- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 154: ถ้าไม่ซัดออกไป จะเก็บไว้ฉลองปีใหม่เหรอ ?
บทที่ 154: ถ้าไม่ซัดออกไป จะเก็บไว้ฉลองปีใหม่เหรอ ?
บทที่ 154: ถ้าไม่ซัดออกไป จะเก็บไว้ฉลองปีใหม่เหรอ ?
บทที่ 154: ถ้าไม่ซัดออกไป จะเก็บไว้ฉลองปีใหม่เหรอ ?
“ผู้จัดการเหยียน รอกันมาตั้งนานแล้ว ทุกคนก็คงจะหิวกันแย่แล้ว ผู้จัดการเหยียนพาทุกคนขึ้นไปเลือกที่นั่งข้างบนก่อนเถอะค่ะ บุฟเฟต์มื้อนี้ ฉันบอกว่าจะเลี้ยง ก็ต้องเลี้ยงแน่นอน ใครหน้าไหนก็มาขวางไม่ได้ !” ซูเสี่ยวเนี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เมินเฉยต่อซุนจินหรงที่กำลังโกรธจัดและฝูหมิงจูที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญไปอย่างสิ้นเชิง
“อื้ม ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นตรงนี้ก็รบกวนคุณจัดการด้วยนะ” เหยียนฉางชิงตาเป็นประกาย ถอนหายใจอย่างโล่งอกทันที
หึ ๆ ๆ ! เขากะแล้วเชียว... นังปีศาจนี่เจ้าเล่ห์เพทุบายจะตายไป แค่ฝีมือระดับฝูหมิงจู จะไปทำอะไรหล่อนได้ ?
คิดได้ดังนั้นก็โบกมือเรียกพนักงานแผนกที่ 1 ทั้งหมดพากันแห่เข้าไปในแพลทินัม อิมพีเรียล พาเลซ (ป๋อจินตี้กง) หัวเราะเฮฮาเสียงดังลั่น มุ่งหน้าไปกินมื้อใหญ่
“ผู้จัดการเหยียน คุณ...” ฝูหมิงจูรีบตะโกนเรียก แต่เหยียนฉางชิงทำหูทวนลม ไม่ใส่ใจเธอแม้แต่น้อย
ฝูหมิงจูสูดหายใจเข้าลึก ๆ รู้สึกว่าวันนี้หน้าแตกยับเยินไม่มีชิ้นดี ! ไม่ได้การ ! เธอจะยอมจบเรื่องแค่นี้ไม่ได้ ! ไม่อย่างนั้นพอกลับไปบริษัท เรื่องในวันนี้คงถูกเอาไปเม้าท์เป็นเรื่องตลกแน่ ๆ ?
ยิ่งคิด ฝูหมิงจูก็ยิ่งโกรธจัด เธอไม่กล้าทำอะไรเหยียนฉางชิง แต่กับซูเสี่ยวเนี่ยน... เธอไม่จำเป็นต้องเกรงใจ ! หันขวับกลับมา ฝูหมิงจูชี้หน้าซูเสี่ยวเนี่ยนตัวต้นเหตุ: “ซูเสี่ยวเนี่ยน ! นี่คือสิ่งเธออยากเห็นใช่ไหม ? เธอกล้าเอาเงินบริษัทมาเลี้ยงข้าวคนอื่น นี่มันคือการยักยอก คือการรับสินบน !”
ผู้หญิงคนนี้เป็นโรคหมาบ้าหรือไง ทำไมถึงได้คอยกัดเธอไม่ปล่อยอยู่คนเดียว ?
ซูเสี่ยวเนี่ยนถอนหายใจ ยกนิ้วขึ้นนวดขมับ พูดอย่างจริงจังว่า: “เอ๊ะ ? คุณเป็นใครคะเนี่ย ! ทำไมฉันได้ยินเสียงหมาเห่าไม่หยุดเลย เหมือนปากจะเหม็นมากด้วยนะ ?”
ฝูหมิงจู: ... เหมือนชกเข้าใส่กองนุ่น โกรธจนแทบจะกระอักเลือด กล้าเมินเธอ กล้าเมินเธอ...
“ซูเสี่ยวเนี่ยน ! เธอจบเห่แน่ ! ฉันจะแจ้งบริษัทให้ไล่เธอออก ฉันต้องไล่เธอออกให้ได้ !”
ตะโกนเสร็จ ฝูหมิงจูหันไปหาซุนจินหรงที่หน้าตาบูดบึ้งอยู่ก่อนแล้ว รีบฟ้องทันที: “น้าซุน ! ธาตุแท้ของผู้หญิงคนนี้ วันนี้น้าคงได้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ? ต่อหน้าน้าแท้ ๆ หล่อนยังกล้าเสียมารยาทกับน้าขนาดนี้... ลับหลังน้า ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ! นางจิ้งจอกแบบนี้ จะเก็บไว้ในบริษัทไม่ได้เด็ดขาดนะคะ !”
เหอะ ๆ ! ได้ข่าวว่าท่านประธานเหยียนรู้สึกดีกับหล่อนเป็นพิเศษเหรอ ?
วางใจเถอะ ตราบใดที่มีเธอฝูหมิงจูอยู่ จะไม่มีใครมาแย่งท่านประธานเหยียนพี่ชายสุดที่รักไปได้ !
ใครเข้าใกล้หอคอยก่อนย่อมได้ดวงจันทร์ไปครอง
เมื่อก่อนซูซานซานยังเข้าใกล้พี่เหยียนจนถึงขั้นหมั้นหมายได้...
วันนี้ เธอฝูหมิงจูก็ต้องทำได้เหมือนกัน !
ซุนจินหรงตอนนี้ก็โกรธมากจริง ๆ อุตส่าห์พูดตั้งเยอะแยะ ซูเสี่ยวเนี่ยนผู้หญิงคนนี้กลับไม่ฟังเข้าหูเลยสักคำ ? ช่างวางก้ามใหญ่อะไรขนาดนี้ !
“ซูเสี่ยวเนี่ยน ! พรุ่งนี้ไม่ต้องไปบริษัทแล้วนะ ฉันจะแจ้งฝ่ายบุคคลให้เคลียร์เงินเดือนเดือนนี้ให้เธอ”
แววตาฉายความรังเกียจ ซุนจินหรงพูดเสียงเย็นชา แล้วรีบดึงมือฝูหมิงจูมาจับไว้อย่างสนิทสนมสุด ๆ : “หมิงจู วางใจเถอะ ต่อไปถ้ามีใครในบริษัทกล้าพูดจาไม่ดีกับหนูอีก บอกน้าซุนนะ น้าซุนจะไล่มันออกทันที !”
“อื้ม งั้นก็ขอบคุณน้าซุนมากนะคะ” ฝูหมิงจูพูดด้วยท่าทางเขินอาย แล้วหันไปมองซูเสี่ยวเนี่ยนอย่างท้าทาย สีหน้าเต็มไปด้วยความสะใจสุดขีด
เหอะ ! ขอแค่ซูเสี่ยวเนี่ยนผู้หญิงคนนี้ไสหัวออกไปจาก TGD กรุ๊ป เธอก็จะมีเวลาอยู่ข้างกายพี่ชายท่านประธานเหยียนมากขึ้นแล้วล่ะ !
ซูเสี่ยวเนี่ยนเม้มปาก มองซุนจินหรงและฝูหมิงจูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับกำลังดูตัวตลกสองตัวกระโดดโลดเต้น
เมื่อเห็นดังนั้น ฝูหมิงจูคิดว่าผู้หญิงคนนี้คงจะกลัวแล้ว ไม่กล้าต่อกรกับเธออีกแล้วสินะ ? รีบกอดแขนซุนจินหรงแล้วพูดว่า: “น้าซุนคะ นี่ก็ดึกแล้ว เราไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ ? จะให้แมลงสาบตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ค่าพวกนี้ มาทำให้เราหมดอร่อยไปทำไมคะ ?”
ซุนจินหรงยิ้มด้วยความเอ็นดู: “หมิงจูพูดมีเหตุผล ไหน ๆ เราก็มาถึงที่นี่แล้ว งั้นขึ้นไปลองชิมบุฟเฟต์ตี้กงด้วยกันดีไหม ?”
“อุ๊ย น้าซุนพูดจริงเหรอคะ ? แต่หนูได้ยินมาว่าบุฟเฟต์ที่นั่นแพงมากเลยนะคะ มื้อเดียว ราคาเท่ากับเงินเดือนคนธรรมดาสามเดือนเลยนะ !” พอพูดคำว่าคนธรรมดา ฝูหมิงจูก็หันไปมองซูเสี่ยวเนี่ยนอย่างได้ใจ
คนธรรมดาซูเสี่ยวเนี่ยน: ... กำลังก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือ ไม่รู้ดูอะไรอยู่ ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหมือนไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด
ฝูหมิงจูกัดฟันกรอดอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้จนแทบคลั่ง
ถุย ! มีอะไรให้น่าภูมิใจนักหนา ? เดี๋ยวกินเสร็จ ถ้าเธอไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารที่ตี้กง เธอยังจะมีหน้าอยู่ที่ TGD ต่อไปได้อีกเหรอ
“เอาล่ะ ! ก็แค่ข้าวเมื้อเดียว น้าซุนยังพอจ่ายไหวน่า !” ซุนจินหรงปรายตามองซูเสี่ยวเนี่ยนแวบหนึ่ง แล้วพูดต่อทันที “เข้าไปกันเถอะ วันนี้น้าซุนเลี้ยงเอง”
ฝูหมิงจูพยักหน้ารัว ๆ ประคองซุนจินหรงอย่างสนิทสนม ทั้งสองคนดูเหมือนแม่ลูกที่รักกันมาก หันหลังเตรียมจะเดินเข้าตี้กงไป
บรรดาไทยมุงรอบ ๆ ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ โบกมือถือในมือไปมา พูดคุยกันอย่างเสียดาย:
“เชี่ย ! อุตส่าห์นึกว่าจะได้ดูมวยคู่เอก ที่ไหนได้ไก่อ่อนก็คือไก่อ่อน... ฝีมือไม่ถึงขั้น”
“ใช่ ๆ ๆ นึกว่าจะมีการพลิกล็อกแบบเทพ ๆ ที่ไหนได้ จบแค่นี้เหรอ ?”
“น่าเบื่อชะมัด ฝีมือกระจอกขนาดนี้ ถ้ารู้แบบนี้ไม่เสียเวลาดูหรอก...”
ลบคลิปวิดีโอ ส่ายหน้าเดินจากไป
ซูเสี่ยวเนี่ยนอดขำไม่ได้ คนมุงพวกนี้ จิตใจต้องว่างเปล่าขนาดไหนกันนะ ? แค่ดูละครฉากหนึ่ง ก็จินตนาการไปไกลถึงละครระดับศตวรรษได้ แต่ว่า... คนอย่างเธอซูเสี่ยวเนี่ยน จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ เหรอ ? ประกายสดใสวูบผ่านดวงตาคู่สวย
ประตูกระจกหมุนของตี้กงหมุนติ้ว ชายหนุ่มเจ้าของตี้กงและร้านอาหารส่วนตัวปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง สวมชุดสีเขียวดูเย็นชา แววตาฉายความหงุดหงิดชัดเจน “ใครคือซูเสี่ยวเนี่ยน ?”
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทะลุผ่านหูของทุกคน ไม่ใช่แค่ซูเสี่ยวเนี่ยนที่เงยหน้าขึ้นมอง แม้แต่พวกไทยมุงที่กำลังจะเดินจากไปก็หันกลับมามองด้วย ครู่ต่อมา หลังจากความเงียบงันอันน่าประหลาด ก็มีคนตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้นตกใจ:
“ดูเร็ว ดูเร็ว ผู้ชายคนนี้หล่อมาก หล่อจนฉันหุบขาไม่ลงแล้ว”
“กรี๊ดดด! ฉันรู้จักเขา เขาชื่อชิงจวิน ! เขาคือเจ้าของเบื้องหลังของแพลทินัม อิมพีเรียล พาเลซ ! ได้ยินว่าแบ็คเขาใหญ่มากนะ !”
“หล่อมาก หล่อมาก... ผู้ชายหล่อ ๆ แบบนี้มีแค่บนสวรรค์เท่านั้นแหละ ในโลกมนุษย์หาได้ยากยิ่ง... เทพบุตรของฉัน !”
“อยากแต่งงานกับเทพบุตร อยากมีลูกลิงให้เทพบุตร !”
ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจ ทุกคนหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง เริ่มถ่ายคลิปวิดีโอ อัปโหลดลงเวยป๋อต่อ
ชิงจวิน: ... ใบหน้ามืดครึ้มลงทันที
เหยียนเหวยหาน ไอ้คุณปู่เอ๊ย ! ตัวเองแอบหัวหดอยู่ในที่มืดไม่ยอมออกโรง ดันให้ฉันออกหน้าคนเดียว ?
“ซูเสี่ยวเนี่ยน ! ออกมา !” หงุดหงิดที่โดนพวกบ้าผู้ชายถ่ายรูปถ่ายคลิป ชิงจวินเรียกชื่อซูเสี่ยวเนี่ยน แล้วยืนรออยู่ที่เดิม
ซูเสี่ยวเนี่ยนกระตุกมุมปาก ก้าวเท้าเดินเข้าไปหา: “ฉันคือซูเสี่ยวเนี่ยน”
ชิงจวินกวาดสายตามองใบหน้าเธอแวบหนึ่ง ในที่สุดก็จำเธอได้ แววตารังเกียจลดน้อยลง: “พอคุ้น ๆ อยู่บ้าง... เข้ามาสิ !”
ซูเสี่ยวเนี่ยนที่แค่พอคุ้น ๆ : ... เฮ้ย ๆ ๆ ! หน้าตาเธอมันโหลขนาดนั้นเลยเหรอ เถ้าแก่หนุ่มคนนี้ถึงแค่พอคุ้น ๆ ?
ขณะที่กำลังจะเดินตามเข้าไป ฝูหมิงจูก็ได้สติ ตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจสุดขีด: “เถ้าแก่ชิงจวิน ! คุณจะเชิญหล่อนเข้าไปไม่ได้นะ ! ผู้หญิงคนนี้คือนักต้มตุ๋น หล่อนไม่มีเงินจ่ายให้คุณหรอก !”
ความริษยาในใจแทบจะเดือดพล่านทะลุฟ้า !
ทำไมผู้หญิงคนนี้ อยู่ที่บริษัทก็ได้รับความโปรดปรานจากท่านประธานเหยียน ออกมากินข้าวนอกบ้าน ยังได้รับความเอ็นดูจากเถ้าแก่ชิงจวินอีก ?
เธอไม่ยอม !
ชิงจวินหันขวับกลับมา จ้องมองฝูหมิงจูด้วยสายตาเย็นชา: “กูพอใจ !”
“พรืด” ซูเสี่ยวเนี่ยนหลุดขำออกมาทันที สไตล์นี้ มันตระกูลเหยียนชัด ๆ
ฝูหมิงจูกับซุนจินหรงตกตะลึงกับคำหยาบของชิงจวิน
อ๊ากกกก ! เถ้าแก่มาดเทพบุตรขนาดนี้ ทำไมถึงได้อ้าปากด่าคนแบบไม่มีความเกรงใจเลยล่ะ ?
ขณะที่กำลังจะพูดต่อ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็พูดขึ้นลอย ๆ ว่า: “เถ้าแก่ชิง สองคนนี้คุณรู้จักเหรอ ?”
ชิงจวินตอบเสียงเย็น: “กูไม่ได้ตาบอด !”
“งั้นก็แปลว่าไม่รู้จักสินะ !” ซูเสี่ยวเนี่ยนพูดจบ ก็พูดต่อทันที: “ในเมื่อไม่รู้จัก ก็แปลว่าเป็นพวกมาหาเรื่องใช่ไหม ? ถ้าอย่างนั้น เถ้าแก่ชิงไม่ซัดพวกหล่อนออกไป หรือจะเก็บเอาไว้ฉลองปีใหม่เหรอคะ ?”