- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 137: ตามใจจนเสียคน
บทที่ 137: ตามใจจนเสียคน
บทที่ 137: ตามใจจนเสียคน
บทที่ 137: ตามใจจนเสียคน
ซูเสี่ยวเนี่ยน: "หนูหยา ? อย่ามาเรียกชื่อซะหวานเลี่ยนขนาดนี้ได้ไหม ? ถ้าเธอเป็นหนูหยาของคุณจริง ๆ แล้วคุณกล้าไล่เธอออกอย่างเลือดเย็นแบบนั้นได้ยังไง ? โกหกกันนี่นา ? "
เหยียนฉางชิงโกรธจนแทบจะหงายหลังอีกรอบ "แล้วเปียนลี่หย่งล่ะ เขาก็เป็นผู้ชายนะ ? เขาเป็นลูกน้องคนเก่งของฉัน แล้วเธอก็บีบให้เขาต้องกระเด็นออกไปแบบนี้..."
"หยุดเลย ! ผู้จัดการเหยียน เวลาพูดอะไรหัดมีมโนธรรมบ้างนะคะ"
ซูเสี่ยวเนี่ยนปรายตามองเขาด้วยแววตาเป็นประกายวิบวับ "ตอนนั้นฉันได้ยินผู้ช่วยหมิงเล่าว่ายังไงน้า... ตอนที่จับพนักงานเปียนห้อยต่องแต่ง ผู้จัดการเหยียนไม่ได้แค่จะส่งเชือกให้นะ แต่ได้ยินมาว่ายังจะส่งมีดให้ตัดเชือกด้วย... ท่าทางเคียดแค้นชิงชัง ร่วมด้วยช่วยกันรุมประชาทัณฑ์ตอนนั้นเนี่ย เหมือนจะเป็นผู้จัดการเหยียนเลยนะ ? "
เชี่ยเอ๊ย !
เรื่องบ้า ๆ นี่ใครมันเอาไปปล่อยข่าวฟะ ? !
เหยียนฉางชิงเหงื่อแตกพลั่กทันที... ขายหน้าชะมัด !
ทั้ง ๆ ที่เรื่องพรรค์นี้ มีแค่เขากับผู้ช่วยหมิงสองคนเท่านั้นที่รู้ !
แต่ตอนนี้ ไอ้ผู้ช่วยหมิงปากสว่าง สมควรตายนัก !
"ก็ได้ ! ถือว่าเธอแน่... แต่เงินหกล้านนั่นล่ะ ? "
เหยียนฉางชิงยังอยากจะพูดต่อ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็แค่นเสียงหัวเราะ หึ ๆ "ผู้จัดการเหยียนอยากได้เงินหกล้านนั่นขนาดนั้น ที่แท้ก็อยากจะช่วยลูกน้องคนเก่งใช้หนี้สินะคะ ? "
พอดีเลย เธอกำลังช็อตเงิน
ถ้าผู้จัดการเหยียนจะใจป้ำสักครั้ง เธอก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ
อะไรนะ ?
ใช้หนี้ ?
เหยียนฉางชิงรีบเอามือกุมกระเป๋าตังค์ตัวเองไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ "ฝันไปเถอะ ! ไม่มีทาง ! "
ความจริงแล้ว เขาแค่เห็นแก่ที่เปียนลี่หย่งเป็นบ้าไปแล้ว ก็เลยน้ำลายหกอยากได้เงินหกล้านนั่นต่างหาก... เขาไม่ได้อยากจะช่วยเปียนลี่หย่งใช้หนี้สักหน่อย
เขาไม่ได้โง่นะ
เดินออกจากห้องผู้จัดการฝ่ายขาย ซูเสี่ยวเนี่ยนกลับมาที่แผนก ก้นยังไม่ทันถึงเก้าอี้ โทรศัพท์ภายในก็ดังขึ้น "ซูเสี่ยวเนี่ยนใช่ไหม ? ท่านประธานเหยียนเรียกพบ"
สายตรงจากห้องเลขาบนชั้นสูงสุด
"รับทราบค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้"
ซูเสี่ยวเนี่ยนตอบกลับอย่างเซ็ง ๆ พอนึกถึงเหยียนเหวยหาน เจ้าหมาน้อยจอมแบ๊วไซส์บิ๊กตัวนั้น มุมปากก็อดกระตุกไม่ได้ เธอหันไปถามพนักงานทุกคนในทีม 1 ด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า "เย็นนี้ทุกคนมีนัดที่ไหนไหมคะ ? ถ้าไม่มี ฉันขอเลี้ยงข้าวเย็นทุกคน ไปร้านอาหารที่แพงที่สุด ร้องเกะให้สุดเหวี่ยงไปเลย ค่าใช้จ่ายคืนนี้ ฉันเหมาเอง"
ได้เงินหกล้านมาแบบงง ๆ โคตรสะใจ !
พอซูเสี่ยวเนี่ยนพูดจบ ทั้งแผนกทีม 1 ก็แทบจะบ้าคลั่ง !
ทุกคนโห่ร้องดีใจกันยกใหญ่ แทบจะพังหลังคาห้องทำงานทิ้ง !
"โอ๊ย ! คนสวยเลี้ยงทั้งที จะไม่ว่างได้ไง"
"พี่ซู พี่ซู ร้านอาหารที่แพงที่สุดจริง ๆ ใช่ไหมคะ ? ฉัน... ฉัน... ฉันอยากไปร้านอาหารอควาเรียมนั่นมาก ๆ เลย... ได้ยินมาว่าค่าใช้จ่ายขั้นต่ำต่อหัวตั้ง 3,998 หยวนเชียวนะ ! "
"ได้สิ"
ซูเสี่ยวเนี่ยนตอบหน้าตาย ส่งยิ้มให้ "ก็แค่หัวละ 3,998 เอง ต่อให้เป็น 8,888 ฉันก็เลี้ยงไหว ! "
"เงินก้อนโต" ตั้งหกล้าน จ่ายแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี ซูเสี่ยวเนี่ยนเดินเข้าลิฟต์ไปที่ห้องทำงานท่านประธานอย่างใจเย็น
"ซูเสี่ยวเนี่ยนใช่ไหมคะ ? "
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เสียงราบเรียบจริงจังก็ดังขึ้นข้างหู
ซูเสี่ยวเนี่ยนชะงักไปนิด ปั้นยิ้มการค้าไว้บนหน้า "สวัสดีค่ะ ฉันซูเสี่ยวเนี่ยน"
"สวัสดีค่ะ ฉันฝูหมิงจู เป็นเลขาเอกคนใหม่ของห้องเลขาค่ะ"
ฝูหมิงจูแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ
ท่าทางจริงจังเป็นงานเป็นการ ทำให้ซูเสี่ยวเนี่ยนหุบยิ้มลง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "สวัสดีค่ะ เลขาฝู"
น้ำเสียงที่ไม่แข็งกร้าวแต่ก็ไม่อ่อนน้อมจนเกินไป ทำให้ฝูหมิงจูอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลอบสังเกตเธออย่างละเอียด
หน้าตาสะสวย แต่รูปร่างเล็กบาง ดูอ้อนแอ้นบอบบางน่าทะนุถนอม
แต่ดวงตาคู่นั้นกลับดูฉลาดเฉลียวเจ้าเล่ห์... แต่ก็ไม่น่าจะรับมือยากนี่นา !
ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณน้าซุนไปทำอีท่าไหน ถึงได้ถูกผู้หญิงคนนี้ยั่วโมโหจนแทบจะร้องไห้ ?
ฝูหมิงจูแอบคิดในใจ สองวันนี้คุณชายเหยียนไม่อยู่บริษัท ประจวบเหมาะกับที่เธอกำลังหางานทำพอดี ก็เลยขอร้องคุณน้าซุนจินหรง ให้ฝากฝังมาเป็นเลขาเอกของคุณชายเหยียนที่นี่
แต่ในเมื่อเธอเป็นคนของคุณน้าซุน เธอก็ต้องเข้าข้างคุณน้าซุนอยู่แล้ว
คิดได้ดังนั้น ก็แกล้งทำเสียงแข็ง ตวาดใส่ซูเสี่ยวเนี่ยนเสียงดัง "คุณซู ! ในเมื่อคุณเป็นพนักงานของบริษัท ก็ควรจะมีจิตสำนึกของพนักงานบ้าง... คุณดูชุดที่คุณใส่สิ ? หืม ? บริษัทไม่มีชุดยูนิฟอร์มให้พนักงานหรือไง ? หรือว่าคุณตั้งใจแต่งตัวยั่วสวาทมาอ่อยท่านประธานเหยียน ? "
เจอฝูหมิงจูตวาดใส่แบบนี้ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็เลิกคิ้วขึ้น
"ชุดของฉัน... ก็ดูดีนี่คะ ! ไม่ได้โป๊ ไม่ได้เซ็กซี่ตรงไหน ไม่เข้าตาเลขาฝูตรงไหนเหรอคะ ? "
ซูเสี่ยวเนี่ยนหรี่ตาลง ตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง
ก้มลงมองชุดที่ตัวเองใส่
กางเกงยีนส์ จับคู่กับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว รองเท้าหนังแบบไม่มีส้น ดูไม่โดดเด่นสะดุดตา แต่ก็ดูทะมัดทะแมงคล่องตัว แฝงความเท่แบบกึ่งหญิงกึ่งชาย
ไม่รู้ว่าเลขาฝูเป็นบ้าอะไร ถึงได้อ้าปากปุ๊บก็มาจับผิดเรื่องการแต่งตัวของเธอปั๊บ
เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือไง ?
ฝูหมิงจู: ...
พูดไปตั้งขนาดนี้แล้ว นังผู้หญิงคนนี้ยังฟังไม่รู้เรื่องอีกหรือไง ?
"ฉันจะบอกให้นะ ตราบใดที่ฝูหมิงจูคนนี้ยังอยู่ที่นี่ พนักงานหญิงที่คิดไม่ซื่ออย่างพวกเธอ เลิกฝันที่จะปีนขึ้นมาบนชั้นสูงสุดเพื่อจับท่านประธานได้เลย"
ฝูหมิงจูทำหน้าขยะแขยง ยิ่งมองซูเสี่ยวเนี่ยนก็ยิ่งขัดหูขัดตา "ยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม ? ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ ! "
เอาล่ะสิ !
เจอตัวสกัดดาวรุ่งเข้าให้แล้ว
ซูเสี่ยวเนี่ยนเลิกคิ้ว "ได้สิ ไม่มีปัญหา"
เธอหันหลังเดินกลับลงไปชั้นล่างอย่างสบายอารมณ์ พนักงานในออฟฟิศเห็นเธอกลับมาเร็วขนาดนี้ ก็พากันกรูกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ถามด้วยความตื่นเต้น
"พี่ซู พี่ซู ท่านประธานว่าไงบ้างคะ ? พี่ได้บอกท่านประธานไหมคะว่าพวกเราจะไปกินเลี้ยงกันคืนนี้ ขออนุญาตไม่ทำโอที ? "
"พี่ซู ฉันอยากลางานไปซื้อชุดราตรีจังเลยค่ะ แต่กลัวผู้จัดการเหยียนจะไม่ให้ผ่าน พี่ช่วยลางานให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ? "
"พี่ซู ฉัน... ฉัน... วันนั้นของเดือนมาพอดี ฉันอยากกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ"
"พี่ซู..."
ให้ตายเถอะ !
สารพัดข้ออ้างสุดติ่ง
ซูเสี่ยวเนี่ยนรับฟังอย่างใจเย็น "ได้สิ ! มีข้อเสนออะไรอีก ว่ามาให้หมดเลย ! "
ส่วนเรื่องเปลี่ยนชุดน่ะเหรอ ?
เหอะ ๆ !
ขอโทษทีนะ ฉันไม่เคยมีชุดยูนิฟอร์มพนักงานหรอกย่ะ
ห้องทำงานท่านประธานโฉมใหม่ สไตล์การตกแต่งที่เปลี่ยนไป ไม่ได้มีแค่โทนสีเย็นชาที่เหยียนเหวยหานชอบเท่านั้น แต่ยังแซมด้วยสีสันอบอุ่นนุ่มนวลที่เหมาะกับผู้หญิงอีกด้วย
เหยียนเหวยหานมองห้องทำงานใหม่ด้วยความพอใจ รู้สึกว่าหมิงเกอทำงานได้เรื่องได้ราวดีจริง ๆ
พอนึกถึงหมิงเกอ... ก็พาลนึกไปถึงเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือ
ไม่รู้ว่าตอนนี้หมิงเกอเป็นยังไงบ้าง
เมฆดำก่อตัวขึ้นในใจ ก้มดูเวลา ทำไมยัยผู้หญิงคนนั้นยังไม่มาอีก ?
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เหยียนเหวยหานกดโทรศัพท์ภายใน "ฉันเหยียนเหวยหาน เรียกซูเสี่ยวเนี่ยนฝ่ายขายทีม 1 ขึ้นมาหาฉันที"
โทรศัพท์สายนี้ ไม่ได้โทรผ่านห้องเลขา แต่เขาต่อสายตรงไปที่ห้องทำงานฝ่ายขายทีม 1 เลย
ตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เพื่อนร่วมงานหน้ากลม ๆ คนหนึ่งเป็นคนรับสาย ซูเสี่ยวเนี่ยนมองเธอแวบหนึ่ง จำได้ว่าผู้หญิงคนนี้ชื่อไป๋เสี่ยวเสี่ยว
พอไป๋เสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าเป็นสายจากท่านประธาน ก็สะดุ้งโหยง รีบทำปาก "ชู่ว" ใส่เพื่อนร่วมงานทุกคน แล้วรีบยื่นโทรศัพท์ให้ซูเสี่ยวเนี่ยนทันที "พี่ซูซู ท่านประธานเรียกค่ะ"
สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา ไม่ต้องบอกก็รู้
ความดีใจที่ปิดไม่มิดแทบจะล้นทะลักออกมา
ซูเสี่ยวเนี่ยนมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย พอเห็นว่าในดวงตาของไป๋เสี่ยวเสี่ยวมีแต่ความอิจฉาและความดีใจที่บริสุทธิ์ใจ ก็พยักหน้าให้เธอเบา ๆ "ขอบใจจ้ะเสี่ยวเสี่ยว"
ถ้า... พนักงานหญิงที่ไม่อยากปีนขึ้นเตียงท่านประธาน ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดี
การที่ไป๋เสี่ยวเสี่ยวมีแค่ความอิจฉาและความดีใจที่บริสุทธิ์ใจ โดยไม่มีความริษยาหรือความไม่พอใจ... จุดนี้ ซูเสี่ยวเนี่ยนถือว่าถูกใจทีเดียว
พอรับสายปุ๊บ เสียงโมโหของเหยียนเหวยหานก็ดังขึ้นมาทันที "ซูเสี่ยวเนี่ยน ! เดี๋ยวนี้ฉันเรียกเธอไม่ได้แล้วใช่ไหม ? เพิ่งจะมาทำงานก็เห็นหัวเจ้านายสายตรงเป็นหัวหลักหัวตอไปแล้ว เธอว่า ฉันควรจะลงโทษเธอยังไงดี ? ! "
ช่าง... ตามใจจนเสียคนจริง ๆ !
ผู้หญิงคนนี้ ชักจะเหิมเกริมไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาขึ้นทุกวัน จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ?