- หน้าแรก
- ปั้นสำนักกระจอก ให้ผงาดเหนือดินแดนเซียน
- บทที่ 1 คนบ้ากระบี่แต่กำเนิด
บทที่ 1 คนบ้ากระบี่แต่กำเนิด
บทที่ 1 คนบ้ากระบี่แต่กำเนิด
บทที่ 1 คนบ้ากระบี่แต่กำเนิด
"ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าขอยกตำแหน่งเจ้าสำนักชิงเซียวให้เจ้า ดูแลศิษย์น้องของเจ้าให้ดีล่ะ"
หลินสวินเฟิง อดีตเจ้าสำนักชิงเซียวทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง เขาหันหลังให้บรรดาลูกศิษย์ บนใบหน้าที่ดูอายุแค่ 30 ต้นๆ เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
เขาเดินลงไปตามทางเดินภูเขา ชุดสีฟ้าของหลินสวินเฟิงปลิวไสวตามสายลม ดูสมกับเป็นจอมยุทธ์พเนจร
เวลานี้ตกเย็นแล้ว แสงโพล้เพล้สาดส่องไปทั่วฟ้า สันเขาไกลๆ เหมือนถูกขีดทับด้วยเส้นไฟ พระอาทิตย์ตกดินดูงดงามแต่แฝงความเศร้า
หลี่ชิงชิวยืนอยู่หน้าประตูสำนักด้วยใบหน้าหงุดหงิด เขาพูดจนปากเปียกปากแฉะแต่อาจารย์ก็ไม่ยอมฟัง ดึงดันจะลงเขาไปตามหาวิถีเซียนให้ได้
ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักชิงเซียว หลี่ชิงชิวอายุเพิ่งจะ 16 ปี ส่วนศิษย์น้องอีก 6 คนก็ยิ่งเด็กกว่านั้น คนเล็กสุดเพิ่งจะ 10 ขวบกว่าๆ เท่านั้น
ทิ้งให้เขาเลี้ยงดูศิษย์น้องจนโตเนี่ยนะ แบบนี้มันทำลายอนาคตเขาชัดๆ!
เขาก็อยากถือกระบี่ท่องยุทธภพ ใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงเหมือนกัน ชีวิตจืดชืดบนเขานี่เขาเบื่อเต็มทนแล้ว เขาถึงขั้นคิดถึงชีวิตในชาติก่อนที่ได้นั่งเล่นเกมยิงปืนอยู่บ้าน พอเหนื่อยก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาไถวิดีโอสั้นดูเพลินๆ
"อาจารย์ ถ้าข้าทำสำนักชิงเซียวพัง ท่านอย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน!"
หลี่ชิงชิวตะโกนลั่น เสียงที่ยังมีความเป็นเด็กก้องกังวานไปทั่วหุบเขา หลินสวินเฟิงที่เดินไปถึงชายป่าเพียงแค่โบกมือโดยไม่หันกลับมามอง
มือเล็กๆ เอื้อมมาจากด้านหลัง คว้าแขนเสื้อของหลี่ชิงชิวแล้วกระตุกเบาๆ เขาหันไปดูก็เห็นหลี่ซื่อจิ่น ศิษย์น้องเล็กวัย 10 ขวบมองเขาด้วยความหวาดกลัวพลางถาม "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะทิ้งพวกเราไปด้วยเหรอ?"
ความโกรธในใจหลี่ชิงชิวมลายหายไปทันที เขากวาดสายตามอง นอกจากเจียงจ้าวเซี่ย ศิษย์น้องสามจอมน่ารำคาญแล้ว ศิษย์น้องคนอื่นๆ อีก 5 คนต่างก็มองเขาด้วยความกังวลและหวาดวิตก
เขาสัมผัสได้ถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง
แต่นี่มันไม่ใช่ชีวิตทะลุมิติแบบที่ข้าต้องการโว้ย!
ตอนนั้นเอง ตัวหนังสือก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าหลี่ชิงชิวทีละบรรทัด:
【ท่านได้เป็นเจ้าสำนักครั้งแรก เปิดใช้งานระบบสืบทอด เริ่มตรวจสอบสำนักชิงเซียว】
【ตรวจสอบสำเร็จ เริ่มประเมินสำนักชิงเซียว】
【ประเมินสำเร็จ ระดับชั้นคือ ไร้อันดับ】
【เนื่องจากท่านเป็นเจ้าสำนักครั้งแรก ท่านได้รับโอกาสเลือกดวงชะตา 1 ครั้ง และโอกาสรับการสืบทอดเต๋า 1 ครั้ง】
มองดูข้อความแจ้งเตือนตรงหน้า หลี่ชิงชิวถึงกับชะงัก นึกว่าตัวเองตาฝาด แต่พอขยี้ตา ตัวหนังสือพวกนั้นก็ยังลอยอยู่
เขาหันไปมองลูกศิษย์คนอื่น พวกศิษย์น้องดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นเรื่องนี้
หรือว่าตัวช่วยสุดโกงของข้ากำลังจะทำงานแล้ว?
หลี่ชิงชิวใจเต้นแรง เขาคิดในใจว่าจะซ่อนข้อความพวกนี้ชั่วคราวได้ยังไง พอคิดปุ๊บ ตัวหนังสือตรงหน้าก็หายวับไป และพอเขาอยากเห็นมันอีก ข้อความพวกนี้ก็ลอยกลับมาตรงหน้าเหมือนเดิม
นี่ทำให้เขามั่นใจยิ่งขึ้นว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด
หลี่ชิงชิวใช้ชีวิตมาสองชาติ วุฒิภาวะของเขาจึงไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มวัย 16 เขาเปิดปากพูดทันที "เมื่อกี้ข้าแค่พูดประชดอาจารย์ไปอย่างนั้นแหละ ในเมื่ออาจารย์อยากไปก็ปล่อยเขาไปเถอะ ต่อจากนี้พวกเราจะดูแลกันเอง"
พอได้ยินแบบนั้น พวกศิษย์น้องก็พากันยิ้มออก พวกเขาพึ่งพาหลี่ชิงชิวมากกว่าหลินสวินเฟิงเสียอีก เพราะหลินสวินเฟิงมักจะออกไปข้างนอกตลอด เวลาส่วนใหญ่ในสำนักชิงเซียวจึงมีหลี่ชิงชิวเป็นคนดูแล ยกเว้นเจียงจ้าวเซี่ย ศิษย์คนที่สามแล้ว ลูกศิษย์คนอื่นต่างก็ชอบมาคลุกคลีอยู่กับหลี่ชิงชิว
หลังจากปลอบโยนอยู่พักใหญ่ หลี่ชิงชิวก็แทบรอไม่ไหวที่จะกลับเข้าห้องไปศึกษาระบบสืบทอดที่เพิ่งโผล่มาเมื่อกี้
"อวี้ชุน เจ้าไปทำกับข้าว ตงเยว่ดูแลหมานเอ๋อร์ ซื่อเฟิง แล้วก็ซื่อจิ่นด้วย"
หลี่ชิงชิวสั่งงานอย่างรวดเร็วก่อนจะหันหลังกลับเข้าลานบ้าน
สำนักชิงเซียวฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ความจริงมีกันแค่ 8 คน และหลังจากวันนี้ก็จะเหลือแค่ 7 คน ในสำนักมีเรือนอยู่แค่ 3 หลัง หลังแรกคือเรือนฝึกวิชาของหลินสวินเฟิง หลังที่สองคือที่พักของพวกลูกศิษย์ ส่วนหลังสุดท้ายเอาไว้เก็บของประดานิดหน่อย
ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ หลี่ชิงชิวมีห้องส่วนตัวของตัวเอง ทำให้พวกศิษย์น้องอิจฉากันน่าดู
หลี่ชิงชิวนั่งลงบนเตียง สงสัยในใจว่าจะดูระบบสืบทอดยังไง ตอนนั้นเอง ภาพจำลองหน้าต่างระบบก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับตัวหนังสือที่เรียงเป็นบรรทัด:
【สำนัก: สำนักชิงเซียว (เปลี่ยนชื่อได้)】
【เจ้าสำนัก: หลี่ชิงชิว】
【จำนวนศิษย์ (คลิกเพื่อดูรายละเอียด): 7】
【ระดับการประเมิน: ไร้อันดับ (คลิกเพื่อดูรายละเอียดการพัฒนา)】
【ค่ายกลคุ้มภัย: ไม่มี】
【สัตว์เทวะคุ้มภัย: ไม่มี】
【จำนวนครั้งที่สามารถเลือกดวงชะตา: 1】
【จำนวนครั้งที่สามารถรับรางวัลสืบทอด: 1】
...
หลี่ชิงชิวมองดูหน้าต่างระบบนี้ รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม พูดถึงเรื่องนี้ ชาติก่อนเขาก็ชอบเล่นเกมมือถือแนวฝึกตนอยู่แล้ว มันเลยทำให้เขาสนใจระบบสืบทอดนี่สุดๆ
เขาคิดจะกดดูจำนวนลูกศิษย์ก่อน ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็เปลี่ยนไป มีรูปโปรไฟล์ 7 รูปโผล่ขึ้นมา ข้างๆ แต่ละรูปมีชื่อกำกับไว้ ซึ่งรวมถึงตัวเขาเองด้วย
ลำดับถูกจัดเรียงตามอายุเป๊ะๆ เริ่มจาก หลี่ชิงชิว จางอวี้ชุน เจียงจ้าวเซี่ย หลีตงเยว่ อู๋หมานเอ๋อร์ หลี่ซื่อเฟิง และหลี่ซื่อจิ่น
ทั้ง 7 คนเป็นเด็กกำพร้าที่หลินสวินเฟิงพาขึ้นมาจากตีนเขา ภูมิหลังต่างกันไป หลินสวินเฟิงไม่เคยคุยเรื่องภูมิหลังกับพวกเขา แต่หลี่ชิงชิวเกิดมาสองชาติ ชาตินี้เขามีสติรู้ความตั้งแต่เกิด เขาจึงรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของตัวเองดี
ต่อให้หลินสวินเฟิงจะจากไป เขาก็ไม่คิดจะไปตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ในใจเขา สายใยครอบครัวนั้นมันขาดสะบั้นไปนานแล้ว
หลี่ชิงชิวเพ่งความสนใจไปที่รูปโปรไฟล์ของจางอวี้ชุน ทันใดนั้น ข้อมูลของจางอวี้ชุนก็เด้งขึ้นมา:
【ชื่อ: จางอวี้ชุน】
【เพศ: ชาย】
【อายุ: 15 ปี】
【ความภักดี (เจ้าสำนัก/สำนัก): 89/23 (เต็ม 100)】
【พรสวรรค์การฝึกตน: ธรรมดา】
【ความเข้าใจ: ค่อนข้างดี】
【ดวงชะตา: ยอดนักบริหาร จอมอดทน】
...
หลี่ชิงชิวเลิกคิ้ว ศิษย์น้องรองมีความภักดีต่อเขาตั้ง 89 แต่ภักดีต่อสำนักชิงเซียวแค่ 23?
นี่ไม่ได้หมายความว่าพอจางอวี้ชุนโตขึ้น หมอนี่มีแววจะชิ่งหนีออกจากสำนักชิงเซียวหรอกเหรอ?
เขาเปลี่ยนไปเพ่งความสนใจที่ดวงชะตาของจางอวี้ชุน รายละเอียดของ ยอดนักบริหาร กับ จอมอดทน ก็เด้งขึ้นมาให้เห็น
คำอธิบายดวงชะตาเข้าใจง่ายดี ยอดนักบริหาร คือมีหัวด้านการจัดการงานภายใน ส่วน จอมอดทน คือเวลามีเรื่องก็เก็บอาการเก่ง
จู่ๆ หลี่ชิงชิวก็รู้สึกว่าระบบสืบทอดนี่มันเจ๋งโคตรๆ แค่ดูผ่านหน้าต่างสถานะพวกนี้ เขาก็รู้ถึงพรสวรรค์ ความสามารถแฝง และความภักดีของลูกศิษย์ทุกคน มีระบบนี้อยู่ การจะซื้อใจคนหรือปั้นลูกศิษย์ก็เป็นเรื่องกล้วยๆ แล้ว
เขาหันไปมองเจียงจ้าวเซี่ย ศิษย์น้องสาม
ตอนเด็กๆ เจียงจ้าวเซี่ยก็ติดเขาแจแหละ แต่ช่วงสองปีมานี้ดันหัวกบฏสุดๆ ชอบทำตัวขวางโลกใส่เขาประจำ ทำเอาเขาหงุดหงิดบ่อยๆ
แต่ทว่า ความภักดีของเจียงจ้าวเซี่ยกลับทำให้หลี่ชิงชิวตกใจ
เจียงจ้าวเซี่ยมีความภักดีต่อเขาสูงถึง 96 แต้ม สูงกว่าจางอวี้ชุนซะอีก แต่ภักดีต่อสำนักชิงเซียวแค่ 1 เรียกว่าพร้อมจะแปรพักตร์ได้ทุกเมื่อ
ไอ้เด็กนี่มันเพี้ยนปะเนี่ย?
ชอบข้าขนาดนี้ แล้วทำไมชอบหาเรื่องข้าจังวะ?
พอดูลงไปอีก หลี่ชิงชิวก็ยิ่งประหลาดใจ
【พรสวรรค์การฝึกตน: ยอดเยี่ยม】
【ความเข้าใจ: โดดเด่นเหนือชั้น】
【ดวงชะตา: คนบ้ากระบี่แต่กำเนิด มังกรซุ่มในแดนโลกีย์】
【คนบ้ากระบี่แต่กำเนิด: ผู้ฝึกกระบี่โดยกำเนิด มีความเข้าใจในวิถีกระบี่สูงส่ง ควบคุมกระบี่ได้ยอดเยี่ยม】
【มังกรซุ่มในแดนโลกีย์: ชะตาชีวิตอาภัพ หากผ่านพ้นเคราะห์กรรมไปได้จะกลายเป็นมังกรผงาด โชคชะตาพุ่งทะยานไม่อาจหยุดยั้ง】
เชี่ยเอ๊ย! ร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอ?
หลี่ชิงชิวถึงบางอ้อ มิน่าล่ะ สองปีมานี้เจียงจ้าวเซี่ยถึงได้เหม็นขี้หน้าเขานัก เพราะเมื่อสองปีก่อน หลินสวินเฟิงมอบกระบี่วิเศษให้เขาเล่มหนึ่ง ทั้งสำนักชิงเซียวมีกระบี่แค่สองเล่ม ตอนนั้นเจียงจ้าวเซี่ยเอ่ยปากขอกระบี่เล่มนี้ แต่เขาปฏิเสธไป
เหตุผลที่เขาปฏิเสธ ก็เพราะคิดว่าเจียงจ้าวเซี่ยยังรับผิดชอบไม่ไหว ตอนนั้นเจียงจ้าวเซี่ยเป็นแค่เด็กอายุ 12 ขืนถืออาวุธมีคมเดี๋ยวก็ได้ไปฟันใครเจ็บตัวหรอก
คนบ้ากระบี่แต่กำเนิดเจอกระบี่แต่กลับไม่ได้ครอบครอง ไม่แปลกใจเลยที่เจียงจ้าวเซี่ยจะไม่สบอารมณ์ ถ้าไม่ใช่เพราะสนิทกันล่ะก็ ป่านนี้เจียงจ้าวเซี่ยคงหาทางขโมยกระบี่ของเขาไปแล้ว
ความหงุดหงิดที่หลี่ชิงชิวมีต่อเจียงจ้าวเซี่ยหายวับไปทันที ถูกแทนที่ด้วยความสงสาร
ศิษย์น้องสาม ศิษย์พี่เข้าใจเจ้าผิดไป ไม่เป็นไร วันหน้าศิษย์พี่จะหากระบี่ดีๆ ให้เจ้าสักเล่ม เจ้าจะได้เป็นกำลังสำคัญให้สำนักชิงเซียว
ด้วยอิทธิพลของระบบสืบทอด หลี่ชิงชิวอินบทบาทเจ้าสำนักไปเต็มๆ เวลาคิดอะไรก็มองการณ์ไกลไปซะหมด
เขาดูข้อมูลคนอื่นๆ ต่อ หลีตงเยว่ อู๋หมานเอ๋อร์ หลี่ซื่อเฟิง และหลี่ซื่อจิ่น ล้วนมีความภักดีต่อเขาในระดับไม่เลว แต่คนที่สูงปรี๊ดสุดก็ยังเป็นเจียงจ้าวเซี่ยอยู่ดี พรสวรรค์กับความเข้าใจของพวกเขาเก่งกว่าจางอวี้ชุน แต่ก็ยังสู้เจียงจ้าวเซี่ยไม่ได้
ส่วนเรื่องดวงชะตา ก็ไม่ได้โดดเด่นอลังการเหมือนเจียงจ้าวเซี่ย แค่บอกนิสัยคร่าวๆ เท่านั้น
ดวงชะตาอันนึงของอู๋หมานเอ๋อร์ก็ถือว่าไม่เลว นั่นคือ กายพยัคฆ์พลังคชสาร ไอ้หมอนี่มันบ้าพลังมาตั้งแต่เด็ก เสียดายที่ความคิดยังไม่ค่อยโต
คนเดียวที่ทำให้หลี่ชิงชิวแอบหวั่นใจคือศิษย์น้องหก หลี่ซื่อเฟิง
หลี่ซื่อเฟิงกับหลี่ซื่อจิ่น ศิษย์น้องเจ็ด ถูกหลินสวินเฟิงพามาพร้อมกัน ทั้งคู่เป็นพี่น้องแท้ๆ หลี่ซื่อเฟิงแก่กว่าสองปี ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้แซ่หลี่ แต่หลินสวินเฟิงให้พวกเขาใช้แซ่เดียวกับหลี่ชิงชิว
ตอนนี้หลี่ซื่อเฟิงเพิ่งอายุ 12 ร่าเริงซุกซน หลี่ชิงชิวเอ็นดูเขามาก เวลาเล่นอะไรก็ชอบลากเขาไปเล่นด้วย
แต่ดวงชะตาของหลี่ซื่อเฟิงดันเป็น ทะเยอทะยานดั่งหมาป่า กับ ทำทุกวิถีทาง
ความหมายของสองดวงชะตานี้ก็ตรงตัวเลย คือเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่รู้จักพอ และยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ
วันข้างหน้าถ้าไอ้หมอนี่มันเล็งตำแหน่งเจ้าสำนักของข้า ข้ากับมันไม่ต้องแตกหักกันเลยเรอะ?
หลี่ชิงชิวมองความภักดีของหลี่ซื่อเฟิง แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองคงคิดมากไป
หลี่ซื่อเฟิงมีความภักดีต่อเขาตั้ง 92 ส่วนความภักดีต่อสำนักชิงเซียวมีแค่ 40 วันหลังคอยจับตาดูหน่อยก็พอแล้ว
หลังจากส่องหน้าต่างสถานะของบรรดาศิษย์น้องจนครบ หลี่ชิงชิวก็รู้สึกว่าสำนักชิงเซียวยังพอมีอนาคตอยู่บ้าง น่าเสียดายอย่างเดียวคือเขาดูพรสวรรค์การฝึกตนกับความเข้าใจของตัวเองไม่ได้
ต่อไปก็ปั้นเจียงจ้าวเซี่ยให้เป็นยอดฝีมือฝ่ายบู๊เบอร์หนึ่ง ส่วนจางอวี้ชุนก็ให้รับหน้าที่บริหาร แค่นี้ก็มีทั้งบุ๋นทั้งบู๊ครบมือ
ต้องยอมรับเลยว่าหลินสวินเฟิงมีตาแหลมคมในการเลือกลูกศิษย์ ตอนที่หลินสวินเฟิงท่องยุทธภพ คงเจอเด็กกำพร้ามาไม่น้อย แต่กลับพามาแค่ 7 คนนี้ แสดงว่าตาเฒ่านี่ก็คัดมาอย่างดี
ปกติแล้ว หลินสวินเฟิงจะสอนวิชาต่อสู้พื้นฐานให้พวกเขานิดหน่อย แต่ในสายตาหลี่ชิงชิว วิชาพวกนั้นมันก็แค่วิชากระจอกๆ
หลี่ชิงชิวกดดูรายละเอียดการพัฒนาระบบสืบทอดต่อ อันนี้ไม่มีอะไรน่าดูหรอก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสำนักชิงเซียวไม่มีรากฐานห่าอะไรเลย
เขาเลื่อนดูต่อ ดูโอกาสเลือกดวงชะตาและโอกาสรับการสืบทอดเต๋าที่ตัวเองได้มา
【เลือกดวงชะตา: สามารถเลือกดวงชะตาหนึ่งอย่างจากลูกศิษย์ในสำนัก คัดลอกมาเป็นดวงชะตาของตัวเองได้】
【รางวัลสืบทอด: สามารถสุ่มรับการสืบทอดเคล็ดวิชา เวทมนตร์ อิทธิฤทธิ์ ไม้ตายก้นหีบ ค่ายกล ศาสตร์จิปาถะ และอื่นๆ】
หลี่ชิงชิวตื่นเต้นขึ้นมาทันที ถึงจะมีคนเก่ง แต่ถ้าไม่มีอะไรจะสอน สำนักชิงเซียวจะเจริญก้าวหน้าได้ยังไง โชคดีที่ระบบสืบทอดมีของแจก
ตอนนี้เขามีโอกาสเลือกดวงชะตาและรับรางวัลสืบทอดอย่างละครั้ง ถือว่าเริ่มต้นได้สวย
เขาไม่รอช้า กดดูรูปโปรไฟล์ของเจียงจ้าวเซี่ยอีกครั้ง สายตาจับจ้องไปที่ดวงชะตาของเจียงจ้าวเซี่ย
ศิษย์น้อง พรสวรรค์ของเจ้าเจ๋งเป้งมาก แต่ตอนนี้มันตกเป็นของข้าแล้วว่ะ!
(จบตอน)