- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 561 ให้ชื่อว่า ‘เต๋า’ ก็แล้วกัน(ฟรี)
ตอนที่ 561 ให้ชื่อว่า ‘เต๋า’ ก็แล้วกัน(ฟรี)
ตอนที่ 561 ให้ชื่อว่า ‘เต๋า’ ก็แล้วกัน(ฟรี)
ตอนที่ 561 ให้ชื่อว่า ‘เต๋า’ ก็แล้วกัน
ฮวาอวิ๋นเฟยและเจียงรั่วเหยาเบียดเสียดผ่านฝูงชนในที่ราบเทียนตี้ เข้ามาสมทบกับพวกเย่ปู้ฝานและหยาหยา
"ซือเหนียง!"
เมื่อเห็นเจียงรั่วเหยา เย่ปู้ฝานและฉู่ชิงเอ๋อก็รู้สึกประหลาดใจ และเผลอโพล่งเรียกออกมาโดยสัญชาตญาณ
พอเรียกจบ ทั้งสองคนก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที เพราะฮวาอวิ๋นเฟยก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย เขาเคยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้พวกเขาเรียกเจียงรั่วเหยาว่าซือเหนียง
แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนประหลาดใจยิ่งกว่า ก็คือฮวาอวิ๋นเฟยกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย ทำเหมือนกับไม่ได้ยินอย่างนั้นแหละ
ความคิดของทั้งสองคนเริ่มโลดแล่นขึ้นมาทันที
แบบนี้ถือว่ายอมรับแล้วใช่ไหม?
"ซือเหนียง ท่านสวยจังเลย ขอกอดหน่อยสิ"
หยาหยากระโดดลงจากไหล่ของเย่ปู้ฝาน พุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเจียงรั่วเหยา แล้วเอาหน้าถูไถกับหน้าอกของนางอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาฮวาอวิ๋นเฟยและเย่ปู้ฝานที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับทำหน้าไม่ถูก
"อืม... หยาหยา พี่สาวใหญ่ไหมจ๊ะ?"
เจียงรั่วเหยาไม่ได้รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย กลับกอดหยาหยาไว้แน่นขึ้น เพื่อให้นางได้สัมผัสถึงความนุ่มนวลอย่างเต็มที่
ชั่วขณะนั้น หยาหยาก็ราวกับจมดิ่งลงสู่มหาสมุทรอันแสนอ่อนโยน ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความสุข
ฉู่ชิงเอ๋อมองดูหน้าอกของเจียงรั่วเหยา แล้วก้มลงมองของตัวเองด้วยความอิจฉา
ดูเหมือนของนางจะยังไม่ใหญ่พอนะ
เย่ปู้ฝานสังเกตเห็นสีหน้าของฉู่ชิงเอ๋อ จึงแอบกุมมือนางเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน
"ซือเหนียง จินจินก็อยากได้อ้อมกอดแห่งความรักเหมือนกันนะ"
จินจินวิ่งเตาะแตะเข้ามา ตาไก่เป็นประกายวิบวับ เต็มไปด้วยความอิจฉา น้ำลายแทบจะหกออกมาจากปากนก
"ไม่ได้นะจ๊ะ ถึงเจ้าจะเป็นไก่ แต่เจ้าก็เป็นไก่ตัวผู้นะ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันจ้ะ" เจียงรั่วเหยายิ้มพลางผลักจินจินออกไปเบาๆ
แม้นางจะมีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมา แต่นางก็รู้จักวางตัว นางมักจะพูดจาหยอกล้อกับฮวาอวิ๋นเฟยเพียงคนเดียวเท่านั้น หากผู้ชายคนอื่นมาพูดจาแทะโลมนาง นางไม่ลงมือตบก็ถือว่าบุญแล้ว
"น่าเจ็บใจนัก พี่ไก่อยากจะแปลงเพศ!"
จินจินมองดูหยาหยาที่กำลังถูไถอยู่ในอ้อมกอดของเจียงรั่วเหยาด้วยความอิจฉาตาร้อน ในใจเริ่มมีความคิดอยากจะแปลงเพศขึ้นมาเสียแล้ว
"แปลงเพศ? เจ้ากะจะไปเต้นกินรำกินหรือไง?" ฮวาอวิ๋นเฟยหัวเราะเบาๆ
"เต้นงั้นหรือ? พี่ไก่ก็เต้นเป็นอยู่แล้วนะ ฝึกมาตั้งสองปีครึ่งแล้วด้วย" จินจินยืดอกขึ้น พลางกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ในเวลานั้นเอง เจียงรั่วเหยาก็หยิบม้วนคัมภีร์โบราณออกมาสี่ม้วน บนม้วนคัมภีร์มีลวดลายมหาเต๋าอันลึกล้ำสลักอยู่ ภายในนั้นบรรจุวิชาเทพอันทรงพลังไว้
เจียงรั่วเหยาทะยอยแจกม้วนคัมภีร์โบราณให้กับพวกเย่ปู้ฝานและจินจินทีละคน พลางยิ้มกล่าว "วิชาเทพพวกนี้ ข้าเป็นคนคัดสรรมาจากวิหารเทพหย่งเหิงเพื่อพวกเจ้าโดยเฉพาะ มันเหมาะกับพวกเจ้ามากเลยนะ รับไปสิ"
"ขอบคุณซือเหนียง!" เย่ปู้ฝานและคนอื่นๆ รับม้วนคัมภีร์มา ร้องขอบคุณด้วยความดีใจ
แม้ม้วนคัมภีร์ในมือจะบันทึกวิชาเทพอันทรงพลัง และล้ำค่ามากเพียงใด แต่พวกเขาก็รับไว้ด้วยความเต็มใจ
ก็แหม... นี่มันของที่ซือเหนียงให้นี่นา!
เจียงรั่วเหยายิ้มอย่างมีความสุข จากนั้นก็หยิบม้วนคัมภีร์ออกมาอีกสองม้วน ยื่นให้เย่ปู้ฝาน "นี่เป็นของหวงเสวียนและตัวเป่านะ ถ้าเจอพวกเขาก็ฝากให้ด้วยล่ะ"
เย่ปู้ฝานพยักหน้ารับ "ซือเหนียงวางใจได้เลย ข้าจะนำไปมอบให้ศิษย์น้องทั้งสองกับมืออย่างแน่นอน"
เจียงรั่วเหยายิ้มพยักหน้า "เรียกอีกสักสองสามคำสิ ข้าชอบฟัง"
"ซือเหนียง!"
"จ๋า!"
ด้านข้าง เมื่อมองดูเจียงรั่วเหยาที่เข้ากันได้ดีกับพวกเย่ปู้ฝาน ฮวาอวิ๋นเฟยก็ส่ายหน้าหัวเราะอย่างขบขัน
ในขณะนั้นเอง ที่ราบเทียนตี้ก็เกิดความโกลาหลขึ้น เสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้อง ผู้คนนับไม่ถ้วนร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น!
"เทพธิดาซีเยว่ ทำลายสถิติของผู้ครอบครองเนตรคู่ และก้าวเข้าสู่ชั้นที่หนึ่งร้อยของหอคอยจักรพรรดิได้แล้ว ตามรอย 'โก่ว' ไปติดๆ!"
เมื่อเห็นไฟชั้นที่เก้าสิบเก้าดับลง และไฟชั้นที่หนึ่งร้อยสว่างขึ้น ฝูงชนก็เดือดพล่าน ร้องตะโกนว่าสุดยอด
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่า นอกจาก 'โก่ว' แล้ว ปีนี้จะมีใครสามารถทำลายสถิติและก้าวเข้าสู่ชั้นที่หนึ่งร้อยได้อีก!
ดูเหมือนว่าหอคอยจักรพรรดิในปีนี้ จะเป็นปีที่ไม่อาจหาใครมาเทียบเคียง และจะไม่มีใครก้าวข้ามไปได้อีกแล้ว ทั้งในอดีตและอนาคต!
ในมุมมืด บรรดาผู้ยิ่งใหญ่ต่างก็รู้สึกใจหาย ไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ของซีเยว่ จะแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้เสียอีก!
มิน่าล่ะ ตระกูลเอ๋าถึงได้ยกย่องให้นางเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์แข็งแกร่งที่สุด!
มิน่าล่ะ ราชินีเซียนสังสารวัฏถึงได้รับนางเป็นศิษย์!
ราชินีเซียนสังสารวัฏมองดูชั้นที่หนึ่งร้อยที่สว่างไสว ในดวงตาไม่ได้ฉายแววประหลาดใจมากนัก ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ ราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่นางคาดเดาไว้อยู่แล้ว
"สมกับที่เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าเอ๋า สมกับที่เป็นศิษย์เอกของราชินีเซียนสังสารวัฏ!"
ผู้คนต่างพากันชื่นชมอย่างไม่ขาดปาก ซีเยว่ในฐานะคนของเผ่าเอ๋า มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแดนเซียนจากพรสวรรค์ของนางอยู่แล้ว จนถูกเผ่าเอ๋าขนานนามว่าเป็นเซียนแท้จริงตั้งแต่กำเนิด
ความหมายก็คือ อนาคตของซีเยว่จะต้องบรรลุเป็นราชาเซียนอย่างแน่นอน!
ต่อมา ซีเยว่ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นศิษย์ของราชินีเซียนสังสารวัฏที่ไม่เคยสนใจเรื่องทางโลก ทำให้ชื่อเสียงของนางยิ่งโด่งดัง หลังจากนั้น นางก็สามารถเอาชนะคนรุ่นเยาว์ในแดนเซียนได้อย่างราบคาบ และคว้าอันดับหนึ่งในทำเนียบเซียนมาครอง!
แต่ไม่ว่าจะเป็นคนของเผ่าเอ๋า หรือศิษย์ของราชาเซียน หรือแม้กระทั่งอันดับหนึ่งในทำเนียบเซียน ก็ไม่อาจเป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งได้ดีเท่ากับการฝ่าด่านหอคอยจักรพรรดิ!
เมื่อนางสามารถทำลายสถิติเดิมของผู้ครอบครองเนตรคู่ และก้าวเข้าสู่ชั้นที่หนึ่งร้อยได้ นั่นก็หมายความว่า นางคือผู้ที่สามารถกดข่มอัจฉริยะทุกคนในอดีตและปัจจุบันได้อย่างแท้จริง ทำให้ทุกคนได้แต่แหงนหน้ามอง!
"ถ้าไม่ใช่เพราะยุคนี้มี 'โก่ว' ปรากฏตัวขึ้น เทพธิดาซีเยว่ก็คงจะได้เป็นอันดับหนึ่งในอดีตและปัจจุบันไปแล้ว!"
"ใช่แล้วล่ะ เทพธิดาซีเยว่เก่งกาจมาก สามารถทำลายสถิติของผู้ครอบครองเนตรคู่ได้สำเร็จ แต่ 'โก่ว' นั้นแข็งแกร่งกว่าจริงๆ ช่างทวนกระแสสวรรค์ คนอื่นๆ อยู่ในระดับหนึ่ง แต่เขาอยู่ในอีกระดับหนึ่งเลย!"
"ถ้า 'โก่ว' คืออัจฉริยะชายอันดับหนึ่งในอดีตและปัจจุบัน เทพธิดาซีเยว่ก็คือสตรีศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งในอดีตและปัจจุบัน อนาคตจะต้องกลายเป็นราชินีผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน!"
การพูดคุยบนที่ราบเทียนตี้เป็นไปอย่างดุเดือด ทั่วทั้งสามพันเขตแดนก็เดือดพล่านเช่นกัน ปีนี้กลับมีอัจฉริยะที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันถึงสองคน ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดในอดีต
ทว่า หลังจากที่เห็นซีเยว่ทำลายสถิติแล้ว ผู้คนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึง 'โก่ว' ผู้ที่เคยกดข่มทั้งอดีตและปัจจุบัน
แม้แต่ซีเยว่ที่แข็งแกร่งขนาดนั้น เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ 'โก่ว' ก็ดูเหมือนจะหมองลงไปถนัดตา!
นี่แหละที่เรียกว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า!
ต่อให้อัจฉริยะจะเก่งกาจแค่ไหน เมื่อมาอยู่ต่อหน้า 'โก่ว' ที่ตีทะลวงหอคอยจักรพรรดิได้สำเร็จ ก็ย่อมต้องถูกบดบังรัศมีไปจนหมด!
สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของ 'โก่ว' เลย นี่คือความเสียดายของทุกคน
"สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอดีตและปัจจุบันงั้นหรือ?" เจียงรั่วเหยามองดูชั้นที่หนึ่งร้อยที่สว่างไสว พึมพำกับตัวเองเสียงเบา
นางหันไปมองฮวาอวิ๋นเฟย "เจ้าคิดว่าข้ากับนาง ใครเก่งกว่ากัน?"
ฮวาอวิ๋นเฟยกะพริบตาปริบๆ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตอบว่า "เมื่อก่อนเป็นนาง แต่ตอนนี้... พวกเจ้าน่าจะสูสีกันนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ปู้ฝานที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ถึงกับอึ้งไปเลย ท่านอาจารย์เอ๊ย ท่านลองฟังสิ่งที่ตัวเองพูดดูหน่อยไหม?
ฉู่ชิงเอ๋อก็ยิ้มเจื่อนๆ เหมือนกัน ปกติท่านอาจารย์ก็ดูเป็นคนมีไหวพริบดีนะ ทำไมเวลาแบบนี้ถึงพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้ล่ะ?
นี่ท่านไม่เข้าใจความหมายจริงๆ หรือ?
เจียงรั่วเหยาทำเป็นโกรธ ทำปากยื่น "ไอ้คนซื่อบื้อ เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าข้าอยากฟังอะไร?"
ฮวาอวิ๋นเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบ "รู้สิ แต่การพูดความจริงมันไม่ดีกว่าหรือ? ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะดึงดันเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับนาง จนทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวดเปล่าๆ"
"เชอะ" เจียงรั่วเหยากลอกตาบน ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้ม "เห็นแก่ที่เจ้าเป็นห่วงข้า ข้าจะไม่เก็บมาใส่ใจก็แล้วกัน"
พูดจบ นางก็วางหยาหยาลงบนหลังของจินจิน แล้วกล่าวต่อว่า "ข้าก็อยากจะเข้าไปฝ่าด่านดูบ้างเหมือนกันนะ เจ้าช่วยคิดชื่อให้ข้าหน่อยสิ?"
ฮวาอวิ๋นเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ เอ่ยว่า "ให้ชื่อว่า ‘เต๋า’ ก็แล้วกัน!"
"‘เต๋า’?"
เจียงรั่วเหยามองไปยังชื่อ 'โก่ว' ที่ครองอันดับหนึ่งอยู่บนป้ายอันดับ มุมปากยกยิ้มขึ้นทันที นางเข้าใจความหมายของฮวาอวิ๋นเฟยแล้ว "ตกลง ตามใจเจ้า ให้ชื่อว่า ‘เต๋า’ ก็แล้วกัน"
พูดจบ เจียงรั่วเหยาก็เดินมุ่งหน้าไปยังหอคอยจักรพรรดิ
หลังจากที่นางขยับตัว บรรดาบรรพชนของสำนักเค่าซานที่ซ่อนตัวอยู่ก็รีบปล่อยพลังอำพรางออกมาทันที
เพียงพริบตาเดียว เจียงรั่วเหยาก็หายตัวไป กลมกลืนไปกับฝูงชน
เจียงรั่วเหยามาถึงทางเข้าชั้นแรกของหอคอยจักรพรรดิ แหงนหน้ามองหอคอยที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าและอลังการ ในดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ในเมื่ออัจฉริยะชายอันดับหนึ่งคือเขา งั้นสตรีศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งก็ต้องเป็นข้าเท่านั้น มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะ..."
พูดจบ เจียงรั่วเหยาก็ก้าวเข้าสู่หอคอยจักรพรรดิอย่างเด็ดเดี่ยว!