เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 สัตว์กลายพันธุ์ระดับสาม

บทที่ 37 สัตว์กลายพันธุ์ระดับสาม

บทที่ 37 สัตว์กลายพันธุ์ระดับสาม


บทที่ 37

สัตว์กลายพันธุ์ระดับสาม

ขวานดับเพลิงฟาดฟันจนเกิดลมแรง ฝุ่นทรายและ      เศษหินในเล้าปลิวกระจัดกระจาย เลือดของหมูหลายพันธุ์ไหลนองเต็มพื้น เพียงชั่วพริบตา เล้าหมูพังทลายยับเยิน บนพื้นเต็มไปด้วยเศษหินและซากศพของหมูนับไม่ถ้วน

กลุ่มคนที่อยู่รออยู่นอกเล้าหมูต่างตกตะลึง

แม้จะรู้ว่าผู้นำมีความแข็งแกร่ง แต่ไม่คิดว่าจะแกร่งขนาดนี้

คงไม่ต้องพูดถึงพลังโจมตีของหมูกลายพันธุ์ หรือพลังทำลายล้างของขวานที่ฆ่าหมูไปหลายตัว ก่อนถึงวันสิ้นโลก ในวงการภาพยนตร์ยังไม่กล้าสื่อสารเรื่องแบบนี้ เพราะมันทำให้ความเข้าใจเรื่องขีดจำกัดของมนุษย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ลัวเฟิงขยี้ตาหลายครั้ง ก่อนมองฉากตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ เธออ้าปากค้างจนไม่สามารถหุบกลับได้เลย

ถึงหยางเซวี่ยจะรู้สึกตกใจ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ

เพราะนี่คือพลังที่เธอไม่สามารถร้องขอได้!

ก่อนหน้านี้เธอได้รับพลังประเภทความเร็วมา พอเห็นแบบนั้นก็ไม่แปลกที่จะรู้สึกตื่นเต้น เธอเริ่มมีความคิดอยากทดสอบขีดจำกัดของตัวเองว่าจะแกร่งได้มากแค่ไหน

เมื่อหมูตัวสุดท้ายถูกฟันจนตาย เฉินเทียนเซิงก็เหวี่ยงขวานขึ้นมาพาดบนบ่าอย่างหล่อเท่ ก่อนหันไปมองบรรดาผู้ติดตาม แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหมูเหลืออยู่แล้ว

“ป่ะ ไปที่คอกวัวต่อ!”

เฉินเทียนเซิงเดินนำหน้าอย่างภาคภูมิ ทั้งสามอดไม่ได้ที่รู้สึกชื่นชมผู้นำจากหัวใจ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งความภักดีที่เพิ่มขึ้นมา

เมื่อเดินออกมา เห็นว่าทั้งสามคนยังคงยืนอยู่ที่เดิม       เฉินเทียนเซิงที่หันกลับมาก็รู้สึกงุนงง

“มาเร็ว จะนอนอยู่ที่นี่รึไง?”

“ครับ/ค่ะ!”

ทั้งสามหายจากอาการตกใจและกลับมาได้สติ ก่อนรีบเดินตามไปอยู่ข้างหลังเฉินเทียนเซิง ขณะที่กำลังเดินไปทางคอกวัว

“รอเดี๋ยว!”

เฉินเทียนเซิงหยุดเดิน ก่อนจ้องไปที่กำแพงด้วยความประหม่า ไม่นานเหงื่อเย็น ๆ หยดหนึ่งก็ไหลลงมาจากหน้าผาก

“มีอะไรเหรออาจารย์?” ลัวหลงถามด้วยความสงสัย

“อย่าเพิ่งถาม!”

เฉินเทียนเซิงรู้สึกว่าเส้นผมลุกซู่ ราวกับได้สัมผัสถึงออร่าของสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูง ที่แย่ไปกว่านั้น เหมือนมันจะเป็นระดับ 3!

“ตึงตึง ตึงตึง”

เสียงดังกึกก้องจนอากาศรอบ ๆ สั่นสะเทือน แม้แต่พื้นดินก็สั่นไหว ทุกครั้งที่เกิดเสียงเศษหินจะกระเด็นกระดอนไปทั่ว

“ไม่ใช่เสียงเครื่องจักรใช่ไหม?”

ลัวหลงสัมผัสได้ถึงอันตราย ก่อนยกมือชี้ไปทางกำแพง เพราะได้ยินเสียงดังมาจากทิศทางนี้

ผู้หญิงอีกสองคนต่างตื่นตัวเต็มที่ พร้อมเผชิญหน้ากับอันตรายแม้จะรู้สึกตึงเครียดมากก็ตาม

หลังจากนั้นเสียงก็ดังเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ

“ปัง โครม ตึง”

ทันใดนั้น กำแพงแตกเป็นเสี่ยง ๆ เหมือนถูกแรงปะทะมหาศาล กรวดและเศษหินเล็กหินน้อยปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ควันและฝุ่นฟุ้งกระจาย

ทั้งสี่ล่าถอยไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว

เห็นดวงตาสีแดงคู่หนึ่งอยู่ท่ามกลางฝุ่นควัน และได้ยินเสียงพ่นลมหายใจอีกสองครั้ง

เมื่อพวกเขาเห็นรูปลักษณ์ของสัตว์กลายพันธุ์อย่างชัดเจน แม้แต่เฉินเทียนเซิงก็ยังรู้สึกหวาดกลัว

นี่คือสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 3 ที่วิวัฒนาการมาจากวัวตัวใหญ่

มันมีร่างกายใหญ่โต สูงเกือบสองเมตร เขาของมันกลายสภาพจนน่ากลัว มีความแหลมคมมากกว่าใบมีด ราวกับมีหนามแหลมคมขนาดใหญ่สองอันอยู่บนหัว

วัวตัวนี้มีท่าทางดุร้าย ดวงตาเป็นสีแดงเหมือนกับสีเลือด เมื่อส่ายหน้าไปมาช้า ๆ แสงสีแดงในดวงตาของมันก็สะกดให้ทุกคนหวั่นเกรง ถ้าเผลอมองตามันนานเข้าอาจทำให้หัวใจสั่นสะท้านเพราะความกลัว

กีบวัวย่ำลงบนพื้น กีบวัวที่กลายสภาพทำให้พื้นดินจมทันที ก่อนที่มันจะก้มหัวลง แล้วเล็งปลายเขาที่แหลมคมมาทางพวกเขา พร้อมพุ่งชนในคราวเดียว

“แยก!”

ทันทีที่เฉินเทียนเซิงพูดจบ วัวกลายพันธุ์ระดับ 3 ก็พุ่งเข้าจู่โจม ด้วยแรงกดดันอันท่วมท้น ความน่ากลัวของสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 3 ทำให้ใครหลายคนต่างหวาดกลัวจนยืนนิ่งเหมือนกับเป็นอัมพาต

ต่อให้มนุษย์กลายพันธุ์ระดับแรก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 3 หลายครั้งยังต้องพ่ายแพ้ให้กับแรงกดดันนี้

เวลานี้ลัวหลงและลัวเฟิงก็เป็นแบบนั้น ขาของพวกเขาสั่นเทา แม้ว่าเฉินเทียนเซิงจะสั่งให้ทุกคนแยกกันหนี แต่ด้วยความตกใจ สองพี่น้องกลับกลัวจนก้าวขาไม่ออกเลย

“ถอยเร็ว!”

เฉินเทียนเซิงเข้าไปผลักลัวหลงออกไป ร่างของเขากระเด็นไปไม่กี่เมตรอย่างรวดเร็วราวกับกระสอบทราย

ยังดีที่หยางเซวี่ยตอบสนองอย่างรวดเร็ว รีบคว้ามือลัวเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ แล้ววิ่งถอยห่างออกไปสิบเมตรในชั่วพริบตา ทำให้พวกเธอพ้นจากระยะโจมตีของสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 3 อย่างหวุดหวิด

หลังจากเฉินเทียนเซิงผลักลัวหลงออกไป ก็สายเกินกว่าที่ตัวเขาเองจะหาทางหนี

แม้ก่อนหน้านี้จะมีระยะห่างกว่า 100 เมตร แต่ด้วยพลังของสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูง ในระยะทางแค่ 100 เมตร พวกมันใช้เวลาเพียง 1-2 วินาทีเท่านั้นก็มาถึงแล้ว ตอนนี้วัวกลายพันธุ์ระดับ 3 พุ่งมาประชิดตัวเฉินเทียนเซิงเรียบร้อย

ทันใดนั้น เขารีบยกขวานขึ้นเพื่อสกัดกั้น

วัววิ่งผ่านไปเหมือนสายน้ำ

“เคร้ง”

เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองสามารถต่อกรกับวัวกลายพันธุ์ระดับ 3 ได้ เพียงแค่ใช้สกิลระเบิดพลังสามครั้ง  แต่เฉินเทียนเซิงประเมินพลังที่น่าสะพรึงกลัวของวัวกลายพันธุ์ระดับ 3 ต่ำเกินไป

เฉินเทียนเซิงถูกชนจนกระเด็นลอยไปกลางอากาศ

รู้สึกเหมือนถูกรถที่วิ่งด้วยความเร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงชนเลย

เนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนไหวกลางอากาศได้ จึงได้แต่ปล่อยไปตามแรง จนร่างลอยไปกระแทกเข้ากับผนังด้านนอกของอาคารสองชั้น จมหายไปในฝุ่นควันพร้อมกับเศษอิฐที่แตกร่วงลงมา

“อาจารย์!”

“เจ้านาย!”

เมื่อเห็นฉากตรงหน้า ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว

คนที่แข็งแกร่งอย่างเฉินเทียนเซิงถูกซัดกระเด็นด้วย     การโจมตีเพียงครั้งเดียว แสดงให้เห็นว่าการปะทะกันเมื่อกี้นี้ วัวแข็งแกร่งมากแค่ไหน

วัวกลายพันธุ์ระดับ 3 โจมตีอีกฝ่ายเพียงครั้งเดียวได้สำเร็จ ก่อนหันไปตามเสียงตะโกน เมื่อเห็นลัวหลง มันก็รีบตั้งท่าเพื่อโจมตีอีกครั้ง

ลัวหลงมีประสบการณ์น้อย จึงรีบจุดไฟพร้อมกับลุกขึ้นยืน ในขณะที่เปลวไฟผุดขึ้นมาบนฝ่ามือ วัวกลายพันธุ์ระดับ 3 ก็พุ่งมาอยู่ข้างหน้าเขาแล้ว

ช่วงเวลาวิกฤตเสี่ยงตายแบบนี้ เกิดแสงวาบขึ้นตรงหน้า ทำให้วัวกลายพันธุ์ระดับ 3 วิ่งผ่านลัวหลงไปเหมือนกับวิ่งผ่านเงา จนมันพุ่งชนเข้ากับกำแพงเล้าหมู สิ้นสุดการปะทะในครั้งนี้

ห่างออกไป 10 เมตร ลัวหลงได้รับการช่วยเหลือจาก หยางเซวี่ย แต่ลัวหลงกลับพูดอย่างโกรธเคืองว่า

“คุณทำอะไร ผมต้องการล้างแค้นให้อาจารย์!”

หยางเซวี่ยหันมาแล้วตะคอกกลับว่า “เราสู้วัวกลายพันธุ์ไม่ได้หรอก รีบหนีไป ฉันจะล่อมันเอง วิ่งให้สุดแรงเลย!”

หยางเซวี่ยยกโล่ขึ้นมา เตรียมเผชิญกับความตายตรงหน้า

“ผมไม่หนี มีแต่พวกขี้แพ้ที่วิ่งหนี!” ลัวหลงพูดจบก็รีบรวบรวมไฟให้ได้มากที่สุด

ในขณะเดียวกัน วัวกลายพันธุ์ระดับ 3 พุ่งออกมาจากซากกำแพง ตรงมาที่ทั้งสองพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่บ้าคลั่ง

“หลบไป!”

หยางเซวี่ยผลักลัวหลงออกไป เมื่อหันกลับมา พบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับวัวน้อยกว่าสิบเมตร

แต่โชคดีที่หยางเซวี่ยเคลื่อนไหวได้เร็ว ตั้งแต่วิวัฒนาการ เธอรู้สึกว่าโลกทั้งใบเคลื่อนไหวช้าลง รวมถึงคนรอบ ๆ ตัวเช่นกัน

แต่ความเร็วของวัวตัวนี้ไม่น้อยเลย มันเร็วเกือบจะพอ ๆ กับเธอ ถ้าไม่วิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี บางทีความเร็วของเธออาจช้ากว่าวัวตัวนี้ด้วยซ้ำ

นี่สินะสัตว์กลายพันธุ์ ฝันร้ายของวันสิ้นโลกแท้ ๆ!

วัวพุ่งไปด้านหน้าสุดกำลัง แต่หยางเซวี่ยไม่มีทางหลีกเลี่ยง ได้แต่วิ่งถอยไปทีละนิด ถึงอย่างนั้นวัวก็วิ่งตามมาติด ๆ อย่างรวดเร็ว

เขาแหลมพุ่งกระทบกับโล่เสียงดัง ไม่แปลกใจเลย ด้วยแรงมหาศาลของมันทำให้โล่บุบจนแตกออกเป็นชิ้น ๆ

ไม่มีทางอื่นให้หลบหนีแล้ว หยางเซวี่ยจึงตัดสินใจกระโดดขึ้นสูงถึง 3 เมตรด้วยแรงทั้งหมดที่มี ทำให้วัวโจมตีพลาดอีกครั้ง

ถ้าเขาแหลมคมนั้นเฉือนผ่านอะไรแค่นิดเดียว แม้แต่เนื้อก้อนใหญ่ ๆ ก็ขาดวิ่นได้ไม่ยาก

ฉากเมื่อกี้แม้อธิบายแล้วดูเชื่องช้า แต่ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นในวินาทีเดียว

หยางเซวี่ยกระโดดลงพื้นอย่างปลอดภัย วัวหยุดวิ่งพร้อมกับสะบัดหัว ลมร้อนถูกเป่าออกจากรูจมูกที่มีกระดิ่งทองแดงห้อยอยู่ ดวงตาสีแดงจับจ้องไปยังมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้า

ตอนนี้วัวกลายพันธุ์ระดับ 3 โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงมากขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลบการโจมตีได้

กีบวัวย่ำลงพื้นอีกครั้ง ราวกับต้องการจะสะสมพละกำลัง มันลดหัวลงเตรียมปล่อยแรงกระแทกที่แรงกว่าเดิม

หัวใจของหยางเซวี่ยจมดิ่ง ความเร็วของเธอยังไม่เร็วเท่าวัว แถมความแข็งแกร่งทางร่างกายก็อ่อนแอ พอเจอสถานการณ์แบบนี้แล้วไม่รู้จะหลีกหนียังไงเลย

ขณะที่หยางเซวี่ยกำลังรู้สึกหมดหวังและท้อใจ

วัวกลายพันธุ์ก็พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 37 สัตว์กลายพันธุ์ระดับสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว