- หน้าแรก
- ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว
- บทที่ 610 - สัตว์กลายพันธุ์เป็นสมบัติล้ำค่าทั้งตัว! แผนการล่าสัตว์!
บทที่ 610 - สัตว์กลายพันธุ์เป็นสมบัติล้ำค่าทั้งตัว! แผนการล่าสัตว์!
บทที่ 610 - สัตว์กลายพันธุ์เป็นสมบัติล้ำค่าทั้งตัว! แผนการล่าสัตว์!
บทที่ 610 - สัตว์กลายพันธุ์เป็นสมบัติล้ำค่าทั้งตัว! แผนการล่าสัตว์!
เฉินจิ่งกอดแท็บเล็ตวิ่งหน้าตั้งออกจากสนามยิงปืนใต้ดิน พุ่งตรงไปที่โกดังหมายเลข 2 เพื่อทำเรื่องเบิกของทันที
หลินโม่หิ้วเสื้อกั๊กเกราะราชันย์แมงมุมสีเทาเข้มเดินขึ้นบันไดกลับขึ้นมาบนดิน แล้วตรงไปที่ห้องบัญชาการ
ตอนที่หลินโม่ผลักประตูเข้าไป เถี่ยซานกับจ้าวเต๋อเซิ่งก็มารออยู่แล้ว
"บอส!" ทั้งสองคนยืนตัวตรงเป๊ะโดยพร้อมเพรียงกัน
จ้าวเต๋อเซิ่งยังถือหมวกนิรภัยที่เปื้อนฝุ่นปูนซีเมนต์ขาวโพลนไว้ในมือ
หลินโม่ไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนเสื้อกั๊กหน้าตาธรรมดาๆ ในมือให้เถี่ยซานโดยตรง
"สวมซะ"
เถี่ยซานรับมา ลองกะน้ำหนักดู
"เบาจัง? บอส นี่ลองจอนรุ่นใหม่เหรอครับ?" เถี่ยซานบ่นงึมงำ พลางสวมเสื้อกั๊กเข้ากับตัว ขนาดของมันพอดีกับรูปร่างกำยำของเขาราวกับสั่งตัดมาเลย
หลินโม่ลากเก้าอี้มานั่ง ล้วงเอาปืนพกเดสเสิร์ทอีเกิลรุ่นดัดแปลงออกมาจากเอวด้านหลังอย่างเป็นธรรมชาติ
แกร็ก
ขึ้นลำกล้อง
ปากกระบอกปืนเล็งตรงไปที่หน้าอกของเถี่ยซาน
รอยยิ้มบนใบหน้าของเถี่ยซานแข็งค้างไปทันที เหงื่อเย็นแตกพลั่กไหลลงมาเป็นทาง
"บะ... บอส ช่วงนี้ผมไม่ได้ทำอะไรผิดใช่มั้ยครับ?" เถี่ยซานยกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
จ้าวเต๋อเซิ่งที่อยู่ข้างๆ ตกใจจนตัวสั่น หมวกนิรภัยในมือร่วงหล่นลงพื้นดังแปะ ถอยหลังไปสองก้าวเอาหลังชิดกำแพง
ปัง!
เสียงปืนดังกึกก้องกัมปนาทระเบิดขึ้นในห้อง
แรงถีบกลับมหาศาลมากพอที่จะทำให้กระดูกคนธรรมดาหักได้ แต่ข้อมือของหลินโม่กลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
กระสุนเจาะเกราะแมกนัมลำกล้องใหญ่แหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิว พุ่งเข้าเป้าที่หน้าอกซ้ายของเถี่ยซานอย่างแม่นยำ
เถี่ยซานรู้สึกเหมือนหน้าอกโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง ร่างกายถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่สามารถควบคุมได้ ก่อนจะล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นดินปืนฉุนกึก
"หัวหน้าเถี่ย!" จ้าวเต๋อเซิ่งร้องลั่น เตรียมจะพุ่งเข้าไปดู
"ร้องหาหอกอะไรวะ กูยังไม่ตาย!"
เถี่ยซานลูบหน้าอก ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พลางสูดปากด้วยความเจ็บปวด
พอก้มหน้าลงมอง เสื้อกั๊กบนหน้าอกกลับไม่มีแม้แต่รอยด่างสีขาวๆ ทิ้งไว้
ส่วนกระสุนแมกนัมที่สามารถยิงทะลุแผ่นเหล็กได้สบายๆ ตอนนี้กลายสภาพเป็นเศษทองแดงบิดเบี้ยว ร่วงหล่นลงบนพื้นไม้เสียงดังเคร้ง
เถี่ยซานอึ้งไปเลย
เขาก้มลงหยิบหัวกระสุนที่ร้อนฉ่าขึ้นมา ลูบคลำเสื้อกั๊กบางๆ บนหน้าอกอีกครั้ง ตาเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า
"นี่... นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย?" เสียงของเถี่ยซานสั่นพร่า "ไม่มีแม้แต่รอยบุบ? เมื่อกี้ผมรู้สึกเหมือนโดนใครผลักเบาๆ เองนะ!"
หลินโม่ตบปืนเดสเสิร์ทอีเกิลลงบนโต๊ะ
"ทำมาจากเปลือกของราชันย์แมงมุมกลายพันธุ์ระดับสี่ขั้นสูงสุดน่ะ" หลินโม่เคาะโต๊ะ "นี่แค่ใช้เศษเปลือกที่เหลือมาขัดทำเป็นแผ่นเกราะกันกระสุนเท่านั้นนะ น้ำหนักไม่ถึงสองกิโลครึ่ง แต่พลังป้องกันทางกายภาพสูงกว่าแผ่นเกราะเซรามิกกันกระสุนรุ่นที่ใช้ประจำการในกองทัพถึงสิบเท่า"
จ้าวเต๋อเซิ่งกลืนน้ำลายเอื้อก สายตาที่มองเสื้อกั๊กตัวนั้นเปลี่ยนไปทันที
นี่มันไม่ใช่เสื้อแล้ว นี่มันชีวิตที่สองชัดๆ!
"บอส ของแบบนี้เรามีเยอะไหมครับ?" เถี่ยซานตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ แทบอยากจะใส่ไอ้ชุดนี้ออกไปเดินกร่างกลางดินแดนรกร้างซะเดี๋ยวนี้เลย
"ตอนนี้ผลิตได้แค่วันละห้าสิบชุด" หลินโม่ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว "สิทธิพิเศษในการสวมใส่ ให้เป็นของกองร้อยที่หนึ่งของนาย แล้วก็หน่วยคมมีดราตรีของไนติงเกลก่อนเลย"
เถี่ยซานยิ้มจนหุบปากไม่ลง
มีอุปกรณ์นี้ ต่อไปถ้าเจอพวกสัตว์กลายพันธุ์สายความเร็วหรือพวกที่กรงเล็บคมๆ ก็ยืนเฉยๆ ให้มันข่วนได้สบายๆ โดยไม่ต้องกลัวทะลุเกราะเลย
"อย่าเพิ่งดีใจเร็วไป" หลินโม่เปลี่ยนเรื่องคุย "เสื้อกั๊กตัวนี้ทำมาจากเกราะราชันย์แมงมุม ซึ่งมันมีแค่ตัวเดียว หมายความว่าเราไม่สามารถผลิตจำนวนมากแบบแมสได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ศัตรูที่เราต้องเผชิญไม่ได้มีแค่พวกซอมบี้ แต่ยังมีพืชและสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นด้วย"
หลินโม่ลุกขึ้นยืน เดินไปที่โต๊ะทรายจำลอง
"สถานการณ์เปลี่ยน กลยุทธ์ในการรับมือของเราก็ต้องเปลี่ยนตาม"
หลินโม่ชี้ไปที่เสื้อกั๊กเกราะราชันย์แมงมุมบนตัวเถี่ยซาน "อย่างอุปกรณ์ป้องกันตัวนี้นะ ถ้าเราสามารถจัดหามันให้กับผู้ปลุกพลังในหน่วยคมมีดราตรีได้ทุกคน ต่อไปเวลาเจอพวกกลายพันธุ์ อัตราการสูญเสียจะต้องลดลงฮวบฮาบอย่างแน่นอน"
เถี่ยซานลูบหน้าอกตรงตำแหน่งที่ถูกยิงเมื่อกี้ ความเจ็บปวดจากแรงสั่นสะเทือนยังคงอยู่ แต่แววตาของเขากลับเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
"บอส ความหมายของคุณคือ ต่อไปนี้พวกเราจะไม่มัวแต่หลบซ่อนตัวแล้ว แต่จะออกไปล่าพวกเดรัจฉานกลายพันธุ์นั่นเป็นฝ่ายรุกแทนใช่ไหมครับ?" เถี่ยซานฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสองซี่
"ไม่ใช่ไปหาเรื่อง แต่ไปเอาของมาต่างหาก" หลินโม่แก้ไขคำพูด
จ้าวเต๋อเซิ่งที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วกลืนน้ำลายเอื้อก
เอาของ? เอาพวกสัตว์กลายพันธุ์ที่ตะปบทีเดียวรถเกราะคว่ำเนี่ยนะ มาเป็นสินค้าส่งออก?
ทั่วทั้งดินแดนรกร้างนี้ คงมีแต่บอสของพวกเขาคนเดียวแหละที่กล้าพูดแบบนี้
"แต่ขืนพึ่งแค่ทหารเลวของพวกนายอย่างเดียวคงไม่ไหวหรอก" หลินโม่เปลี่ยนเป้าหมายไปที่เถี่ยซาน "ทหารยามของนายต่อให้ยิงปืนแม่นแค่ไหน เวลาเจอพวกสัตว์กลายพันธุ์สายความเร็ว ก็คงเล็งกันตาเหลือก พอโดนประชิดตัว เสื้อเกราะธรรมดาก็ขาดกระจุยเหมือนกระดาษนั่นแหละ ต่อให้ใส่เกราะราชันย์แมงมุม แรงกระแทกมหาศาลนั่นก็อาจจะทำให้เครื่องในคนธรรมดาแหลกเหลวได้เหมือนกัน"
รอยยิ้มบนใบหน้าเถี่ยซานแข็งค้างไปนิด
เรื่องยิงปืนเมื่อกี้เขาซาบซึ้งดีเลย ถึงเกราะจะไม่ทะลุ แต่ก็เล่นเอาอวัยวะภายในปั่นป่วนไปหมด
ขืนโดนไอ้พวกหมูป่ากลายพันธุ์หนักหลายตันพุ่งชนเข้าจังๆ ต่อให้กระดูกไม่หัก ก็คงตกเลือดภายในจนช้ำในตายแหงๆ
"ดังนั้น ต้องปรับขบวนทัพใหม่" หลินโม่ลุกขึ้นยืน เดินไปที่แผนที่ดินแดนรกร้างแผ่นใหญ่ตรงกำแพง
เขาหยิบปากกาแดงขึ้นมา ขีดเส้นเชื่อมระหว่างเมืองใหม่กับไห่โจว
"ไนติงเกลมีผู้ปลุกพลังอยู่สี่ร้อยคนที่ไห่โจว สู้แบบตัวต่อตัวเก่งก็จริง แต่ขาดแคลนการยิงสนับสนุนจากอาวุธหนักที่เป็นระบบ"
หลินโม่หันกลับมา มองหน้าเถี่ยซาน
"ฉันจะดึงหน่วยคมมีดราตรีกลับมาเมืองใหม่ครึ่งนึง ในขณะเดียวกันก็จะดึงกำลังพลจากหน่วยพิทักษ์เมืองห้าร้อยคน ไปประจำการที่ไห่โจวแทน"
เถี่ยซานอึ้งไปนิด ก่อนจะตบต้นขาฉาดใหญ่
"จัดกำลังรบผสม!"
"ใช่" หลินโม่โยนปากกาแดงทิ้ง "จัดทีมต่อสู้ทีมละสิบคน ให้ผู้ปลุกพลังสองคนสวมเกราะราชันย์แมงมุม รับหน้าที่ต่อสู้ประชิดตัวแล้วก็ดึงดูดความสนใจ ทหารอีกแปดคนอยู่แนวหลังคอยยิงกดดัน ถ้าเจอพวกแข็งๆ ก็ให้ใช้วิทยุเรียกปืนใหญ่ติดรถหุ้มเกราะมาถล่มล้างบางไปเลย"
กลยุทธ์นี้เรียบง่ายแต่ดุดัน และได้ผลชะงัด
ความคล่องตัวและทักษะการต่อสู้เฉพาะตัวของผู้ปลุกพลัง ผนวกกับตาข่ายปืนกลหนักของกองทหารประจำการ แถมยังมีเรดาร์ติดรถยนต์ที่กำลังจะติดตั้งอีก
ไม่ว่าจะเจอศัตรูแบบไหน ก็รับมือไหวแน่นอน และยังดึงศักยภาพด้านอำนาจการยิงของหน่วยพิทักษ์เมืองใหม่ออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกด้วย
จ้าวเต๋อเซิ่งที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วเลือดลมสูบฉีด อดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้นมา "บอส แล้วทีมวิศวกรของพวกเราล่ะครับ? พอมีการรบเกิดขึ้น พวกเราต้องถอยร่นไปอยู่แนวหลังหรือเปล่า?"
"ถอยร่นบ้าอะไรล่ะ" หลินโม่ปรายตามองเขา "พอเจาะอุโมงค์หลบภัยเสร็จ พวกนายก็สร้างถนนตามหลังหน่วยผสมไล่ล่าสัตว์กลายพันธุ์ไปเลย พวกนั้นรับหน้าที่เคลียร์พื้นที่ กวาดล้าง ส่วนพวกนายก็รับหน้าที่ปูพื้นยางมะตอย เทคอนกรีตไป ถ้าเจอซอมบี้หลงฝูง พวกนายก็ขับรถดันดินหุ้มเกราะจัดการเองซะเลย ไอ้ใบมีดกันระเบิดนั่น ดันตึกสามชั้นให้ราบเป็นหน้ากลองได้สบายๆ จะไปกลัวอะไรกับแค่สัตว์ป่าไม่กี่ตัว?"
จ้าวเต๋อเซิ่งรีบเก็บหมวกนิรภัยที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่น พยักหน้ารัวๆ "เข้าใจแล้วครับ! มีกลุ่มดาวมฤตยูพวกนี้มาเบิกทางให้ล่วงหน้า ผมรับรองเลยว่าความคืบหน้าของงานก่อสร้างไม่มีทางล่าช้าแม้แต่วันเดียวแน่นอน!"
หลินโม่ไม่สนใจจ้าวเต๋อเซิ่งอีกต่อไป เอื้อมมือไปกดเครื่องสื่อสารบนโต๊ะ ต่อสายไปยังช่องสัญญาณของเมืองไห่โจว
ผ่านไปไม่กี่วินาที เสียงกระฉับกระเฉงของไนติงเกลก็ดังลอดออกมาจากเครื่องสื่อสาร
"บอสคะ พื้นที่กันชนห้าร้อยเมตรรอบๆ แนวป้องกันของฐานไห่โจวเคลียร์เศษซากปรักหักพังเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ การขยายฐานกำลังคืบหน้าไปอย่างมั่นคง"
"ทำได้ดีมาก ตอนนี้มีภารกิจใหม่แล้วนะ" หลินโม่สรุปแผนการจัดกำลังรบผสมเพื่อล่าสัตว์กลายพันธุ์ให้เธอฟังอย่างรวบรัด