!”
สถานที่ที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างย่อมมีโอกาสถือกำเนิดสมบัติล้ำค่าหากผู้คนเข้าออกกันเป็นประจำจะเหลือสิ่งใดดีๆได้อย่างไร?
“หา? ข้าก็ต้องไปด้วยหรือ?” สีหน้าเหวินจงเปลี่ยนไปเล็กน้อยชื่อเสียงของห้วงดาราแตกสลายนั้นเลื่องลือเขาไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้าไป
“อย่างไรเจ้าไม่อยากไปนี่คือโอกาสหมื่นปีมีครั้งเดียว วางใจเถิดไม่มีใครตายหรอก”
“เอ่อ…ในเมื่อท่านบรรพจารย์กล่าวเช่นนี้ศิษย์ผู้น้อยก็จะติดตามไปสักครา!” เหวินจงกัดฟันตอบ
บรรพจารย์ผู้นี้พลังลึกล้ำเกินหยั่งถึงบางทีอาจเข้าไปแล้วออกมาอย่างปลอดภัยจริงๆ
“พอแล้ว เหวินจงอยู่ที่เหลือกลับไปได้”
เซียวเฉินโบกมือ
เต๋าหยาจื่อและเหล่าผู้อาวุโสแห่งสำนักชางฉยงเต๋าต่างถอนหายใจโล่งอกรีบจากไปทันที
แม้อีกฝ่ายจะดูเรียบเฉยไม่เผยพลังแต่ความรู้สึกก่อนหน้า ทำให้พวกเขาหวาดหวั่นยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับจักรพรรดิ
แม้เต๋าหยาจื่อจะบาดเจ็บสาหัสก็ยังเร่งจากไปโดยไม่ชักช้า
---
“นั่งเถิดกินข้าวกันอย่าเกร็งพวกเราไม่กินคน”
เซียวเฉินชี้เก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร
“ขอรับ” เหวินจงนั่งลงอย่างเชื่อฟัง
ขณะนั้นเซียวหลีที่จ้องมองเหวินจงมาตลอดก็เอ่ยขึ้น
“ศิษย์เอ๋ยเหตุใดกลางหน้าผากท่านถึงมีดวงตาแนวตั้ง?”
เหวินจงยิ้มเจื่อน “เรียนท่านอาจารย์ข้าเองก็ไม่รู้ตอนเกิดก็ไม่มีแต่เมื่อฝึกจนถึงขอบเขตนักบุญดวงตานี้ก็ปรากฏขึ้นเอง”
“เพื่อไม่ให้คนสงสัยข้าจึงอ้างว่าหลอมรวมดวงตาอสูรเข้าไป”
ดวงตาที่สามนี้มีพลังไม่ธรรมดาเมื่อใช้วิชาเนตรที่สามจะทำให้เขาไร้พ่ายในระดับเดียวกัน
“อะไรนะ? ฝึกสูงขึ้นแล้วจะงอกตาเพิ่มอีกดวงหรือไม่เอานะเจ้าคะ!” เซียวหลีหน้าซีดรีบวิ่งไปเกาะแขนเซียวเฉิน “ข้าไม่อยากมีสามตามันน่าเกลียด!”
เซียวเฉินหัวเราะลั่นลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู “ไม่ต้องห่วง เจ้าจะไม่งอกตาที่สามหรอกเขาไม่เหมือนคนทั่วไปเหวินจงปลุกสายเลือดที่ซ่อนเร้นในร่างจึงปลุกดวงตาที่สามคนธรรมดาไม่มีสายเลือดเช่นนี้”
เซียวหลีถอนหายใจโล่งอก “ดีจัง ข้านึกว่าตัวเองจะมีสามตาเสียแล้ว”
เหวินจงตะลึง “สายเลือดซ่อนเร้นหรือท่านบรรพจารย์ข้ามีสายเลือดอะไร?”
“สายเลือดเผ่าเทพสามตา” เซียวเฉินกล่าวอย่างเรียบเฉยย “เป็นสายเลือดอันทรงพลังจากยุคเซียนโบราณปัจจุบันสูญสิ้นไปแล้วแม้แต่ในโลกเซียนก็ไม่ปรากฏร่องรอยอีก”
“เผ่าเทพสามตา? โลกเซียน?” เหวินจงตกตะลึง
“ไม่ต้องเร่งรีบถึงเวลาจะรู้เอง” เซียวเฉินโบกมือให้กินต่อ
---
อีกด้านหนึ่ง
หลังออกจากโรงเตี๊ยมเต๋าหยาจื่อและพรรคพวกจึงโล่งอก
“ท่านประมุขท่านไม่เป็นไรใช่หรือ?” ผู้อาวุโสถาม
“ไม่เป็นไรยังไม่ตาย” เต๋าหยาจื่อส่ายหน้า
ผู้อาวุโสอีกคนเอ่ยด้วยความหวาดหวั่น “เขาเป็นผู้ใดกันแน่ถึงควบคุมทัณฑ์สวรรค์ได้?”
เต๋าหยาจื่อมองท้องฟ้าที่ซึ่งรายชื่อทองคำแห่งเต๋าสวรรค์ส่องประกาย
“บางทีนี่อาจเป็นโชควาสนาของสำนักชางฉยงเต๋าพวกเจ้าอย่าเพิ่งคาดเดามุ่งสร้างสำนักต่อไปเถิด”
แต่ในใจหลายคนเข้าใจแล้ว
ผู้ที่ควบคุมทัณฑ์สวรรค์ซึ่งแม้จักรพรรดิก็ไม่อาจแตะต้องได้
ย่อมต้องเป็นตัวตนที่เหนือกว่าจักรพรรดิ!
เหวินจงได้เป็นศิษย์ของผู้นี้…นับเป็นวาสนาสูงสุดแล้ว
---
เวลาเดียวกัน นอกเมืองมู่ บริเวณหลุมสวรรค์
มีร่างหลายร่างยืนอยู่
บรรพชนชื่อเยียนแห่งสำนักเทพสุริยันขมวดคิ้วมองลงไป
“ที่นี่มีกลิ่นอายเต๋าผิดปกติแต่เหตุใดภายในกลับว่างเปล่า?”
แม้สมบัติจะถูกนำไปแล้วแต่ยังเหลือร่องรอยกฎเกณฑ์
และมิใช่เพียงระดับขอบเขตสูฃสุดหรือกึ่งจักรพรรดิเท่านั้น
วาสนาเดิมของที่นี่…ต้องยิ่งใหญ่ยิ่งนัก!
ฉินเฉิงรีบโค้งคำนับ “เรียนท่านผู้อาวุโสโชควาสนาถูกนำไปแล้ว”
“ผู้ใด?”
“คนตระกูลเซียวแห่งเมืองจิ่วจี๋”
ฉินเฉิงใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องบรรณาการหวังได้รับการคุ้มครองจากสำนักเทพสุริยัน
ก่อนหน้านี้เขาให้ฉินฮ่าวคัดลอกบางส่วนของคัมภีร์ที่ได้จากหลุมสวรรค์จนดึงดูดความสนใจของสำนักเทพสุริยัน และกระทั่งบรรพชนชื่อเยียน
หากได้รับการคุ้มครองจากขุมอำนาจแห่งห้วงดาราเช่นนี้ตระกูลฉินก็ไร้กังวลแล้ว!
“พวกเขาอยู่ที่ใด? พาข้าไป!” บรรพชนชื่อเยียนกล่าวอย่างร้อนรน
ฉินเฉิงใจสั่นสะท้านวาสนานั้นยิ่งใหญ่ถึงเพียงใดจึงทำให้ตัวตนระดับนี้ตื่นตัว?
“ข้าไม่เคยไปแต่บุตรชายข้าฉินซั่วเคยไปให้เขานำทางได้”
“ดี หากได้วาสนานั้นจริงตั้งแต่นี้ไปตระกูลฉินจะอยู่ใต้การคุ้มครองของสำนักเทพสุริยันไม่มีผู้ใดกล้าลงมือ!”
“ขอบพระคุณขอรับ!”
---
เมื่อฉินซั่วรู้เรื่องนี้เขานิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจ
เพื่อจะเป็นข้าขึ้นตรงต่อสำนักเทพสุริยันบิดากลับเปิดเผยวาสนาออกไป
ในสายตาเขานี่ช่างโง่เขลา
หากวาสนาอยู่ในมือตนเพียงยอมก้มหน้าขอขมาต่อฉินโหรวย่อมมีโอกาสได้กลับคืนมา
เมื่อเลี้ยงดูฉินฮ่าวให้เติบใหญ่ตระกูลฉินย่อมผงาดเอง
แต่เมื่อเป็นข้าขึ้นตรงแล้วคงยากจะเงยหน้าอีก
เขาไม่เข้าใจเหตุใดบิดายอมก้มหัวตลอดชีวิตแต่ไม่ยอมก้มหน้าขอโทษบุตรสาวของตนเอง