เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - เลิกพูดพล่ามได้แล้ว

บทที่ 45 - เลิกพูดพล่ามได้แล้ว

บทที่ 45 - เลิกพูดพล่ามได้แล้ว


[นักล่าสายฟ้า: คนพรีเซนต์ของมหาวิทยาลัยซานเฉิงทำไมเด็กจัง?]

[จางเสี่ยวตง: ดูจากหน้าแล้ว อย่างมากก็น่าจะแค่เรียนมหาลัยป่ะ?]

[สายลมรำเพย: มีใครรู้จักเขาบ้าง บอกบุญทีว่านี่ใคร?]

[อัสนีสีเลือด: จะเป็นใครก็ช่างเถอะ แต่เขาหล่อมากกกกก!]

[ถนนสายหมอก: ถุย เมนต์บนนายเป็นผู้ชายไม่ใช่เรอะ! อยากดวลดาบหรือไง? ว่าแต่พี่ชายคนนี้มีแฟนยังอ่ะ?]

[แสงจันทร์เร้นลับ: เมนต์บนเลิกมโนได้แล้ว ยูโนว์ นั่นสามีฉันจ้ะ!]

[...]

ทันทีที่หลินซู่ปรากฏตัวบนเวที ช่องแชทที่กำลังถกกันเรื่องร่างวิวัฒนาการใหม่ของสุนัขอัคคีเมฆาจากมหาวิทยาลัยจงเทียนก็เปลี่ยนประเด็นไปในพริบตา แต่มันก็เป็นไปได้ไม่นานนัก

สิ้นเสียงคำประกาศของหลินซู่ ไลฟ์สดที่มีคนดูพร้อมกันหลายสิบล้านคนก็เหมือนถูกหยุดเวลาไว้ ชั่วขณะหนึ่งคอมเมนต์หยุดชะงักไปดื้อๆ ก่อนที่เครื่องหมายคำถามจะถาโถมเข้ามาเต็มหน้าจอราวกับพายุ

ทางฝั่งที่นั่งของมหาวิทยาลัยจิงหัว คิ้วของสืออวี่ฮว๋าขมวดเข้าหากันแน่น

เธอสะดุดหูกับคำว่า 'พลิกโฉมประวัติศาสตร์' อย่างจัง เพราะเพิ่งจะใช้คำนี้ในการนำเสนอผลงานของตัวเองไปหมาดๆ

นี่มันหยามกันชัดๆ

แถมยังกล้าเคลมว่าจะสร้างเส้นทางวิวัฒนาการใหม่ๆ ได้เป็นสิบเส้นทางอีกเหรอ?

สืออวี่ฮว๋าส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อ

เธอไม่คิดว่าจะมีผลงานวิจัยบ้าบอคอแตกอะไรที่ทำแบบนั้นได้หรอก

ไอ้เด็กนี่มันแค่อยากดังจนตัวสั่นหรือไง? หรือแค่ชอบเรียกร้องความสนใจ?

มหาวิทยาลัยซานเฉิงปล่อยให้ไอ้เด็กนี่มาทำบ้าอะไรบนเวทีกันเนี่ย?

สืออวี่ฮว๋าหันขวับไปมองฝั่งมหาวิทยาลัยซานเฉิง ก็เห็นว่าทุกคนรวมถึงฉินหนานต่างนั่งหน้าตาระรื่น หนำซ้ำบางคนยังพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับคำประกาศอันโอหังของหลินซู่ซะอีก

ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอรีบยืดตัวตรงและจับจ้องไปที่หลินซู่บนเวทีอย่างไม่วางตา

สิ้นเสียงของหลินซู่ ทั่วทั้งฮอลล์ก็เริ่มมีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเซ็งแซ่ จนกระทั่งเสียงค่อยๆ เบาลง หลินซู่ก็ยิ้มบางๆ แล้วเปิดไฟล์โฮโลแกรมที่เตรียมไว้ เพื่อเริ่มการนำเสนอ

ไม่นานก็มีข้อความสองบรรทัดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

'ร่างวิวัฒนาการรูปแบบใหม่ของเป็ดล้มลุก'

'ผู้วิจัย: หลินซู่ นักวิจัยเต็มตัว สถาบันวิจัยวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยซานเฉิง'

เมื่อเห็นข้อความนี้ ผู้ชมหลายคนก็เริ่มขมวดคิ้ว

เป็ดล้มลุกเนี่ยนะ สัตว์อสูรระดับสูงขั้นกลางเนี่ยนะ?

ต่อให้มีร่างวิวัฒนาการใหม่ มันจะไปเกี่ยวอะไรกับคำคุยโวโอ้อวดที่ไอ้หนุ่มนี่เพิ่งพล่ามไปเมื่อกี้?

และไอ้นักวิจัยที่ชื่อหลินซู่นี่มันใครกัน ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย?

ถึงแม้ในใจของผู้ชมและตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ จะเต็มไปด้วยความกังขา แต่ในเมื่อหลินซู่เริ่มการนำเสนอแล้ว พวกเขาก็มีมารยาทพอที่จะไม่ขัดจังหวะ จึงไม่มีใครส่งเสียงท้วงติงใดๆ

แต่บรรยากาศในไลฟ์สดกลับเดือดพล่านขึ้นมาทันที

[ซากุระส่องดาว: เป็ดล้มลุกเนี่ยนะ? โม้ไว้ซะดิบดี มีน้ำยาแค่นี้เนี่ยนะ?]

[ดาบแห่งการพิพากษา: ลองไปค้นชื่อเขาดูสิ มหาวิทยาลัยซานเฉิงมีนักวิจัยชื่อนี้จริงๆ! มีเครื่องหมายยืนยันตัวตนด้วย!]

[สายน้ำแห่งดวงดาว: หลินซู่เพิ่งเรียนจบ ม.6 เอง ญาติฉันเรียนอยู่ห้องเดียวกับเขา บอกมาเองเลยนะ]

[ศตวรรษแห่งความว่างเปล่า: ห๊ะ? ม.6? ยังไม่เข้ามหาลัยก็เป็นนักวิจัยแล้วเรอะ?]

[ปลาต้มเผ็ดร้านหว่านมิน: ล็อกมงชัดๆ! แบนมัน!]

[...]

คอมเมนต์ด่าทอผสมโรงกับพวกนักเลงคีย์บอร์ดผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำเอาช่องแชทกลายเป็นลานประหารไปในพริบตา

บนเวที หลินซู่ยังคงนำเสนอต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน "เส้นทางวิวัฒนาการนี้ จะทำให้เป็ดล้มลุกซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับสูงขั้นกลาง เลื่อนขั้นเป็นระดับบัญชาการขั้นกลางได้ครับ"

หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อได้ยินแบบนั้น

การวิวัฒนาการข้ามขั้นย่อยได้ถึงสามขั้น ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว สำหรับคนหน้าใหม่ที่อายุน้อยขนาดนี้ การค้นพบเส้นทางวิวัฒนาการระดับนี้ได้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ประวัติการทำงานของเขาโดดเด่นเป็นประกายแล้ว

แต่ว่า...

พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมมหาวิทยาลัยซานเฉิงถึงส่งเด็กคนนี้ขึ้นมา แล้วผีเสื้อศักดิ์สิทธิ์ลายหงส์ของฉินหนานหายไปไหนล่ะ?

"ลำดับต่อไป ผมจะสาธิตขั้นตอนการวิวัฒนาการให้ดูครับ" หลินซู่พูดจบก็พยักหน้าให้ลูกบาศก์หกหน้าทีรออยู่หลังเวที

ลูกบาศก์หกหน้าลอยออกมาพร้อมกับเป็ดล้มลุกและเครื่องวัดพลังงานแบบพกพา รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยของหลินซู่ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้ชม

เอาสัตว์อสูรมาเป็นผู้ช่วยเนี่ยนะ?

ช่างเป็นภาพที่แปลกตาดีแท้ แต่ความสนใจของพวกเขาก็พุ่งไปที่เป็ดล้มลุกในทันที

เป็ดล้มลุกกลืนทรัพยากรวิวัฒนาการเข้าไปจนหมด จากนั้นหัวของมันก็ค่อยๆ ตกลง ดวงตาปิดสนิท ราวกับว่ามันเผลอหลับไปซะงั้น

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? หลับตอนวิวัฒนาการเนี่ยนะ?

แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะประมวลผลทัน แสงแห่งการวิวัฒนาการสีขาวเจิดจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเป็ดล้มลุก ท่ามกลางแสงสว่างนั้น รูปร่างของเป็ดล้มลุกเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว!

เมื่อแสงสว่างจางลง สัตว์อสูรที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาก็คือ สัตว์อสูรตระกูลเป็ดที่ตัวใหญ่กว่าเป็ดล้มลุก มีขนสีทองสลับฟ้าเงางาม ขนหงอนที่หัวม้วนเป็นเกลียว และมีแววตาลึกลับซับซ้อน

แค่นี้ก็วิวัฒนาการเสร็จแล้วเหรอ?

ผู้ชมกะพริบตาปริบๆ มองหน้ากันด้วยความงุนงง

ทรัพยากรวิวัฒนาการก็กินไปแล้ว แต่... ทักษะวิวัฒนาการล่ะ?

แล้วทักษะวิวัฒนาการของฉันหายไปหนายยย?!

อะไรเนี่ย? วิวัฒนาการแบบไม่ต้องใช้ทักษะวิวัฒนาการเหรอ? แค่หลับตาปี๋นอนหลับสักงีบก็วิวัฒนาการได้แล้วเนี่ยนะ...

เดี๋ยวนะ!

หลายคนเริ่มฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งฮอลล์ทันที

หรือว่า... นั่นคือทักษะวิวัฒนาการแบบใหม่?!

สืออวี่ฮว๋าลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาแทบไม่เชื่อสิ่งที่เห็น

ทักษะวิวัฒนาการแบบใหม่!

ในฐานะนักวิจัยระดับหนึ่งที่ได้รับการยอมรับตั้งแต่อายุน้อยๆ เธอจับจุดสำคัญได้ในเสี้ยววินาที

ไม่ทันที่เสียงฮือฮาจะซาลง ข้อความใหม่ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรม ทำเอาเสียงฮือฮากลายเป็นเสียงอุทานด้วยความตกใจสุดขีด

[เผ่าพันธุ์: เป็ดง่วงงุน

ระดับเผ่าพันธุ์: ระดับบัญชาการขั้นกลาง

ธาตุ: น้ำ, พลังจิต

ทักษะพรสวรรค์: กระสุนวารีวิงเวียน (ทักษะหลัก), ฟองน้ำ, สะกดจิต]

ธาตุพลังจิต!

ทักษะวิวัฒนาการแบบใหม่ของเขา คือทักษะวิวัฒนาการสายพลังจิตงั้นเหรอ?!

ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนเก็บอาการไม่อยู่ ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงเก้าอี้กระแทกพื้นดังกลบเสียงฮือฮาไปชั่วขณะ

จางซวี่หยางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ถึงกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว

เมื่อวานตอนที่เจอหลินซู่ครั้งแรก เขาก็มองออกว่าเด็กนี่มันอัจฉริยะ

แต่เขาคิดว่าหลินซู่เป็นอัจฉริยะในเรื่องการต่อสู้ และคงจะฉายแววโดดเด่นตอนเข้ามหาวิทยาลัยนู่น

เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ความเป็นอัจฉริยะในด้านการวิจัยของหลินซู่ จะล้ำหน้ากว่าด้านการต่อสู้ไปไกลลิบ!

ตัวเขาเองพยายามแทบตายกว่าจะได้เกาะใบบุญผู้ใหญ่ในวงการ เพื่อขอมาโชว์หน้าในงานใหญ่ระดับประเทศอย่างการแข่งขันผลงานการเพาะเลี้ยง แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าที่เด็กกว่าเขาตั้งปี กลับได้ขึ้นเวทีในฐานะตัวแทนของมหาวิทยาลัยเพื่อโชว์ผลงานของตัวเองซะแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ผลงานของเด็กคนนี้ดันเจ๋งกว่าผลงานของมหาวิทยาลัยเขาซะอีก!

ความภาคภูมิใจในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยจิงหัวของจางซวี่หยางพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เขานั่งเหม่อมองเด็กหนุ่มบนเวที สมองขาวโพลนไปหมด

ส่วนสืออวี่ฮว๋าที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง เธอรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าจรดกระหม่อม

จบกัน...

แชมป์ของมหาวิทยาลัยจิงหัว... ปลิวซะแล้ว...

นี่มันโดนปล้นชัยชนะกันเห็นๆ!!!

ทักษะวิวัฒนาการธาตุพลังจิต!

ช่องว่างในวงการวิวัฒนาการสัตว์อสูรได้ถูกเติมเต็มแล้วในวันนี้

คำพูดเปิดตัวของเด็กคนนั้นไม่มีตรงไหนที่เกินจริงเลย

ผลงานชิ้นนี้สามารถสร้างเส้นทางวิวัฒนาการใหม่ๆ ได้อีกเป็นสิบๆ เส้นทางจริงๆ

และผลงานแบบนี้แหละ ที่คู่ควรกับคำว่า 'พลิกโฉมประวัติศาสตร์' อย่างแท้จริง!

พอหันกลับมามองผลงานของตัวเอง...

สืออวี่ฮว๋าก็อยากจะแทรกแผ่นดินหนีซะเดี๋ยวนี้ เธอเพิ่งจะใช้คำเดียวกันอวยผลงานตัวเองไปหมาดๆ แต่พอเอามาเทียบกับผลงานของอีกฝ่าย ผลงานของเธอมันก็กลายเป็นแค่ของเด็กเล่นไปเลย

"มาๆ หันมาทางนี้ ยิ้มหน่อยจ้า~"

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู สืออวี่ฮว๋าหันขวับไปมอง ก็ประจันหน้ากับฉินหนานที่แอบย่องมาจากฝั่งมหาวิทยาลัยซานเฉิงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

วินาทีต่อมา เสียงชัตเตอร์ก็ดังรัวเป็นปืนกล

สืออวี่ฮว๋า: "..."

กว่าเธอจะเรียกสติกลับคืนมาได้ ฉินหนานก็วิ่งหัวเราะคิกคักกลับไปนั่งที่เดิมเรียบร้อยแล้ว ทิ้งให้สืออวี่ฮว๋ายืนหน้าดำเป็นตูดหมึกอยู่ตรงนั้น

...

ในไลฟ์สด แชทที่เคยก่นด่าหลินซู่เงียบกริบไปชั่วขณะ เหมือนกับตอนที่หลินซู่พูดประโยคเปิดตัวเป๊ะ ราวกับว่าคนดูหลายสิบล้านคนพากันเน็ตหลุดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

กว่าจะมีคอมเมนต์แรกโผล่ขึ้นมาก็ผ่านไปหลายวินาที

[หลงใหลในความมืด: นี่มัน... ทักษะวิวัฒนาการธาตุพลังจิตที่ไม่มีใครเคยค้นพบมาก่อนนี่นา!]

ราวกับเป็นการปลดล็อก คอมเมนต์ก็ไหลทะลักเข้ามาอีกครั้ง

[ไอดีสำรองของนายเงียบ: พวกนักเลงคีย์บอร์ดที่ด่าพี่หลินซู่เมื่อกี้ไปมุดหัวอยู่ไหนหมดแล้ว? ออกมาสิ! เก่งนักไม่ใช่เหรอ?]

[แมวลายส้ม: ยอมรับว่าเมื่อกี้ปากแจ๋วไปหน่อย หลินซู่เทพโว้ย!]

[shin2009: คำว่า 'เทพ' คำเดียว คงต้องพิมพ์ซักหมื่นรอบถึงจะสาแก่ใจ!]

[...]

คอมเมนต์ด่าทอหายวับไปกับตา ต่อให้มีเกรียนคีย์บอร์ดหลงเหลืออยู่บ้าง ก็โดนชาวเน็ตคนอื่นๆ รุมสับจนเละตุ้มเป๊ะ ช่องแชทกลับมาใสสะอาดอีกครั้ง

หลินซู่ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับแชทในไลฟ์เลย มีสีหน้าแปลกประหลาดเล็กน้อย

เขาทันเห็นตอนที่ฉินหนานแอบไปถ่ายรูปสืออวี่ฮว๋าพอดี

พี่หนานนี่ได้ใจจริงๆ บอกว่าจะทำก็ทำจริงๆ แฮะ!

หลินซู่ดึงสติกลับมา แล้วเริ่มอธิบายต่อ

"อย่างที่ทุกคนเห็น ร่างวิวัฒนาการของเป็ดล้มลุกรูปแบบนี้ ทักษะหลักอย่างกระสุนน้ำจะพัฒนาไปเป็นกระสุนวารีวิงเวียน ซึ่งมันสามารถ..."

"หยุด!"

จู่ๆ ก็มีเสียงตวาดลั่นขัดจังหวะการนำเสนอของหลินซู่

เขาหันไปมองด้วยความตกใจ ต้นเสียงมาจากคณะกรรมการอาวุโสท่านหนึ่ง แม้จะเป็นนักวิจัย แต่บุคลิกของท่านกลับดูองอาจห้าวหาญราวกับทหารผ่านศึก

ชายชราผู้นี้เคยประจำการอยู่แนวหน้าในการต่อสู้กับดินแดนอมตะ สร้างวีรกรรมไว้มากมาย ก่อนจะได้รับบาดเจ็บและผันตัวมาเป็นนักวิจัย ตอนนี้ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยความร้อนรน "เลิกพล่ามเรื่องเป็ดบ้าเป็ดบอนี่สักที ฉันไม่สนเรื่องร่างวิวัฒนาการ! รีบอธิบายเรื่องทักษะวิวัฒนาการมาเดี๋ยวนี้!"

"ใช่ๆๆ รีบอธิบายเรื่องทักษะวิวัฒนาการเร็วเข้า!" พอมีคนเปิด กรรมการคนอื่นๆ ก็ผสมโรงเร่งเร้าทันที

เมื่อเห็นว่าทุกคนใจร้อนกันขนาดนี้ หลินซู่ก็ยิ้มแห้งๆ "ก็ได้ครับ..."

ปฏิกิริยาของทุกคนไม่ได้เกินความคาดหมายของเขาเท่าไหร่นัก

เขากดปิดไฟล์ของเป็ดล้มลุก เปิดไฟล์อีกอันขึ้นมา แล้วใช้ภาพโฮโลแกรมประกอบการอธิบาย

'ทักษะวิวัฒนาการสายพลังจิตรูปแบบใหม่'

'ผู้วิจัย: หลินซู่ นักวิจัยเต็มตัว สถาบันวิจัยวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยซานเฉิง'

เมื่อเห็นข้อความสองบรรทัดนี้ ทุกคนก็ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง

ข้อความบนหน้าจอเป็นเครื่องยืนยันสิ่งที่พวกเขาคิด

นี่คือทักษะวิวัฒนาการสายพลังจิตจริงๆ ด้วย

"ทักษะวิวัฒนาการนี้ ผมตั้งชื่อมันว่า นิทราเข้าฝัน" หลินซู่ประกาศก้อง ในเมื่อทุกคนใจร้อน เขาก็ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป "ต่อไปผมจะสาธิตให้เห็นถึงการใช้งานทักษะนี้ ทั้งในแง่ของความสามารถในการนำไปใช้กับสัตว์อสูรแบบเจาะจง และความสามารถในการประยุกต์ใช้กับสัตว์อสูรทั่วไปครับ"

ทุกคนแอบรู้สึกเหมือนเดินเข้าผิดงาน

นี่มันงานแข่งผลงานการเพาะเลี้ยงนะ ไม่ใช่งานแข่งผลงานการสอนสักหน่อย

เพราะการโชว์ประสิทธิภาพในการสอน มันเป็นเกณฑ์ของงานแข่งผลงานการสอนต่างหาก

แต่เรื่องหยุมหยิมพวกนั้นถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทักษะวิวัฒนาการนี้แหละคือเรื่องคอขาดบาดตายที่สุด

ด้วยความช่วยเหลือจากลูกบาศก์หกหน้า ไม่นานสัตว์อสูรสองตัวก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวที ตัวแรกคือเป็ดล้มลุก ตัวที่สองคือจิ้งจอกสายฟ้า

"สิ่งที่อยู่ในมือผมคือเครื่องวัดระดับคลื่นสมองครับ" หลินซู่ชูเครื่องมือให้ทุกคนดู "ระดับคลื่นสมองเป็นตัวบ่งบอกถึงความตื่นตัวของจิตใจสัตว์อสูร ซึ่งทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว และเมื่อสัตว์อสูรเข้าสู่ภาวะหลับลึก ระดับคลื่นสมองก็ควรจะลดต่ำลงกว่าระดับปกติ"

เขาอธิบายไปพลาง บันทึกค่าคลื่นสมองของสัตว์อสูรทั้งสองตัวในขณะตื่นไปพลาง จากนั้นก็สั่งให้เป็ดล้มลุกใช้ทักษะนิทราเข้าฝัน

ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้ชม ตัวเลขบนเครื่องวัดเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ประมาณห้าเท่าของค่าปกติ

"อัตราความสำเร็จในการสอนทักษะนี้ให้กับเป็ดล้มลุกคือร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เคยล้มเหลวเลยสักครั้งครับ" หลินซู่ยิ้มบางๆ "นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าทักษะนิทราเข้าฝันไม่ได้จำกัดอยู่แค่สัตว์อสูรตัวใดตัวหนึ่ง แต่สามารถนำไปสอนสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เดียวกันตัวอื่นๆ ได้"

"ลำดับต่อไป ผมจะสาธิตผลลัพธ์ของการสอนทักษะนี้ให้กับสัตว์อสูรต่างเผ่าพันธุ์ครับ" หลินซู่ผายมือไปทางจิ้งจอกสายฟ้าที่อยู่ข้างๆ

จิ้งจอกสายฟ้าตัวนี้เขาเตรียมมาเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และมันก็เรียนรู้ทักษะนิทราเข้าฝันเรียบร้อยแล้ว

เมื่อได้รับสัญญาณจากหลินซู่ จิ้งจอกสายฟ้าก็ขดตัวเป็นวงกลม และเข้าสู่สภาวะนิทราเข้าฝันต่อหน้าทุกคน เมื่อเห็นระดับคลื่นสมองที่พุ่งทะยานขึ้นถึงห้าเท่าเหมือนกัน เสียงกระซิบกระซาบก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง หลายคนตื่นเต้นจนเนื้อเต้นเมื่อได้เห็นประสิทธิภาพของทักษะนี้กับตา

พวกเขาแทบจะทนรอให้ประกาศทักษะนี้อย่างเป็นทางการไม่ไหวแล้ว งานวิจัยของพวกเขาจะได้มีทิศทางใหม่ๆ สักที!

หลินซู่ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนดูด้านล่าง เขามองสัตว์อสูรทั้งสองตัวบนเวทีแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

มีแค่สองตัวมันดูน้อยไปหรือเปล่านะ?

แต่เวลาฉุกละหุกแบบนี้ จะให้ไปหาสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์อื่นมาสอนทักษะเพิ่มก็คงไม่ทันแล้ว

หลินซู่ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แสงสีเหลืองนวลวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้า เขาเรียกฉิวฉิวออกมาจากมิติสัตว์อสูรทันที

ด้วยการสื่อสารทางจิตใจ ฉิวฉิวเข้าใจทันทีว่าต้องทำอะไร มันเดินเตาะแตะไปหยุดอยู่ข้างๆ จิ้งจอกสายฟ้าที่กำลังหลับปุ๋ย แล้วก็โชว์สกิลนิทราเข้าฝันต่อหน้าผู้ชมทุกคน

อืม... แบบนี้ก็มีสามตัวแล้ว น่าจะน่าเชื่อถือขึ้นมาอีกนิดล่ะนะ

...

"เหมันต์ไร้รอยงั้นเหรอ?!"

เด็กสาวที่กำลังนอนเอกเขนกดูไลฟ์สดอยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นมานั่งหลังตรงแด่วทันที

เมื่อเห็นเหมันต์ไร้รอยของหลินซู่ใช้ทักษะนิทราเข้าฝันเหมือนกัน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นสุดขีด

ตอนที่ดูหลินซู่นำเสนอทักษะวิวัฒนาการใหม่เมื่อกี้ เธอมัวแต่แหกปากเชียร์ 'พี่หล่อสู้ๆ' จนลืมคิดไปเลยว่ามันจะไปเกี่ยวอะไรกับร่างวิวัฒนาการของเหมันต์ไร้รอย

แต่ตอนนี้ เธอตาสว่างแล้ว

ในเมื่อมีทักษะวิวัฒนาการใหม่โผล่มา การค้นหาร่างวิวัฒนาการของเหมันต์ไร้รอยที่มืดแปดด้านมาตลอด ก็ย่อมมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วสิ

อย่างน้อยโอกาสสำเร็จก็มีมากกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ

แถมสัตว์อสูรของเขาก็เป็นเหมันต์ไร้รอยเหมือนกันอีก

นี่มันหมายความว่าไงน่ะเหรอ?

ก็หมายความว่า นักวิจัยดาวรุ่งพุ่งแรงคนนี้ อนาคตจะต้องหาทางค้นคว้าร่างวิวัฒนาการของเหมันต์ไร้รอย เพื่อแก้ปัญหาให้สัตว์อสูรของตัวเองอย่างแน่นอนน่ะสิ!

คิดได้ดังนั้น เด็กสาวก็ไม่รอช้า รีบเปิดโซเชียลมีเดีย ค้นหาชื่อหลินซู่ แล้วกดติดตามอย่างว่องไว

เธอกัดริมฝีปาก พิมพ์คอมเมนต์ใต้โพสต์ล่าสุดของหลินซู่ทันที

[กู้ซูโม่: ฉันขอเสนอ 1 ล้านเหรียญสมาพันธ์ ไม่ทราบว่าคุณนักวิจัยสนใจจะค้นคว้าร่างวิวัฒนาการของเหมันต์ไร้รอยบ้างไหมคะ?]

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 45 - เลิกพูดพล่ามได้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว