- หน้าแรก
- สองโลกผสานวิวัฒนาการอสูร
- บทที่ 30 - โฉมหน้าที่แท้จริงของดวงตาแนวตั้ง
บทที่ 30 - โฉมหน้าที่แท้จริงของดวงตาแนวตั้ง
บทที่ 30 - โฉมหน้าที่แท้จริงของดวงตาแนวตั้ง
ฉิวฉิวลืมตาขึ้นมาเป็นครั้งที่สามแล้วเงยหน้ามองหลินซู่
"มิ! (òωó)" (ทำได้แล้ว!)
ใบหน้าของหลินซู่ฉายแววประหลาดใจ ความราบรื่นในการเรียนทักษะนิทราเข้าฝันของฉิวฉิวผิดไปจากที่เขาคาดไว้ ตอนแรกเขาคิดว่าฉิวฉิวต้องลองเป็นสิบครั้งขึ้นไปถึงจะเริ่มควบคุมความฝันได้ แต่นี่แค่สามครั้งก็ทำได้แล้ว
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา "ดีมาก งั้นเรามาฝึกกันต่อเลย!"
"มิ!" (โอเค!)
ดวงตาสีฟ้าใสของมันเหลือบมองลูกบาศก์หกหน้าแวบหนึ่ง ฉิวฉิวตัดสินใจว่าคืนนี้ตอนไม่มีคนอื่นอยู่ ค่อยเล่าเรื่องดวงตาแนวตั้งให้หลินซู่ฟัง
...
"อะไรนะ ความฝันของแกมีไอ้ตัวที่เจอในหอคอยสัตว์อสูรวันนั้นโผล่มาด้วยเหรอ" สีหน้าของหลินซู่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
หลังจากฝึกมาทั้งบ่าย ในที่สุดฉิวฉิวก็ทำนิทราเข้าฝันขั้นตอนแรกสำเร็จ สามารถควบคุมความฝันของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะยังตามหลังเป็ดล้มลุกที่ทำขั้นตอนที่สองไปแล้วอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์ก็ดีกว่าที่หลินซู่คาดไว้มาก
ดังนั้นตอนแรกเขาอารมณ์ดีมาก
แต่พอได้ยินสิ่งที่ฉิวฉิวเล่า ความคิดของหลินซู่ก็เปลี่ยนเป็นหนักอึ้งทันที
ตอนที่ไปเรียนทักษะที่หอคอยสัตว์อสูรคราวก่อน ฉิวฉิวเคยบอกแล้วครั้งนึงว่า หลังจากเอาผลึกหินแปะหน้าผาก มันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองมันอยู่
แต่เพราะตอนได้รางวัลชั้นที่สอง ฉิวฉิวไม่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้อีก หลินซู่ก็เลยไม่ได้ใส่ใจ คิดว่าฉิวฉิวเพิ่งเคยใช้ผลึกหินแห่งความฝันของหอคอยสัตว์อสูรเป็นครั้งแรก อาจจะไม่ชินจนเกิดภาพหลอนไปเอง
แต่ตอนนี้มันโผล่มาอีกแล้ว แถมยังเป็นตัวเดิมด้วย ความรู้สึกของหลินซู่จึงเริ่มเปลี่ยนไป
ต้องรู้ก่อนนะว่าคราวที่แล้วเกิดขึ้นที่หอคอยสัตว์อสูรในโลกเสินอู่ แต่คราวนี้เกิดขึ้นบนดาวบลูสตาร์!
พลังแบบไหนกันที่สามารถข้ามขีดจำกัดของสองโลกเพื่อตามรอยมาได้?
นี่ต้องเป็นพลังที่เหนือความเข้าใจของหลินซู่แน่ๆ
หรือว่าเขาและฉิวฉิวถูกตัวตนที่ทรงพลังมากๆ เพ่งเล็งเข้าให้แล้ว?
ความลับเรื่องการข้ามมิติถูกค้นพบแล้วงั้นเหรอ?
จู่ๆ หลินซู่ก็รู้สึกหนักอึ้งในใจอย่างบอกไม่ถูก
หากเป็นอย่างที่เขาคาดเดาจริงๆ สถานการณ์ของเขาและฉิวฉิวคงจะอันตรายมาก
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ไม่ลังเลที่จะเปิดฟังก์ชันวาดรูปในอุปกรณ์สื่อสาร แล้วหันไปมองฉิวฉิว "แกจำได้ไหมว่าไอ้ตัวที่มองแกอยู่หน้าตาเป็นยังไง"
"มิ~" (จำได้สิ~)
"จำได้ก็ดี" หลินซู่ยื่นอุปกรณ์สื่อสารให้ "ลองวาดภาพคร่าวๆ ของไอ้ตัวนั้นจากความทรงจำของแกให้ดูหน่อยสิ"
จากที่ฉิวฉิวเล่า สิ่งที่จ้องมองมันไม่ใช่มนุษย์แน่นอน งั้นก็ต้องเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง
ฉิวฉิวเพิ่งรู้จักสัตว์อสูรได้ไม่กี่สายพันธุ์ ถ้ามันวาดรูปสัตว์อสูรตัวนั้นให้เขาดูได้ บางทีเขาอาจจะหาสายพันธุ์ของสัตว์อสูรตัวนี้เจอก็ได้นะ?
ลองดูสักตั้งเถอะ
ไม่ว่ายังไง เขาก็คงอยู่เฉยๆ ไม่ได้
อุ้งเท้าน้อยๆ ของฉิวฉิวกดลงบนหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร แล้วเริ่มวาดอย่างตั้งใจ ผ่านไปหนึ่งถึงสองนาที มันก็เงยหน้าขึ้นมองหลินซู่
"มิ!" (เสร็จแล้ว!)
หลินซู่รับอุปกรณ์สื่อสารจากมือฉิวฉิวมาพิจารณาดูอย่างละเอียด แล้วสีหน้าของเขาก็ดูแปลกไป
ภาพที่วาดดูเรียบง่ายมาก มีแค่ดวงตาแนวตั้งหนึ่งดวง ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย
ในบรรดาสายพันธุ์สัตว์อสูร มีสายพันธุ์ที่หน้าตาประหลาดๆ อยู่ไม่น้อย สัตว์อสูรที่มีรูปร่างเหมือนดวงตาก็มีให้เห็นบ้าง แต่แบบที่วาดมาง่ายๆ แบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
"มีแค่ดวงตาแนวตั้งดวงเดียวเหรอ มีอย่างอื่นอีกไหม อย่างเช่น ด้านหลังดวงตามีหนวดหรือเปล่า หรือว่ามันงอกอยู่บนวัตถุอะไรไหม" หลินซู่ซักไซ้
"มิ~" (ไม่มีเลยนะ~)
"ไม่มีเลยเหรอ" หลินซู่ขมวดคิ้วแน่นขึ้น เขาชี้ไปที่รูปเกล็ดหิมะขนาดใหญ่ที่ฉิวฉิวจงใจวาดไว้ตรงกลางรูม่านตา "แล้วไอ้นี่ก็อยู่ในดวงตานั้นด้วยเหรอ"
"มิ! มิ!" (ใช่! ในตานั้นมีเกล็ดหิมะอันเบ้อเริ่มเลย!)
"นี่มัน..." คิ้วของหลินซู่ขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม ทำไมเขารู้สึกว่าไม่เคยได้ยินชื่อสัตว์อสูรหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลยนะ?
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ตามสัญชาตญาณ แล้วจู่ๆ สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของฉิวฉิว
"ฉิวฉิว อยู่นิ่งๆ นะ หันหน้ามาตรงๆ หน่อย"
"มิ? (òωó)" (มีอะไรเหรอ?)
ฉิวฉิวทำหน้างงๆ แต่ก็ยอมหันหน้ามาตรงๆ ตามคำบอกอย่างว่าง่าย
หลินซู่ค่อยๆ ยกอุปกรณ์สื่อสารที่แสดงภาพดวงตาแนวตั้งที่ฉิวฉิววาดไว้ขึ้นมาทาบกับใบหน้าของฉิวฉิว โดยกะให้รูปเกล็ดหิมะในดวงตาตรงกับตำแหน่งรอยประทับเกล็ดหิมะบนหน้าผากของฉิวฉิวพอดี
เมื่อมองผ่านหน้าจอ ภาพของเหมันต์ไร้รอยที่มีดวงตาที่สามงอกอยู่บนหน้าผากก็ปรากฏขึ้น
"ให้ตายเถอะ..." สีหน้าของหลินซู่กลายเป็นหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
นี่หลงคิดไปเองจนกลัวแทบแย่เหรอเนี่ย?
พอลองทบทวนจังหวะเวลาสองครั้งที่ฉิวฉิวรู้สึกถึงดวงตาแนวตั้งนี้ หลินซู่ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง "ฉิวฉิว ครั้งแรกที่แกรู้สึกถึงมัน คือตอนที่ใช้ผลึกหินฝึกทักษะในความฝันครั้งแรก ส่วนครั้งที่สองก็ตอนที่ฝึกทักษะนิทราเข้าฝันใช่ไหม"
"มิ!" (ใช่แล้ว!)
หลินซู่ปิดอุปกรณ์สื่อสาร ลูบหัวฉิวฉิว "ทั้งสองครั้งเกี่ยวข้องกับการสัมผัสสายพลังจิตทั้งนั้น ถือเป็นเรื่องปกตินะ"
มองดูฉิวฉิวที่ยังคงมีสีหน้างุนงง เขาก็ยิ้ม "ดวงตาแนวตั้งนี้น่าจะเป็นดวงตาที่สามของแกหลังจากที่วิวัฒนาการเป็นภาพฝันบุปผาเหมันต์ในอนาคต แกก็บอกเองนี่ว่าเห็นแล้วรู้สึกผูกพัน บางทีอาจจะไม่ได้มีใครแอบมองแกอยู่หรอก แต่เป็นเพราะกฎเกณฑ์แห่งความฝันไปกระตุ้นร่างวิวัฒนาการที่ซ่อนอยู่ของแกให้เผยออกมาบางส่วนต่างหาก"
ในฐานะสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งและสายพลังจิต หลังจากที่เหมันต์ไร้รอยวิวัฒนาการเป็นภาพฝันบุปผาเหมันต์แล้ว จะมีดวงตาที่สามงอกขึ้นมาบนหน้าผาก นอกจากนี้รูปร่างหน้าตาก็จะเปลี่ยนไปอย่างมาก และดวงตาที่สามของมันก็ตรงกับลักษณะของดวงตาแนวตั้งดวงนี้เป๊ะเลย
"มิ?! (ω)" (จริงเหรอ?!)
"แน่นอนสิ" หลินซู่เปิดข้อมูลบางอย่างให้ดู "แกดูนี่ นี่คือกรณีที่มีบันทึกไว้บนดาวบลูสตาร์ มังกรเกราะปฐพีตัวหนึ่งบังเอิญสัมผัสกับทรัพยากรธาตุไฟแล้วเกิดอาการภาพหลอน แต่ความจริงแล้วมันมองเห็นชิ้นส่วนร่างกายของร่างวิวัฒนาการใหม่ของมันเอง นั่นคือ มังกรเกราะเพลิง ต่างหากล่ะ"
"หลังจากเกิดกรณีนี้ขึ้น นักวิจัยหลายคนก็พยายามใช้วิธีคล้ายๆ กันนี้ในการศึกษาร่างวิวัฒนาการใหม่ของสัตว์อสูร แต่ผลปรากฏว่าไม่ใช่สัตว์อสูรทุกตัวที่จะมีอาการแบบนี้ได้ จะมีเฉพาะสัตว์อสูรบางตัวที่มีความเข้ากันได้กับร่างวิวัฒนาการสูงมากๆ เท่านั้นที่มีโอกาสเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้..."
ยิ่งพูด หลินซู่ก็ยิ่งตาเป็นประกาย ในที่สุดก็ทนไม่ไหวอุ้มฉิวฉิวโยนขึ้นไปในอากาศ "นี่แสดงว่าแกมีความเข้ากันได้กับร่างวิวัฒนาการสูงกว่าเหมันต์ไร้รอยทั่วไปนะ!"
"มิ!" (เย้!)
ความเข้ากันได้กับร่างวิวัฒนาการที่สูงกว่า หมายความว่าความยากในการวิวัฒนาการของฉิวฉิวจะต่ำกว่าเหมันต์ไร้รอยทั่วไป และโอกาสสำเร็จก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย นี่เป็นข่าวดีสุดๆ ไปเลย
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเส้นทางวิวัฒนาการของเหมันต์ไร้รอยที่เขาจะนำเสนอในดาวบลูสตาร์ในอนาคตได้อย่างแน่นอน
จากที่ตอนแรกได้ยินเรื่องนี้แล้วกังวลและเดาไปต่างๆ นานา ตอนนี้ความกังวลในใจหลินซู่มลายหายไปจนหมดสิ้น
"เอาล่ะ เข้าไปอยู่ในมิติสัตว์อสูรเถอะ เราจะไปฝึกกันต่อที่โลกเสินอู่แล้วนะ" หลินซู่ยิ้มพลางลูบหัวฉิวฉิว "พายุเหมันต์ของแกทะลวงผ่านขั้นสองแล้ว แถมยังเรียนเนตรเหมันต์ได้แล้วด้วย ฉันว่าเราลองไปลุยหอคอยสัตว์อสูรชั้นที่สามดูดีกว่า พอเสร็จจากหอคอยเราก็ค่อยมาฝึกกันต่อ ส่วนฉันก็จะเตรียมตัวสำหรับแข่งนักปรุงด้วย"
ความเข้ากันได้กับร่างวิวัฒนาการของฉิวฉิวสูงขนาดนี้ เขาต้องยิ่งพยายามคว้าแชมป์แข่งนักปรุงมาให้ได้ เพื่อให้ฉิวฉิวได้วิวัฒนาการในสระนิพพาน
"มิ!" (ชั้นที่สาม!)
ฉิวฉิวตัวน้อยเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันลุกโชน
...
โลกเสินอู่
ยามเช้า มู่อวี้ซิงพิงหน้าต่างจิบชาอย่างสบายใจ
ในฐานะนักปรุงระดับแสงตะวัน การปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์เช่นนี้ไม่ดีแน่
เขาเตือนตัวเองในใจ และตั้งใจว่าพอดื่มชาป้านนี้หมด จะไปลองปรุงของเหลวพลังงานระดับจักรพรรดิสูตรใหม่ดู
ทว่าความสนใจของเขากลับถูกดึงดูดด้วยร่างที่กำลังเดินตรงไปยังหอคอยสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว
ไอ้เด็กนี่เพิ่งมาหอคอยสัตว์อสูรเมื่อวาน วันนี้ก็มาอีกแล้วเหรอ?
ในดวงตาของมู่อวี้ซิงฉายแววขบขัน
ผู้ใช้อสูรส่วนใหญ่ที่เพิ่งเริ่มเข้าหอคอยสัตว์อสูรก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ สำหรับพวกเขาแล้ว ผลตอบแทนจากการลุยหอคอยมันช่างเย้ายวนใจเสียเหลือเกิน แต่เมื่อระดับความเชี่ยวชาญทักษะของสัตว์อสูรสูงขึ้น ผลตอบแทนจากการลุยหอคอยก็จะลดลงฮวบฮาบ และยิ่งระดับการเติบโตของสัตว์อสูรสูงขึ้น ความกดดันในการลุยหอคอยก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เมื่อวานหลินซู่ผ่านไปได้แค่สองชั้น พอขึ้นชั้นที่สามก็แพ้หลุดลุ่ย มู่อวี้ซิงคิดว่าวันนี้ก็คงไม่ต่างกันหรอก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงจ้องมองจอภาพขนาดใหญ่หน้าหอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
ก็ใครใช้ให้เจ้านี่เป็นเด็กหนุ่มที่เขาถูกใจล่ะ?
อืม... ได้ข้ออ้างอู้เพิ่มอีกข้อแล้ว
...
"พายุเหมันต์!"
สิ้นเสียงสั่งการของหลินซู่ ฉิวฉิวก็ตวัดกรงเล็บ พายุลมพัดโหมกระหน่ำกวาดเอาเกล็ดหิมะเข้ากลืนกินเหมันต์ไร้รอยชั้นที่สองไปในพริบตา
พายุเหมันต์ขั้นสองช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ฉิวฉิวอย่างมหาศาล จากเดิมที่ต้องสู้ยืดเยื้อในชั้นที่หนึ่งและสอง ตอนนี้กลายเป็นการโจมตีครั้งเดียวจอด แถมไม่ต้องหยุดพักระหว่างทางด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะมองในแง่ของรัศมีการโจมตี ความเร็ว หรือพลังทำลาย พายุเหมันต์ขั้นสองเหนือกว่าขั้นหนึ่งแบบเทียบไม่ติด เมื่อการโจมตีของเหมันต์ไร้รอยฝั่งตรงข้ามยังมาไม่ถึง ฉิวฉิวก็ตวัดกรงเล็บซัดไปแล้ว ผลแพ้ชนะจึงไร้ข้อกังขา
เมื่อเหมันต์ไร้รอยฝั่งตรงข้ามถูกพายุเหมันต์กลืนกิน ฉากรอบตัวก็แตกสลายกลายเป็นฟองสบู่ในพริบตา เหลือเพียงผลึกหินที่ลอยอยู่กลางอากาศและบันไดทอดขึ้นสู่ชั้นที่สาม
คู่ต่อสู้ในชั้นที่สาม จะเป็นเหมันต์ไร้รอยที่ใช้พายุเหมันต์ขั้นสองเหมือนกัน
ดังนั้นหลินซู่จึงไม่ประมาทแม้แต่น้อย หลังจากดึงผลึกหินมาแปะที่หน้าผากฉิวฉิว เขาก็หยิบของเหลวพลังงานสำหรับฟื้นฟูพลังให้ฉิวฉิวออกมาจากกระเป๋า เตรียมไว้ให้มันดื่มหลังจากฝึกในความฝันเสร็จ เพื่อให้มันพร้อมที่สุดสำหรับเผชิญหน้ากับชั้นที่สาม
ไม่นาน ฉิวฉิวก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
"มิ! (òωó)" (พายุเหมันต์ก้าวหน้าไปอีกแล้ว!)
"ก้าวหน้าก็ดีแล้ว" หลินซู่ยิ้ม
ผลึกหินจากชั้นที่หนึ่งและสอง ช่วยให้ฉิวฉิวฝึกพายุเหมันต์ได้ 60 ครั้ง
การทะลวงพายุเหมันต์จากขั้นสองไปขั้นสาม อาจจะต้องฝึกเป็นหมื่นครั้ง การเพิ่มขึ้นแค่ 60 ครั้งถือว่าน้อยนิด แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พายุเหมันต์ที่เพิ่งทะลวงขั้นสองมามีความชำนาญมากขึ้นแล้ว
ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าในชั้นที่สาม
ถ้าเดาไม่ผิด เหมันต์ไร้รอยตัวนั้นในชั้นที่สาม น่าจะมีความชำนาญพายุเหมันต์สูงกว่าฉิวฉิว
แต่ฉิวฉิวก็มีความได้เปรียบของมันอยู่ นั่นคือทักษะใหม่ที่เพิ่งเรียนมาอย่างเนตรเหมันต์
แม้จะอยู่แค่ขั้นหนึ่ง แต่การมองเห็นที่ดีขึ้นก็ช่วยในการต่อสู้ได้มหาศาล
ดังนั้นฉิวฉิวก็ยังมีลุ้นชนะอยู่
"รีบฟื้นฟูพลังซะนะ" หลินซู่ยื่นของเหลวพลังงานในมือให้
"มิ!" (โอเค!)
"ป๊อก~ อึกๆๆ~"
...
มองดูคำว่า "หลินซู่ ชั้นที่สอง" บนจอภาพขนาดใหญ่ มู่อวี้ซิงก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
การที่หลินซู่ผ่านชั้นที่สองได้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับเขา
แต่ทำไมถึงรู้สึกว่า... หมอนี่ผ่านหอคอยเร็วเกินไปหน่อยไหม?
แทบจะทันทีที่ผ่านชั้นที่หนึ่ง ก็ทะลุผ่านชั้นที่สองต่อเลย
เขาผ่านชั้นที่หนึ่งไปได้โดยไม่ได้ให้สัตว์อสูรฟื้นฟูพลังกายเลย แล้วก็ผ่านชั้นที่สองไปเลยงั้นเหรอ?
หรือว่าเมื่อวานหมอนี่ระวังตัวเกินไป ก็เลยแวะพักกลางคัน พอวันนี้รู้ว่าไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้น ก็เลยผ่านรวดสองชั้น เอาของรางวัลแล้วก็กลับเลย?
อืม... ก็เป็นไปได้นะ
มู่อวี้ซิงคิดในใจ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลินซู่ผ่านชั้นที่สองมาได้พักใหญ่แล้ว
แต่ยังไม่ออกมา หรือว่าหมอนี่คิดจะลองชั้นที่สามดูอีก?
หลินซู่ที่กำลังลุยหอคอยอยู่ย่อมไม่รู้ความคิดของมู่อวี้ซิงข้างนอก ถ้าเขารู้ เขาคงตอบกลับไปว่า...
ไม่ได้คิดจะลองเว้ย ลุยอยู่โว้ย
เมื่อเผชิญหน้ากับเหมันต์ไร้รอยที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นในชั้นที่สาม หลินซู่ก็ไม่ลังเลที่จะออกคำสั่งทันที
"เปิดใช้เนตรเหมันต์ตลอดเวลา ใช้รอยหิมะเคลื่อนที่เร็ว หาจังหวะปล่อยพายุเหมันต์!"
ดอกไม้น้ำแข็งซ้อนกันเป็นชั้นๆ เบ่งบานใต้เท้าของฉิวฉิว ดวงตาของมันถูกปกคลุมด้วยไอเย็นยะเยือก รูม่านตาสีฟ้าสวยราวกับธารน้ำแข็งดูเหมือนจะมีหมอกน้ำแข็งจางๆ ปกคลุมอยู่
ภายใต้ผลของเนตรเหมันต์ ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าลงไปหมด แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของมันเอง ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ เหมันต์ไร้รอยฝั่งตรงข้ามกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ดอกไม้น้ำแข็งใต้เท้าของมันกะพริบถี่ เส้นทางการเคลื่อนไหวกลายเป็นเส้นโค้งที่ไม่แน่นอน พุ่งเข้าหาศัตรูเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
เหมันต์ไร้รอยฝั่งตรงข้ามเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
มันรอคอยอย่างใจเย็นจนกระทั่งฉิวฉิวเข้ามาในรัศมีการโจมตี ก่อนจะตวัดกรงเล็บฟาดออกไปโดยไม่ลังเล
เช่นเดียวกับการลุยหอคอยครั้งก่อน พายุที่หอบเอาเกล็ดหิมะถาโถมเข้าใส่ราวกับภูเขาหิมะถล่ม กวาดล้างเข้าใส่ฉิวฉิวอย่างบ้าคลั่ง
แววตาของฉิวฉิวเย็นเยียบขึ้น แม้พายุหิมะจะรุนแรงแค่ไหน ก็ไม่อาจบดบังวิสัยทัศน์ของมันได้เลยแม้แต่นิดเดียว
โลกในสายตาของมันช้าลง พายุหิมะช้าลง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวล้วนช้าลงในวินาทีนี้!
เห็นแล้ว!
ฉิวฉิวมองเห็นวิถีการเคลื่อนที่ของเกล็ดหิมะทุกเกล็ดในพายุอย่างชัดเจน มองเห็นร่องรอยการหมุนวนและการเสียดสีในพายุ และมองเห็นจุดตกของพวกมัน
มันหลบได้!
กลุ่มดอกไม้น้ำแข็งใต้เท้าเบ่งบาน ร่างสีขาวราวกับพุ่งผ่านไปบนหิมะอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วที่เร็วดุจภูตผี ฉิวฉิวหลบพายุหิมะที่พัดโหมกระหน่ำได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่เหมันต์ไร้รอยฝั่งตรงข้ามจะทันตั้งตัว มันก็พุ่งเข้าประชิดแล้วเงื้ออุ้งเท้าขึ้น
ในอุ้งเท้าน้อยๆ ของมัน มีเกล็ดหิมะปลิวว่อน มีพายุหมุนบ้าคลั่ง!
นั่นไม่ใช่แค่พายุเหมันต์ธรรมดา แต่เป็นการผสานระหว่างเป่าหิมะและพายุเหมันต์ ทั้งสองทักษะที่ถึงขั้นสองแล้วไม่จำเป็นต้องพ่นออกจากปากอีกต่อไป บัดนี้มันผสานเข้าด้วยกันอย่างเงียบเชียบในอุ้งเท้าของฉิวฉิว กลายเป็นพลังที่เกรี้ยวกราดที่สุด หอบเอาอานุภาพที่ไม่อาจต้านทานราวกับยอดเขาถล่ม ฟาดเข้าใส่เหมันต์ไร้รอยที่กำลังตื่นตระหนกจนมิด
พายุหิมะหยุดนิ่ง ทุกสิ่งรอบตัวแตกสลายราวกับฟองสบู่
"ฉิวฉิว เก่งมาก!" หลินซู่ฉีกยิ้มกว้าง อุ้มฉิวฉิวขึ้นมาปลอบโยน
นอกหอคอยสัตว์อสูร มู่อวี้ซิงเบิกตากว้างจ้องมองคำว่า "หลินซู่ ชั้นที่สาม" ที่โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันด้วยสีหน้าตกตะลึง ถึงขนาดว่าถ้วยชาในมือเอียงจนน้ำร้อนลวกขากางเกงก็ยังไม่รู้ตัว
ชั้นที่สาม... ผ่านแล้วงั้นเหรอ?
นี่เพิ่งมาหอคอยสัตว์อสูรเป็นครั้งที่สองเองนะ?
พัฒนาการเร็วเกินไปแล้วมั้งเนี่ย?!
(จบแล้ว)