เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 การโต้เถียงรายงานจากอาชญากร

บทที่ 40 การโต้เถียงรายงานจากอาชญากร

บทที่ 40 การโต้เถียงรายงานจากอาชญากร


บทที่ 40

การโต้เถียงรายงานจากอาชญากร

เนื่องจากวันสิ้นโลกอุบัติขึ้นอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณบ่งบอกเลย จึงทำให้ทั้งโลกต่างประหลาดใจ

แต่ประเทศจีนนั้นมีการตอบสนองเร็วที่สุด หลังจากฝนกรดหยุดตก แผนรับมือเหตุฉุกเฉินก็เปิดใช้ทันที ทั้งประเทศจึงเข้าสู่สถานะพร้อมรบเต็มรูปแบบ พร้อมยิงระเบิดนิวเคลียร์ทุกเมื่อ

หลังเหตุการณ์ฝนกรด

วันแรก การลงคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์คือทุกฝ่ายต้องพร้อมทำสงคราม

วันที่สอง นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการช่วยเหลือ ถูกเรียกตัวให้เข้าไปในบังเกอร์ใต้ดินของกองกำลัง เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับฝนกรด

วันที่สาม ทั้งประเทศเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ด้วยกองกำลังทหารทั้งหมดที่มี

วันที่สี่ มีข่าวดีคือรัฐคิดค้นยาวัคซีนขึ้นมาได้ แต่ก็มีข่าวร้ายตามมาเพราะพวกเขาประเมินฝนกรดต่ำเกินไป

ในวันที่ห้า ภายในศูนย์ประชุมแห่งชาติ รัฐบาล ผู้บังคับบัญชาทหาร และนักวิทยาศาสตร์ต่างทำอะไรไม่ถูก ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบ

ประธานาธิบดีซึ่งมีอายุล่วงเข้าวัยชราภาพ พูดอย่างครุ่นคิดว่า

“เข้าวันที่ห้าแล้วที่มีการระบาดของไวรัสซอมบี้ หากเราหาข้อสรุปตอนนี้และตัดสินฆ่ากลุ่มเสี่ยงตามอำเภอใจ สิ่งนี้ไม่สอดคล้องกับนโยบายและขนบธรรมเนียมของประเทศเราเลย”

“ถึงตอนนี้เราจะไม่รู้ว่าไวรัสซอมบี้รักษาได้รึเปล่า แต่ความจริงมันโหดร้าย ถ้าเราไม่รีบทำอะไรเลย จำนวนผู้เสียชีวิตทุกเมืองจะเพิ่มมากขึ้นหลายหมื่นคนต่อวัน”

“แน่นอนว่า นี่เป็นการประมาณการแบบอนุรักษนิยม เพราะการระบาดของเชื้อพรีออน ได้กวาดล้างโลกในชั่วข้ามคืน ผู้คนที่ติดเชื้อพากันกลายเป็นสัตว์ประหลาดกระหายเลือด มีทางเลือกแค่ว่า เราจะรักษาพวกเขาที่ติดเชื้อหรือรักษาคนที่อาจถูกพวกติดเชื้อฆ่า?”

“เหตุผลนี้แหละเราจึงตัดสินชี้ขาดไม่ได้ ถ้าพรีออนสามารถรักษาได้ กว่าจะคิดค้นยาเราคงฆ่าพวกที่ติดเชื้อไปเยอะแล้ว!”

การตัดสินใจครั้งสำคัญของประเทศ ไม่อาจตัดสินได้ด้วยเพียงหนึ่งประโยคหรือสองประโยค เพราะมันคือการตัดสินใจที่อาจต้องคร่าชีวิตผู้คนนับล้าน

ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมให้คำอธิบายว่า

“พรีออนปรับเปลี่ยนยีนของมนุษย์ เมื่อลำดับยีนถูกทำลายก็ไม่สามารถรักษาได้ แม้แต่ยาแผนโบราณที่สืบทอดกันมาก็ช่วยไม่ได้ ทางเราไม่รู้เลยว่าจะหาทางรักษาได้รึเปล่า”

“ถ้ารัฐจัดสรรทรัพยากรกับนักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์อย่างเพียงพอล่ะ คุณพอประเมินเวลาได้ไหมถึงจะให้คำตอบเรื่องนี้ได้?”

“อาจจะสิบปีหรือร้อยปี สมมติฐานที่เราคิดขึ้นมามันใช้ไม่ได้เลย”

บรรยากาศในศูนย์ประชุมเงียบกริบอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน รายงานจากกองกำลังเขตเจียงเฉิงทำให้บางคนในศูนย์ประชุมอยู่เฉยไม่ได้

รายงานถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ทั่วไปผ่านคลื่นดาวเทียมควอนตัม ประธานาธิบดี คณะรัฐมนตรี รวมถึงผู้อาวุโส และผู้บังคับบัญชาการทหารได้รับรายงานพร้อมกัน หลายคนไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะกำลังจดจ่ออยู่ว่าจะเปิดใช้งานหรือยิงระเบิดนิวเคลียร์ดีไหม

จนกระทั่งประธานาธิบดีหยิบสวมแว่นตาขึ้นมาสวม   ค่อย ๆ เปิดอ่านรายงาน จากนั้นก็แสดงสีหน้าตกใจออกมา

หลังจากตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มอ่านรายงานอย่างละเอียด

ยิ่งอ่านก็ยิ่งตื่นเต้น...

“ทุกคน รีบอ่านรายงานจากกองกำลังเขตเจียงเฉิงเดี๋ยวนี้!”

เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของประธานาธิบดี ทุกคนก็รู้สึกงุนงง พอต่างคนต่างเปิดรายงานขึ้นมา ทุกคนก็ตกใจกับเนื้อหาในรายงานเป็นอย่างยิ่ง

ศูนย์ประชุมซึ่งก่อนหน้านี้เงียบเป็นป่าช้า ตอนนี้กลับมีเสียงดังมากจนน่าตกใจ

“เจียงเฉิงสามารถไขความลับของฝนกรดได้ แถมยังเขียนไว้อย่างละเอียดอีกด้วย!”

“ใครเป็นคนเขียนรายงานฉบับนี้ มันละเอียดมาก ต้องเป็นอัจฉริยะแน่นอน!”

“เราไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนเขียนรายงานนี้ แต่คนที่ส่งรายงานคือลัวหมิง ทหารกองหนุนรุ่นที่ 2 จากกองกำลังเขต    เจียงเฉิง”

ประธานาธิบดีลุกขึ้นยืนแล้วออกคำสั่งทันที

“ส่งสำเนารายงานฉบับนี้ให้นักวิทยาศาสตร์ของเรา ให้พวกเขายืนยันความถูกต้องของรายงาน”

“จากนั้น ติดต่อไปที่เขตเจียงเฉิงเดี๋ยวนี้ ผมต้องการคุยกับคนที่ชื่อลัวหมิงด้วยตัวเอง”

ไม่น่าแปลกใจที่ประธานาธิบดีตื่นเต้นมาก ทางนักวิทยาศาสตร์ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย แต่รายงานฉบับนี้กลับเขียนเนื้อหามาอย่างละเอียดเกี่ยวกับกลไกการทำงานของฝนกรด การจัดเรียงองค์ประกอบ และลำดับยีน ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

หากได้รับการยืนยัน รายงานฉบับนี้จะเป็นคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ต่อประเทศมาก ๆ หรือไม่ก็มีผลต่อคนทั้งโลกและ       อารยธรรมของมนุษย์

“ไม่ได้มีแค่สาเหตุของโรคเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลประเภทและความแตกต่างของซอมบี้ และวิธีการฆ่าซอมบี้อีกด้วย!”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็รีบเปิดอ่านหน้านั้นทันที

หลังจากนั้น บางคนที่อ่านก็พึมพำขึ้นมาว่า

“ลัวหมิงคนนี้เป็นอัจฉริยะจริง ๆ!”

...

ในเวลาเดียวกัน.

กองกำลังเขตเจียงเฉิงได้รับโทรศัพท์จากผู้บังคับบัญชาสูงสุด

ผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดของเขตสงคราม เรียกให้ลัวหมิงมารายงานตัว หลังจากถามถึงที่มาของรายงาน เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงโทนต่ำว่า

“สรุปว่า รายงานที่คุณส่งมา เฉินเทียนเซิงจากเขตกักกันเป็นคนเขียนสินะ?”

“ใช่ครับ”

ลัวหมิงแสดงสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมกับยืนหลังตรง

“เนื่องจากเฉินเทียนเซิงมีข้อมูลเกี่ยวกับวันสิ้นโลกไม่น้อย ผมจึงขอให้เขาช่วยเขียนรายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เขารู้ครับ”

ผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดของเขตสงครามยกมือขึ้นแล้วพูดด้วยความลำบากใจ

“คุณลัวหมิง แล้วเฉินเทียนเซิงเป็นคนแบบไหน?”

ลัวหมิงตกตะลึง

เมื่อเห็นอีกฝ่ายทิ้งรายงานลงบนโต๊ะ

“อาชญากรเนี่ยนะ คุณเชื่อคำพูดของคนประเภทนี้ได้เหรอ!”

น้ำเสียงของผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดของเขตสงครามตำหนิลัวหมิงเสียงดังลั่น

“ถึงรายงานของเขาจะมีความน่าเชื่อถือสูงก็เถอะ แต่คุณจะให้ผมอธิบายกับที่ประชุมยังไง ว่าเจ้าของรายงานฉบับนี้เป็นของอาชญากรเต็มตัว!”

“ท่านนายพลครับ แต่...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว”

ผู้บังคับบัญชาขัดจังหวะและพูดเสริมว่า

“ลัวหมิง เห็นว่าเป็นเพื่อนเก่าหรอกนะ ผมถึงเชื่อในตัวคุณ แต่คุณเคยคิดไหมว่าจะอธิบายกับเบื้องบนยังไงว่ารายงานนี้ถูกเขียนขึ้นโดยเขา”

“การบิดเบือนความจริง การนำข้อมูลผิด ๆ มาใช้ คุณรับผิดชอบไม่ไหวหรอก และผมก็รับไม่ไหวเหมือนกัน!”

ลัวหมิงขมวดคิ้ว ก่อนตอบกลับอย่างเคร่งขรึม

“ท่านนายพลครับ ผมขอรับรองเฉินเทียนเซิงโดยเอาหัวผมเป็นประกัน!”

ผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดยืดอก แล้วตะคอกกลับว่า

“คุณรับรองไปก็เท่านั้น นี่เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนนับล้านเลยนะ!”

“ถ้าเกิดมีข้อบกพร่องเล็กน้อยในรายงานละก็ มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงหรอก ถึงคุณไม่กลัวตาย แต่ผมกลัว!”

ลัวหมิงตอบกลับเบา ๆ ว่า “แต่ผมคิดว่าเฉินเทียนเซิงคิดถูก ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเรื่องวันสิ้นโลก มีมากกว่าพวกเราหลายขุม”

“แล้วมันยังไง ข้อมูลนั้นยืนยันได้เหรอ ผมอยากถามคุณสักข้อ ในเมื่อเขาเองก็ผ่านเหตุการณ์ฝนกรดมาได้เหมือนกับคุณและผม ทำไมเขาถึงรู้เรื่องฝนกรดมากกว่าเรา?”

ก่อนที่ลัวหมิงจะตอบกลับ ทันใดนั้นก็ต้องหยุดชะงัก

นั่นสิ ทำไมเฉินเทียนเซิงถึงรู้เรื่องมากกว่าใคร หรืออาจเป็นเพียงการคาดเดาของเขา แย่แล้ว ทำไมฉันมั่นใจสุ่มสี่สุ่มห้าไปแบบนั้น

เมื่อเห็นแววตาของลัวหมิง ผู้บังคับบัญชาการก็นั่งลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงว่า

“เรื่องนี้เริ่มต้นโดยตัวคุณเอง ก็จบปัญหานี้เอาเอง ไม่ว่าเบื้องบนต้องการอะไร คุณต้องจัดการด้วยตัวคนเดียว ผมไม่เอาหน้าที่การงานของตัวเองไปเสี่ยงหรอก ถ้าไว้ใจอาชญากรนั่นมาก ก็แล้วแต่เลย!”

ผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดไล่ลัวหมิงออกไป ปล่อยให้เขาคุยกับเบื้องบนด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกัน ทางเข้าออกเขตกักกันได้ปิดประตูแล้ว

เฉินเทียนเซิงและคนอื่น ๆ มองไปยังความว่างเปล่าที่ท้ายรถ ซึ่งเหลือเสบียงแค่ 3 กล่อง บรรยากาศของทุกคนตกอยู่ในความเศร้าหมอง

“อาจารย์ เราเหลือเสบียงแค่นี้เองครับ”

เฉินเทียนเซิงพูดอย่างเฉยเมย

“คนที่ขาดแคลนอาหารยังเอาชีวิตรอดได้ด้วยการดื่มฉี่ตัวเองเลย พวกเธอสองคนรออยู่ที่นี่ ส่วนหยางเซวี่ยไปกับฉัน”

“ไปไหนเหรอ?”

ทั้งสามถามพร้อมกัน

“ไปหาน้ำมันไง”

ลัวหลงรีบตะโกนว่า “อาจารย์ ผมขอไปด้วย”

“ไม่ได้ พวกเธอสองคนไปไม่ได้”

เฉินเทียนเซิงกระโดดลงจากรถ เงยหน้ามองท้องฟ้าสีเทา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

“ตอนนี้ไม่มีที่ปลอดภัยให้อยู่แล้ว พวกเธอต้องช่วยกันตั้งค่ายพักแรมที่นี่ ต่อให้ตามไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก เชื่อฉันเถอะ”

จบบทที่ บทที่ 40 การโต้เถียงรายงานจากอาชญากร

คัดลอกลิงก์แล้ว