- หน้าแรก
- สองโลกผสานวิวัฒนาการอสูร
- บทที่ 17 - การเริ่มต้นใหม่และคนคุ้นหน้า
บทที่ 17 - การเริ่มต้นใหม่และคนคุ้นหน้า
บทที่ 17 - การเริ่มต้นใหม่และคนคุ้นหน้า
สมาพันธ์ความปลอดภัยเหยียนหวงมีเขตปลอดภัยทั้งหมดเจ็ดสิบสองเขต
การจัดแบ่งเขตปลอดภัยเจ็ดสิบสองเขตนี้ไม่ได้เป็นไปแบบสุ่ม แต่แบ่งตามขนาดและระดับการป้องกันของเขตปลอดภัย ยิ่งหมายเลขเขตน้อย ขนาดของเขตก็จะยิ่งใหญ่
ดังนั้น เมื่อเทียบกับเขต 32 ที่หลินซู่เคยอาศัยอยู่ เขต 11 จะมีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่า
ตึกระฟ้าสูงนับร้อยชั้นที่หาดูได้ยากในเขต 32 กลับพบเห็นได้ทั่วไปในเขต 11 เพียงแค่นั่งรถของฉินหนานไปยังสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยซานเฉิง หลินซู่ก็เห็นตึกแบบนี้มากกว่าสิบตึกแล้ว
สิ่งนี้ดึงความสนใจของหลินซู่จากเรื่องยุทธวิธีผสานพลังและลัทธิสัตว์อสูรที่เพิ่งได้เรียนรู้มา
ที่นี่คือสถานที่ที่เขาจะได้ใช้ชีวิตในอนาคตสินะ...
มองดูถนนที่เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองที่รถขับผ่าน ใบหน้าของหลินซู่อดไม่ได้ที่จะเผยความคาดหวังต่ออนาคต
แต่ว่า...
หลินซู่หันไปมองฉินหนาน "พี่หนาน แล้วหลังจากนี้ผมจะพักที่ไหนเหรอครับ"
"คำร้องของฉันผ่านแล้ว ตอนนี้เธอคือผู้ช่วยนักวิจัยของฉันอย่างเป็นทางการ" ฉินหนานขับรถด้วยท่าทางสบายๆ "แค่เดี๋ยวไปดำเนินการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย เธอก็สามารถเข้าพักในหอพักเดี่ยวสำหรับบุคลากรของสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยซานเฉิงได้ตั้งแต่วันนี้เลย"
"เรื่องอาหารการกินก็จัดการเอง โรงอาหารนักศึกษาของมหาวิทยาลัยซานเฉิงอยู่ใกล้สถาบันวิจัย หรือจะสั่งเดลิเวอรี่ก็ได้" ฉินหนานพูดต่อ "อ้อ จริงสิ เงินเดือนผู้ช่วยนักวิจัยไม่สูงนักนะ แค่เดือนละสองพันหยวนกับห้าแต้มผลงานสมาพันธ์"
มีเพียงหน่วยงานพิเศษภายใต้การดูแลของสมาพันธ์เท่านั้นที่สามารถจ่ายเงินเดือนบางส่วนเป็นแต้มผลงานได้
ห้าแต้มผลงานเทียบเท่ากับห้าพันหยวน พอลองคิดดูแล้ว เงินเดือนแต่ละเดือนก็ตกราวๆ เจ็ดพันหยวน...
สูงมากเลยนะนั่น
หลินซู่รีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "ไม่มีปัญหาเลยครับพี่"
จู่ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แสงสีเหลืองอ่อนปรากฏขึ้น และไม่นานฉิวฉิวก็โผล่มาบนรถ มุดเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
"มิ! (ω`)" (ฉันตื่นแล้ว)
หลังจากฝึกในโลกเสินอู่ไปถึงหกชั่วโมง หลินซู่ก็เก็บฉิวฉิวเข้ามิติสัตว์อสูรและไม่ได้ให้มันออกมาอีก เพื่อให้มันได้พักผ่อนเต็มที่ ตอนนี้มันตื่นแล้ว
โชคดีที่เจ้าตัวน้อยหลับลึก เลยรอดพ้นจากการจู่โจมสุดระทึกขวัญก่อนหน้านี้มาได้อย่างหวุดหวิด
"สัตว์อสูรของเธอเหรอ" ฉินหนานเหลือบมองฉิวฉิว พอเห็นความขี้อ้อนของมัน สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจ "เหมันต์ไร้รอย? นิสัยดูแปลกๆ นะเนี่ย"
เมื่อได้ยินเสียงของฉินหนาน ฉิวฉิวก็โผล่หัวออกจากอ้อมกอดของหลินซู่และมองดูรอบๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น
"มิ?" (นี่คือที่ไหนเนี่ย)
"ฉิวฉิว เรามาถึงเขต 11 แล้วนะ" หลินซู่อธิบายให้ฉิวฉิวฟัง แล้วหันไปหาฉินหนาน "พี่หนาน เหมันต์ไร้รอยตัวนี้มีปัญหาตอนเกิดนิดหน่อย ทำให้นิสัยไม่เหมือนเหมันต์ไร้รอยตัวอื่นๆ ครับ"
หลังจากนั้น เขาก็เล่าที่มาของเรื่องให้ฟังคร่าวๆ
พอฟังจบ ฉินหนานก็พยักหน้า "กรณีแบบนี้มีน้อยมาก เนื่องจากธรรมชาติที่หยิ่งยโสของพวกมัน เหมันต์ไร้รอยมักจะเพิ่มดัชนีผสานความผูกพันได้ยาก แต่ดูจากการที่เธอกับฉิวฉิวเข้ากันได้ดี คงไม่มีปัญหาเรื่องนี้หรอก"
"แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ" ฉินหนานเหยียบเบรกจนมิดและจอดรถสนิท ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มแปลกๆ ขณะยื่นมือไปหาเจ้าตัวขนปุย "ฉิวฉิว ให้พี่สาวกอดหน่อยสิ~"
"มิ!" (น่ากลัวจัง)
หลินซู่จนใจ เขาอุ้มฉิวฉิวส่งให้ฉินหนาน แล้วมองดูเธอทำท่าสูดกลิ่นแมวอย่างฟินจัด "เอ่อ... จอดรถตรงนี้จะดีเหรอครับ"
"เธอไม่เห็นเหรอว่าเรามาถึงแล้ว" ฉินหนานมัวแต่หลงใหลในความน่ารักของฉิวฉิวจนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ถึงแล้วเหรอ
หลินซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถ
ฉิวฉิวกะพริบตาและพยายามจะตามลงไป แต่ต่อให้ดิ้นยังไงก็ไม่พ้นเงื้อมมือของฉินหนานไปได้
"มิ... (`ω)" (หลินซู่ ช่วยด้วย...)
ตอนนี้หลินซู่ไม่มีเวลาไปสนใจฉิวฉิวแล้ว อย่างไรเสียฉินหนานก็คงไม่ทำอันตรายอะไรมันหรอก แค่อาการติดแมวของเธอดูโรคจิตไปหน่อยก็แค่นั้น
ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่ตึกระฟ้าขนาดมหึมาตรงหน้า
ตึกขนาดยักษ์ความสูงกว่าร้อยห้าสิบชั้นที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า มีคำว่า "สถาบันวิจัยวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยผู้ใช้อสูรเมืองซานเฉิง" เขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่อยู่ด้านข้าง
มันต่างจากสถาบันวิจัยในจินตนาการของเขาอย่างสิ้นเชิง
"เป็นไงล่ะ อึ้งไปเลยใช่ไหม" ฉินหนานมาปรากฏตัวข้างๆ หลินซู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอตบไหล่หลินซู่เบาๆ ในขณะที่ฉิวฉิวซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของเธอ รีบดิ้นรนหนีกลับไปซุกในอ้อมกอดของหลินซู่สุดชีวิต แถมยังมีรอยลิปสติกติดอยู่บนตัวมันด้วย
"ตึกทั้งหลังนี่เป็นของสถาบันวิจัยวิวัฒนาการหมดเลยเหรอครับ" หลินซู่สูดหายใจลึก และอดไม่ได้ที่จะถาม
"ใช่แล้ว นอกจากนี้ยังมีสถานที่วิจัยอื่นๆ ที่ถูกจัดไว้ตามที่ต่างๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่อีกนะ" ฉินหนานกอดอก เงยหน้ามองป้ายชื่อบนตึก "ไปเถอะ ฉันจะพาเธอไปจัดการเรื่องเอกสารก่อน"
...
เมื่อมาถึงสถาบันวิจัย ฉินหนานก็เผยให้เห็นถึงความกระฉับกระเฉงในการทำงานของเธออีกครั้ง
ภายใต้การดูแลของเธอ หลินซู่จัดการขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ทันได้สำรวจห้องพักที่ถูกจัดสรรไว้ให้ดีด้วยซ้ำ ก็ถูกฉินหนานลากตรงไปที่ห้องทดลองทันที
ตามที่เธอบอก ห้องพักจะดูเมื่อไหร่ก็ได้ แต่แรงบันดาลใจในการวิจัยถ้าหายไปแล้วก็คือหายไปเลย
ในห้องวิจัยของฉินหนาน ในที่สุดหลินซู่ก็ได้รู้เป้าหมายในการวิจัยของเธอว่าคืออะไร
เผ่าพันธุ์ระดับบัญชาการขั้นสูง ผีเสื้อแสงเทวะ
ร่างเริ่มต้นของเผ่าพันธุ์นี้คือ ผีเสื้อมายา ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ระดับบัญชาการขั้นต่ำ และเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรไม่กี่ชนิดที่ผู้ใช้อสูรสามารถทำสัญญาและมีพลังสายพลังจิต ส่วนผีเสื้อแสงเทวะคือร่างวิวัฒนาการของผีเสื้อมายา เป็นสัตว์อสูรธาตุคู่ทั้งสายพลังจิตและแสง
เมื่อนึกถึงคำถามที่ฉินหนานเคยถามเขา ก็ชัดเจนว่าโปรเจกต์วิจัยของเธอคือร่างวิวัฒนาการขั้นที่สองของผีเสื้อแสงเทวะ ซึ่งจะมีถึงสามธาตุ คือ สายพลังจิต แสง และไฟ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากร่างวิวัฒนาการนี้มีอยู่จริง มันย่อมต้องเป็นระดับราชันย์อย่างแน่นอน และยังต้องเป็นระดับแนวหน้าอีกด้วย
ผลงานวิจัยที่สำคัญเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อทำสำเร็จแล้วจะได้รับรางวัลมากถึงหนึ่งแสนแต้มผลงาน
ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการค้นพบวิวัฒนาการใหม่ๆ สู่ระดับราชันย์ มักจะได้รับแต้มผลงานในหลักหมื่นเสมอ
"เรามาลองใช้วิธีที่เธอเสนอเมื่อวานดูก่อน" ฉินหนานพาหลินซู่เดินเข้าไปในห้องทดลองที่มีผีเสื้อแสงเทวะอาศัยอยู่เป็นพันตัว เธอเลือกตัวที่มีการเรียนรู้ทักษะวิวัฒนาการอย่างเชี่ยวชาญและมีสภาพร่างกายสมบูรณ์มาได้อย่างรวดเร็ว
ผู้หญิงคนนี้ช่างตรงไปตรงมา เธอพร้อมจะทดลองสิ่งต่างๆ ตามที่ได้รับคำแนะนำเสมอ
เธอเหลือบมองฉิวฉิวที่หมอบอยู่ในอ้อมกอดของหลินซู่แล้วขมวดคิ้ว "เธอเอาฉิวฉิวไปไว้ที่ห้องข้างๆ ดีกว่า มันเป็นห้องฝึกอัตโนมัติที่จำลองสถานการณ์การฝึกและสภาพแวดล้อมได้ตามสายพันธุ์ของสัตว์อสูร แต่มันรองรับแค่ทักษะพรสวรรค์เท่านั้นนะ"
เมื่อฉินหนานเข้าสู่โหมดการวิจัย เธอก็เริ่มมองว่าฉิวฉิวเป็นตัวเกะกะทันที นี่แหละคือตัวอย่างของสาวนักวิจัยจอมหักอกยุคใหม่ของแท้
มีที่แบบนี้ด้วยเหรอ
เดิมทีหลินซู่กะจะเก็บฉิวฉิวเข้ามิติสัตว์อสูร แต่พอได้ยินแบบนี้เขาก็เริ่มสนใจ "งั้นผมแวะไปดูข้างๆ ก่อนนะครับ"
ดวงตาของฉิวฉิวในอ้อมกอดเป็นประกาย "มิ! (ω)" (จะได้ฝึกอีกแล้ว)
ชัดเจนว่าเจ้าตัวเล็กไม่ได้สนใจการทดลองของพวกเขาทั้งสองคนเลย สิ่งเดียวที่มันสนใจคือการฝึกซ้อมเท่านั้น
ฉัน ฉิวฉิว รักเดียวใจเดียว
"บัตรประจำตัวของเธอสามารถใช้เปิดเข้าไปได้" ฉินหนานกดผีเสื้อแสงเทวะที่กำลังดิ้นรนเอาไว้ พร้อมกับขมวดคิ้ว "รีบไปรีบมาล่ะ"
ระดับบิ๊กบอสสั่งมา หลินซู่ก็รีบวิ่งไปที่ห้องข้างๆ ใช้บัตรประจำตัวที่เพิ่งได้มาเปิดประตูเข้าไปทันที
ข้างในเป็นห้องโล่งขนาดใหญ่ ผนังทั้งหกด้านถูกบุด้วยวัสดุพิเศษบางอย่าง
ทันทีที่หลินซู่และฉิวฉิวเดินเข้าไป เสียงจากระบบอัตโนมัติก็ดังขึ้น
[ตรวจพบสัตว์อสูร: เหมันต์ไร้รอย ต้องการเริ่มโหมดการฝึกซ้อมหรือไม่]
"ตกลง" หลังจากหลินซู่ตอบตกลง สภาพแวดล้อมรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสนามฝึกซ้อมที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาทึบ
หลินซู่กะพริบตาเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ลดฮวบจนติดลบ เขาก้มลงแตะหิมะที่ทับถมจนมิดเข่า
นี่มันหิมะของจริงนี่นา...
เป็นไปไม่ได้เลยที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวจะสร้างผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์แบบนี้ได้ มันต้องผสมผสานกับพลังเหนือธรรมชาติของสัตว์อสูรอย่างแน่นอน
[การตรวจสอบสถานะสัตว์อสูรเสร็จสิ้น]
[แผนการฝึกซ้อมสัตว์อสูรถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว]
[การฝึกซ้อมกำลังจะเริ่มขึ้น กรุณาให้ผู้ใช้อสูรออกจากพื้นที่ หากมีทรัพยากรสำหรับการฝึกซ้อม กรุณามอบให้สัตว์อสูรล่วงหน้า]
ระบบนี้มันจะฉลาดเกินไปแล้ว...
หลินซู่กะพริบตาปริบๆ หยิบก้อนพลังงานธาตุน้ำแข็งระดับหนึ่งจากกระเป๋าออกมาส่งให้ฉิวฉิว แล้วจึงหันหลังเดินออกจากห้องไป
"ฉิวฉิว สู้ๆ นะ" ก่อนจะปิดประตู หลินซู่ก็ไม่ลืมที่จะให้กำลังใจ
"มิ! (^ω^)" (โอเค)
เมื่อประตูห้องปิดลง ฉิวฉิวก็กลืนก้อนพลังงานธาตุน้ำแข็งระดับหนึ่งลงไปสองสามคำ เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานที่พลุ่งพล่านในร่างกาย ดวงตาสีฟ้าอ่อนของมันก็ฉายแววความมุ่งมั่นในการต่อสู้อย่างเต็มเปี่ยม
"มิ! มิ!" (ฝึกซ้อม เพื่อจะได้เก่งขึ้นและปกป้องผู้ใช้อสูรให้ได้)
หลังจากปิดประตูห้องฝึกซ้อม ดวงตาของหลินซู่ก็เต็มไปด้วยความอิจฉา
ตอนที่อยู่เขต 32 เขาไม่เคยได้ยินว่ามีห้องฝึกซ้อมแบบนี้มาก่อนเลย หรือว่าผู้ใช้อสูรในเขต 11 จะฝึกซ้อมกันแบบนี้ทุกคน
เมื่อกลับมาหาฉินหนาน หลินซู่ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
"จะเป็นไปได้ยังไง" ฉินหนานมีสีหน้าแปลกๆ "นี่คือห้องฝึกซ้อมที่สถาบันวิจัยของเราสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อฝึกฝนทักษะให้สัตว์อสูรแบบรวดเดียวจบ คนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้ครอบครองหรอก"
"ห้องฝึกซ้อมที่เธอเพิ่งไปมา รองรับสัตว์อสูรแค่ระดับทารกและระดับสูงเท่านั้น ระดับบัญชาการขึ้นไปใช้ไม่ได้หรอก แต่ถึงอย่างนั้นห้องแบบนี้ก็ยังมีราคาถึงสองหมื่นแต้มผลงานสมาพันธ์เลยนะ และเงินก็ซื้อไม่ได้ด้วย"
อย่างนี้นี่เอง
หลินซู่รู้สึกปรับสมดุลในใจได้แล้ว
"แต่ว่า..." ฉินหนานกระแอมเบาๆ และลดเสียงลง "ตอนที่ไม่มีการทดลอง เธอสามารถใช้ห้องนั้นได้ตามสบาย ไม่มีใครว่าอะไรหรอก เข้าใจใช่ไหม"
"เข้าใจครับ" ดวงตาของหลินซู่เป็นประกายทันที
พี่หนานใจป้ำจริงๆ
ด้วยห้องฝึกซ้อมนี้ ในอนาคตเขาไม่จำเป็นต้องไปหาสถานที่ฝึกซ้อมเฉพาะทางอีกแล้ว
ประหยัดค่าเช่าสถานที่ไปได้อีกบานเลย
"เอาล่ะ เรามาเริ่มทำการวิจัยกันเถอะ"
"โอเคครับ ผมคิดว่าเราน่าจะลองทำแบบนี้... แล้วค่อยทำแบบนี้..."
ในเมื่อฉินหนานใจป้ำขนาดนี้ หลินซู่ก็ไม่เกรงใจที่จะเปิดเผยไอเดียของเขาอีกต่อไป สิ่งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด ตอนนี้เขาขยายความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
"ไอ้หนู ไอเดียดีนี่นา มาลองดูกัน..."
...
สิ่งแรกที่หลินซู่ทำเมื่อมาถึงเขต 11 คือการช่วยฉินหนานทำงานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบวิวัฒนาการขั้นที่สองของผีเสื้อแสงเทวะตลอดช่วงบ่าย
ในท้ายที่สุด การทดลองก็สิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลว
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าการนำวิธีการวิวัฒนาการของสัตว์อสูรชนิดหนึ่งมาใช้กับสัตว์อสูรอีกชนิดหนึ่งโดยตรงนั้นไม่สามารถทำได้จริง
แต่เมื่อวิเคราะห์จากผลลัพธ์ ทิศทางการวิจัยครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จมากกว่าแนวทางเดิมของฉินหนาน ดังนั้นในขั้นตอนต่อไป หลินซู่และฉินหนานจะดำเนินการปรับแต่งและเปรียบเทียบผลลัพธ์ในส่วนต่างๆ
งานนี้จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรจึงจะสำเร็จ
เมื่อการวิจัยเสร็จสิ้น หลินซู่กลับไปที่ห้องฝึกซ้อมข้างๆ เพื่อรับฉิวฉิวที่กลับมาเหนื่อยล้าเต็มทีอีกครั้ง
แผนการฝึกซ้อมอัจฉริยะที่ห้องฝึกสร้างขึ้นจะเน้นไปที่ทักษะหลักของสัตว์อสูรเป็นอันดับแรก ส่วนทักษะพรสวรรค์อื่นๆ จะเป็นเป้าหมายรอง
ตลอดช่วงบ่าย ทักษะพายุเหมันต์ของฉิวฉิวได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้น และด้วยความช่วยเหลือจากก้อนพลังงานธาตุน้ำแข็ง ทำให้ธาตุในร่างกายบริสุทธิ์ขึ้น การผสานกันของทั้งสองอย่างช่วยเพิ่มพลังทำลายของพายุเหมันต์ได้อย่างชัดเจน
ส่วนทักษะรอยหิมะที่ฉิวฉิวใกล้จะถึงระดับสองนั้น ก็จำเป็นต้องสะสมประสบการณ์ต่อไปอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะก้าวผ่านขีดจำกัดไปได้ จึงยังไม่เห็นพัฒนาการที่เด่นชัดในตอนนี้
หลังจากนำฉิวฉิวกลับเข้าไปพักผ่อนในมิติสัตว์อสูร หลินซู่ก็กลับหอพักเพื่อจัดของ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งการเผชิญกับการโจมตีจากลัทธิสัตว์อสูรบนยานขนส่งในช่วงเช้า และการเข้าร่วมการทดลองกับฉินหนานในช่วงบ่าย ล้วนเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเขา
หลังจากทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหัวทั้งหมด ในที่สุดหลินซู่ที่เหนื่อยล้าก็ค่อยๆ หลับตาลงและจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
...
โลกเสินอู่
หลินซู่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วกำหมัดแน่น
ความรู้สึกถึงพลังที่อัดแน่นกลับมาสู่ร่างกายของเขาอีกครั้ง หลังจากผ่านการพักฟื้นมาสองวัน อาการบาดเจ็บจากการไปเทือกเขาเหมันต์ร่วงโรยก็หายไปจนเกือบหมดแล้ว
นักสู้ในโลกนี้มักจะมีโอกาสบาดเจ็บจากการต่อสู้และการฝึกฝนประจำวัน ความต้องการยารักษาโรคจึงมีสูงมาก ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงมีการศึกษาวิจัยและพัฒนายารักษาโรคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษายิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ
อาการบาดเจ็บของหลินซู่คราวนี้ถือว่าสาหัสมาก แต่ด้วยความช่วยเหลือจากสัตว์อสูรสายรักษารวมถึงตัวยารักษา กลับใช้เวลาเพียงสองวันในการฟื้นฟู รอยแผลก็หลงเหลือเพียงบางๆ เท่านั้น
ในเมื่อร่างกายฟื้นตัวแล้ว สิ่งที่เขาตั้งใจไว้ก่อนหน้านี้ก็น่าจะนำมาปฏิบัติได้แล้ว
เขาต้องการไปเยือนสมาคมผู้ใช้อสูรของโลกนี้
หลินซู่มีความสนใจอยากเรียนรู้เรื่องการปรุงของเหลวพลังงานด้วยตัวเอง ตลอดจนเรียนรู้วิถีผู้ใช้อสูรที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับดาวบลูสตาร์
สมาคมผู้ใช้อสูรตั้งอยู่ภายในเมือง ไม่ไกลจากบ้านตระกูลหลินมากนัก และเนื่องจากประธานสมาคมคุ้นเคยกับบิดาของเขา โอกาสที่จะเกิดอันตรายจึงแทบไม่มี แต่ถึงอย่างนั้น จากบทเรียนในอดีต หลินซู่ก็ยังคงได้รับคำเตือนจากแม่ของเขาอย่างจริงจัง
เขารีบเดินทางไปที่สมาคมผู้ใช้อสูร ดำเนินการลงทะเบียนเสร็จสรรพ แล้วเริ่มสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับวิธีและสถานที่ในการเรียนปรุงของเหลวพลังงาน
เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อการหาอาหารให้ฉิวฉิวในอนาคต จึงเป็นเรื่องที่หลินซู่สนใจมากที่สุด
"วิธีการปรุงของเหลวพลังงานหรือ" เจ้าหน้าที่สมาคมยิ้มตอบ "ง่ายมาก เจ้าแค่ต้อง..."
คำพูดของเขาหยุดชะงัก สายตาจับจ้องไปที่ด้านหลังของหลินซู่ พร้อมกับความรู้สึกนับถือแผ่ซ่านขึ้นมาในดวงตา "สวัสดีขอรับท่านรองประธาน"
รองประธานงั้นเหรอ
หลินซู่หันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ พอเห็นคนที่เดินผ่านหลังไปก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"เป็นท่าน?"
(จบแล้ว)