- หน้าแรก
- สองโลกผสานวิวัฒนาการอสูร
- บทที่ 28 - รูบิกหกหน้า
บทที่ 28 - รูบิกหกหน้า
บทที่ 28 - รูบิกหกหน้า
"พยายามเข้านะฉิวฉิว ลองดูอีกครั้ง"
ภายในห้องฝึกซ้อมอัจฉริยะที่ถูกตั้งค่าเป็นโหมดการสอนแบบแมนนวล หลินซู่พูดให้กำลังใจพร้อมรอยยิ้ม
"มิ!" (ได้เลย!)
ภายในดวงตาสีฟ้าใสดุจน้ำแข็งของฉิวฉิว ค่อยๆ มีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านขึ้นมา ไอเย็นนั้นควบแน่นลึกลงไปในรูม่านตา ราวกับเคลือบดวงตาอันงดงามของมันไว้ด้วยชั้นน้ำแข็ง
หลินซู่อดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ เบิกตากว้างจ้องมองความเปลี่ยนแปลงในดวงตาของฉิวฉิว
ทักษะเนตรเหมันต์นี้ ฉิวฉิวฝึกมาเกือบร้อยครั้งแล้ว ครั้งล่าสุดที่ล้มเหลวก็เกิดปัญหาขึ้นตอนที่กำลังรวบรวมไอเย็นนี่แหละ
ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะสำเร็จหรือเปล่านะ
ไอเย็นเข้ามาปกคลุมรูม่านตาของฉิวฉิวไปกว่าครึ่งอย่างรวดเร็ว และยังคงแผ่ขยายต่อไปเรื่อยๆ
เจ็ดส่วน... แปดส่วน... เก้าส่วน!
ในที่สุด ไอเย็นก็ปกคลุมรูม่านตาของฉิวฉิวจนมิด ราวกับมีหมอกน้ำแข็งมาปกคลุมดวงตาสีฟ้าใสนั้นไว้ ทำให้ดวงตาที่เคยงดงามดั่งธารน้ำแข็งดูสวยงามและดูลึกลับยิ่งขึ้นไปอีก
โลกในสายตาของฉิวฉิวเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าลง การเคลื่อนไหวของหลินซู่ช้าลง การปลิวของเกล็ดหิมะช้าลง ทิศทางของสายลมก็ชัดเจนขึ้น พายุหิมะและเกล็ดน้ำแข็งตรงหน้าไม่อาจบดบังวิสัยทัศน์ของมันได้อีกต่อไป
ไม่ใช่สิ
ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งรอบตัวช้าลง แต่ประสาทสัมผัสของมันต่างหากที่เร็วขึ้น
"มิ! (≧ω≦)" (ฉันทำได้แล้ว!)
"ทำได้ก็ดีแล้ว" หลินซู่ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วยิ้ม "เนตรเหมันต์ใช้พลังงานไม่เยอะ ดังนั้นในการฝึกซ้อมหลังจากนี้ แกต้องเปิดใช้เนตรเหมันต์ตลอดเวลานะ จะได้ชำนาญทักษะนี้ไวๆ"
"มิ!" (รับทราบ!)
"เอาล่ะ ต่อไปเรามาเริ่มเรียนพรต้านเหมันต์กันเถอะ" สีหน้าของหลินซู่แฝงไปด้วยความคาดหวัง
ไม่ว่าจะเป็นทักษะเป่าหิมะที่เรียนไปก่อนหน้านี้ หรือเนตรเหมันต์ที่ฉิวฉิวเพิ่งเรียนไปเมื่อกี้ ล้วนเป็นทักษะที่มีอยู่ทั้งในโลกเสินอู่และดาวบลูสตาร์ และวิธีการสอนในโลกเสินอู่ก็กระชับกว่าดาวบลูสตาร์มาก
ดังนั้นการเลือกใช้วิธีการสอนจากโลกเสินอู่มาสอนฉิวฉิว สำหรับเขาแล้วก็ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่ง
แต่ทักษะพรต้านเหมันต์นี้ยังไม่ถูกค้นพบในโลกเสินอู่ หลินซู่จึงทำได้เพียงใช้วิธีการสอนทั่วไปของดาวบลูสตาร์เท่านั้น
พรต้านเหมันต์ไม่ใช่ทักษะเป่าหิมะ วิธีการสอนทักษะนี้ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ต้องใช้แต้มผลงานในการแลกเปลี่ยนมา หลินซู่ต้องเสียแต้มผลงานไปถึงสองร้อยแต้มกว่าจะได้วิธีการสอนทักษะนี้มา
"ฉิวฉิว เรามาดูวิดีโอภาพสโลว์โมชันตอนที่สัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งตัวอื่นใช้พรต้านเหมันต์กันก่อนนะ" หลินซู่หยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา เปิดไฟล์เอกสารการสอนต่างๆ ที่ได้มาพร้อมกับการแลกแต้มผลงาน "พอดูวิดีโอจบ ฉันจะอธิบายเส้นทางการไหลเวียนพลังให้แกฟังนะ"
"มิ!" (เข้าใจแล้ว!)
มันกระโดดขึ้นมาอยู่บนตักของหลินซู่สองสามก้าว หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรก็เริ่มศึกษาวิดีโอการสอนกัน
...
"ควบคุมพลังของแกให้ไหลมารวมกันที่จุดนี้ แล้วก็ตรงนี้..."
"ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง~"
เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารขัดจังหวะคำพูดของหลินซู่
เขากำลังสอนฉิวฉิวฝึกทักษะพรต้านเหมันต์อยู่
หลังจากศึกษาวิดีโอการสอนแล้ว หลินซู่ก็เริ่มแนะแนวทางให้ฉิวฉิวฝึกตามเส้นทางการไหลเวียนพลังของทักษะนี้ แต่ความยากในการสอนทักษะนี้ก็สูงสมคำร่ำลือจริงๆ หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรลองผิดลองถูกกันมาหลายสิบครั้งแล้ว แต่ก็ยังจับความรู้สึกตอนใช้ทักษะไม่ได้เลย
"เราพักกันก่อนเถอะ" หลินซู่ก้มลงลูบหัวฉิวฉิว ใบหน้าเปื้อนยิ้มปลอบโยน "ไม่เป็นไรหรอก แค่แป๊บเดียวแกก็เรียนเนตรเหมันต์ได้แล้ว แกเก่งมากแล้วล่ะ"
"มิ... (*ω)" (พรต้านเหมันต์ยากจัง...)
หลินซู่ยิ้ม เปิดอุปกรณ์สื่อสารดูข้อความ แล้วใบหน้าก็ปรากฏแววดีใจ "ฉิวฉิว เราค่อยไปเรียนพรต้านเหมันต์ต่อที่โลกเสินอู่กันดีกว่านะ บางทีพอย้ายที่ เปลี่ยนบรรยากาศ อาจจะมีแรงบันดาลใจขึ้นมาก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก"
"มิ?" (แต่ตอนนี้เพิ่งเที่ยงเองนะ?)
"เราไปกินข้าวกันก่อน" หลินซู่ชูอุปกรณ์สื่อสารให้ดู "อีกสี่สิบนาที สัตว์อสูรและทรัพยากรที่ต้องใช้ในโปรเจกต์วิจัยกำลังจะมาส่งแล้ว บ่ายวันนี้ภารกิจของแกคือตามพวกเป็ดล้มลุกไปเรียนทักษะนิทราเข้าฝันนะ"
"มิ!" (จับเป็ด!)
หลินซู่หลุดหัวเราะ ปิดห้องฝึกซ้อมแล้วอุ้มฉิวฉิวเดินไปทางโรงอาหาร
ที่สวนในโลกเสินอู่ เจ้าของร่างเดิมก็เลี้ยงเป็ดล้มลุกไว้หลายตัวเหมือนกัน สัตว์อสูรธาตุน้ำพวกนี้ดูหน้าตาเด๋อด๋า แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์อสูรหน้าตาแบ๊วๆ และพอฉิวฉิวสนิทกับพวกมัน ก็ชอบวิ่งไล่จับเป็ดเล่นเป็นประจำ
อืม... ส่วนพวกเป็ดล้มลุกจะชอบเล่นด้วยหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ หลินซู่ที่อุ้มฉิวฉิวกลับมาถึงสถาบันวิจัยก็สังเกตเห็นรถบรรทุกคันใหญ่จอดอยู่หน้าประตูทันที รถบรรทุกคันนั้นสูงเท่าตึกสองสามชั้น ตู้บรรทุกสินค้าด้านหลังใหญ่โตมโหฬารมาก แถมยังมีโลโก้ของสมาคมผู้ใช้อสูรติดอยู่ที่ตัวรถด้วย
ได้เวลาส่งเสบียงสำหรับงานวิจัยแล้วสินะ หรือว่าจะเป็นคันนี้?
พวกเป็ดล้มลุกกับทรัพยากรเหนือธรรมชาติต่างๆ อยู่ในรถคันนี้งั้นเหรอ
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินซู่ก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้นทันที
"เอ๊ะ?" พนักงานขนส่งร่างบึกบึนที่ยืนอยู่ข้างรถยื่นมือมาขวางเขาไว้ "พ่อหนุ่ม ในรถมีอุปกรณ์วิจัยสำคัญอยู่นะ อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้"
"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าเป็นอุปกรณ์ของโปรเจกต์นักวิจัยฉินหนานหรือเปล่าครับ" เมื่อเดินเข้าไปใกล้รถบรรทุก หลินซู่ก็ได้ยินเสียงร้อง "ก๊าบๆ" ดังแว่วมาจากข้างใน ก็รู้ทันทีว่าตัวเองเดาถูก
"ใช่แล้ว" พนักงานขนส่งอดไม่ได้ที่จะมองหลินซู่อีกครั้ง "นายคือ?"
"สวัสดีครับ ผมชื่อหลินซู่ นี่บัตรประจำตัวครับ" หลินซู่หยิบบัตรประจำตัวออกมาให้พนักงานขนส่งดู "นักวิจัยฉินน่าจะบอกไว้ล่วงหน้าแล้ว งั้นผมขอเซ็นรับของเลยได้ไหมครับ"
"ได้สิ ไม่คิดเลยนะว่านายจะอายุน้อยขนาดนี้ แล้วยังเป็นนักวิจัยอีกต่างหาก" พนักงานขนส่งหัวเราะร่วน แล้วเปิดประตูตู้บรรทุกสินค้าให้ "นายตรวจดูของก่อนละกัน"
เมื่อประตูตู้บรรทุกสินค้าเปิดออก เสียงที่ได้ยินแว่วๆ เมื่อกี้ก็ดังชัดเจนขึ้นมาทันที เมื่อมองดูกรงเลี้ยงที่ตั้งเรียงรายอยู่ในตู้บรรทุกสินค้า ซึ่งภายในมีเป็ดล้มลุกอยู่ตัวละกรง พวกมันต่างก็จ้องมองมาที่เขาพร้อมกับส่งเสียงร้อง "ก๊าบๆ" ดังระงม หลินซู่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองหลงเข้ามาในตลาดสดเลยทีเดียว
โอเค สัตว์อสูรไม่ใช่ของกิน จะนับว่าเป็นผักปลาในตลาดไม่ได้
ฉิวฉิวที่โผล่หัวออกมาจากอ้อมแขนของหลินซู่เมื่อได้ยินเสียง มองดูฝูงเป็ดล้มลุกขนสีขาวที่มีลายเกลียวคลื่นสีฟ้าด้วยความตื่นเต้น
"มิ~ มิ!" (เป็ดเยอะแยะเลย~ จับเป็ด!)
หลินซู่เดินเข้าไปในตู้บรรทุกสินค้าเพื่อนับจำนวนกรงเป็ดล้มลุกอย่างคร่าวๆ เมื่อเห็นว่าครบถ้วน เขาก็พยายามละสายตาจากฝูงเป็ดล้มลุก หันไปนับจำนวนทรัพยากรเหนือธรรมชาติต่างๆ และไม่นานก็พยักหน้าอย่างพอใจ
เยี่ยมมาก ทั้งจำนวนสัตว์อสูรและทรัพยากรเหนือธรรมชาติตรงตามรายการเป๊ะ
แต่ว่า... เหมือนขาดอะไรไปอย่างนึงหรือเปล่านะ?
เขาอดไม่ได้ที่จะเดินออกจากรถบรรทุก แล้วหันไปถามพนักงานขนส่ง "ขอโทษนะครับ จำนวนเป็ดล้มลุกกับทรัพยากรเหนือธรรมชาติครบถ้วนดีครับ แต่ว่าเหมือนจะขาดสัตว์อสูรที่ใช้ทักษะสะกดจิตขั้นสามไปตัวนึงหรือเปล่าครับ"
"อ๋อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ" พนักงานขนส่งเกาหัว "ไม่ต้องห่วง ไม่ขาดหรอก"
พูดจบเขาก็หัวเราะหึๆ ใต้เท้าปรากฏเส้นแสงสีฟ้าสดใสถักทอกันจนเกิดเป็นพายุพลังงานขนาดย่อมพัดวนอยู่รอบตัว
เชี่ย...
คุณลุงพนักงานขับรถบรรทุกคนนี้ เป็นถึงผู้ใช้อสูรระดับปรมาจารย์เลยเหรอเนี่ย
หลินซู่ถึงกับอึ้ง
เมื่อวงเวทย์สีฟ้าสดใสวาดเสร็จสมบูรณ์ สัตว์อสูรหน้าตาประหลาดตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขา
รูปร่างของมันดูเหมือนลูกบาศก์ที่ลอยหมุนวนอยู่กลางอากาศ แต่ละด้านมีใบหน้าคล้ายคนประดับอยู่ แต่ละหน้าก็แสดงสีหน้าแตกต่างกันไป
นี่มัน...
ลูกบาศก์หกหน้านี่นา?
หลินซู่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาสแกนตามสัญชาตญาณ
[หมายเลขลำดับ IAM-0373
ชื่อเผ่าพันธุ์: ลูกบาศก์หกหน้า
ระดับเผ่าพันธุ์: ระดับบัญชาการขั้นต่ำ
ธาตุ: สายพลังจิต, สายพลังจิตเคลื่อนย้าย
ระดับการเติบโต: ระดับบัญชาการ
ค่าพลังงานปกติ: 6.3 หมื่น P
ทักษะพรสวรรค์: แทรกแซงอารมณ์ (ทักษะหลัก), สะกดจิต, พลังจิตเคลื่อนย้าย]
ตัวจริงเสียงจริงเลยแฮะ!
หลินซู่อดไม่ได้ที่จะมองดูลูกบาศก์หกหน้าที่ลอยเข้ามาใกล้ด้วยความสนใจ
สัตว์อสูรสายพันธุ์นี้แม้จะเป็นเพียงระดับบัญชาการขั้นต่ำ แต่ก็ค่อนข้างหายากทีเดียว
เนื่องจากมันครอบครองทั้งสายพลังจิตและสายพลังจิตเคลื่อนย้ายซึ่งหาได้ยากมาก ลูกบาศก์หกหน้าจึงถือว่าเป็นสัตว์อสูรที่ล้ำค่าสุดๆ
ตอนแรกหลินซู่คิดว่าสัตว์อสูรที่จะถูกส่งมาช่วยงานคือ ผีเสื้อมายา ซึ่งเป็นร่างก่อนวิวัฒนาการของผีเสื้อแสงเทวะ เพราะมันก็เป็นสายพลังจิตและสามารถเรียนรู้ทักษะสะกดจิตได้
สายพลังจิตและสายพลังจิตเคลื่อนย้ายต่างก็ใช้เจตจำนงของสัตว์อสูรเป็นแหล่งพลังงาน แต่เนื่องจากรูปแบบการแสดงออกต่างกัน จึงถูกแยกออกเป็นสองธาตุ พูดง่ายๆ ก็คือ ทักษะสายพลังจิตมักจะเป็นทักษะที่ส่งผลโดยตรงต่อจิตใจ เช่น ภาพลวงตา หรือการสะกดจิต ส่วนสายพลังจิตเคลื่อนย้ายจะแสดงผลในรูปแบบของการควบคุมสิ่งของระยะไกล เป็นต้น
ลูกบาศก์หกหน้าไม่สามารถเปล่งเสียงได้ แต่เมื่อมันลอยเข้ามาใกล้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของหลินซู่
"สวัสดี!"
ฉิวฉิวที่อยู่ในอ้อมแขนเอียงคอทำหน้าสงสัย ดูเหมือนมันก็จะได้ยินเสียงนั้นเหมือนกัน
"มิ?" (ทำไมฉันถึงฟังนายรู้เรื่องล่ะ?)
นี่มัน...
หลินซู่มองฉิวฉิวแวบหนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าฉายแววประหลาดใจ
"นี่คือทักษะการสอนสายพลังจิตที่สัตว์อสูรของฉันมี ชื่อว่า สื่อใจ น่ะ" พนักงานขนส่งหัวเราะหึๆ "ด้วยทักษะนี้ ถึงจะไม่มีการสื่อสารทางจิตใจผ่านมิติสัตว์อสูร นายก็สามารถพูดคุยกับสัตว์อสูรของฉันได้ตามปกติ"
"พอดีช่วงนี้ฉันต้องออกไปทำธุระข้างนอกสักพัก งานยุ่งมากจนไม่มีเวลาฝึกสัตว์อสูร พอเห็นสมาคมผู้ใช้อสูรมีภารกิจชั่วคราวประกาศหาสัตว์อสูรที่ใช้ทักษะสะกดจิตขั้นสามได้ ฉันก็เลยอาสารับงานนี้ให้มันมาช่วยงานซะเลย" พนักงานขนส่งตบรถบรรทุกเบาๆ "แล้วก็ถือโอกาสรับบทเป็นคนขับรถมาส่งของให้ด้วยเลย"
อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง
หลินซู่เพิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใช้อสูรระดับปรมาจารย์ที่ฝีมือไม่ธรรมดาคนนี้ถึงได้มารับจ๊อบส่งของให้เขา ที่แท้ก็เป็นเพราะแบบนี้นี่เอง
"ทักษะสะกดจิตขั้นสามที่นายต้องการ สัตว์อสูรของฉันทำได้ตั้งนานแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม" พนักงานขนส่งถาม
"ไม่มีปัญหาเลยครับ" หลินซู่พยักหน้าหงึกหงัก "ขอบคุณมากเลยนะครับ!"
การมีสัตว์อสูรที่สามารถพูดคุยกับมนุษย์ได้จะช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้นเยอะ แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกทักษะนิทราเข้าฝันได้อย่างมากอีกด้วย เขาดีใจจนแทบเนื้อเต้นเลยล่ะ
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก" พนักงานขนส่งโบกมือ "ไม่ได้ทำฟรีๆ ซะหน่อย สัตว์อสูรของฉันมาร่วมโปรเจกต์วิจัยนี้ สมาคมผู้ใช้อสูรจะให้แต้มผลงานฉันวันละห้าแต้ม ภารกิจแบบที่ได้แต้มผลงานโดยไม่ต้องออกไปล่าสัตว์อสูรนอกเมืองแบบนี้น่ะ แย่งกันทำจะตายไป"
พอได้ยินแบบนั้น ลูกบาศก์หกหน้าก็หมุนติ้ว หันด้านที่ทำหน้าบึ้งตึงไปทางผู้ใช้อสูรของมันเพื่อแสดงความไม่พอใจ
"เฮ้อ แกเป็นสัตว์อสูรที่โตแล้วนะ ต้องหัดหาทรัพยากรสำหรับฝึกตัวเองบ้างสิ" พนักงานขนส่งหัวเราะร่วนพลางตบลูกบาศก์หกหน้า มือใหญ่ๆ ราวกับพัดใบกล้วยของเขาจับลูกบาศก์หมุนเอาด้านที่ทำหน้ายิ้มแย้มหันกลับมาหาตัวเอง "มา ยิ้มหน่อยสิ"
หลินซู่: "..."
ฉิวฉิว: "..."
ลูกบาศก์หกหน้า: "..."
คุณลุงพนักงานขนส่งคนนี้ เป็นคนตลกดีนะเนี่ย
"สัตว์อสูรของฉันเป็นสายพลังจิตเคลื่อนย้าย ช่วยนายยกของได้ด้วยนะ ถ้าของไม่มีปัญหาอะไร ก็เซ็นรับในใบส่งของได้เลย พอแกขนอุปกรณ์วิจัยของนายลงเสร็จ ฉันก็จะได้ไปสักที" หลังจากหยอกล้อกับลูกบาศก์หกหน้าเสร็จ พนักงานขนส่งก็หัวเราะร่าพร้อมกับสั่งงานสัตว์อสูรของตัวเอง
หลินซู่อดขำไม่ได้ขณะที่ให้ลูกบาศก์หกหน้าใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายช่วยขนของลงมา หลังจากที่รถบรรทุกแล่นออกไป เขาก็หันไปมองลูกบาศก์หกหน้าแล้วยิ้มให้ "ช่วงหลายวันนี้เราต้องอยู่ด้วยกันแล้วนะ นายมีชื่อหรือเปล่า"
"ฉันชื่อฉินฟาง" เสียงของลูกบาศก์หกหน้าฟังดูหงุดหงิดนิดหน่อย เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอใจที่ผู้ใช้อสูรเอาตัวเองมาขายแรงงานแบบนี้
ชื่อของลูกบาศก์หกหน้าฟังดูไม่เหมือนชื่อสัตว์อสูรเลย แต่เหมือนชื่อคนมากกว่า การตั้งชื่อสัตว์อสูรให้คล้ายกับชื่อคนเป็นเรื่องปกติในหมู่ผู้ใช้อสูร หลายคนมักจะใช้นามสกุลของตัวเองมาตั้งเป็นชื่อสัตว์อสูร
"ฉินฟางเหรอ โอเค" หลินซู่ยิ้ม "เรามาคุยเรื่องสนุกๆ กันดีกว่า อย่างเช่น... นายชอบกินก้อนพลังงานรสอะไรล่ะ"
"รสเปปเปอร์มินต์!" พอพูดถึงของกิน อารมณ์บูดๆ ของลูกบาศก์หกหน้าเมื่อกี้ก็ปลิวหายไปในพริบตา มันหมุนตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันด้านที่ทำหน้าดีใจมาทางหลินซู่แล้วส่ายไปมา
"โอเค เดี๋ยวเราช่วยกันขนพวกเป็ดล้มลุกกับทรัพยากรไปที่ห้องแล็บกันก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะเอาแต้มไปแลกก้อนพลังงานรสเปปเปอร์มินต์มาให้ ไว้เป็นเสบียงเสริมตอนนายช่วยฝึก" หลินซู่ยิ้ม
"ไม่ต้อง!" ลูกบาศก์หกหน้าโพล่งขึ้นมาทันที
"หืม? นายไม่อยากได้ก้อนพลังงานเหรอ" หลินซู่ถามด้วยความประหลาดใจ
"ไม่ต้องให้นายขน ฉันขนเอง!" ลูกบาศก์หกหน้าพุ่งนำหน้าเข้าไปในประตูสถาบันวิจัย ตามมาด้วยกองทรัพยากรมหึมาและกรงเป็ดล้มลุกที่ลอยตามหลังมาติดๆ ด้วยพลังจิตเคลื่อนย้าย ดูราวกับขบวนรถไฟเลยทีเดียว "ลิฟต์ขนของอยู่ไหน"
"อ้อ แล้วก็ นายอยากให้ฉันใช้ทักษะสะกดจิตช่วยใช่ไหมล่ะ แค่มีก้อนพลังงานรสเปปเปอร์มินต์ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก!"
"แล้วก็ๆ ก้อนพลังงานระดับหนึ่งไม่เอานะ ฉันจะเอาระดับสอง"
สีหน้าของหลินซู่เริ่มดูไม่จืด
ลูกบาศก์หกหน้าตัวนี้ นิสัยเหมือนคุณลุงพนักงานขนส่งคนนั้นเปี๊ยบเลย
ก้อนพลังงานสำหรับสัตว์อสูรระดับบัญชาการไม่ใช่ระดับหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นระดับสอง ซึ่งราคาแพงกว่าระดับหนึ่งมาก ต่อให้ใช้แต้มผลงานแลก ก็ต้องใช้ถึงสองแต้มต่อหนึ่งก้อน
แต่การมีสัตว์อสูรระดับบัญชาการที่ใช้ทักษะสะกดจิต พลังจิตเคลื่อนย้าย และยังพูดคุยกับมนุษย์ได้มาช่วยงาน หลินซู่ก็คิดว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มซะอีก
หลินซู่ส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วอุ้มฉิวฉิวเดินตามไป
"ช้าหน่อยๆ ลิฟต์ขนของอยู่ทางนี้ นายไปผิดทางแล้ว!"
(จบแล้ว)